(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 316
บทที่ 316 คุณคนไข้ ต้องการให้ช่วยแนะนำแฟนหนุ่มให้ไหมครับ?
"ส่วนผู้ชายที่ครอบครัวและญาติของคุณแนะนำให้ พวกเขามีโปรไฟล์ดีมาก จึงไม่รู้สึกด้อยต้อยต่ำแต่อย่างใด"
"แต่ก็เป็นเพราะสเปกที่คุณตั้งไว้มันต่ำเกินไป ทำให้พวกเขารู้สึกกังวล"
"พวกเขาสงสัยว่าคุณมีโรคประจำตัวอะไรหรือเปล่า หรือว่ามีลูกไม่ได้"
"ดังนั้นจึงไม่ได้ติดต่อสานสัมพันธ์กับคุณต่อ"
"พอคุณเห็นว่าผู้ชายที่มาดูตัวเงียบหายไปกันหมด คุณก็เริ่มหาจุดบกพร่องจากตัวเอง และทบทวนดู"
"คุณคิดว่าสเปกที่ตัวเองตั้งไว้มันสูงเกินไปหรือเปล่า จึงลดสเปกลงครั้งแล้วครั้งเล่า"
"ยิ่งคุณลดสเปกลงต่ำเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้คนอื่นเกิดความสงสัยมากขึ้นเท่านั้น"
"แม้แต่พวกที่มีจุดประสงค์แอบแฝงกับคุณ ก็ยังไม่กล้าลงมือกับคุณง่ายๆ"
"เพราะกลัวว่าจะเจอพวกมิจฉาชีพเหมือนกัน"
อันหลันฟังจบก็ร้องไห้ไม่ออก
นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย
ตัวเองตั้งสเปกไว้ธรรมดา แต่กลับทำให้คนอื่นคิดว่ามีจุดประสงค์แอบแฝงซะงั้น
หรือว่าเธอต้องทำเหมือนผู้หญิงสวยคนอื่นๆ ที่ตั้งสเปกไว้สูงลิบลิ่วจนคนอื่นไม่กล้าเข้าหา?
อันหลันไม่ได้มีความสนใจที่จะแต่งงานเข้าบ้านเศรษฐีเลยแม้แต่น้อย
เธอรังเกียจที่จะใช้ความสวยของตัวเองมาปั่นหัวผู้ชาย
เธอแค่อยากมีความรักในแบบที่ตัวเองต้องการ
หาผู้ชายที่ตัวเองชอบ และอีกฝ่ายก็ชอบเธอเหมือนกัน
แล้วจูงมือใช้ชีวิตคู่ร่วมกันตลอดไป
ความต้องการง่ายๆ แค่นี้ ในปัจจุบันกลับกลายเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญ
เฉินหยูพูดขึ้นว่า "จากสถานการณ์ของคุณในตอนนี้ ถ้าจะแต่งงาน เกรงว่าคงต้องรอไปอีกหลายปี"
อันหลันทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ แล้วพูดอย่างกลัดกลุ้มว่า "หมายความว่า สถานการณ์ของฉันในตอนนี้จะต้องดำเนินต่อไปอีกสามสี่ปีงั้นเหรอคะ?"
เฉินหยูพูดอย่างแบ่งรับแบ่งสู้ว่า "ผมเป็นจิตแพทย์ ไม่ใช่ผู้พยากรณ์"
"ผมแค่ทำการวิเคราะห์เรื่องความรักและการแต่งงานของคุณตามหลักวิทยาศาสตร์ในระดับหนึ่ง ผ่านสถานการณ์ที่ผมมองเห็นเท่านั้น"
"อาจจะอีกหลายปีข้างหน้า หรืออาจจะเป็นพรุ่งนี้ สรุปก็คือ ทุกอย่างเป็นไปได้ทั้งนั้น"
คนไข้ที่สามารถหาที่นี่เจอ และเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นออกมาอย่างหมดเปลือก ร้อยละเก้าสิบเก้าล้วนเป็นแฟนคลับเก่าแก่ในห้องไลฟ์สดของเฉินหยู
อย่างน้อยก็ต้องเคยดูไลฟ์สดของเฉินหยูมาบ้างแล้วหลายครั้ง
อันหลันไม่กล้าพูดได้เต็มปากว่าเชื่อคำพูดของเฉินหยูร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ไม่กล้าตั้งข้อสงสัยง่ายๆ เช่นกัน
พอคิดว่าต้องรออีกตั้งหลายปีกว่าจะได้แต่งงาน อันหลันก็แทบอยากจะร้องไห้
เธอไม่ได้กังวลว่าจะกลายเป็นสาวทึนทึก หรือเป็นคุณแม่ที่มีบุตรยากหรอกนะ
แต่เธอทนเสียงบ่นของพ่อแม่ไม่ไหวต่างหาก
"มีวิธีที่จะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์นี้ไหมคะ?"
