"แสดง 'เซียนเจี้ยน 3' เหรอ?"
เฉินหลิงซูชะงักไปครู่หนึ่งถึงเพิ่งจะตั้งสติได้
"ที่คุณพูดคงไม่ใช่ 'เซียนเจี้ยนฉีเสียจ้วน' หรอกนะ ถึงภาคแรกจะดังเปรี้ยงปร้าง แต่ภาคสองมันพังไม่เป็นท่าไปแล้วไม่ใช่เหรอ นี่จะยังถ่ายทำภาคสามได้อีกเหรอ?"
"คนเขียนบทคือผม..."
กู้สิงพูด "คืออาจารย์เซ่าซือมิ่ง คนเขียนบท 'อู๋ซินฝ่าซือ' เรื่องที่ผมกับลั่วหนิงแสดงนั่นแหละ"
เกือบจะหลุดปากไปแล้วเชียว
เฉินหลิงซูอึ้งไป "ชื่อคุ้นหูจัง หรือว่าจะเป็นคนเขียนบทภาคแรกของ 'เซียนเจี้ยนฉีเสียจ้วน'?"
"อืม"
"งั้นก็ได้อยู่นะ 'อู๋ซินฝ่าซือ' ของเซ่าซือมิ่งก็ทำให้คุณกับลั่วหนิงดังขึ้นมาพักใหญ่ การที่เขากลับมาทำเซียนเจี้ยน ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะกอบกู้ไอพีนี้ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง"
สัญชาตญาณของเฉินหลิงซูยังคงเฉียบคมมาก
แต่สำหรับสถานการณ์ของตัวเอง เธอมีความกังวลอยู่บ้าง "ฉันกับลั่วหนิงต่างก็ตั้งท้องอยู่ ถ่ายทำเรื่องนี้จะสะดวกเหรอ? ถ่ายไปได้ครึ่งทางท้องจะโตขึ้นมาหรือเปล่า?"
กู้สิงชะงักไป เขาลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท
เฉินหลิงซูพูดต่อ "ความจริงถึงจะเป็นอย่างนั้นก็ถ่ายทำได้นะ แต่อาจจะต้องใช้นักแสดงแทนเยอะมาก คาดว่ากองถ่ายคงไม่ยอมหรอก แต่โอกาสดีขนาดนี้ คุณรับประกันก่อนเถอะว่าจะได้บทมา ด้วยอันดับดัชนีศิลปินของคุณในตอนนี้ การจะรับบทพระเอกโดยตรงก็ไม่มีปัญหาอะไรเลย!"
"งั้นค่อยว่ากันเถอะ"
ความจริงตั้งท้องอยู่ก็ถ่ายทำได้ เพราะตอนนี้อายุครรภ์ยังน้อย ยังอีกนานกว่าท้องจะนูนออกมา
แต่ถึงอย่างนั้น การถ่ายทำซีรีส์แนวเซียนเสียที่ต้องขึ้นสลิง ก็ย่อมไม่เหมาะกับสถานการณ์ของลั่วหนิงและเฉินหลิงซูอย่างแน่นอน เว้นเสียแต่ว่าฉากแอ็กชันทั้งหมดจะใช้นักแสดงแทน แล้วพวกเธอแสดงเองแค่ฉากเน้นอารมณ์
ไม่อย่างนั้น ทำไมถึงพูดกันว่าผู้หญิงคลอดลูกไม่ใช่เรื่องง่ายกันล่ะ
โดยเฉพาะศิลปินหญิงเหล่านี้ แต่ละคนอึดถึกทนกันทั้งนั้น ยังไงก็ไม่ยอมมีลูก เพราะพวกเธอรู้ว่าเมื่อไหร่ที่คลอดลูกเสร็จ พอกลับเข้าวงการก็จะหาจุดยืนของตัวเองได้ยากมาก โดยปกติแล้วจะต้องหาผู้ชายที่คิดว่าเป็นที่พึ่งพิงได้เสียก่อน ศิลปินหญิงถึงจะแต่งงานมีลูก เพราะถ้าทำแบบนั้น ถึงหน้าที่การงานจะพังทลายลงก็ยังมีครอบครัวคอยรองรับ
แต่ก็ว่าไม่ได้
ถ้าเป็นเฉินหลิงซูคนก่อนที่มีความทะเยอทะยานในหน้าที่การงาน พอได้ยินว่ามีโอกาสได้ถ่ายซีรีส์ ต่อให้อุ้มท้องโตก็คงอยากจะลองดู
แต่ตอนนี้ความคิดแรกของเธอ กลับเป็นร่างกายของตัวเองจะสะดวกหรือไม่?
