หางตาของสวี่อิงกระตุกเล็กน้อย เขากล่าวพลางหัวเราะ “ข้าเข้าไปในความทรงจำของท่านจิน สำรวจดูความทรงจำในอดีต พบว่าในช่วงเวลานั้นมีตัวตนลึกลับมากมายคอยช่วยเหลือเทพสวรรค์และต้าซางไล่ล่าสังหารข้า คิดว่าคงมีท่านรวมอยู่ด้วยสินะ?”
ชายหนุ่มชุดขาวเยี่ยหยาไห่ส่ายหน้า กล่าวว่า “พวกเขาคือผู้ใต้บังคับบัญชาของข้า ได้รับคำสั่งให้ลงมายังโลกมนุษย์ก่อนหน้าข้าเสียอีก เพื่อไล่จับเจ้า ป้องกันไม่ให้เจ้าหลบหนีจากการสะกดข่ม พวกเขาจึงร่วมมือกับเทพสวรรค์และผู้ฝึกปราณต้าซาง จนล้มตายบาดเจ็บอย่างหนัก ส่วนใหญ่ตายด้วยน้ำมือของเจ้า เบื้องบนรู้สึกว่าเจ้ารับมือได้ยาก จึงส่งข้าลงมายังเบื้องล่าง”
หยวนเทียนกังกะพริบตาปริบๆ แอบถอยห่างจากสวี่อิงไปเล็กน้อยพลางคิดในใจว่า 'เรื่องนี้คาดว่าคงจบไม่สวยแน่'
สวี่อิงยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “หืม? พวกเขาตายกันหมดแล้ว กลับส่งเจ้าลงมา พูดเช่นนี้ แสดงว่าเจ้าแข็งแกร่งมากงั้นสิ?”
เยี่ยหยาไห่กล่าวอย่างจริงจัง “ข้าแข็งแกร่งมากจริงๆ”
สวี่อิงพลันกระทืบเท้า ดึงเซียนชุดขาวเยี่ยหยาไห่เข้ามาในแดนเร้นลับซ่อนเร้นของตนเองทันที!
เขาเปิดความลับทั้งหกอย่างเต็มที่ ถ้ำสวรรค์ปรมาจารย์นั่วทั้งสี่หมุนวน ชั่วพริบตาเดียวก็ยกระดับตบะฝีมือของตนเองขึ้นจนถึงขีดสุด!
ปู้โจวค้ำยันฟากฟ้า ปราณกระบี่พาดผ่านสวรรค์จรดปฐพี เตาหลอมพวยพุ่งสุริยันจันทรา ทะเลดาราปรากฏหมู่ดาวเนืองแน่น กลางเวหา อักขระมรรคาแห่งสวรรค์หนึ่งพันเก้าร้อยตัวก่อตัวเป็นเงาร่างเทพสวรรค์หนึ่งพันเก้าร้อยองค์...
ในชั่วพริบตาสั้นๆ สวี่อิงก็เปลี่ยนแดนเร้นลับให้กลายเป็นลานฝึกเต๋าของตนเอง!
สวี่อิงแย้มยิ้มกล่าว “พูดต่อไปสิ”
เยี่ยหยาไห่ไม่ใส่ใจ กล่าวต่อว่า “ความแข็งแกร่งของข้า ไม่ได้มีแค่ฝีมือ แต่ยังมีมันสมอง ข้ารู้ว่าเจ้ากับเยี่ยนเป่าเอ๋อร์พัวพันกันลึกซึ้ง จึงใช้อุบายวางแผนจัดการเจ้า รู้ว่าเจ้าจะต้องมาแน่ แล้วเจ้าก็มาจริงๆ! ข้ากางค่ายกลใหญ่สยบมารครอบฟ้า ภายในตั้งค่ายกลหลอมมารดาราจักรบรรจบ สอดแทรกค่ายกลเบญจธาตุใหญ่ห้าแห่ง ซ้อนทับด้วยค่ายกลดาราน้อยเจ็ดแห่ง เสริมด้วยค่ายกลจตุรลักษณ์และค่ายกลทวิลักษณ์ ข้าปูแผนผังค่ายกลเซียน สังหารสัตว์ยักษ์บรรพกาล นำเลือดเทพสัตว์อสูรมาเป็นสื่อนำค่ายกล วางตาข่ายฟ้าแหฟ้าดิน การจับกุมเจ้าได้ คือความรุ่งโรจน์ชั่วชีวิตของข้า”
สวี่อิงพูดพลางหัวเราะ “มีอีกไหม?”