อันหลันถามด้วยน้ำเสียงหยั่งเชิง
"พ่อกับแม่บ่นกรอกหูฉันทุกวัน จนฉันใกล้จะเป็นโรคประสาทอ่อนๆ อยู่แล้ว"
เฉินหยูหัวเราะ "วิธีน่ะมี แต่ผมขอแนะนำว่าอย่าทำแบบนั้นเลยครับ"
"ทำไมล่ะคะ?"
อันหลันถามต่อ
เฉินหยูพูดอย่างเนิบนาบ "เพราะอีกครึ่งชีวิตที่คุณตามหา คือคนที่สามารถเข้าถึงจิตวิญญาณของคุณได้"
"ต่อให้ผมแนะนำแฟนหนุ่มให้ ตอนนี้คุณอาจจะชอบเขา แต่ในอนาคต คุณก็อาจจะเสียใจภายหลังได้"
เฉินหยูเปลี่ยนท่านั่ง แล้วพูดเรียบๆ ว่า "สาเหตุที่คุณอายุสามสิบแล้วแต่ยังไม่ได้แต่งงาน ก็เพราะคุณเป็นคนรักอิสระ คิดว่าเรื่องแต่งงานปล่อยให้เป็นเรื่องของพรหมลิขิตก็พอ"
"คุณหวังว่าจะได้เจอคู่แท้ทางจิตวิญญาณ ไม่ใช่คนที่แค่มาใช้ชีวิตร่วมกันไปวันๆ"
"พออายุสามสิบ ความกดดันจากคนรอบข้างก็ทำลายจินตนาการอันสวยหรูของคุณจนหมดสิ้น"
"คุณกดทับความรู้สึกที่แท้จริงในใจเอาไว้ แล้วออกไปดูตัวกับผู้ชายคนอื่นไม่หยุดหย่อน"
"แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการ"
สีหน้าของอันหลันดูสับสนว้าวุ่นอย่างถึงที่สุด
เธอเชื่อว่าเฉินหยูสามารถแนะนำแฟนหนุ่มที่ทั้งตัวเองและครอบครัวพอใจให้ได้
แต่ความพึงพอใจนี้ จะยืนยาวไปได้สักแค่ไหน?
แล้วเธอจะเสียใจภายหลังในสักวันหนึ่งหรือเปล่า?
เฉินหยูพูดว่า "คนที่คนอื่นเลือกให้ กับคนที่คุณหาเอง มีความแตกต่างกันโดยพื้นฐานครับ"
"ผมพูดแบบนี้ คุณพอจะเข้าใจไหมครับ?"
"เข้าใจค่ะ..."
อันหลันถอนหายใจ
"สาเหตุที่คู่แท้ทางจิตวิญญาณถูกเรียกว่าคู่แท้ทางจิตวิญญาณ ไม่ได้หมายถึงบุคคลที่เจาะจง แต่หมายถึงความสัมพันธ์ที่เจาะจงต่างหาก"
"เขาอาจจะไม่สามารถใช้ชีวิตร่วมกับคุณไปจนแก่เฒ่า แต่เขาสามารถทำให้คุณเกิดความเชื่อใจและมีความสุขทางจิตวิญญาณได้"
"จากมุมมองทางจิตวิทยา ความรักที่คุณอยากมีคือความรักทางใจ"
"สิ่งที่คุณแสวงหาไม่ใช่การแต่งงานมีลูก แต่เป็นการสื่อสารทางจิตใจ"
เฉินหยูพูดด้วยน้ำเสียงปลอบโยน
"ผู้ชายทั่วไปรู้สึกด้อยต้อยต่ำเมื่ออยู่ต่อหน้าคุณ และยังมีผู้ชายอีกส่วนหนึ่งที่คิดว่าสเปกที่คุณตั้งไว้ต่ำเกินไป ก็น่าจะมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝง"
"ความผิดพลาดต่างๆ นานาที่ถาโถมเข้ามาหาคุณ ทำให้เส้นทางความรักของคุณกลายเป็นเรื่องที่ทั้งขรุขระและซับซ้อน"
"ตอนนี้จิตใจของคุณกำลังว้าวุ่น ในระยะเวลาสั้นๆ นี้ คุณอาจจะยังตัดสินใจไม่ได้"
"รอให้คุณคิดตกเมื่อไหร่ ค่อยกลับมาตรวจที่นี่อีกครั้งก็ได้ครับ"
"ว่าจะตัดสินใจเดินต่อไปด้วยตัวเอง หรือจะให้ผมช่วยเลือกคู่ชีวิตให้"
อันหลันมองออกไปยังท้องถนนนอกประตูอย่างเงียบๆ
ไม่กี่นาทีต่อมา อันหลันก็พูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนว่า "หมอเฉิน ขอบคุณที่ช่วยชี้แนะนะคะ ฉันขอตัวกลับไปคิดดูก่อน"
พูดจบ อันหลันก็ลุกขึ้นเดินออกจากคลินิกจิตเวชไปอย่างครุ่นคิด
โจวเข่อซินพูดขึ้นว่า "หมอเฉิน ฉันรู้สึกว่าพี่สาวคนนั้นดูจะเป็นพวกอาร์ตติสเกินไปหน่อยนะคะ"
เฉินหยูส่ายหน้า "ร้อยพ่อพันแม่ นิสัยคนเราไม่เหมือนกัน มุมมองต่อสิ่งต่างๆ และผลลัพธ์ที่ตัวเองต้องการก็ย่อมแตกต่างกันไป"
