(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 427
บทที่ 427 จะเอาทั้งสินสอด แล้วยังจะให้เขาเลี้ยงลูกให้อีก
"..."
ห้องไลฟ์สดเงียบกริบ
มิน่าล่ะเจ้าบ่าวถึงหนีงานแต่ง
ที่แท้ก็มาเจอผู้หญิงแต่งงานรอบสองแถมยังหน้าเงินนี่เอง
พอนึกถึงตอนที่เพื่อนชาวเน็ตคนหนึ่งพูดขึ้นมาเมื่อกี้ว่า เจ้าบ่าวหนีงานแต่งมีแค่สามความเป็นไปได้เท่านั้น
ตกลงเรื่องสินสอดกันไม่ได้ ศักดิ์ศรีถูกบ้านภรรยาเหยียบย่ำ
หรือไม่ก็มีคนอื่นอยู่ในใจแล้ว
เพื่อนชาวเน็ตทั้งหลายต่างก็พากันกดไลก์ให้รัวๆ
นี่มันคาดการณ์ได้แม่นยำอย่างกับตาเห็นชัดๆ
"หมอเฉิน คุณไม่รู้เหรอว่าลูกค้าคือพระเจ้า"
"คำพูดไหนไม่ควรพูดก็อย่าพูด ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันร้องเรียนคุณนะ"
สีหน้าของ 'เสี่ยวเหวินต้องเข้มแข็ง' เปลี่ยนเป็นไม่พอใจอย่างรุนแรง
ปากก็ต่อว่าเฉินหยูที่พูดจาไม่เข้าหู
แต่การกระทำต่อจากนั้นของเธอ เกือบจะทำเอาตาหมาไทเทเนียมของเพื่อนชาวเน็ตบอดกันไปเป็นแถบ
เห็นเพียงเสี่ยวเหวินต้องเข้มแข็งหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วสแกนคิวอาร์โค้ดรับเงินในห้องไลฟ์สดของเฉินหยูเพื่อจ่ายเงิน
"ฉันจ่ายค่าธรรมเนียมไปหนึ่งหมื่นหยวนแล้วนะ"
"รับเงินฉันไปแล้ว คุณก็ต้องบริการฉันให้ถึงที่สุด"
"คุณบอกฉันมาก่อนว่าไอ้เวรนั่นมันไปมุดหัวอยู่ที่ไหน"
"แล้วก็หาวิธีทำให้เราสองคนได้แต่งงานกัน"
เสี่ยวเหวินต้องเข้มแข็งใช้น้ำเสียงที่คิดว่าตัวเองมีสิทธิ์เต็มที่ สั่งให้เฉินหยูรีบหาคนให้เธอ
"น้ำเสียงแบบนี้ คนที่รู้ก็รู้แหละว่าแม่ม่ายผัวหย่ามาขอให้หมอเฉินตามหาผัวให้ แต่คนที่ไม่รู้คงนึกว่าฝ่ายสัมพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่สองกำลังไต่สวนอาชญากรสงครามอยู่มั้ง"
"ทัศนคติแบบนี้ ถ้าฉันเป็นเจ้าบ่าว ฉันก็หนีเหมือนกันโว้ย"
"ผ่านการแต่งงานที่ล้มเหลวมาครั้งหนึ่งแล้ว ยังไม่เข้าใจอีกเหรอว่าปัญหาอยู่ที่ไหน"
"จะเอาทั้งสินสอดแล้วยังจะให้เขาเลี้ยงลูกให้อีก คิดว่าตัวเองเป็นธนบัตรหรือไง ที่ใครๆ ก็ขาดไม่ได้น่ะ"
"ผู้ชายหลายคนรู้ตัวว่าจน แต่ผู้หญิงหลายคน ไม่รู้ตัวว่าตัวเองทั้งแก่ทั้งขี้เหร่"
เมื่อเห็นคอมเมนต์สุดท้าย เสี่ยวเหวินต้องเข้มแข็งก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาทันที
"แกสิทั้งแก่ทั้งขี้เหร่ โคตรเหง้าแกขี้เหร่กันทั้งบ้านนั่นแหละ!!!"
