(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 479
บทที่ 479 จะได้เปลี่ยนไปใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวก่อนอายุสี่สิบ
"ผมต้องการอะไรมันไม่สำคัญหรอก ตั้งแต่คุณรับภารกิจมาเมื่อวาน ก็ไม่ได้กะจะให้ผมรอดอยู่แล้ว"
เมื่อเผชิญหน้ากับปากกระบอกปืนสีดำทะมึน เฉินหยูกลับไม่ได้แสดงความตกใจหรือหวาดกลัวใดๆ ออกมาเลยแม้แต่น้อย
กลับยิ้มออกมาด้วยซ้ำ
เขามองมือปืนตรงหน้าด้วยรอยยิ้มเจิดจ้า
"แปลกประหลาดสมคำร่ำลือจริงๆ..."
ชายคนนั้นพึมพำกับตัวเองสองสามคำ
"ฆ่าผมเป็นเป้าหมายหลัก แต่พอได้ยินว่าผมมีเงินเก็บอยู่บ้าง ก็เลยเปลี่ยนใจกะจะชิงทรัพย์ไปด้วยเลย"
"ผมพูดถูกไหมล่ะ?"
เฉินหยูพูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
"เลิกไร้สาระได้แล้ว!!! รีบเอาเงินมา"
ชายคนนั้นตวาดใส่เฉินหยูเสียงกร้าว จากนั้นก็บอกเลขบัญชีต่างประเทศมาบัญชีหนึ่ง
เรื่องราวเล่าขานและความสามารถต่างๆ ของเฉินหยู ชายคนนี้ได้รับรู้จากปากของผู้ว่าจ้างมาหมดแล้ว
ในมุมมองของเขา ต่อให้เฉินหยูเก่งกาจแค่ไหนแล้วจะทำไม?
ตราบใดที่ยังเป็นมนุษย์เดินดิน ก็ไม่มีทางกันกระสุนได้หรอก
ถึงชายคนนั้นจะดูแคลนก็ส่วนดูแคลน
แต่ความระมัดระวังที่ควรมีก็ยังมีอยู่
อย่างน้อยก็ทำการบ้านมาบ้าง
เฉินหยูมีชื่อว่าเป็นจิตแพทย์ แต่จริงๆ แล้วเป็นหมอดู
ว่ากันว่า หมอดูมีสามสิ่งที่ไม่ดูดวงให้
ไม่ดูให้คนในวงการเดียวกัน ไม่ดูให้คนตาย
และไม่ดูให้ตัวเอง
"เรามาพนันกันหน่อยไหม?"
"พนันเหรอ?"
ชายคนนั้นชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วแค่นหัวเราะ "แซ่เฉิน อย่ามาคิดโยกโย้ถ่วงเวลา"
"ฉันให้เวลาแกสิบวินาทีตัดสินใจ จะให้เงิน หรือจะให้ชีวิต"
"หรือจะให้ฉันเป่าแกทิ้ง แล้วค่อยไปหาเงินเอง!"
เฉินหยูยิ้มบาง "ถ้าผมเดาไม่ผิด คุณใช้ปืนพกเก็บเสียง"
"ต่อให้ยิงจนหมดแม็กกาซีนตรงนี้ คนข้างนอกก็ไม่ได้ยินเสียงหรอก"
"แถมคุณยังทาน้ำยาทาเล็บไว้เต็มนิ้ว เพื่อปกปิดลายนิ้วมือ"
"เมื่อคืนตอนเที่ยงคืน ความจริงคุณแวะมาแล้วรอบหนึ่ง ตั้งใจมาดูตำแหน่งกล้องวงจรปิดแถวนี้โดยเฉพาะ"
"ดังนั้นพอมาวันนี้ คุณก็เลยหลบกล้องวงจรปิดได้ตลอดทาง"
"รวมๆ จากทั้งหมดที่ว่ามา คุณเป็นนักฆ่ามืออาชีพที่มากประสบการณ์คนหนึ่งเลยทีเดียว"
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ชายคนนั้นก็ตกตะลึงจนหาคำบรรยายไม่ได้
แม่งเอ๊ย!
ไอ้เด็กเวรนี่เป็นหมอดูของแท้แน่นอนเลยนี่หว่า
พูดได้ไม่ผิดเพี้ยนไปสักคำ
แม่งโคตรแม่น!
น่าเสียดาย
เฉินหยูชอบแส่เรื่องชาวบ้านมากเกินไป จนไปล่วงเกินผู้ยิ่งใหญ่ที่ไม่ควรล่วงเกินเข้า
"เอาล่ะ ไม่พูดเรื่องไร้สาระแล้ว"
"ผมขอพนันว่าหลังจากคุณลั่นไกแล้ว คุณจะต้องเสียใจภายหลังอย่างแน่นอน"
"ไร้สาระ!"
ชายคนนั้นเตือนเฉินหยูอย่างดุดัน เกิดมาจนป่านนี้ เขาไม่เคยรู้จักคำว่าไม่กล้า
"ในเมื่อคุณไม่เชื่อ งั้นก็เชิญตามสบาย"
พูดจบ เฉินหยูก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วยกขึ้นกดโทรออก
"แก... แกอยากตายจริงๆ ใช่ไหม?"
