สายตาของจางเฉวียนไท่หยุดอยู่ที่ใบหน้าของกงชิงอี๋เพียงชั่วครู่ก่อนจะเบือนหนีไป ทว่าสิ่งที่ค้นพบในชั่วพริบตานั้นกลับทำให้เขารู้สึกเศร้าใจเล็กน้อย
ที่แท้บนเวทีนี้ ไม่ได้มีแค่เขาคนเดียวที่กำลังเล่นละครเวทีบทเดี่ยว
กงชิงอี๋ปรับสีหน้าได้อย่างรวดเร็ว เร็วเสียจนหากไม่ใช่เพราะจางเฉวียนไท่อยู่ในมุมนี้พอดี และบังเอิญมองไปในช่วงเสี้ยววินาทีที่เธอยังไม่ทันได้เก็บอาการ ก็คงไม่มีใครสังเกตเห็น มุมปากของนางเอกสาวชื่อดังกลับมาประดับด้วยรอยยิ้มอีกครั้งในพริบตา ดูสง่างามและเหมาะสมราวกับคนที่รู้สึกยินดีไปกับเพื่อนจากใจจริง ทว่าแววตาของเธอนั้นหลอกกันไม่ได้
แววตานั้นซับซ้อนเกินกว่าที่คนทั่วไปจะอ่านออก
ทว่าจางเฉวียนไท่อ่านมันออก เพราะเขาเคยเห็นแววตาแบบนั้นในกระจกมานับครั้งไม่ถ้วน ยามที่เขามองดูเฉินหลิงซูและกู้สิงยืนอยู่เคียงข้างกัน
จางเฉวียนไท่ในวินาทีนี้พลันรู้สึกว่ามันช่างน่าขันสิ้นดี
ตัวเขาเป็นถึงคนดังที่เกือบจะแตะระดับท็อป ส่วนกงชิงอี๋ก็เป็นนางเอกสาวที่กำลังโด่งดังเป็นพลุแตก
เมื่อยืนอยู่บนเวทีแห่งนี้ นักร้องต่างขับขานบทเพลงรักที่จับใจที่สุด ถ่ายทอดอารมณ์ที่เร่าร้อนที่สุด ทว่าพอลงจากเวที ในใจของทุกคนต่างก็มีใครสักคนที่เอื้อมไม่ถึงซ่อนอยู่หรือเปล่า?
หานลี่ตันมีไหม?
เหลยเสวี่ยตงมีไหม?
อาจารย์เหอมีไหม?
จางเฉวียนไท่ไม่รู้ แต่เขารู้ว่ากงชิงอี๋มี และตัวเขาเองก็มี
เรื่องน่าตลกก็คือ คนที่เขาเอื้อมไม่ถึงคนนั้น ตอนนี้กำลังอิงแอบอยู่ในอ้อมอกของผู้ชายอีกคนอย่างมีความสุขเหลือเกิน
และคนที่กงชิงอี๋เอื้อมไม่ถึง ก็คือผู้ชายคนนั้นเช่นเดียวกัน
ลั่วหนิงชอบกู้สิง เฉินหลิงซูชอบกู้สิง แม้แต่กงชิงอี๋ก็ยังชอบกู้สิง
จางเฉวียนไท่หลุบตาลง ถอนหายใจออกมาอย่างไร้เสียง บางทีอาจไม่ใช่ว่าเขาไม่เก่งกาจ แต่แค่เลือกคู่แข่งผิดคนเท่านั้นเอง
แน่นอนว่ากงชิงอี๋ย่อมไม่รู้ตัวว่าสีหน้าในชั่วพริบตานั้นของตนถูกจางเฉวียนไท่เห็นเข้าแล้ว
นางเอกสาวชื่อดังคิดว่าการเสแสร้งของตนนั้นแนบเนียนไร้ที่ติ คิดว่าเมื่ออยู่หน้ากล้อง เพียงแค่ยกมุมปากขึ้นคล้อยตามผู้คนที่กำลังส่งเสียงเชียร์ ปรบมือเป็นจังหวะพอเหมาะด้วยแววตาที่อ่อนโยน ก็จะไม่มีใครสังเกตเห็นคลื่นสึนามิที่กำลังก่อตัวอย่างเงียบงันอยู่ภายในใจของเธอ
ชอบกู้สิง
กงชิงอี๋มั่นใจแล้วว่าตัวเองชอบกู้สิงเข้าแล้ว เพราะตอนที่เขาพูดประโยคที่ว่า "เดี๋ยวสามีจะแก้แค้นให้เอง" กับเฉินหลิงซู ในใจของเธอก็พลันเกิดความรู้สึกทั้งอิจฉาและริษยาขึ้นมาพร้อมกัน
บนเวที การแต่งหน้าและเสื้อผ้าของทั้งสองคนดูเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก
เมื่อไม่นานมานี้ ทั้งสองคนยังเคยแกล้งทำเป็นคู่รักกัน
ในรายการวาไรตี้ ทั้งสองคนถึงกับเคยด้นสดแสดงเป็นสามีภรรยากันด้วยซ้ำ
ทว่าในความเป็นจริง กู้สิงมีแฟนสาวถึงสองคนแล้ว แถมยังมีลูกแล้วด้วย ตัวเธอกับผู้ชายคนนี้ไม่มีทางเป็นไปได้...