เยี่ยหยาไห่กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “ไม่ปิดบังกันตามตรง ตอนที่ข้าจับเจ้าได้ในคราวนั้น เดิมทีคิดว่าจะได้สร้างความดีความชอบไถ่โทษ ทะยานขึ้นสู่แดนเซียน ไม่ต้องพูดถึงการเลื่อนขั้น อย่างน้อยที่สุดก็สามารถกลับไปอยู่ในตำแหน่งเดิมได้ นึกไม่ถึงว่าเบื้องบนจะผิดคำสาบาน ตัดความฝันในการทะยานเป็นเซียนของข้า! ข้าเคียดแค้นในใจยิ่งนัก จึงมาพึ่งพิงเผิงไหล ต่อต้านแดนเซียน สหายเต๋าสวี่ ข้าเลื่อมใสท่านอย่างยิ่ง ยินดีจะเปลี่ยนความบาดหมางให้เป็นมิตรไมตรีกับท่าน”
หยวนเทียนกังถอยหลังต่อไปพลางคิดในใจว่า 'หากมีเรื่องกันขึ้นมา ข้าควรจะยืนอยู่ข้างใครดี? ข้าขอคำนวณดูก่อน...'
เวลานั้นเอง เขาสังเกตเห็นว่าข้างกายมีคนเพิ่มขึ้นมาผู้หนึ่ง เป็นชายชรารูปร่างสูงใหญ่ดุดันน่าเกรงขาม ใจเขาพลันกระตุกวูบ รีบค้อมตัวกล่าวว่า “เจ้าเซียน”
ชายชรารูปร่างสูงใหญ่ดุดันผู้นั้นส่งสัญญาณว่าไม่ต้องมากพิธี แล้วกล่าวปนหัวเราะ “เยี่ยหยาไห่กับสวี่อิงพอเจอกันก็ปะทะกันเลย”
หยวนเทียนกังถาม “ต้องเข้าไปห้ามพวกเขาหรือไม่?”
ชายชรารูปร่างสูงใหญ่ดุดันส่ายหน้า กล่าวว่า “ไม่ต้อง ระหว่างพวกเขามีความแค้นต่อกัน ต่างก็อัดอั้นด้วยโทสะเต็มท้อง จำเป็นต้องระบายออกมา”
เขาแย้มยิ้มกล่าว “อีกอย่าง เยี่ยหยาไห่คือเซียนตกสวรรค์ พรสวรรค์ในตัวนี้ไม่ธรรมดา ข้าเองก็อยากรู้ว่าในช่วงหมื่นกว่าปีมานี้ ฝีมือของเขายกระดับขึ้นไปถึงขั้นไหนแล้ว”
หยวนเทียนกังลอบหม่นหมองในใจ 'เจ้าเซียนต้องการดูว่าเยี่ยหยาไห่จะคุกคามตำแหน่งของตนเองหรือไม่ แดนเซียนเผิงไหลแห่งนี้ดูเผินๆ เหมือนแดนเซียน แต่แท้จริงแล้วก็มีความสกปรกโสมมอยู่บ้าง ไม่ได้สะอาดบริสุทธิ์นักหรอก'
เยี่ยหยาไห่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ฟังออกว่าน้ำเสียงของสวี่อิงไม่ค่อยดีนัก จึงกล่าวว่า “สหายเต๋าสวี่ เจ้าสังหารเซียนใต้บังคับบัญชาของข้าไปมากมายปานนั้น ข้าวางแผนซุ่มโจมตีเจ้า ก็ถือว่าสมเหตุสมผล ระหว่างเจ้ากับข้าถือว่าหายกันไป พวกเราตอนนี้ล้วนอยู่ในแดนเซียนเผิงไหล ลงเรือลำเดียวกันแล้ว ต่างฝ่ายต่างถอยคนละก้าว เจ้าเห็นว่าอย่างไร?”
