"เป็นไปได้ยังไง"
ภายในห้องทำงาน หลิวฝูมองหลิวเหอหลานชายด้วยสีหน้าประหลาดใจ
หลิวเหอมีท่าทีเคร่งเครียด "ในทีวีออกข่าวกันหมดแล้ว เหลยลั่วเป็นผู้ทรงคุณวุฒิตัวสำรอง! ตอนนี้ไม่ใช่แค่ในกรมตำรวจ แต่ข้างนอกก็ลือกันให้แซด!"
หลิวฝูหยิบซิการ์ออกมาคาบไว้ในปาก
หลิวเหอรีบเข้าไปช่วยจุดไฟให้
หลิวฝูสูดควันเฮือกใหญ่ "ตู้หย่งเซี่ยว ร้ายกาจจริงๆ!"
"เอ่อ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเขาด้วยล่ะครับ"
"แกจะไปรู้อะไร!" หลิวฝูด่า "เรื่องนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ อาเซี่ยวเป็นคนบงการอยู่เบื้องหลังทั้งหมด"
"ไม่จริงมั้ง หมอนั่นเก่งขนาดนั้นเชียว"
"แล้วแกคิดว่าไงล่ะ" หลิวฝูแค่นเสียงเย็นชา "วันหลังแกต้องตีสนิทกับเขาให้มากขึ้น!"
"ทำไมล่ะครับ"
"แกไม่คิดว่าเขาเหมือนอุ้ยเสี่ยวป้อหรือไง"
"เขาไม่มีเมียเจ็ดคนสักหน่อย ผมต่างหากที่เหมือน"
"แกเหมือนตรงไหน ฉันหมายถึงดวง! ดวงของอาเซี่ยวเรียกได้ว่าฝืนลิขิตสวรรค์ ตอนนี้แม้แต่เหลยลั่วก็ยังได้ลืมตาอ้าปากเพราะเขา!"
"ผมเข้าใจแล้ว คุณอา คุณอาให้ผมเข้าใกล้เขา เพื่อจะได้ดูดดวงของเขาใช่ไหม"
"ดูดบ้านแกสิ! แกคิดว่าเป็นใคร เยิ่นหว่อสิง มหาเวทดูดดาวหรือไง"
"แค่กๆ แล้วคุณอาหมายความว่ายังไงล่ะครับ"
"ฉันหมายความว่าให้เกาะติดเขาไว้ มีผลประโยชน์อะไรก็มุดเข้าไปหา พอฉันเกษียณ แกจะได้มีที่พึ่ง"
"คุณอา คุณอาก็ตีราคาเขาสูงเกินไป ผมยังต้องพึ่งเขาอีกเหรอ" หลิวเหอทำหน้าไม่พอใจ
"แกอย่าไม่เชื่อ คอยดูเถอะ แค่ปีเดียวเขาก็นั่งตำแหน่งสารวัตรจีน กุมอำนาจเขตโหยวเจียนวังและที่อื่นๆ แล้ว ถ้าให้เวลามากกว่านี้ ไม่แน่ฮ่องกงทั้งเกาะอาจจะเป็นอาณาจักรของเขาก็ได้!" หลิวฝูพูด "แต่ก่อนฉันคิดว่าเหลยลั่วเป็นยอดคนแห่งยุค สามารถปั้นให้เป็นผู้สืบทอดได้ ตอนนี้ดูเหมือนฉันจะคิดผิด!"
"คุณอาคิดผิดจริงๆ ตั้งแต่แรกคุณอาควรจะปั้นผม!" หลิวเหอทำหน้าหยิ่งยโส "ไม่อย่างนั้นตอนนี้ผมก็เป็นสารวัตรจีนแล้ว อย่าว่าแต่กุมอำนาจเขตโหยวเจียนวังเลย ไม่แน่อาจจะกุมอำนาจทั้งเกาลูน ไม่สิ ทั้งเกาะฮ่องกงด้วยซ้ำ!"
หลิวฝูกลอกตา มองหลานชายที่ความทะเยอทะยานสูงแต่ไร้ความสามารถ ดีแต่พูดจาไร้สาระ "ฉันไม่อยากคุยกับแกแล้ว"
"คุณอาเถียงผมไม่ออกใช่ไหมล่ะ ผมบอกแล้วไง ตั้งแต่แรกคุณอาก็ปั้นคนผิด!"
หลิวฝูโบกมือไล่ "แกไสหัวไปซะ!"
หลิวเหอเบ้ปาก "งั้นผมออกไปก่อนล่ะ!"
"ช้าก่อน!"
"อะไรอีกล่ะครับ"
หลิวฝูชี้ไปที่กรงนกนั่น "เอานกของแกไปด้วย!"
"คุณอาไม่เลี้ยงนกขุนทองแล้วเหรอ"
"เลี้ยงบ้านแกสิ! สอนมาตั้งนาน ร้องเป็นแต่คำว่าไอ้โง่!" หลิวฝูชี้ไปที่นกขุนทอง "โง่เหมือนแกไม่มีผิด!"
