ท็อปสตาร์เมาแล้วเพี้ยน ป่วนจนวงการบันเทิงฮาลั่น! · khram
ตอนที่ 83
บทที่ 83 โหยวฮั่นเมาแอ๋! ทุกคนช็อกตะลึงงัน! พี่คนนี้เกือบแข็งตายอยู่ข้างนอก!
โหยวฮั่นหอบผ้าห่มออกมาข้างนอก ก่อนอื่นก็เอาผ้าห่มไปปูบนโต๊ะยาวที่ทุกคนกินข้าวเที่ยงแล้วลองเอนตัวนอน ไม่นานก็รู้สึกว่าลมยามค่ำพัดจนหนาวสะท้านไปทั้งตัว
“ซือหม่าดาราตกกระแส วงล้อกรรมมันหมุน เดี๋ยวสักวันแกก็จะตกอยู่ในมือกู คอยดู!”
“มึงทำกับกูยังไง ถึงเวลากูจะเอาคืนสิบเท่า!”
อาจารย์โหยวฮั่นที่ด่าดาราตกกระแสซ้ำไปซ้ำมา ก็หอบผ้าห่มของตัวเองไปยังสนามหญ้าในลานในบ้าน ปูเสร็จเขาทิ้งตัวนอนลงไป พบว่าดีกว่านอนบนโต๊ะที่ลมโกรกสี่ทิศเยอะมาก นุ่มนิ่ม แถมรอบตัวยังหอมกลิ่นหญ้า เขาถึงกับว่าคนอื่นไม่มีรสนิยม ตนเองนี่แหละกำลังเพลิดเพลิน
ทว่าไม่นาน โหยวฮั่นก็ได้ยินเสียงท้องร้องโครกคราก เขาหิวจนไส้กิ่วขึ้นมาทันที
แม้อาหารกลางวันจะไม่ได้กิน แต่ในฐานะแขกรับเชิญ ทีมรายการคงไม่ใจดำถึงขั้นไม่ให้อาหาร เย็นนั้นเขาก็กินข้าวกล่องกับพนักงานทีมรายการ แต่พอโดนดาราตกกระแสทำให้ของขึ้นทั้งท้อง บวกกับตำแหน่งตัวเองที่ใหญ่โตแท้ๆ กลับต้องมากินระดับเดียวกับพนักงานจิปาถะ ชีวิตนี้รักศักดิ์ศรี ประธานจอมเผด็จการผู้ยึดถือลำดับชั้นเลยกินไปได้ครึ่งกล่องก็ปามันทิ้งแบบประชด
พลิกซ้ายพลิกขวานอนไม่หลับสักที เห็นไฟในวิลลาดับลงเรื่อยๆ เขาคาดว่าเวลานี้คนอื่นคงหลับกันหมดแล้ว จึงย่องๆ แอบเข้าไปในห้องโถงวิลลา
เขาคุ้ยหาในครัวอยู่พักใหญ่ สุดท้ายก็เจอน้ำแข็งอยู่หลายถาดกับวอดก้าหนึ่งขวดในตู้เย็น
“กินเหล้ารองท้องหน่อยละกัน”
โหยวฮั่นที่หิวจนมึนและเป็นหวัดจนน้ำมูกไหล หยิบวอดก้ากับถาดน้ำแข็งสองถาดแล้วออกไปยังสนามหญ้าข้างนอก กระดกวอดก้ารสเผ็ดร้อนหนึ่งอึก กัดก้อนน้ำแข็งหนึ่งคำ สลับกันไป
อาจเพราะเหล้ากลั่นดีกรีสูงถูกแช่เย็นกดความดุของแอลกอฮอล์ไว้ รวมๆ แล้ว วอดก้าขวดจุ 750 มล. ดีกรี 60 องศาที่แม้แต่ลวี่หมิงเห็นแล้วยังเกรง ยังถูกโหยวฮั่นผู้หิวโซกระดกหมดขวดในเวลาไม่นาน!