ชายคนนั้นมึนงงไปหมด
นี่มันจังหวะบ้าอะไรเนี่ย?
ตัวเองเป็นนักฆ่ามาสิบปี เป้าหมายที่ถูกเขาจัดการมีมากกว่ายี่สิบคน
ไม่ว่าจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่มีฐานะโดดเด่น หรือพนักงานต๊อกต๋อยธรรมดาๆ
ทุกคนเวลาเผชิญหน้ากับปากกระบอกปืน ล้วนแสดงท่าทีหวาดกลัวจนฉี่ราดกางเกงกันทั้งนั้น
แล้วเฉินหยูมันเป็นบ้าอะไร?
ทำไมถึงไม่กลัวเลยสักนิดล่ะ?
ในระหว่างที่กำลังสับสน โทรศัพท์ก็โทรติดแล้ว
"หัวหน้าหลี่ ผมเฉินหยูนะครับ รบกวนพาคนมาที่นี่หน่อย"
"มีคนจะฆ่าผม"
"แกวอนหาที่ตายนักใช่ไหม!!!"
เมื่อได้ยินคำว่าหัวหน้าหลี่ สีหน้าของชายคนนั้นก็เปลี่ยนไปอย่างมาก
ไอ้แซ่เฉินมันแจ้งตำรวจ
วินาทีต่อมา ชายคนนั้นก็ไม่สนที่จะรีดไถเงินจากเฉินหยูอีกต่อไป เขาเหนี่ยวไกเตรียมจะปลิดชีพอีกฝ่าย
"ปัง!"
ตามมาด้วยเสียงดังสนั่น เสียงกรีดร้องโหยหวนก็ดังขึ้นตามคาด
"อ๊ากกก!!!"
ปืนในมือของชายคนนั้นกลับระเบิดออก
กระสุนนัดหนึ่งดันพุ่งมาอย่างเหมาะเหม็ง
เจาะเข้าที่กระดูกสะบักขวาของชายคนนั้นพอดี
ชายคนนั้นเจ็บปวดจนล้มลงไปกองกับพื้น ปากก็ร้องโอดโอยไม่หยุด
เฉินหยูวางสาย แล้วลุกขึ้นยืนอย่างไม่รีบร้อน
เขามองนักฆ่าที่นอนร้องโอดโอยอยู่บนพื้นด้วยสีหน้าขบขัน
"บอกคุณแต่แรกแล้วไง ว่าพอลั่นไกแล้ว คุณจะต้องเสียใจแน่"
เฉินหยูยิ้มบางๆ แล้วพูดว่า "เป็นไง ตอนนี้รู้สึกเสียใจมากเลยใช่ไหมล่ะ?"
"เสียใจที่ก่อนออกเดินทางไม่ได้ตรวจสอบอาวุธให้ละเอียด"
"รัดกุมแค่ไหนก็ยังมีจุดบอด อาวุธดันมาระเบิดคากระบอกซะได้"
เมื่อเห็นเฉินหยูพูดไปพลางเดินเข้ามาหาตนไปพลาง ชายคนนั้นก็ทำหน้าราวกับเห็นผี ขยับตัวถอยร่นไปทางประตูไม่หยุด
ชายคนนั้นไม่ได้แค่เสียใจธรรมดา
แต่เสียใจจนแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว
นึกว่ามีประสบการณ์โชกโชน การจัดการกับหมอดูที่ชอบทำตัวลึกลับหลอกลวงชาวบ้านคงไม่ใช่เรื่องยากอะไร
ประกอบกับเตรียมตัวมาอย่างดีล่วงหน้า แค่ไม่กี่นาทีก็ส่งเฉินหยูไปเฝ้ายมบาลได้แล้ว
ใครจะไปคิดล่ะ
ว่าอาวุธจะมีปัญหา
เฉินหยูค่อยๆ ยื่นนิ้วออกไปข้างหน้า
วินาทีต่อมา ชายคนนั้นก็รู้สึกว่าขาสองข้างขยับไม่ได้
เฉินหยูกอดอก สายตามองไปที่ประตูที่ปิดสนิทอย่างสงบนิ่ง
ไม่กี่นาทีต่อมา เสียงไซเรนตำรวจก็ดังแสบแก้วหูมาจากบนถนน
หลี่ชางจวินนำทีมเจ้าหน้าที่จำนวนมาก พุ่งพรวดพราดเข้ามาในคลินิกจิตเวชอย่างดุดัน
พอผลักประตูเข้ามา ทุกคนก็ต้องชะงัก
เฉินหยูยืนอยู่อย่างไร้รอยขีดข่วน บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ
ตัดภาพมาที่นักฆ่า
สภาพดูไม่ได้สุดๆ ฝ่ามือขวาดำเมี่ยม แถมยังมีบาดแผลเต็มไปหมด
ตรงบริเวณกระดูกสะบัก มีเลือดไหลทะลักออกมาไม่หยุด
เนื่องจากเสียเลือดมาก สีหน้าของชายคนนั้นจึงซีดขาวยิ่งกว่ากระดาษ
"หมอเฉิน คุณเป็นยังไงบ้าง? ไม่ได้บาดเจ็บใช่ไหม?"