สวี่อิงไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ กล่าวต่อไปว่า “ข้าเข้าไปในความทรงจำของท่านจิน ไม่เห็นเหตุการณ์หลังจากที่ข้าทิ้งท่านจินไว้เบื้องหลัง หลังจากที่ข้าบุกเข้าไปในค่ายกลเพียงลำพัง เกิดอะไรขึ้นบ้าง?”
เยี่ยหยาไห่ตอบ “หลังจากที่เจ้าบุกเข้าไปในค่ายกล ก็ทะลวงค่ายกลเซียนของข้าไปหลายชั้นติดต่อกัน จนสุดท้ายก็บุกไปถึงเบื้องหน้าร่างเกิดใหม่ของเยี่ยนเป่าเอ๋อร์ ทว่าพอไปถึงที่นั่น เจ้าก็บาดเจ็บสาหัสมากแล้ว”
เขาส่ายหน้ากล่าว “พลังรบของเจ้าในชาตินั้น เทียบไม่ได้กับชาติแรกของเจ้า ข้าเคยได้ยินตำนานเกี่ยวกับตัวเจ้ามามากมาย ชาติแรกของเจ้าเป็นดั่งเทวตำนานของแดนเซียน ข้าฟังแล้วยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะมีคนเช่นนี้อยู่”
สวี่อิงซักไซ้ด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก “แล้วอย่างไรต่อ?”
เยี่ยหยาไห่อดทนตอบ “จากนั้นเจ้าก็พาร่างเกิดใหม่ของเยี่ยนเป่าเอ๋อร์พยายามตีฝ่าวงล้อมออกมา แต่เจ้าคาดไม่ถึงว่าค่ายกลของข้าจะแบ่งเป็นด้านหน้าและด้านหลัง เจ้าบุกเข้าไปว่ายากแล้ว ตีฝ่าออกมานั้นยากยิ่งกว่า ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าเจ้ายังพาคนมาด้วยอีกคน ท้ายที่สุดข้าก็บดขยี้เจ้าจนตายในค่ายกล เหลือเพียงจิตวิญญาณแท้จริงอมตะที่ไม่อาจลบเลือนได้”
สวี่อิงกล่าวเสียงแหบพร่า “แล้วนางล่ะ?”
เยี่ยหยาไห่ถามกลับ “ใคร?”
สวี่อิงเอ่ย “เยี่ยนเป่าเอ๋อร์ ร่างเกิดใหม่ของนาง”
เยี่ยหยาไห่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบว่า “ตายตามเจ้าไปแล้ว”
“ตายตามไปแล้วงั้นหรือ?”
สวี่อิงเบิกตากว้างมองเขา น้ำตาสองสายร่วงหล่นจากเบ้าตา มุมปากสั่นระริก ทวนคำอีกครั้ง “ตายตามไปแล้วงั้นหรือ?”
เยี่ยหยาไห่กล่าวอย่างทอดถอนใจ “ตายอย่างเด็ดเดี่ยวมาก นางคิดว่าเจ้าตายแล้ว แต่กลับไม่คิดว่าจิตวิญญาณแท้จริงอมตะของเจ้าจะแข็งแกร่งเกินไป และจะฟื้นฟูกายเนื้อได้ในไม่ช้า ทว่า นั่นก็เป็นเรื่องหลังจากที่นางตายตามเจ้าไปแล้ว”
สวี่อิงกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว
ทันใดนั้น สีหน้าของเยี่ยหยาไห่พลันเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง เห็นเพียงชางเทียนบิดเบี้ยวสับสนกะทันหัน บนท้องฟ้าผืนนี้ เงาร่างเทพสวรรค์แต่ละองค์หลั่งน้ำตาออกมา น้ำตาสายเลือดเปลี่ยนท้องฟ้าให้กลายเป็นสีแดงฉานในชั่วพริบตา
เยี่ยหยาไห่รู้สึกใจสั่นระรัว รีบยกมือขึ้น “สหายเต๋าสวี่ ที่ข้ามาครานี้ก็เพื่อสลายความแค้นกับท่าน...”