เมื่อสุรากลั่นเริ่มออกฤทธิ์ในร่าง เขาก็ไม่รู้สึกหนาว กลับหน้าขึ้นสีแดง ร้อนรุ่มไปทั้งตัวจนถอดเสื้อผ้าทิ้งหมด เหลือแค่กางเกงในตัวเดียว แล้วก็หลับกึ่งสลึมสลืออยู่บนสนามหญ้า
เพราะฝั่งนิวยอร์กกลางวันกลางคืนอุณหภูมิต่างกันมาก ที่สนามหญ้าตอนหัวค่ำยังไม่รู้สึกอะไร พอครึ่งหลังก็ชื้นแฉะผิดปกติ และโหยวฮั่นที่เมาหนักจนหมดสติ ก็กลิ้งหลุดจากผ้าห่มที่ปูไว้ สมองเลอะเลือนนอนแผ่เป็นรูปตัว 大 กางแขนกางขา หลับกรนคร่อกอยู่บนสนามหญ้าที่เปียกชุ่ม
……
เช้าวันถัดมา แต่เช้า
“ไอ้ดาราตกกระแส!!!”
“ปู่แกมารับแกแล้วโว้ย!”
หน้าประตูวิลลาดังขึ้นด้วยเสียงตะโกนคึกคักลั่นลาน สมาชิกทั้งหลายที่กำลังหลับไม่ลึกนักได้ยินเสียงด้านนอกก็พากันแปลกใจ
“ใครมาน่ะ?”
“ฟังสรรพนามแล้ว รู้สึกเหมือนเป็นศัตรูเก่าของดาราตกกระแสอีกแล้ว…”
แต่ละห้องต่างส่งเสียงสงสัยออกมา
[ที่แท้ก็เฟิงเฟิง!]
[รันนิ่งแมนไปดึงเฟิงเกอของฉันจากในประเทศจีนมานิวยอร์กแบบกะทันหันเหรอ?]
[คนหนึ่งเพิ่งไปชื่ออู๋เชียน ก็มีเฟิงเฟิงมาเสริมทัพต่อ รันนิ่งแมนรู้จริงว่าคนดูอยากดูอะไร]
[ชั่วขณะนี้แยกไม่ออกเลยว่าเป็นดาราตกกระแสที่ไม่อยากให้ทีมรายการทำงานสบาย หรือทีมรายการที่ไม่อยากให้ดาราตกกระแสอยู่ดี นี่เลือกแขกรับเชิญมายังไงถึงล้วนเป็นคนที่เคยมีเรื่องกับดาราตกกระแสทั้งนั้น]
[รายการนี้เป็นรายการเดียวที่ฉันเคยเห็นว่าระหว่างอัด มีแขกรับเชิญบาดเจ็บจากการทำงานจนต้องหาคนมาแทนกะทันหัน ต้องบอกว่า “ดาราตกกระแสคัดสรร” นับวันยิ่งคุณภาพเข้มข้น!]
[โคตรบ้า ‘ดาราตกกระแสคัดสรร’]
[ทุกครั้งที่ดาราตกกระแสเจอเฟิงเฟิง เขาจะพกถั่วฝักยาวตุ๋นไปด้วย เดี๋ยวถ้าเฟิงเฟิงงัดเหล้ายาพิษออกมาจากกระเป๋าเดินทางล่ะก็ จะเป็นหมัดสังหาร!]
[ฮ่าๆๆๆ!]
[กลั้นหัวเราะไม่ไหว!]
