187. บทที่ 185 กระบี่ของผมมีเยอะมาก!
ด้านนอกกระท่อม
ไม่ไกลนัก เซี่ยอวี้เหวินมีสีหน้าเรียบเฉย ยืนอยู่บนเนินเขาสูง มองลงไปยังกระท่อมหลังนั้น
ไป๋เฟิง…
เขากับไป๋เฟิงรู้จักกันมาหลายปีแล้ว
เมื่อนานมาแล้ว เคยมีคนกล่าวไว้ว่า นักเรียนสายอักษรเทวะพหุคูณนั้นไร้เทียมทานในระดับเดียวกัน
ผลปรากฏว่า… พิสูจน์แล้วว่านี่เป็นเพียงเรื่องตลก ไป๋เฟิงไม่เคยชนะเขาเลย ในทางกลับกัน ตอนที่เขากวาดล้างทำเนียบ เขากวาดล้างไป๋เฟิงไปแล้วหลายครั้ง
แน่นอนว่ามีคนรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรม ไป๋เฟิงอ่อนแอกว่าเขา แต่ไป๋เฟิงอ่อนแอก็เป็นเรื่องของไป๋เฟิง เกี่ยวอะไรกับเขาด้วย?
การที่ไป๋เฟิงมัวแต่วิจัยจนเสียเวลาฝึกฝน นั่นก็เป็นเรื่องของไป๋เฟิง เกี่ยวอะไรกับเขาด้วย?
เขาอยู่ขั้นหลิงอวิ๋นระดับสามแล้ว เดิมทีเขาก็ไม่มีความสนใจที่จะต่อสู้กับไป๋เฟิง เป้าหมายของเขายิ่งใหญ่กว่าและแข็งแกร่งกว่านี้!
ไป๋เฟิง ก็แค่ขั้นทะยานฟ้าเท่านั้น!
ภายในกระท่อม ไป๋เฟิงเดินออกมา ใบหน้าค่อนข้างซีดเผือด ไม่ได้นอนมาหลายวันแล้ว ขอบตาดำคล้ำ
จากการถูกอักษรเทวะที่ทรงพลังสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่อง ทะเลเจตจำนงของเขาจึงค่อนข้างกระจัดกระจาย
เซี่ยอวี้เหวินขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่ได้เอ่ยปาก
ไป๋เฟิงมีรอยยิ้มบนใบหน้า เดินออกจากกระท่อม ด้านหลัง ยอดฝีมือขั้นซานไห่อย่างอู๋เยว่ฮวาและคนอื่นๆ ต่างมองเขาเดินออกไป พร้อมเตรียมรับมือกับศึกใหญ่ที่กำลังจะปะทุขึ้น
ด้านนอกเขตสู้รบ อู๋ฉีขมวดคิ้วไม่พูดจา
เธอไม่ได้เข้าไปในเขตสู้รบ คุณย่าทวดไม่ยอมให้เธอเข้าไป นั่นไม่ใช่สิ่งที่เธอจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้
แต่ในตอนนี้ เมื่อเห็นท่าทางโอนเอนเหมือนจะล้มของไป๋เฟิง อู๋ฉีก็ขมวดคิ้ว ไป๋เฟิงในสภาพนี้ จะสามารถต่อสู้กับเซี่ยอวี้เหวินได้อย่างไร?
เดิมทีช่องว่างก็กว้างมากอยู่แล้ว!
ขั้นทะยานฟ้าระดับแปด กับขั้นหลิงอวิ๋นระดับสาม!
เมื่อเซี่ยอวี้เหวินเห็นไป๋เฟิงเดินเข้ามา จึงกล่าวเสียงเรียบ “นี่คือต้นทุนที่นายจะเอามาท้าทายขั้นหลิงอวิ๋นงั้นเหรอ?”
ไป๋เฟิงหัวเราะหึๆ กล่าวว่า “ต้องใช้ต้นทุนอะไรล่ะ? ขั้นหลิงอวิ๋นเก่งนักเหรอ? พูดซะเหมือนขั้นหลิงอวิ๋นไร้เทียมทานอย่างนั้นแหละ!”