“ตู้ม!”
เขาปู้โจวลูกหนึ่งร่วงหล่นจากฟากฟ้า กดทับลงมาเสียงดังสนั่น!
สวี่อิงหลั่งน้ำตา “แล้วปีนั้นทำไมเจ้าถึงไม่พูดเช่นนี้เล่า?”
โทสะในใจเยี่ยหยาไห่พวยพุ่งขึ้นมา อักขระมรรคาเซียนรอบกายโบยบินออกมา สอดประสานกลมเกลียว ชั่วพริบตาก็กางค่ายกลขึ้นรอบกาย เป็นค่ายกลเบญจธาตุใหญ่ เขาแค่นเสียงหัวเราะเยาะ “ข้าอยากจะคุยด้วยเหตุผลกับเจ้า แต่เจ้ากลับไม่ฟังเหตุผล ก็ได้! หากข้ายอมถอย คงทำให้เจ้าดูถูกข้าแล้ว! สวี่อิง ปีนั้นข้าจัดการเจ้าได้ครั้งหนึ่ง ก็จัดการเจ้าได้เป็นครั้งที่สอง!”
สิ่งที่เขากางออกไม่ใช่ค่ายกลเบญจธาตุใหญ่เพียงแห่งเดียว แต่เป็นค่ายกลเบญจธาตุใหญ่ถึงห้าแห่ง!
ค่ายกลเบญจธาตุใหญ่ห้าแห่ง เบญจปราณ ทอง ไม้ น้ำ ไฟ ดิน ก่อเกิดและข่มกันเอง ปราณทองก่อร่างเป็นเทพทองคำ หน้าเป็นคนมีขนสีขาว กรงเล็บเสือถือขวานศึก เท้าเหยียบมังกรทองคู่
ปราณไม้ก่อร่างเป็นเทพพฤกษา หน้าเป็นนกตัวเป็นคน เท้าเหยียบมังกรเขียวคู่ ปราณน้ำก่อร่างเป็นเทพวารี หน้าเป็นคนตัวเป็นนก เท้าเหยียบงูเขียวหนึ่งคู่ ปราณไฟก่อร่างเป็นเทพอัคคี หน้าเป็นคนตัวเป็นสัตว์ เท้าเหยียบมังกรไฟสองตัว ปราณดินก่อร่างเป็นเทพปฐพี หัวเป็นวัวตัวเป็นคน เท้าเหยียบงูเหลืองหนึ่งคู่
ค่ายกลเซียนเบญจธาตุทั้งห้าแห่งเปิดออก พลันเห็นเทพแห่งธาตุทั้งห้ายี่สิบห้าองค์ที่จำแลงจากอักขระมรรคาเซียนมีกลิ่นอายเชื่อมโยงกัน ก่อเกิดและข่มกันเอง อีกทั้งการก่อเกิดและข่มกันยังเปลี่ยนแปลงไม่หยุดหย่อน ทำให้พลานุภาพของค่ายกลพุ่งทะยานเสียดฟ้าในชั่วพริบตา!
ต่อให้ตัวจะอยู่ในแดนเร้นลับซ่อนเร้นของสวี่อิง ต่อให้สวี่อิงได้เปรียบลงมือก่อน เยี่ยหยาไห่ก็ไม่หวาดหวั่นแม้แต่น้อย
เขาเคยเอาชนะสวี่อิงมาแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งก่อนเขาตั้งใจวางแผนจัดการคนที่ไม่ได้ระวังตัว ชนะมาอย่างไม่ค่อยสง่างามนัก
แต่ครั้งนี้ เขาจะเอาชนะอย่างสง่าผ่าเผย!
แดนเซียนไม่เรียกใช้เขา เขาจะพิสูจน์ให้แดนเซียนเห็นว่า สวี่อิงที่พวกเจ้ารับมือไม่ได้ ข้าสามารถสะกดข่มได้ครั้งหนึ่ง ก็สามารถสะกดข่มได้เป็นครั้งที่สอง!
“ตู้ม!”
เขาปู้โจวร่วงหล่นจากฟากฟ้า เทพแห่งธาตุทั้งห้ายี่สิบห้าองค์ระเบิดออกทีละองค์ กลายเป็นผุยผงภายใต้เขาปู้โจว!