เวลานิวยอร์กตอนนี้แปดโมงเช้า ส่วนในประเทศจีนสองทุ่ม เพราะพวกดารายังไม่ตื่น ห้องไลฟ์สดเลยมีแค่ภาพจากมุมกล้องประจำบางจุด พอได้ยินเสียงหลี่ชางเฟิง คอมเมนต์กระสุนก็แตกฮือขึ้นมาทันที
หลี่ชางเฟิงก้าวฉับๆ เข้ามา พอดีกับตอนนั้น PD หนุ่มที่ก่อนหน้านี้รับหน้าที่ตามถ่ายอู๋เชียนก็แบกกล้องเดินสวนเข้ามาพอดี หลี่ชางเฟิงไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากดาราตกกระแส กำลังจะเดินเข้าไปเคาะประตู ทว่าเขายังไม่ทันถึงหน้าวิลลา ก็ถูกเงาร่างบนสนามหญ้าไม่ไกลสะดุดตาเสียก่อน
ตอนนี้โหยวฮั่นถอดเสื้อเปลือยอก ทั้งตัวขึ้นสีแดง ซ้ำยังสวมแค่กางเกงในตัวเดียว นอนหงายแข็งทื่ออยู่บนสนามหญ้า
“???”
“เขากำลังทำคอนเทนต์เรียกเรตติ้งอยู่เหรอ?”
PD หนุ่มลากมุมกล้องตามสายตาของหลี่ชางเฟิงเลื่อนไปยังสนามหญ้า พอเห็นสภาพของโหยวฮั่นในตอนนี้ เขาก็ถึงกับค้างไปทันที
เรื่องที่โหยวฮั่นไปนอนข้างนอก ทุกคนรู้กันอยู่แล้ว แต่ต่อให้ปูที่นอนบนสนามหญ้า ผ้าห่มก็หนาไม่น่ามีปัญหา ไหนๆ บางทีก็ถือเป็นการดื่มด่ำธรรมชาติแบบหนึ่งด้วยซ้ำ
ทว่าเวลานี้ โหยวฮั่นวางแขนแนบลำตัว เหยียดขาตึง คนเหมือนกำลังเกร็งกล้ามเนื้อสุดแรง สภาพผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด และที่ประหลาดก็คือ โหยวฮั่นที่นอนนิ่งไม่ไหวติงรักษาท่านั้นไว้อยู่ ไม่ไกลกันยังมีขวดวอดก้าที่ถูกดื่มจนหมดทิ้งอยู่หนึ่งขวด…
หลี่ชางเฟิงเดินเข้าไปเขย่าตัวด้วยความสงสัย
โอ้โห อุณหภูมิร่างกายเย็นเฉียบ ไม่ต่างกับศพที่ถูกเก็บในห้องเก็บศพเลย!
“เขานอนอยู่ตรงนี้ทั้งคืน?!” หลี่ชางเฟิงเบิกตากว้างอึ้งกิมกี่
วาไรตี้โชว์มันเข้มข้นขนาดนี้เลยเหรอ?!
PD หนุ่มพยักหน้าฝืดๆ จากนั้นฝืนความกลัวก้มลงไปอังจมูกโหยวฮั่น ตอนนี้โหยวฮั่นหายใจเข้าแทบไม่มี หายใจออกก็เบามาก
หน้า PD หนุ่มถึงกับซีดเผือด!
หลี่ชางเฟิงก็ลองเช็กบ้าง แล้วก็ร้องลั่นด้วยความตระหนก: “อ๊าๆๆๆๆ!!”
“คนตายแล้ว! คนตายแล้ว!”
“โหยวฮั่นไม่หายใจแล้ว!!”
[???]
[เชี่ย?!]
[ลืมโหยวฮั่นไปได้ไงวะ พี่คนนี้ดูเหมือนจะโดนความหนาวเล่นงานจนแข็งโป๊กจริงๆ แล้ว!]
[เดี๋ยว นี่มันยังไงกัน!]
[ถ้าถึงขั้นทำคนหนาวตายกลางดึกล่ะก็ รายการนี้คงสร้างประวัติศาสตร์วงการบันเทิงจีนหน้าใหม่เลย!]
[ฉันเพิ่งเข้ามาจะดูว่ารายการเริ่มยัง ที่ไหนได้เห็นฮั่นเกอเกิดเรื่องแล้ว ไอ้ดาราตกกระแส ดูสิ่งที่แกทำไว้สิ!]