"ปีนี้แม่เพิ่งจะอายุ 23 ย่ะ!"
"มีแฟนกันหรือยัง ซื้อบ้านหรือยัง แต่งงานหรือยัง ตรุษจีนกล้ากลับบ้านไปเยี่ยมญาติไหม"
"ผ่อนบ้านหมดหรือยัง โอทีที่หัวหน้าสั่งให้ทำน่ะ ทำเสร็จหรือยัง"
"ทำไมคนรุ่นเดียวกันเขาถึงได้เงินเดือนกันเป็นหมื่นเป็นแสน แต่พวกแกได้แค่ไม่กี่พัน"
"คนอื่นเขาสอบข้าราชการได้งานมั่นคง แต่พวกแกแค่กินหมูปิ้งไม้เดียวยังต้องเสียดายเงินไปตั้งหลายวัน"
"ไม่รู้จักพยายามก้าวหน้า เอาแต่หลบอยู่หลังคีย์บอร์ดแล้วเห่าหอนไปวันๆ"
"ในชีวิตจริงทำตัวหงอ พออยู่ในเน็ตล่ะเก่งนักนะ ชิ!"
เสี่ยวเหวินต้องเข้มแข็งรูปร่างอวบอ้วน บนใบหน้าแต่งหน้าเข้มจัดจนดูไม่ออกว่าอายุเท่าไหร่กันแน่
ปากเล็กๆ นั่นพ่นคำพูดแทงใจดำออกมารัวเป็นปืนกลไม่หยุดหย่อน
"รู้สึกโดนด่ายังไงไม่รู้!"
"ใต้จมูกยายนั่นคือปากหรือปืนกลกันแน่ จะรัวเก่งเกินไปแล้วมั้ง"
"แต่งงานรอบสองยังจะเรียกร้องสูงขนาดนี้ ถ้าเป็นบ้านเกิดฉันนะ แม่ม่ายลูกติดแบบนี้แทบไม่ต้องคิดจะหาผัวใหม่เลย"
"สังคมนี้มันเป็นอะไรไปหมด เสพติดการรังแกคนซื่อเหรอ"
"ซื้อรถมือสองยังต้องจ่ายภาษีซื้ออีกเหรอ ฝันไปเถอะ!"
"พยายามอาจจะสำเร็จ แต่ถ้าไม่พยายามล่ะก็สบายชัวร์"
เพื่อนชาวเน็ตในห้องไลฟ์สดของเฉินหยู สิบคนมีหกคนที่เกิดมาพร้อมความขบถหัวรั้น
คำพูดเยาะเย้ยที่เสี่ยวเหวินต้องเข้มแข็งมอบให้เพื่อนชาวเน็ต ดึงดูดคอมเมนต์ประชดประชันสารพัดรูปแบบกลับมา
"พูดได้ดี พูดได้เพราะพริ้งจริงๆ"
เสี่ยวเหวินต้องเข้มแข็งแสยะยิ้มพูดว่า "พยายามอาจจะสำเร็จ แต่ถ้าไม่พยายามล่ะก็สบายชัวร์ พูดได้เพราะกว่าร้องเพลงซะอีกนะ"
"ในเมื่อไม่พยายามแล้วมันสบายขนาดนั้น สมาร์ตโฟนที่พวกแกใช้เล่นเน็ตอยู่ คงจะนอนรออยู่บ้านแล้วมันตกลงมาจากฟ้าเองล่ะมั้ง"
"ค่าโทรศัพท์ค่าเน็ตแต่ละเดือน บริษัทโทรคมนาคมคงให้ใช้ฟรีสินะ"
"ข้าววันละสามมื้อ คงมีคนเอามาส่งให้ฟรีๆ ถึงบ้าน ป้อนเข้าปากพวกแกเลยสิ"
"ปากก็บอกว่าจะนอนโง่ๆ ปล่อยจอย แต่ในชีวิตจริงขยันยิ่งกว่าวัวกว่าควายซะอีก"
การปะทะคารมรอบที่สอง เพื่อนชาวเน็ตแพ้ราบคาบ
เมื่อเห็นว่าคอมเมนต์เริ่มน้อยลง เสี่ยวเหวินต้องเข้มแข็งก็พูดด้วยท่าทางดุดันว่า "ฟังเอาไว้ให้ดี ฉันเพิ่งแต่งงานครั้งแรกย่ะ!"