สีหน้าของเยี่ยหยาไห่เปลี่ยนไปอีกครั้ง จิตวิญญาณดั้งเดิมปรากฏขึ้น เขาแผดเสียงคำรามลั่นพร้อมกับเรียกแผนผังเซียนออกมา แผนผังเซียนคลี่กางออก ชั่วพริบตาก็ก่อตัวเป็นค่ายกลเซียนสยบมารครอบฟ้ากลางเวหา ขวางกั้นเขาปู้โจวที่บดขยี้ลงมาไว้!
เขาส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ ถูกพลังอันน่าสะพรึงกลัวหาใดเปรียบของเขาปู้โจวกดทับจนร่างกายทรุดฮวบลงอย่างแรง ร่างกายแทบจะจมมิดลงไปในดิน
“เจ้าไม่อยากดูวิชาศักดิ์สิทธิ์ในชาติแรกของข้าหรอกหรือ?”
สวี่อิงมีสีหน้าไร้ความรู้สึก น้ำตาสายเลือดไหลอาบแก้ม เขากางนิ้วทั้งห้าออก กล่าวเสียงต่ำ “ข้าจะให้เจ้าดู จะได้ตายตาหลับ”
รอบกายเยี่ยหยาไห่ ทันใดนั้นก็มีดวงดาวนับไม่ถ้วนกลิ้งตัว ไหลเข้าไปในแผนผังค่ายกลเซียนสยบมารครอบฟ้าของเขา หมู่ดาวทอแสงเจิดจรัส พุ่งชนกัน มีพลังงานอันน่าสะพรึงกลัวระเบิดออกอยู่ตลอดเวลา ทำให้แผนผังค่ายกลเซียนทำงานติดขัด!
วินาทีต่อมา ปราณกระบี่ที่พาดผ่านสวรรค์จรดปฐพีสายหนึ่งร่วงหล่นจากฟากฟ้า ผ่าค่ายกลเซียนสยบมารขาดสะบั้นในดาบเดียว!
บนหน้าผากจิตวิญญาณดั้งเดิมของเยี่ยหยาไห่ปรากฏเส้นเลือดสายหนึ่ง ด้านหลังมีแผนผังเซียนอีกม้วนหนึ่งลอยขึ้นมา กลายเป็นค่ายกลหลอมมารดาราจักรบรรจบ ใช้กลุ่มดาวในจักรวาลเป็นตาข่ายกล เงาร่างเทพสวรรค์แต่ละองค์ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนจากในค่ายกล ต่างก็มีรูปลักษณ์เทพอันดุร้ายน่าเกรงขาม!
แนวคิดของเขานั้นแยบยลยิ่งนัก อาศัยค่ายกลหลอมมารดาราจักรบรรจบมาทำลายวิชาศักดิ์สิทธิ์ทะเลดาราจลาจลของสวี่อิง ทะเลดาราจลาจลก็เป็นแค่ดวงดาว แต่ดาราจักรบรรจบนั้นเป็นตัวแทนของเทพเที่ยงแท้แห่งจักรวาล!
วินาทีต่อมา ด้านหลังของสวี่อิงก็ปรากฏเงาร่างเทพสวรรค์หนึ่งพันเก้าร้อยองค์ ประกอบกันเป็นร่างจำแลงมรรคาแห่งสวรรค์ที่โกรธเกรี้ยวถึงขีดสุด ชกหมัดเดียวทะลวงเข้าใส่ค่ายกลหลอมมาร ทำลายเงาร่างเทพเที่ยงแท้แห่งจักรวาลไปพร้อมกัน!
เยี่ยหยาไห่ถูกแรงสั่นสะเทือนจนกระอักเลือด ถอยร่นไปหลายก้าวติด จากนั้นก็ยกเท้ากระทืบลงอย่างแรง แผนผังเซียนต่างๆ ทั้งค่ายกลจตุรลักษณ์ ค่ายกลทวิลักษณ์ ค่ายกลดาราน้อย ปลิวว่อนขึ้นมา!