[ฮั่นเกอของพวกเราก็เป็นหวัดตั้งแต่เมื่อวานแล้ว เขายังจะบีบให้ฮั่นเกอไปนอนข้างนอก นี่แหละสมน้ำสมเนื้อ ถ้าฮั่นเกอเป็นอะไรขึ้นมา ไอ้ดาราตกกระแสเตรียมเอาชีวิตมาชดใช้เลย!]
[วอดก้าขวดนี้ ไม่ใช่ว่าเมื่อวานเถ้าแก่โรงเตี๊ยมเอามาให้ดาราตกกระแสเหรอ?]
[หรือว่า…]
ชาวเน็ตพากันสลับไปดูไลฟ์สำรองจากมุมกล้องประจำอีกจุดหนึ่ง ลากแถบเวลาไปรื้อฟุตเทจเมื่อคืนจากมุมกล้องสนามหญ้า
ส่วนบรรดาแขกรับเชิญที่เดิมทีเตรียมล้างหน้าล้างตาก่อนออกมาต้อนรับกันก็พากันแตกตื่น รีบวิ่งพรวดออกมา พอเห็นสภาพของโหยวฮั่นตอนนี้ เหล่าดาราหญิงต่างก็พากันหน้าแดงก่ำ แต่ก็สังเกตได้ว่ามันไม่ชอบมาพากล
หวังเป่าเฉียงรีบเข้ามาอังจมูกโหยวฮั่น แล้วอุทานอย่างตะลึง: “รีบเรียกรถพยาบาล เขาหนาวจนแข็งแล้ว!”
เติ้งเฉา: “???”
เฉินชือชือ: “???”
เร่อปา: “!!!”
นาจา: “!!!”
คำศัพท์ช่างเฉพาะกลุ่มเสียจริง…
เมิ่งจื่ออี้เบิกตากลมใสแจ๋ว พอเห็นลวี่หมิงงัวเงียเดินออกมาจากข้างใน เธอก็รีบวิ่งเข้ามาหาด้วยความตื่นเต้น: “พี่ชาย โหยวฮั่นเหมือนว่าจะตายแล้ว!”
“???” ลวี่หมิงงงเป็นไก่ตาแตก
เขาเร่งฝีเท้าเข้าไป แล้วก็เห็นเติ้งเฉากับหวังเป่าเฉียงช่วยกันยกโหยวฮั่นที่ตัวแข็งโป๊กขึ้นวางบนเปลหาม ลวี่หมิงถึงกับตะลึง: “นิวยอร์กกลางวันกลางคืนอุณหภูมิต่างกันขนาดนี้เลยเหรอ?”
“ไอ้ดาราตกกระแส แกยังกล้าโผล่หน้าออกมาอีก ดูสิ่งที่แกทำไว้สิ!” หลี่ชางเฟิงชี้หน้าด่าลวี่หมิง
ลวี่หมิงมองหลี่ชางเฟิงที่พูดจาหยาบคาย แล้วฉีกยิ้มใส่: “เฟิงเฟิง ไม่ได้เจอกันนาน คิดถึงจะแย่ ไม่คิดเลยว่าเพื่อฉัน แกจะบินด่วนจากจีนมาถึงนิวยอร์ก เป็นเกียรติสุดๆ เลยนะ!”
หลี่ชางเฟิงเห็นลวี่หมิงทำหน้าทะเล้นก็เหมือนต่อยลงไปในก้อนสำลี หน้าแข็งตึงทันที: “กรุณาอย่าเรียกด้วยคำพูดน่าคลื่นไส้แบบนั้น ฉันขยะแขยง! แล้วก็อย่ามายกหางตัวเองด้วย ทีมรายการรันนิ่งแมนต่างหากที่อ้อนวอนให้ฉันมา ไม่ใช่ฉันอยากมา!”
“อ๋อ งั้นแกมาจากไหนก็เชิญกลับไปที่นั่น ตอนนี้ทีมงานรายการฉันเป็นคนคุม” ลวี่หมิงยิ้มตอบ
หลี่ชางเฟิง: “……”
“ไปสิ อย่าบอกนะว่าไม่รู้ว่าผู้กำกับทุกคนเป็นคนของฉัน?”