…
"ตอนนี้เราดื่มเหล้าคงไม่เหมาะมั้ง"
หานเซินนั่งอยู่บนโซฟา ขมวดคิ้วเล็กน้อย
หลานกังหยิบวิสกี้จากตู้แช่ไวน์ขนาดเล็กในห้องทำงานมารินสองแก้ว แก้วหนึ่งให้หานเซิน อีกแก้วถือไว้ในมือ
"ไม่มีอะไรไม่เหมาะหรอก" หลานกังพูด "คนอื่นชอบตกแต่งห้องทำงานให้เป็นห้องหนังสือ แต่ฉันกลับทำเป็นบาร์ รู้ไหมว่าทำไม ไม่ว่าจะดีใจหรือเสียใจ ก็มีเหล้าให้ดื่ม!"
"กฎหมายตำรวจมาตราเจ็ดสิบสาม เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนห้ามดื่มสุราในระหว่างปฏิบัติหน้าที่" หานเซินกล่าว
"เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนไม่รวมฉัน เพราะฉันคือหลานกัง!" หลานกังชูแก้วเหล้าขึ้น "มา เรามาดื่มฉลองที่พี่ลั่วได้รับเลือกเป็นผู้ทรงคุณวุฒิตัวสำรองกัน ชนแก้ว!"
หานเซินจำใจยกแก้วเหล้าขึ้นจิบเบาๆ
แต่หลานกังกลับดื่มรวดเดียวหมดแก้ว
"นายรู้สึกไม่สบายใจใช่ไหม" หานเซินถาม "เดิมทีในบรรดาสี่สารวัตรใหญ่ นายมีหวังมากที่สุดที่จะแย่งชิงตำแหน่งสารวัตรใหญ่จีนกับพี่ลั่ว ตอนนี้เขาได้รับเลือกเป็นตัวสำรอง ทำให้ทิ้งห่างนายไปเลย"
"ฮ่าๆ คนที่รู้ใจฉันคือหานเซินนี่เอง!" หลานกังเดาะลิ้น "ใช่ ฉันอิจฉา! ผู้ทรงคุณวุฒิตัวสำรองเชียวนะ ร้ายกาจมาก!"
เขาหยุดไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ "พูดตามตรง ในสายตาฉันคนที่พอจะเป็นภัยคุกคามต่อฉันได้ก็มีแค่เฉินจื้อเชากับเหลยลั่วสองคน เฉินจื้อเชาใกล้จะกลับจากการฝึกที่สกอตแลนด์ยาร์ดแล้ว ถึงตอนนั้นเขาก็จะมีบารมีเปล่งประกาย ฉันเกรงว่าจะสู้เขาไม่ได้ ตอนนี้พี่ลั่วก็มาเล่นไม้นี้อีก ทำให้ฉันเทียบไม่ติดไปเลย! อาเซิน ฉันมองไม่เห็นความหวังเลย บอกฉันที ต้องทำยังไง"
หานเซินเข้าใจหลานกังดี
ในฐานะ "จอมบ้าระห่ำ" ที่มีชื่อเสียงของกรมตำรวจ หลานกังเกิดในตระกูลสูงส่ง การศึกษาสูง แถมยังพูดภาษาอังกฤษได้ เลื่อนขั้นเร็วยิ่งกว่านั่งจรวด ถ้าไม่ใช่เพราะตู้หย่งเซี่ยวโผล่มากลางคัน หลานกังก็คงเป็นอันดับหนึ่งที่ได้เลื่อนขั้นไปแล้ว
"ฉันรู้นะว่านายหยิ่งทะนง ภายนอกดูสำมะเลเทเมา แต่เวลาทำงานกลับจริงจังมาก โดยเฉพาะตำแหน่งสารวัตรใหญ่จีนที่นายหมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องได้มาครอบครองให้ได้!" ปกติหานเซินสนิทกับหลานกังมาก ตอนนี้ก็เลยเปิดอกคุยกันอย่างเต็มที่ "เสียดายที่พี่ลั่วข่มนายอยู่ ตอนนี้เขากลายเป็นผู้ทรงคุณวุฒิตัวสำรองแล้ว นายเลยไม่มีแม้แต่โอกาสสุดท้าย!"
"ฮ่าๆ ถึงนายจะรู้ ก็ไม่ต้องพูดตรงขนาดนี้ก็ได้ น่าอายชะมัด!" หลานกังรินเหล้าให้ตัวเองอีกแก้ว
"พูดตามตรง ตั้งแต่ต้นจนจบเราสองคนประเมินคนผิดไปคนหนึ่ง"
"ใครเหรอ"
"ตู้หย่งเซี่ยว" หานเซินตอบ "ใครจะไปคิดว่าเขาจะสามารถบงการเรื่องราวได้มากมายขนาดนี้"
หลานกังเงียบไป
ครู่ต่อมา
"จริงด้วย! ตั้งแต่ต้นจนจบเราสองคนดูถูกเขาเกินไป สารวัตรตัวเล็กๆ จะไปมีน้ำยาอะไร ตอนนี้ฉันถึงได้รู้ว่าเขามีอำนาจล้นฟ้า"
หลานกังพูดจบ ก็ชูแก้วขึ้นดื่มรวดเดียวหมด
…
"ยินดีด้วยครับพี่ลั่ว ยินดีด้วยครับพี่ลั่ว!"