หลี่ชางจวินดึงสติกลับมาได้ ก็รีบเอ่ยถามไถ่อาการบาดเจ็บด้วยความเป็นห่วง
"อย่างที่คุณเห็น ไม่มีอะไรเลย"
เฉินหยูยิ้มบาง
"คนคนนี้มีคดีติดตัวอยู่ยี่สิบกว่าคดี กว่าครึ่งไปก่อเหตุในต่างประเทศ"
"คุณพระช่วย! ยี่สิบกว่าคดีเชียว!!!"
หลี่ชางจวินมองหน้านักฆ่าที่หน้าตาดูธรรมดาๆ คนนี้ด้วยความตกตะลึง
นึกไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าเจ้านี่จะมีเบื้องหลังซับซ้อนขนาดนี้
"หัวหน้าครับ เขาจะทนไม่ไหวแล้ว รีบส่งโรงพยาบาลก่อนดีไหมครับ?"
"ทิ้งคนไว้ตรวจสอบที่เกิดเหตุสักสองสามคน ที่เหลือพาเขาไปส่งโรงพยาบาล จำไว้นะ ต้องเฝ้าให้ดี"
"เจ้านี่ไม่ธรรมดา อย่าปล่อยให้มันหนีไปได้เด็ดขาด!"
"และยิ่งอย่าเปิดโอกาสให้มันปลิดชีพตัวเองด้วย"
ไม่นานนัก ชายคนนั้นก็ถูกหามขึ้นรถตำรวจไป
หลี่ชางจวินเรียกเฉินหยูขึ้นไปชั้นบน แล้วพูดเป็นนัยว่า "หมอเฉิน พวกนักฆ่าล้วนเป็นพวกรับเงินมาทำงานกำจัดเสี้ยนหนามให้คนอื่น การที่วันนี้เขามาหาคุณ เป็นไปได้สูงว่าน่าจะถูกใครจ้างมา"
"คุณพอจะวิเคราะห์ได้ไหม ว่านายจ้างของเขาเป็นใคร?"
"พรุ่งนี้ตอนเที่ยง คุณพาคนมาดักรอผมที่หน้าร้านนะ"
เฉินหยูหัวเราะ "ผมจะพาคุณไปหานายจ้าง แล้วจะมอบผลงานชิ้นโบแดงให้คุณอีกชิ้น"
"บางทีคุณอาจจะได้เปลี่ยนไปใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวก่อนอายุสี่สิบก็ได้นะ"
"เสื้อเชิ้ตสีขาวงั้นเหรอ?!"
หลี่ชางจวินตาแทบถลน
เนื่องจากควบตำแหน่งหัวหน้าหน่วยภารกิจพิเศษ หลี่ชางจวินจึงได้รับการเลื่อนขั้นเป็นผู้กำกับการระดับหนึ่งเป็นกรณีพิเศษ
ผู้กำกับการระดับหนึ่งที่อายุไม่ถึงสี่สิบ นับว่าเป็นคนหนุ่มที่มีอนาคตไกลอย่างแท้จริง
เฉินหยูกลับบอกว่าเขามีโอกาสได้ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว
ถ้าเป็นแบบนั้นได้จริงๆ ล่ะก็
ที่บ้านเกิดคงต้องเปิดศาลเจ้าไหว้บรรพบุรุษกันเลยทีเดียว
เสื้อเชิ้ตสีขาวในวัยสี่สิบ ถือเป็นเกียรติประวัติแก่วงศ์ตระกูลอย่างแน่นอน!!!
เฉินหยูยิ้มๆ แล้วพูดหยอกล้อ "ทำไมล่ะ คิดว่าผลงานมันเยอะไป เลยอยากจะยกให้คนอื่นเหรอ?"
"หมอเฉิน คุณนี่ช่างล้อเล่นจริงๆ ทำงานสายอย่างพวกเรา ใครจะไปรังเกียจว่าผลงานมันน้อยกันล่ะครับ"
"เรื่องเชิดหน้าชูตาตระกูลแบบนี้ คนปัญญาอ่อนเท่านั้นแหละที่จะยอมยกให้คนอื่น"
หลี่ชางจวินพูดอย่างร้อนรน
"พรุ่งนี้ตอนเที่ยงตรง ผมจะพาลูกน้องหน่วยคดีอุกฉกรรจ์ทั้งหมดมาที่นี่ หมอเฉิน แบบนี้โอเคไหมครับ?"
ผลงานที่จะทำให้ตัวเองได้ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว จะต้องเป็นคดีใหญ่ระดับสะท้านฟ้าแน่ๆ
เพื่อความปลอดภัย พาคนมาเยอะหน่อยน่าจะอุ่นใจกว่า