รอยจูบในห้องซ้อมเมื่อครั้งนั้น
ความหวั่นไหวตอนที่เคยถูกกู้สิงคว้าข้อมือเอาไว้
กงชิงอี๋สูดหายใจเข้าลึก ๆ ข่มอารมณ์ที่สับสนวุ่นวายเหล่านั้นกลับลงไป เธอจะมาคิดเรื่องพวกนี้ในเวลานี้ไม่ได้ จะมาคิดเรื่องพวกนี้ในสถานที่แบบนี้ไม่ได้ กล้องอาจจะแพนมาหาเมื่อไหร่ก็ได้ ชาวเน็ตในช่องคอมเมนต์ล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการจับผิดระดับกล้องจุลทรรศน์ เธอจะเผยพิรุธใด ๆ ออกมาไม่ได้เด็ดขาด
ถ้าถูกจับได้คงน่าขายหน้าแย่
กงชิงอี๋ปรับสีหน้าใหม่อีกครั้ง ปรมาจารย์ด้านการแสดงปรากฏตัว องศาของมุมปากที่ยกขึ้นสามารถกะเกณฑ์ได้อย่างแม่นยำระดับมิลลิเมตร แววตาใสกระจ่างและสงบนิ่ง ราวกับว่าความปั่นป่วนทางอารมณ์ในชั่วพริบตาเมื่อครู่นี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เธอถึงขั้นปรบมือให้ดังขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยด้วยซ้ำ
เพียงแต่บนโลกใบนี้ ไม่ใช่การเสแสร้งทุกอย่างจะหลอกคนได้ทุกคน
ไม่ใช่แค่จางเฉวียนไท่ที่มองเห็น ความจริงแล้วถังเหยา อดีตเพื่อนรักก็คล้ายจะสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างเลือนรางเช่นกัน แต่เธอไม่ค่อยแน่ใจนัก เพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปรายตามองกงชิงอี๋แวบหนึ่ง แล้วก็เบือนหน้าหนี
ด้วยท่าทางครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
คำพูดของเหอหานดึงความสนใจของทุกคนกลับมาที่การแข่งขันในที่สุด เขากระแอมเบา ๆ และประกาศการตกรอบของจางเฉวียนไท่กับเฉินหลิงซูอย่างเป็นทางการ
"ลาก่อนครับ ทุกคน"
จางเฉวียนไท่ลุกขึ้นยืน โค้งคำนับให้ทุกคน แล้วหันหลังเดินตรงไปยังโถงทางเดิน ดูเหมือนจะไม่มีอะไรให้ต้องอาลัยอาวรณ์อีกต่อไป
"ไปแล้วนะคะ ทุกคน~"
ในที่สุดเฉินหลิงซูก็ตั้งสติได้ เธอโบกมือให้ทุกคนด้วยรอยยิ้ม ท่าทางเบิกบานใจนี้ดูไม่เหมือนคนตกรอบ แต่เหมือนคนกำลังจะไปพักร้อนเสียมากกว่า
"ไปทำไม เดี๋ยวค่อยกลับพร้อมฉัน"
กู้สิงโอบไหล่เฉินหลิงซูเอาไว้ ไม่ยอมให้เธอเดินออกไปดื้อ ๆ
ทุกคนพากันส่งเสียงหัวเราะชอบใจ อาจารย์เหอเองก็กลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่ แต่ก็ไม่ได้พูดว่าเฉินหลิงซูห้ามอยู่ที่นี่ต่อแต่อย่างใด
กงชิงอี๋มองไปที่มือของกู้สิง
นิ้วมือของกู้สิงนั้นเรียวยาวและดูมีพลัง มันวางพาดอยู่บนไหล่ของเฉินหลิงซู โดยที่นิ้วหัวแม่มือคอยลูบไล้เบา ๆ เป็นระยะ
ภาพนี้ทำให้สภาพจิตใจของกงชิงอี๋สับสนวุ่นวายเล็กน้อย
จนกระทั่งคำพูดประโยคถัดมาของอาจารย์เหอ ถึงได้ดึงความสนใจของทุกคนกลับมาอีกครั้ง "ตอนนี้เราเหลือนักร้องแค่หกท่านแล้ว ผมขอประกาศกติกาการแข่งขันในรอบหน้านะครับ"
สายตากวาดมองไปทั่วทุกคน
อาจารย์เหอพูดกลั้วหัวเราะ "กติกาการแข่งขันในรอบหน้าเรียบง่ายมากครับ อาจารย์ทุกท่านจะต้องทำการแข่งขันกันในรูปแบบ 1v1!"