หลี่ชางเฟิงชะงักไปชั่วครู่ แล้วเหมือนปิ๊งไอเดีย โพล่งใส่ทันที: “แกเป็นแค่ศิลปินแต่กล้าซื้อตัวทีมรายการ กลั่นแกล้งตัดขาดกันโจ่งแจ้ง วันเดียวเล่นไปสองศพ เพิ่งเล่นงานอู๋เชียนจนต้องเข้าโรงพยาบาล ตอนนี้ยังรังแกโหยวฮั่นจนปางตาย แบบนี้มันอำมหิตเกินมนุษย์ แกไม่กลัวฟ้าดินลงโทษหรือไง?!”
“ไอ้สารเลว ในตาแกไม่มีจริยธรรมของคนสาธารณะอยู่บ้างเลยหรือ!”
เมื่อเผชิญหน้าการคุกคามด้วยศีลธรรม ลวี่หมิงทำหน้าเล่นละครจัดเต็ม คำพูดพรั่งพรูทันที:
“กลัว ฉันกลัวมาก พอคิดว่าตัวเองทำเรื่องต่ำช้าไว้ขนาดนี้ ทุกคืนก่อนนอนพอมองแสงจันทร์นอกหน้าต่าง ฉันก็รู้สึกบาปหนามหาศาล นอนยังไม่กล้าหลับตา กลัวว่าพอหลับปุ๊บจะเห็นเฮยไป๋อู๋ฉางมาทวงชีวิต ตั้งแต่ไปมีเรื่องกับพวกแก ฉันไม่กล้าผ่อนคลายแม้แต่วินาทีเดียว กลัวว่าชั่วอึดใจต่อไป พวกผู้ผดุงความยุติธรรมอย่างพวกแกจะฉีกฉันเป็นชิ้นๆ!”
“ฉันกลัวจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ ทุกวันทรมานสุดๆ!”
หลี่ชางเฟิง: “……”
โธ่เว้ย ทำไมเสียงไอ้ดาราตกกระแสสุดกวนคนนี้ฟังแล้วมันน่าหงุดหงิดขนาดนี้วะ!
“ช่วยจริงจังหน่อย!!”
“ฉันยังไม่พอจริงจังอีกเหรอ?” ลวี่หมิงทำท่าจะร้องไห้: “จะจับผิดใครก็หาเหตุผลได้ทั้งนั้น เฟิงเฟิง ถ้าอย่างงั้นไม่ต้องอ้อมค้อมแล้ว แกฆ่าฉันเลยแล้วกัน มีดอยู่ในครัว ไปหยิบเอง!”
หลี่ชางเฟิง: “แกมัน….”
“พอๆๆ พวกนายหยุดทะเลาะกันได้แล้ว รีบไปเปิดลมอุ่นในรถ ให้เขาเข้าไปอังตัวก่อน…” เติ้งเฉารีบห้ามศึกประชดประชันของทั้งคู่
ตอนนั้นเอง ลวี่หมิงเห็นขวดเหล้าที่วางอยู่บนสนามหญ้า ก็อุทาน: “นี่มันวอดก้าที่เถ้าแก่โรงเตี๊ยมเอามาให้ฉันนี่นา! ใครเป็นคนกิน?!”
ลวี่หมิงพรวดเข้าไป พอได้กลิ่นแอลกอฮอล์จากตัวโหยวฮั่น ก็หวดฉาดเข้าให้หนึ่งเพี๊ยะ: “ไอ้ขโมยสารเลว กล้าขโมยเหล้าฉันเรอะ แกกินแล้วฉันจะกินอะไรล่ะ?!”
ทุกคน: “……”
เพื่อนเอ๊ย ตอนนี้ใช่จังหวะจะถามว่าเขาขโมยเหล้าของนายไหมเนี่ย?