"คนที่บ้านพวกแกต่างหากที่แต่งงานรอบสองน่ะ"
เสี่ยวเหวินต้องเข้มแข็งเบ้ปาก
"หมอเฉิน เพื่อนชาวเน็ตในห้องไลฟ์สดของคุณคุณภาพต่ำเกินไปแล้วนะ"
"ฉันขอแนะนำให้คุณจัดการพวกเขาสักหน่อยดีกว่า จะได้ไม่เดือดร้อนมาถึงคุณ"
"เอาล่ะ เรามาเข้าเรื่องกันดีกว่า"
"คุณรีบคำนวณให้ฉันหน่อยว่าไอ้สารเลวนั่นมันอยู่ที่ไหนตอนนี้ ทำยังไงเราสองคนถึงจะกลับมาคืนดีกันได้"
เสี่ยวเหวินต้องเข้มแข็งชี้นิ้วสั่งพร้อมกับซักไซ้เฉินหยู
เฉินหยูพูดเรียบๆ ว่า "แฟนคลับของผมจะดีจะเลว ก็ไม่ต้องรบกวนคุณมาใส่ใจหรอกครับ"
"อย่างที่สอง หลี่ซินเพื่อจะหลบหน้าคุณ เขาได้จัดการเรื่องการย้ายถิ่นฐานโดยการลงทุนไปแล้ว"
"อีกไม่กี่วัน ครอบครัวของพวกเขาก็จะเดินทางออกจากประเทศแล้ว"
"ย้ายประเทศทั้งครอบครัวเลยเหรอ?!"
เสี่ยวเหวินต้องเข้มแข็งตกใจมาก ก่อนจะพูดด้วยความเคียดแค้นว่า "ไอ้สวะ! ฉันมอบให้แกทั้งตัวแล้ว แกกลับจะหนีไปโดยไม่พูดอะไรสักคำเนี่ยนะ"
"คิดจะฮุบเงินก้อนนี้ไว้คนเดียวเหรอ ฝันไปเถอะ!"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ก็มีเพื่อนชาวเน็ตส่งคอมเมนต์มาทันที
การย้ายถิ่นฐานโดยการลงทุนไม่ได้ทำเสร็จได้ในวันสองวันสักหน่อย
อย่างน้อยๆ ก็ต้องใช้เวลาหลายเดือน หรืออาจจะนานกว่านั้นด้วยซ้ำ
สรุปแล้วหลี่ซินหนีงานแต่งไปตั้งแต่เมื่อไหร่กันแน่
เฉินหยูพูดว่า "งานแต่งเดิมทีกำหนดไว้เมื่อแปดเดือนก่อนครับ"
แม่เจ้าโว้ย
เพื่อนชาวเน็ตถือว่าได้เปิดหูเปิดตาแล้ว
เจ้าบ่าวหนีงานแต่งไปตั้งแปดเดือนแล้ว เสี่ยวเหวินต้องเข้มแข็งยังจะตามตื๊อไม่เลิกอีก
สมแล้วที่เป็นคนจริงที่กล้าฉะกับชาวเน็ตเพียงลำพัง
"คนไข้ท่านนี้ คุณเงียบก่อนนะครับ"
"เพื่องานแต่งครั้งนี้ บ้านตระกูลหลี่ยอมทุบหม้อข้าวขายเหล็กทุ่มสุดตัว เพื่อจ่ายค่าสินสอดแปดแสนแปดหมื่นหยวนให้คุณ"
"ถึงแม้อีกฝ่ายจะเลือกหนีงานแต่ง แต่เงินก้อนนี้ก็ตกไปอยู่ในกระเป๋าครอบครัวคุณหมดแล้ว"
"คุณยังมีอะไรที่ไม่พอใจอีกครับ"
เฉินหยูถาม
"นี่ไม่ใช่ปัญหาว่าพอใจหรือไม่พอใจ แต่มันเป็นปัญหาเรื่องความซื่อสัตย์!"