ร่างของเขากลายเป็นสายรุ้งยาว พุ่งแหวกอากาศออกไป ค่ายกลแต่ละแห่งหมุนวนร่ายรำอยู่รอบกาย ไร้เทียมทาน!
เขาขับเคลื่อนค่ายกลเซียน พยายามตัดเปิดแดนเร้นลับซ่อนเร้นของสวี่อิง หนีออกไปโลกภายนอกให้ได้ก่อนค่อยว่ากัน!
'เจ้าเซียนให้ข้าเป็นฝ่ายมาเจรจาสงบศึกก่อน สลายความแค้นกับสวี่อิง บอกว่าหากสลายไม่สำเร็จ เขาค่อยออกหน้า ตอนนี้ ถึงตาเขาออกหน้าแล้ว!'
เยี่ยหยาไห่เพิ่งคิดถึงตรงนี้ ทันใดนั้นดวงอาทิตย์ดวงใหญ่ก็ค่อยๆ ลอยขึ้นตรงหน้าเขา รอบด้านกลายเป็นกำแพงหลอมละลายแห่งเปลวเพลิงสีทองอร่าม อุณหภูมิสูงลิ่วอันยากจะจินตนาการพุ่งปะทะใบหน้า
สิ่งที่กลืนกินเขาเข้าไป ก็คือเตาหลอมตะวันแปดทิศ!
สวี่อิงมีสีหน้าเรียบเฉย ฝ่ามือกำแน่นอย่างแรง เตาหลอมตะวันแปดทิศหดเล็กลงอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ระเบิดดังสนั่น
เยี่ยหยาไห่แผดเสียงคำรามลั่น พุ่งตัวออกมาจากเปลวเพลิงที่ลุกโชน ค่ายกลเซียนรอบด้านถูกแผดเผาจนพรุนไปหมดแล้ว เขาตะโกนเสียงกร้าว “สวี่อิง เจ้าสังหารเซียนใต้บังคับบัญชาของข้า ข้าสังหารเจ้าก็เป็นเรื่องสมควรแล้ว! เจ้าเป็นนักโทษของแดนเซียน เจ้าพยายามแหกคุก ก็สมควรตาย!”
เขาไม่ถอยกลับบุกทะลวง พุ่งเข้าสังหารถึงตรงหน้าสวี่อิงอย่างดุดัน!
เขาไม่สนคำสั่งของเจ้าเซียนแล้ว ในเมื่อหนีออกไปไม่ได้ เช่นนั้นก็จัดการสังหารสวี่อิงทิ้งเสียเลย ให้การบำเพ็ญเพียรในชาตินี้ของสวี่อิงมลายหายไปสิ้น!
แม้ของวิเศษของเขาจะถูกทำลาย แต่วิชามรรคาเซียนยังคงอยู่ ความสำเร็จในมรรคาเซียนของเขายังคงน่าทึ่ง ตอนที่พุ่งไปถึงเบื้องหน้าสวี่อิง อักขระมรรคาเซียนก็เชื่อมโยงกันเป็นค่ายกลเซียนแต่ละแห่ง ล้อมรอบตัวเขาไว้
ด้านหลังสวี่อิง ถ้ำสวรรค์ปรมาจารย์นั่วทั้งสี่เปิดออก ร่างจำแลงแห่งความโกรธเกรี้ยวแต่ละองค์ยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางถ้ำสวรรค์ ไฟเซียนลุกโชน ยกระดับพลังของเขาขึ้นจนถึงขีดสุด
“ฟึ่บ ”
สวี่อิงชกออกไปหนึ่งหมัด ที่ใดที่พลังหมัดพาดผ่าน ค่ายกลเซียนที่ล้อมรอบกายเยี่ยหยาไห่ อักขระมรรคาเซียนที่ประกอบกันเป็นค่ายกล พลันแตกดังเป๊าะแป๊ะระเบิดออกรวด!
“ตึง!”
การโจมตีนี้ของสวี่อิงซัดเข้าที่หน้าอกของเขา เยี่ยหยาไห่รู้สึกเพียงว่าพลังเซียนทั้งร่างถูกหมัดนี้ซัดจนแตกซ่าน หน้าอกยุบลงไป แผ่นหลังนูนขึ้นมาเป็นก้อนใหญ่ ลอยกระเด็นตีลังกากลับหลังไป!