ดูเหมือนว่าสภาพจิตใจจะเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ ยิ่งนับวันก็ยิ่งเหมือนลั่วหนิงที่นอกจากเรื่องของกู้สิงแล้ว เรื่องอื่นก็สามารถปล่อยผ่านไปได้หมด
กู้สิงคิดอย่างขำๆ
ทว่าในตอนนั้นเอง หลินนั่วก็พูดแทรกขึ้นมาทันที "ตั้งครรภ์ก็ไม่เป็นไรหรอกนะซูซู ทางกองถ่ายเดี๋ยวฉันไปบอกให้ก็ได้ พวกเขาสามารถให้คิวถ่ายทำฉากของเธอเป็นอันดับแรก ส่วนคนอื่นๆ ก็รอกันไปก่อนได้"
หลินนั่วที่จู่ๆ ก็พูดแทรกขึ้นมา ทำให้กู้สิงตกใจจนสะดุ้ง
เฉินหลิงซูที่อยู่ปลายสาย ยิ่งตกใจกับเสียงของหลินนั่วจนสะดุ้งโหยง น้ำเสียงติดขัดไปชั่วขณะโดยไม่รู้ตัว แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะทักทาย
"สะ...สวัสดีค่ะประธานหลิน..."
ขณะที่ทักทาย เฉินหลิงซูก็ทบทวนกับตัวเองเงียบๆ การที่เมื่อกี้เธอเรียกอีกฝ่ายว่า "องค์หญิงนั่ว" ตรงๆ มันดูไม่ค่อยดีหรือเปล่า?
เพราะยังไงนี่ก็เป็นฉายาที่ใช้ล้อเลียนกันบนอินเทอร์เน็ต
ถึงจะไม่ได้มีเจตนาร้ายป้ายสีอะไร แต่ก็ดูไม่เป็นทางการเอาเสียเลย
คล้ายกับการเรียกหม่าฮั่วเถิงว่าพี่หม่าน้อย หรือเรียกหม่าอวิ๋นว่าหม่าใหญ่
ตัวฉายาไม่ได้แฝงเจตนาร้ายก็จริง แต่ถ้าเอามาเรียกต่อหน้าเจ้าตัวก็คงไม่ค่อยดีนัก
กู้สิงก็เหมือนกัน องค์หญิงนั่วอยู่ข้างๆ แท้ๆ ทำไมถึงไม่เตือนเธอสักหน่อย อีกอย่างเนื้อหาการคุยโทรศัพท์ที่เป็นส่วนตัวขนาดนี้ไปเข้าหูคนอื่นได้ยังไง เขาเปิดสปีกเกอร์โฟนตรงๆ เลยเหรอ หรือว่าระยะห่างของทั้งสองคนตอนนี้มันใกล้กันเกินไป คงไม่ใช่ว่าองค์หญิงนั่วหูดีหรอกนะ?
"สวัสดีจ้ะซูซู ฉันเพิ่งจะคุยเรื่องเธอกับกู้สิงอยู่พอดีเลย"
หลินนั่วไม่ได้สนิทกับลั่วหนิงขนาดนั้น แต่ค่อนข้างคุ้นเคยกับเฉินหลิงซูเป็นอย่างดี
ก่อนหน้านี้ตอนที่ช่วยเฉินหลิงซูกับกู้สิงปั่นยอดวิว ทั้งสองคนก็ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันพักใหญ่
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตอนที่เฉินหลิงซูได้รับทรัพยากรดีเกินไปจนถูกคนภายนอกตั้งข้อสงสัย หลินนั่วก็ยังออกหน้ามาช่วยรับรองให้ด้วยตัวเอง
ดังนั้นหลินนั่วจึงทักทายอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งยังพูดติดตลกว่า
"ตอนฉันวิ่งจ็อกกิงบังเอิญเจอกู้สิงพอดี ก็เลยดึงตัวเขามาคุยด้วยนิดหน่อย ทางเธอคงไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม?"
"ไม่มีค่ะไม่มี ต้องขอบคุณประธานหลินด้วยซ้ำที่ให้โอกาสกู้สิงบ้านเรา..."