เสี่ยวเหวินต้องเข้มแข็งพูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า "ฉันกับหลี่ซินจดทะเบียนสมรสกันแล้ว ถือว่าเป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย"
"เรื่องที่บ้านตระกูลหลี่กำลังจะถูกเวนคืน พวกเขาปิดบังฉันมาตลอด"
"โชคดีที่เมื่อไม่นานมานี้ เพื่อนสนิทมาบอกเรื่องนี้กับฉัน"
"ฉันถึงได้รู้ว่าบ้านตระกูลหลี่ถูกเวนคืนไปหลายหลัง ได้เงินค่าเวนคืนมาตั้งสี่สิบล้านหยวน"
พอคำพูดนี้หลุดออกมา เพื่อนชาวเน็ตก็กระจ่างแจ้งทันที
ที่พูดมาตั้งนาน ที่แท้ก็เพื่อเงินค่าเวนคืนที่ดินของบ้านตระกูลหลี่นี่เอง
"คุณผู้หญิงครับ รบกวนคุณเดินออกจากบ้านไปเรียกแท็กซี่ ให้คนขับไปส่งคุณที่ร้านหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในละแวกนั้นทีนะครับ"
"จ่ายเงิน 31.6 หยวนซื้อประมวลกฎหมายแพ่งมาสักเล่ม เปิดดูมาตรา 1063 ในนั้นจะบอกคุณเองว่าอะไรคือสินส่วนตัวก่อนสมรส"
ทนายหลัว เพื่อนชาวเน็ตผู้หวังดีส่งคอมเมนต์มาให้ความรู้
"ฉันไม่สน ฉันกับหลี่ซินเป็นคู่สมรสที่จดทะเบียนกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย"
"เงินค่าเวนคืนก็ต้องมีส่วนของฉันด้วย"
เสี่ยวเหวินต้องเข้มแข็งกลอกตาบน
กัดฟันยืนกรานว่าตัวเองกับหลี่ซินจดทะเบียนกันแล้ว สิทธิส่วนบุคคลย่อมได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย
มาตอนนี้
บ้านตระกูลหลี่กำลังจะหนีไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศ เห็นได้ชัดว่าทำผิดแล้วร้อนตัว ไม่คิดจะแบ่งเงินให้เธอ
เฉินหยูพูดว่า "ในเมื่อเมื่อกี้คุณพูดถึงปัญหาเรื่องความซื่อสัตย์ งั้นเรามาคุยเรื่องความซื่อสัตย์กันดีกว่าครับ"
"คุณกับหลี่ซินรู้จักกันมาสามปี เคยบอกเขาไหมว่าคุณมีลูกสองคน"
"ดูเหมือนว่าคุณจะไม่ซื่อสัตย์ก่อนหรือเปล่าครับ"
เสี่ยวเหวินพูดด้วยสีหน้าไม่เปลี่ยนว่า "ฉันไม่เคยคิดจะปิดบังหลี่ซิน ที่ก่อนหน้านี้ไม่พูด ก็แค่รู้สึกว่าเวลายังไม่เหมาะสมเท่านั้นเอง"
เฉินหยูยิ้มบางๆ แล้วพูดว่า "หลี่ซินก็ไม่เคยคิดจะปิดบังคุณเหมือนกัน ที่ก่อนหน้านี้เขาไม่บอกเรื่องเวนคืนที่ดิน ก็เพราะรู้สึกว่าเวลายังไม่เหมาะสมเหมือนกันครับ"
"จดทะเบียนสมรสเสร็จ จองโรงแรมจัดงานแต่งเรียบร้อย คุณถึงค่อยให้ทารกคู่ขาวดำของคุณไปเจอกับเขา"
"กะจะมัดมือชกให้เรื่องมันกลายเป็นความจริงที่แก้ไขไม่ได้แล้วใช่ไหมล่ะครับ"