"พี่ลั่วตอนนี้ดูน่าเกรงขามมากเลยครับ ในทีวีกับหนังสือพิมพ์มีแต่ชื่อพี่ทั้งนั้น!"
ที่ลี่ฉือไนต์คลับ มีจูโหยวจ๋าย เฉินซี่จิ่ว และคนอื่นๆ เป็นแกนนำ สารวัตรจีนหลายคนมาแสดงความยินดีด้วยตัวเอง เพื่อฉลองที่เหลยลั่วได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ
สำหรับพวกเขาแล้ว จะได้ตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิหรือไม่นั้นไม่สำคัญอีกต่อไป การที่ได้รับการเสนอชื่อก็เป็นการพิสูจน์ความสามารถของเหลยลั่วแล้ว
เหลยลั่วดีใจสุดขีด คืนนี้ถึงกับทุ่มทุนสร้าง จัดงานเลี้ยงฉลองที่ลี่ฉือเพื่อเลี้ยงลูกน้องเหล่านี้
ลี่ฉือไนต์คลับในยุคนี้ถือเป็นสถานที่ผลาญเงินชั้นยอดอย่างแท้จริง
ไนต์คลับแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 1946 ในตอนนั้นไนต์คลับที่โด่งดังที่สุดในฮ่องกงคือ "พาราเมาท์" ของฝรั่งชาร์ลี ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมหรือพนักงาน ล้วนมีกลิ่นอายแบบอังกฤษ
หลี่ไฉฝ่า เจ้าของฉายา "ตู้เย่วเซิงแห่งฮ่องกง" ได้เปิดไนต์คลับลี่ฉือการ์เดนริมอ่าวเจ็ดพี่น้องในเขตเป่ยเจี่ยว โดยยกเอาความหรูหราของเซี่ยงไฮ้มาไว้ที่ฮ่องกงทั้งหมด
แม้ว่าชื่อลี่ฉือจะฟังดูไม่ยิ่งใหญ่เท่าพาราเมาท์ แต่ไนต์คลับแห่งนี้ก็มีทั้งสนามกอล์ฟ สระว่ายน้ำ ไนต์คลับ ภัตตาคาร ห้องเล่นไพ่และหมากรุก และอื่นๆ อีกมากมาย เรียกได้ว่าครบวงจรทั้งกินดื่มเที่ยวเล่น
ความหรูหราของลี่ฉือทำให้ไนต์คลับแห่งนี้ได้ลงนิตยสาร "ไลฟ์" ของอเมริกาทันทีที่เปิดตัว ได้รับการยกย่องให้เป็น "มูแลงรูจ" แห่งตะวันออกไกล ส่วนหลี่ไฉฝ่าผู้เป็นเจ้าของก็ได้รับการขนานนามจากนิตยสารว่าเป็น "จักรพรรดิไนต์คลับแห่งฮ่องกง"
ตอนนี้หลี่ไฉฝ่าไปเป่าเต่าแล้ว ลี่ฉือก็ถูกฝรั่งวินสตันเทกโอเวอร์ กาลเวลาเปลี่ยนไป วีรบุรุษก็ไร้ที่ยืน แต่ลี่ฉือก็ยังคงเป็นลี่ฉือ แหล่งผลาญเงินชื่อดัง
เรียกได้ว่าในยุคนี้ คนที่สามารถมาจับจ่ายใช้สอยที่ลี่ฉือได้ หากไม่รวยก็ต้องมีอำนาจ อย่างสารวัตรใหญ่อย่างเหลยลั่วก็มาได้แค่เป็นครั้งคราวเท่านั้น
"เอาล่ะ ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมยินดีในคืนนี้ ฉันเหลยลั่วขอเชิญทุกคนดื่มหนึ่งแก้ว!" เหลยลั่วยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มจนหมด
จูโหยวจ๋าย เฉินซี่จิ่ว และคนอื่นๆ ก็ชนแก้วกัน
"พี่ลั่ว คราวนี้พี่เจริญก้าวหน้าแล้ว วันหลังต้องคอยดูแลพวกเราด้วยนะครับ!"
"ใช่ครับพี่ลั่ว ตอนนี้พี่กลายเป็นคนดังในสังคมแล้ว ไม่แน่ในอนาคตหลายคนอาจจะเรียกพี่ว่าเหลย JP (ตัวย่อภาษาอังกฤษของผู้ทรงคุณวุฒิ) ก็ได้!"
"ฮ่าๆ ตำแหน่ง JP ฉันไม่กล้าคิดฝันหรอก แค่ได้รับการเสนอชื่อฉันก็พอใจแล้ว!" เหลยลั่วพูดพร้อมกับหัวเราะ "แต่ก็อย่างว่าแหละ ที่ฉันมีวันนี้ได้ก็เพราะคนคนหนึ่ง!"
"ใครเหรอครับ"
"นั่นไง เขามาแล้ว!"