ร่างของเขาอยู่กลางอากาศ กำลังจะทรงตัวให้มั่น ทันใดนั้นสวี่อิงก็มาถึงตรงหน้าเขาแล้ว ซัดออกไปอีกหนึ่งหมัด
จิตวิญญาณดั้งเดิมและกายเนื้อของเยี่ยหยาไห่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ร่วมแรงกันต้านทาน พลันรู้สึกถึงพลังมหาศาลอันยากจะจินตนาการถาโถมเข้ามา กรอบแกรบ แขนทั้งสองข้างของเขาระเบิดออก ลอยกระเด็นกลับไปในความเร็วที่มากกว่าเดิม!
“ปัง!”
ร่างของเขาพุ่งชนทะลุแดนเร้นลับซ่อนเร้นของสวี่อิง ลากผ่านเป็นรอยทางยาวเหนือแดนเซียนเผิงไหล พุ่งชนเข้ากับภูเขาเซียนลูกหนึ่งที่ลอยอยู่กลางอากาศ
ภูเขาเซียนลูกนั้นมีเจ้าของ เซียนหญิงนางหนึ่งลุกขึ้นยืน หลบเลี่ยงการพุ่งชนของเยี่ยหยาไห่ นางตื่นตระหนกสงสัย กำลังจะเข้าไปพยุงเยี่ยหยาไห่ขึ้นมา ทันใดนั้นตรงหน้าก็มีคนเพิ่มขึ้นมาอีกคน
เซียนหญิงนางนั้นเพ่งมองไป ผู้มาเยือนคือเด็กหนุ่มชุดดำ มีสีหน้าไร้ความรู้สึก ทว่ากลับทำให้นางตกใจกลัว ไม่กล้าเข้าไปพยุงเยี่ยหยาไห่
เยี่ยหยาไห่พลิกตัวลุกขึ้น กระอักเลือดคำโต จิตวิญญาณดั้งเดิมก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส แววตาแฝงความตื่นตระหนกอยู่บ้าง
“นี่แหละคือวิชาศักดิ์สิทธิ์ในชาติแรกของข้า”
สวี่อิงกล่าวเสียงเบา ด้านหลังมีดวงดาวร่ายรำ ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เจ็ดสีกำลังก่อตัวขึ้น หมู่ดาวหมุนวนรอบต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์
สีหน้าเยี่ยหยาไห่พลันเปลี่ยนสี บินถอยหลังกลับ แต่ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เจ็ดสีได้ฟาดลงมาแล้ว แสงมงคลนับหมื่นพันสายฟาดขวับๆ ลงบนร่างเขา ฟาดจนกายเนื้อและจิตวิญญาณดั้งเดิมของเขาบาดเจ็บสาหัสไปทั้งตัว!
ไม่เพียงเท่านั้น มรรคาเซียนของเขา ดินแดนซีอี๋ของเขา ทุกๆ ขอบเขตของเขา ล้วนถูกโจมตีจนปรากฏรอยร้าวเป็นสายๆ!
นี่คือการโจมตีที่พุ่งเป้าไปที่มรรคาเซียนของเขา ต้องการจะทำลายเขาจากรากฐาน!
เยี่ยหยาไห่พุ่งชนภูเขาเซียนที่ลอยอยู่กลางอากาศดังปัง ชนจนภูเขาเซียนลูกนั้นหมุนคว้าง ปลิวไปไกล เกือบจะปลิวหลุดออกไปจากแดนเซียนเผิงไหล
เซียนที่ตั้งรกรากอยู่บนภูเขาเซียนลูกนั้นรีบลงมือ ยึดภูเขาเซียนของตนเองเอาไว้
ภายในแดนเซียน เซียนคนอื่นๆ ที่เร้นกายอยู่ที่นี่ต่างหยุดบำเพ็ญเพียร พากันเดินออกมา มองไปยังสวี่อิงและเยี่ยหยาไห่ด้วยความตื่นตระหนกสงสัย
ในจำนวนนี้ยังมีสตรีวัยกลางคนนางหนึ่ง เดินออกมาจากยอดเขาหลัก ดูแล้วก็เหมือนสตรีธรรมดาทั่วไป ไม่มีปรากฏการณ์พิเศษใดๆ ไม่ได้งดงามเหมือนดั่งเทพธิดาองค์อื่นๆ
สายตาของนางทอดมองไปที่สวี่อิง เผยรอยยิ้มบางๆ “เจ้ามาแล้วจริงๆ ด้วย”
เยี่ยหยาไห่แตกตื่นลนลานในใจ รีบร้องเสียงหลง “เจ้าเซียน! เจ้าเซียน!”