ถังเหยาสงสัย "1v1 ยังไงคะ?"
อาจารย์เหอตอบ "ง่ายมากครับ นักร้องทั้งหมดหกท่าน จะจับคู่ดวลกันทีละสองคน สุดท้ายก็จะได้ผู้แพ้สามท่าน ผู้แพ้ทั้งสามท่านจะต้องมาดวลกันอีกครั้ง และอันดับสุดท้ายจะต้องตกรอบ ส่วนคู่แข่งของทุกท่าน เราจะยังคงใช้กฎเดิม คือตัดสินด้วยการจับฉลากครับ"
ทุกคนพอจะฟังเข้าใจแล้ว
ตอนนั้นเอง ทีมงานก็ยกกล่องแก้วใสใบหนึ่งเดินเข้ามา ในมือถือกระดาษที่พับไว้เรียบร้อยแล้วหกแผ่น
"ทุกท่านครับ"
เหอหานกระแอมเบา ๆ รับกล่องแก้วใสที่เพิ่งถูกส่งมาให้จากมือทีมงาน "คู่แข่งในรอบหน้าของอาจารย์ทั้งหกท่าน จะถูกตัดสินจากการจับฉลากของผม ในกล่องใบนี้มีชื่อของทุกท่านอยู่ เราจะจับขึ้นมาทีเดียว คนที่หนึ่งกับคนที่สองจะคู่กัน คนที่สามกับคนที่สี่จะคู่กัน และคนที่ห้ากับคนที่หกจะคู่กัน เป็นการสุ่มแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีการแทรกแซงจากมนุษย์ใด ๆ ทั้งสิ้นครับ"
สิ้นเสียงพูด
ทีมงานก็นำกระดาษทั้งหกแผ่นที่เขียนชื่อของทุกคนไว้มาแสดงต่อหน้ากล้องครู่หนึ่ง จากนั้นก็หย่อนลงไปในกล่องใสแล้วเขย่า เหอหานหลับตาลง ล้วงมือเข้าไป หยิบกระดาษแผ่นแรกขึ้นมา แล้วคลี่ออก
"หานลี่ตัน"
หยิบแผ่นที่สองขึ้นมา คลี่ออก "ชาร์ลี"
จากนั้นก็ประกาศอย่างเป็นธรรมชาติ "ตามกติกาที่เราเพิ่งบอกไป คู่แข่งกลุ่มแรกในรอบหน้าก็คือหานลี่ตันและอาจารย์ชาลีครับ หานลี่ตันจะได้ร้องก่อน ส่วนอาจารย์ชาลีจะได้ร้องทีหลัง"
ช่องคอมเมนต์!
[เชี่ยเอ๊ย! น่าสนุกแฮะ! เปิดมาก็เป็นกรุ๊ปออฟเดธเลย! หานลี่ตัน VS ชาร์ลี! สองคนนี้ล้วนเป็นผู้เข้าแข่งขันสายแข็งทั้งคู่เลยนะ!]
[มันส์แน่!]
[รู้สึกว่าชาร์ลีจะตกอยู่ในอันตรายแล้วสิ!]
[พูดไม่ได้หรอก อาจารย์หานลี่ตานก็ใช่ว่าจะไม่เคยแพ้เสียหน่อย]
[ถ้ามาจังหวะนี้ กู้สิงคงไม่ได้เป็นคู่แข่งกับกงชิงอี๋หรอกใช่ไหม?]
ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของผู้ชม เหอหานหลับตาลงต่อ หยิบกระดาษแผ่นที่สามขึ้นมา พอคลี่ออกดูก็ปรากฏว่าเป็นชื่อของเหลยเสวี่ยตง
จากนั้นก็หยิบแผ่นที่สี่ขึ้นมาในทันที คลี่ออก "กู้สิง"
เสียงอุทานแผ่วเบาดังขึ้นทั่วห้องโถงนักร้อง เหลยเสวี่ยตงหันไปมองกู้สิงแล้วยิ้ม "ดูเหมือนว่ารอบหน้าคุณจะมีโอกาสได้แก้แค้นแล้วนะ"
กู้สิงยิ้มบาง ๆ ลุกขึ้นยืนแล้วประสานมือคารวะให้เหลยเสวี่ยตง
หลังจากยืนยันการดวลกันระหว่างกู้สิงและเหลยเสวี่ยตงแล้ว เหอหานก็หยิบกระดาษแผ่นที่ห้าขึ้นมาคลี่ออกโดยตรง แม้จะรู้ตัวคู่แข่งกลุ่มที่สามแน่นอนแล้ว แต่การจับฉลากก็จะช่วยกำหนดลำดับการขึ้นแสดงได้
"ถังเหยา"
หยิบแผ่นที่หกขึ้นมา คลี่ออก "กงชิงอี๋"
อดีตเพื่อนรักเพื่อนแค้นคู่นี้ ในที่สุดก็จับฉลากมาเจอกันจนได้ นำไปสู่แมตช์สะสางความแค้นส่วนตัวของพวกเธอ ต้องรู้ก่อนนะว่าก่อนหน้านี้กงชิงอี๋เกือบจะถูกถังเหยาเขี่ยตกรอบไปแล้ว
เป็นกู้สิงที่ดึงดันช่วยชีวิตกลับมาได้
ครั้งนี้ผู้ชมจึงอยากรู้มากว่า จะเป็นถังเหยาที่ทำให้กงชิงอี๋ตกรอบอีกครั้ง หรือว่ากงชิงอี๋จะสามารถแก้แค้นอดีตเพื่อนรักได้สำเร็จกันแน่?
ภายในห้องโถงนักร้องไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไร
สายตาของถังเหยาและกงชิงอี๋ประสานกันกลางอากาศ ไม่มีประกายไฟ ไม่มีเงาดาบแสงกระบี่ มีเพียงความเงียบงันที่อธิบายไม่ถูกบอกไม่ได้ประการหนึ่งเท่านั้น
อดีตเพื่อนรัก กลายมาเป็นคู่แข่งในปัจจุบัน
มิตรภาพของทั้งสองคน รวมถึงความสัมพันธ์ที่แตกร้าว ถูกนำไปพูดคุยซุบซิบกันบนโลกออนไลน์มาเนิ่นนาน ในที่สุดก็จะได้ประจันหน้ากันตรง ๆ บนเวที 1v1 ในรอบหน้าแล้ว
ช่องคอมเมนต์เดือดพล่านขึ้นมาทันที:
[อาจารย์เหอ คุณนี่ช่างจับฉลากเก่งจริง ๆ! ถังเหยา VS กงชิงอี๋! แมตช์ล้างตาครั้งนี้ฉันตั้งตารอสุด ๆ เลย ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!]
[สองคนนี้คงไม่ตีกันบนเวทีหรอกนะ?]
[ขอแนะนำให้เปลี่ยนเป็นรายการมวยหญิงเลยดีกว่า]
[ไม่ว่าใครจะชนะ เรตติ้งรอบหน้าต้องถล่มทลายแน่]
[กู้สิงกับอาจารย์เหลยเสวี่ยตงต้องมาเจอกันแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ใครบางคนที่เพิ่งจะขี้เก๊กบอกว่าจะแก้แค้นให้ภรรยา ตอนนี้กดดันไหมเนี่ย?]
[พี่รื่นสู้ ๆ นะ ภรรยาของนายก็ถูกเหลยเสวี่ยตงเขี่ยตกรอบนี่แหละ~]
การจับฉลากเป็นการสุ่มแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ทว่าเมื่อดูจากผลลัพธ์แล้วก็ต้องบอกว่ามันสร้างสีสันให้กับรายการได้มากจริง ๆ ผู้ชมเริ่มตั้งตารอคอยการแข่งขันในรอบที่แปดอย่างใจจดใจจ่อแล้ว!