ขณะทุกคนยังช็อกกับตรรกะของลวี่หมิง จู่ๆ โหยวฮั่นที่เดิมทีงัวเงียเหมือนจะรับรู้ความเจ็บ หรือไม่ก็โดนเสียงลวี่หมิงปลุกให้ของขึ้น เขาลืมตาขึ้นมาประโยคแรกก็เรียก “ไอ้ดาราตกกระแส” จากนั้นปากก็ขมุบขมิบ ด่าพึมพำไม่หยุด
ทุกคนเห็นดังนั้น ต่างก็อึ้งทึ่งกันเป็นแถว
[???]
[ปาฏิหาริย์ทางการแพทย์!]
[เฉาเกอกับพวก ทั้งบีบสันจมูก ทั้งสลับกันช่วย ยังไงก็ไม่ฟื้น ไอ้ดาราตกกระแสเพี๊ยะเดียวฟื้นเฉย ได้ไง?]
[ตอนคนอยู่ในภาวะหมดสติ ถ้าได้ยินเสียงศัตรูกับเสียงคนรัก จะถูกกระตุ้นศักยภาพ]
[ข่าวร้าย: โดนตบหนึ่งเพี๊ยะ ข่าวดี: รอดตาย!]
[กูขำตายเลย!]
[ดาราตกกระแสคนนี้ชอบทำลายความเข้าใจของฉันตลอด]
[โหยวฮั่นเกือบหนาวตายนอกบ้าน เรื่องจริงจังชัดๆ ทำไมพอฟังแล้วฮาขนาดนี้วะ?]
[เป็นหวัดแล้วซัดวอดก้าเย็นทั้งขวด จากนั้นไปนอนกลางแจ้งทั้งคืน แล้วยังรอดมาได้ นี่มันปาฏิหาริย์ชัดๆ…]
ท่ามกลางเสียงทึ่งของชาวเน็ต สติของโหยวฮั่นก็ค่อยๆ กระจ่างขึ้น เขาร้องว่าหนาวมากอยู่ตลอด ไม่นานรถพยาบาลก็มาถึง คุณหมอเห็นสถานการณ์แล้วถึงกับอุทานว่า “ศิลปินวงการบันเทิงจีนเล่นเป็นนะ” จากนั้นก็พาตัวโหยวฮั่นที่อ่อนแรงไป ข่าวดีก็คือ เพราะเป็นหวัด แล้วเล่นซัดวอดก้าเย็นทั้งขวดเข้าไป พอตื่นเช้ามาอาการหวัดดันหายไปเสียอย่างนั้น ข่าวร้ายคือ พี่แกดันแอลกอฮอล์เป็นพิษ…
โดยสรุป การขาดของโหยวฮั่นทำให้ช่วงที่เดิมทีต้องอัดรายการตอนเช้าถูกพักไว้ชั่วคราว ทุกคนเลยได้หยุดครึ่งวัน
เหล่าแขกรับเชิญหญิงต่างถือโอกาสอันแสนหายากนี้ พากันไปที่ห้องของลวี่หมิงเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และคุยเรื่องชีวิต
เห็นลวี่หมิงฮอตขนาดนี้ ฝ่ายพี่ชายทั้งหลายก็ได้แต่มองตาปริบๆ อิจฉากันสุดๆ…
เหมือนตั้งแต่ดาราตกกระแสคนนั้นไปออกรายการวาไรตี้เพลงแล้วปล่อยเพลงออริจินัลดังเปรี้ยงสองเพลง เขาก็เหมือนได้สกิลใหม่เป็นเสน่ห์แม่มดแห่งวงการบันเทิงจีน แม้จะรู้ว่าเขาอันตราย แต่เหล่าดาราหญิงก็ยังกรูกันเข้าใส่แบบไม่กลัวตาย
พอเห็นคู่อริได้รับความนิยมล้นหลามแบบนี้ หลี่ชางเฟิงที่เพิ่งมารายงานตัวและอัดอั้นในใจอยู่ก่อนแล้วก็อิจฉาจนแทบคลั่ง
พอเที่ยง ข่าวของโหยวฮั่นก็เพิ่งออกมา