“ตู้ม!”
ร่างจำแลงมรรคาแห่งสวรรค์ของสวี่อิงตบเขาปลิวไปในฝ่ามือเดียว เยี่ยหยาไห่กระดูกหักเส้นเอ็นขาด กระอักเลือดไม่หยุดหย่อน ร้องตะโกนว่า “เจ้าเซียน! ท่านรับปากข้าไว้แล้ว ว่าจะสลายความแค้นระหว่างข้ากับเขา! เจ้าเซียน ”
สิ้นเสียงของเขา ทันใดนั้นใต้เท้าก็ปรากฏห้วงลึกแห่งหนึ่ง หมื่นมรรคาสงัดเงียบ ราวกับฝังมรรคาอันยิ่งใหญ่ทั้งปวงเอาไว้ เป็นจุดหมายปลายทางสุดท้ายของมรรคา!
พอห้วงลึกนี้ปรากฏขึ้น เยี่ยหยาไห่ก็ร่วงหล่นลงไปอย่างไม่อาจควบคุมตัวเองได้
เขาหวาดกลัวสุดขีดในใจ ขับเคลื่อนพลังเวททั้งหมดบินออกไป ทว่ากฎเกณฑ์ฟ้าดินต่างๆ ภายในร่างกลับพากันเงียบงัน ไร้ซึ่งพลานุภาพใดๆ
“เจ้าเซียน ” เขาเปล่งเสียงร้องเรียกเป็นครั้งสุดท้าย ท้ายที่สุดก็ร่วงหล่นลงไปในห้วงลึก
เวลานั้นเอง ด้านหลังสวี่อิงก็มีเสียงแหบพร่าหนักแน่นเสียงหนึ่งดังขึ้น เอ่ยชมว่า “ศึกเส้นทางสวรรค์สะเทือนสามภพ มรรคาฝังเต๋าเพิ่งปรากฏหมื่นมรรคาพลันมืดมิด ใครๆ ต่างก็บอกว่า พอวิชาศักดิ์สิทธิ์ห้วงลึกฝังมรรคาปรากฏ วิชาศักดิ์สิทธิ์ของชาวเซียนใดๆ ล้วนไร้ประโยชน์ วันนี้ได้เห็นประจักษ์ สมคำร่ำลือจริงๆ สวี่อิง ชายชราผู้นี้คือเจ้าเซียนแห่งเผิงไหล ขอร้องความเมตตาสักหน่อยได้หรือไม่...”
ฝ่ามือของสวี่อิงกำแน่นอย่างแรง ห้วงลึกฝังมรรคาปิดสนิทเสียงดังสนั่น กลายเป็นรอยแยกสีดำสายหนึ่งในห้วงมิติ
มีเลือดสดๆ ไหลทะลักออกมาจากรอยแยก
นั่นคือเลือดของเยี่ยหยาไห่ ที่ถูกบีบคั้นออกมา
ภายในห้วงลึกฝังมรรคาดังครืนโครม ราวกับกำลังบดขยี้อย่างละเอียด ป่นกระดูกให้เป็นเถ้าถ่าน!
สวี่อิงหันกลับมา กล่าวอย่างหม่นหมอง “เจ้าเซียน ท่านพูดช้าไปแล้ว”
เขาคลายฝ่ามือออก กลางฝ่ามือมีรอยเลือดเปรอะเปื้อน
เซียนตกสวรรค์เยี่ยหยาไห่ ถูกเขาบีบจนแหลกสลายไปแล้ว
เรือเผิงไหลลำนี้ มีคนตายไปหนึ่งคนแล้ว!