"เฮ้อ"
โจวเข่อซินถอนหายใจ แล้วพูดว่า "ถ้าเปลี่ยนเป็นฉันล่ะก็ คงไม่คิดมากเหมือนเธอแน่ๆ"
"หึๆๆ"
เฉินหยูกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่
"ดูเหมือนว่าจนถึงตอนนี้คุณก็ยังไม่มีแฟนเลยนะ จะรับประกันได้ยังไงว่าความรักในอนาคตของคุณจะไม่ว้าวุ่นไปกว่าคุณอันหลันคนนี้น่ะ"
โจวเข่อซินรู้สึกจุกอกอย่างบอกไม่ถูก
โสดมาตั้งแต่เกิดก็ไม่ใช่ความผิดของเธอสักหน่อย
ต้องเป็นเพราะพรหมลิขิตของตัวเองยังมาไม่ถึงแน่ๆ
เดี๋ยวก่อนนะ
โจวเข่อซินรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
ทำไมความคิดของตัวเองถึงดูคล้ายกับอันหลันนิดหน่อยล่ะเนี่ย
ตอนกลางคืนหลังจากปิดร้าน เฉินหยูลูบท้องที่อิ่มแปล้ของตัวเอง แล้วกดเข้าสู่แพลตฟอร์มไลฟ์สดหูอวี๋
หลังจากพูดคุยกับชาวเน็ตสองสามประโยค เฉินหยูก็ใช้มือข้างเดียวจับเมาส์ แล้วแจกอั่งเปามูลค่าหนึ่งร้อยหยวน
อั่งเปาถูกแย่งชิงไปจนหมดเกลี้ยงภายในเวลาเพียงหนึ่งหรือสองนาทีหลังจากที่แจกออกไป เหมือนกับครั้งก่อนๆ
ชื่อยูสเซอร์ของชาวเน็ตผู้โชคดีคนแรกนั้นแปลกประหลาดมาก
แตกต่างจากชื่อยูสเซอร์ทั่วไป ชื่อยูสเซอร์ของชาวเน็ตคนนี้เป็นตัวเลขยาวเหยียด
ชาวเน็ตที่มักจะดูไลฟ์สดบนแพลตฟอร์มหูอวี๋ต่างก็รู้ดีว่า นี่ไม่ใช่ชื่อยูสเซอร์จริงๆ หรอก
แต่เป็นรหัสสุ่มตอนที่ลงทะเบียนต่างหาก
พอลงทะเบียนเสร็จ ก็ต้องเข้าไปเปลี่ยนชื่อยูสเซอร์ในหน้าโปรไฟล์ส่วนตัว
เมื่อเงาร่างของคนสองคนปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ชาวเน็ตก็ถึงบางอ้อ
มิน่าล่ะถึงไม่ได้เปลี่ยนชื่อยูสเซอร์ ที่แท้ก็ไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนยังไงนี่เอง
ชาวเน็ตที่วิดีโอคอลเข้ามาคือชายชราและหญิงชราผมขาวโพลน
ดูจากลักษณะแล้ว ชายชราและหญิงชราทั้งสองคนอายุไม่ใช่น้อยๆ เลย ผมหงอกขาว ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น
ถ้าไม่ถึงเจ็ดสิบ ก็ต้องแปดสิบปีแล้วแน่นอน
การวิดีโอคอลเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ คุณตาเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อนว่า "สวัสดีพ่อหนุ่ม ตากับยายได้ยินคนเขาพูดกันว่าพ่อหนุ่มเก่งมาก คำนวณได้ทุกเรื่องเลย"
"พ่อหนุ่มช่วยคำนวณให้พวกเราหน่อยได้ไหม ว่าตอนนี้ลูกชายของเรายังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า?"
เฉินหยูตอบว่า "ลูกชายของคุณตายังมีชีวิตอยู่ครับ"
"แค่นี้ก็ดีแล้ว"
คุณตาเผยสีหน้าโล่งอก
"ขอบใจมากนะพ่อหนุ่ม รู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่พวกเราก็สบายใจแล้ว พ่อหนุ่มไปทำงานต่อเถอะ พวกเราไม่รบกวนแล้วล่ะ"
เฉินหยูฟังแล้วก็พูดด้วยรอยยิ้มที่มีเลศนัยว่า "คุณตากับคุณยาย ไม่อยากรู้เหรอครับว่าตอนนี้ลูกชายของคุณอยู่ที่ไหน?"
"ไม่รู้จะดีกว่า"
คุณยายพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่าว่า "ถ้าเกิดว่ารู้ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน บ้านของเราก็คงจะไม่มีวันสงบสุขอีกเลยล่ะ"