แค่แอลกอฮอล์เป็นพิษ ให้น้ำเกลือหน่อย ล้างท้องหน่อยก็หายแล้ว
เดิมทีโหยวฮั่นต้องพักสักสองสามวัน แต่พอได้ยินว่าเขาจะได้กินโต๊ะเดียวกับอู๋เชียน แถมทีมงานรายการกำลังจะหาใครมาลงแทนตำแหน่งของเขา เจ้าตัวก็ประกาศทันทีว่า “สู้ไหว!” แล้วรีบห้อกลับมาที่วิลลาก่อนมื้อกลางวันพอดี
หลังมื้อเที่ยง เวลาบ่ายสองโมงตามเวลานิวยอร์ก ทุกคนก็มาถึงฮวนเลอกู่ขนาดใหญ่ใกล้ๆ
เพราะรันนิ่งแมนฮิตถล่มทลายระดับปรากฏการณ์ งบเลยอู้ฟู่มาก ฮวนเลอกู่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมีทราฟฟิกเฉลี่ยต่อวันอย่างน้อยหลักแสน รายได้ไม่น้อยหน้าใคร
แต่เพื่อการอัดรายการตอนนี้ ทีมรายการได้จองล่วงหน้าและเหมาทั้งสวนสนุกไว้ทั้งวัน วันนี้ทั้งวัน พนักงานทั้งหมดของฮวนเลอกู่จะให้บริการเพื่อรายการนี้โดยเฉพาะ
บนลานกว้างโล่ง ลู่ฮ่าวถือโทรโข่ง เริ่มประกาศว่า
“ภารกิจวันนี้ของเราคือ ‘ปฏิบัติการหัวใจเต้นตึกตัก’!”
“แต่ละทีมจะได้รับความท้าทายพิเศษแบบสุ่ม ที่ต้องอาศัยความเข้าขากันเป็นอย่างมากถึงจะทำสำเร็จ สุดท้ายผู้ชมจะเป็นคนให้คะแนนตัดสินอันดับหนึ่งของช่วงนี้”
“ทีมที่ได้อันดับหนึ่ง จะได้สุ่มการ์ดความสามารถหนึ่งใบ ซึ่งมีผลใช้ในช่วงสุดท้าย!”
“ต่อไป เราจะยึดอันดับจากเกมรอบที่แล้วเป็นลำดับในการสุ่มหยิบการ์ดภารกิจของรอบนี้”
“ทีมส้มหยิบก่อน”
พอได้ยินกติกา ทุกคนก็ตื่นเต้นกันถ้วนหน้า
ก็ชื่อเกมมันออกแนวชวนคิดลึกอยู่นิดๆ นี่นะ
พอเห็นว่าการ์ดภารกิจมีแค่เจ็ดใบ ทุกคนก็พากันอิจฉานาจาที่ได้หยิบก่อน เพราะยิ่งหยิบทีหลัง ก็ได้แค่เลือกจากที่เหลืออยู่ ตามหลักความน่าจะเป็นแล้ว โอกาสได้ภารกิจที่ง่ายกว่าก็ย่อมลดลงตามธรรมชาติ
แน่นอน ว่าก็ไม่ใช่จะตัดสินได้เป๊ะๆ เสมอไป
นาจาตื่นเต้นหยิบขึ้นมาหนึ่งใบ แล้วก็เอาไปให้ลวี่หมิงช่วยดูด้วยกัน
คนอื่นๆ ก็รีบกรูกันเข้ามาดู
“ทาวเวอร์ดร็อปทำมือรูปหัวใจ”
“พวกคุณจะต้องท้าทายในทาวเวอร์ดร็อปสูงจากพื้น 100 เมตร โดยต้องทำท่าหัวใจให้สำเร็จระหว่างที่กำลังดิ่งลง”
“ทาวเวอร์ดร็อปจะขึ้นลงสามรอบ ขอให้พยายามทำรูปหัวใจให้มากที่สุด เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกว่าพวกคุณคือคู่หูชีซีที่เข้าขากันที่สุด!”