ถึงแม้จะเคยติดต่อกันมาบ้าง แต่ภายในใจของเฉินหลิงซูก็ยังคงมีความยำเกรงต่อผู้มีอำนาจอย่างองค์หญิงนั่วอยู่ดี
คนส่วนใหญ่ก็เป็นกันแบบนี้ทั้งนั้น
กู้สิงแทบจะไม่เคยเจอคนที่สามารถหลุดพ้นจากค่านิยมทางโลกได้เลย
ลั่วหนิงพอจะนับได้ว่าเป็นคนหนึ่ง กู้สิงสงสัยว่าต่อให้เธอจะได้เจอกับตัวเขาในชาติก่อน ก็คงจะยังคงความเยือกเย็นเอาไว้ได้
ถูกต้อง
ในตัวของลั่วหนิงมีความสงบเยือกเย็นอย่างน่าประหลาด ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับเรื่องอะไรก็สามารถรักษาความเยือกเย็นนั้นไว้ได้เสมอ
พอหลินนั่วได้ยินคำว่า "กู้สิงบ้านเรา" จากปากของเฉินหลิงซู สีหน้าก็แสดงความไม่พอใจออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน แต่ท้ายที่สุดก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ยิ้มแล้วกล่าวว่า
"เพราะซีรีส์เซียนเจี้ยน เป็นโปรเจกต์ที่พี่ชายของฉันให้ความสำคัญมากตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่"
หลินนั่วชะงักไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ "ผลปรากฏว่าภาคสองถ่ายทำออกมาได้ไม่ดีนัก ดังนั้นฉันจึงตัดสินใจรับช่วงต่อการถ่ายทำภาคสามด้วยตัวเอง ทุกตัวละครในเรื่องฉันจะคัดเลือกเองกับมือ ซึ่งในส่วนของพระเอก ฉันเตรียมจะเชิญกู้สิงมาแสดง ผลงานของเขาใน 'อู๋ซินฝ่าซือ' โดดเด่นมาก ส่วนนางเอก โดยส่วนตัวแล้วคนที่ฉันมองว่าเหมาะสมที่สุดก็คือเธอ เธอควรจะรู้นะซูซู แผนของฉันคือการปั้นให้เธอเป็นนักแสดงหญิงอันดับหนึ่ง ภาพลักษณ์และบุคลิกของเธอค่อนข้างเข้ากับถังเสวี่ยเจี้ยน นางเอกในบทละครเลยทีเดียว"
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมกู้สิงออกจากบ้านมาเจอเธอแล้วถึงได้คุยกันนานขนาดนี้
เฉินหลิงซูเลิกสงสัยแล้วจริงๆ อันที่จริงตอนแรกเฉินหลิงซูก็ไม่ได้สงสัยอะไรอยู่แล้ว กู้สิงในสายตาของเธอต่อให้มีเสน่ห์มากแค่ไหน ก็ไม่น่าจะมีความสามารถพอที่จะคว้าหัวใจองค์หญิงนั่วมาครองได้หรอกมั้ง?
มนุษย์เราล้วนเชื่อถือในอำนาจ
ฐานะและตำแหน่งของหลินนั่วนั้นสูงส่งเกินไป จัดอยู่ในชนชั้นที่คนธรรมดาต้องแหงนหน้ามอง
แม้แต่นักการเมืองระดับสูงที่สุดของซีโจว หลินนั่วก็ยังสามารถติดต่อได้ เรียกได้ว่ามีเส้นสายใหญ่โตคับฟ้า หากกู้สิงสามารถคว้าหัวใจบุคคลระดับนี้มาได้ เฉินหลิงซูก็รู้สึกว่าต่อให้ตัวเองต้องยอมเป็นเมียน้อยก็ยอมรับได้
เพราะถ้าเป็นในยุคโบราณ
ความรู้สึกแบบนี้คงเหมือนกับสามีจอหงวนของฉัน ได้แต่งงานกับองค์หญิงแห่งจักรวรรดิโดยตรง
และองค์หญิงผู้นี้ก็ไม่ใช่แค่มาสคอตของราชวงศ์ แต่ในมือของนางมีอำนาจที่แท้จริง ในช่วงเวลาสำคัญสามารถส่งผลกระทบไปถึงระดับกองทัพได้ ถึงขนาดที่แม้แต่จักรพรรดิองค์ใหม่ก็ยังต้องยอมอ่อนข้อให้สามส่วนเมื่ออยู่ต่อหน้านาง
ถ้าอย่างนั้นนอกจากเฉินหลิงซูจะยอมเป็นเมียน้อยแต่โดยดีแล้ว ยังจะต่อต้านอะไรได้อีกเล่า?
แน่นอนว่าเรื่องแบบนี้ เฉินหลิงซูก็แค่คิดขำๆ เท่านั้น เธอรู้ดีว่ามันไม่มีทางเกิดขึ้นในความเป็นจริง
องค์หญิงนั่วต้องไร้ค่าขนาดไหน ถึงจะไปมีความรักกับผู้ชายเฮงซวยที่มีแฟนอยู่แล้วถึงสองคน?
ต้องรู้ไว้ก่อนว่ากู้สิงที่เป็น "ผู้ชายเฮงซวย" คนนี้น่ะหงายไพ่เล่นอย่างเปิดเผย คนทั้งโลกต่างก็รู้กันหมดแล้วว่ามีซูเปอร์สตาร์คนหนึ่งในซีโจว ที่ประกาศเปิดตัวแฟนสาวสองคนผ่านทางเวยปั๋ว
เมื่อคิดถึงตรงนี้
เฉินหลิงซูก็เอ่ยปากขึ้น "ประธานหลินให้เกียรติเชิญด้วยตัวเอง ฉันคงไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธแน่นอนค่ะ แต่สุดท้ายฉันก็ต้องฟังความเห็นของกู้สิงอยู่ดี เขาว่ายังไงก็ว่าตามนั้นแหละค่ะ..."