พูดพลาง ไป๋เฟิงก็หาวพลางกล่าวว่า “เซี่ยอวี้เหวิน ทำไมไม่ไปแย่งชิงตำแหน่งท่านผู้ปกครองของนายดีๆ มามั่วสุมอะไรกับสายอักษรเทวะเดี่ยวเนี่ย! อาละวาดหนักๆ เข้า ตำแหน่งท่านผู้ปกครองจะเป็นของนายรึไง?”
เซี่ยอวี้เหวินกล่าวอย่างสงบ “ตำแหน่งท่านผู้ปกครอง ฉันย่อมต้องแย่งชิงอยู่แล้ว! สายอักษรเทวะเดี่ยว ฉันก็ต้องดึงมาเป็นพวกด้วย! ฉันให้โอกาสนายได้ ให้นายไปบอกเฉินหย่งให้สละตำแหน่งบรรณารักษ์หอสมุดเอง ฉันไม่เพียงแต่จะไม่ฆ่านาย แต่ยังจะช่วยเรียกร้องทางรอดให้พวกนายสายหนึ่งด้วย!”
เขาพูดอย่างตรงไปตรงมา และเด็ดขาด!
สิ่งที่ฉันต้องการ นั่นก็คือของฉัน!
การจัดการกับนาย ไป๋เฟิง ก็เป็นเพียงเพื่อบรรลุเป้าหมายของฉันเท่านั้น
ไป๋เฟิงหาว กล่าวอย่างเบื่อหน่ายว่า “พูดซะเหมือนเขตปกครองต้าเซี่ยเป็นของนายทั้งหมดอย่างนั้นแหละ ถ้านายเก่งขนาดนั้น ทำไมไม่ให้อธิการว่านสละตำแหน่ง แล้วนายก็เป็นอธิการซะเลยล่ะ ถ้าไม่ได้ก็ให้ท่านผู้ปกครองเซี่ยสละตำแหน่ง ให้นายขึ้นเป็นท่านผู้ปกครองไปเลยสิ!”
“หนทางต้องเดินไปทีละก้าว!”
เซี่ยอวี้เหวินคล้ายจะฟังคำประชดไม่ออก “หากฉันเข้าสู่ขั้นซานไห่ ตำแหน่งอธิการนี้ ทำไมฉันจะแย่งชิงไม่ได้?”
“…”
ไป๋เฟิงไม่มีอะไรจะพูดแล้ว
หมอนี่ ยังไม่เคยโดนอัดสินะ พูดจาโอหังเหมือนเคยเลย
คิดๆ ดูแล้ว จู่ๆ ก็ยิ้มกล่าวว่า “ฉันสงสัยมาตลอดเลย ถ้านายโอหังขนาดนี้ ไอ้สารเลวจากสถาบันสงครามทำไมไม่มาอัดนายล่ะ?”
เซี่ยอวี้เหวินมองเขาแวบหนึ่ง กล่าวเสียงเรียบ “วิถีต่างกัน ไม่อาจร่วมงานกันได้!”
ไป๋เฟิงฟังไม่เข้าใจ ผ่านไปครู่หนึ่งถึงเพิ่งจะคล้ายเข้าใจอะไรบางอย่าง กล่าวอย่างประหลาดใจว่า “นายกำลังจะบอกว่า นายเป็นผู้ใช้อารยธรรม เขาเป็นนักรบ ก็เลยไม่อัดนาย? เชี่ยเอ๊ย แล้วทำไมต้องมาอัดฉันด้วยวะ?”
“…”
ไม่มีใครตอบรับ
ไกลออกไป อู๋ฉีกลอกตา นายบอกว่าทำไมถึงมาอัดนายงั้นเหรอ?
ครั้งแรกเป็นเพราะการประเมินของสองสถาบันใหญ่ ก็เลยอัดนาย นั่นเป็นภารกิจ
ครั้งที่สอง เป็นเพราะนายไม่ยอมจำนน ดึงดันจะไปหาเรื่อง ก็เลยโดนอัดอีก
ครั้งที่สาม เป็นเพราะนายไม่ทำเรื่องดีๆ ฉวยโอกาสตอนที่เขาไม่อยู่ ไปกวาดล้างทำเนียบหมื่นสือของสถาบันสงครามซะราบคาบ พอกลับมา เพื่อรักษาหน้าของสถาบันสงคราม ก็ต้องอัดนายสักตั้ง!
นายบอกว่าทำไมถึงอัดนาย?
ในใจไม่รู้ตัวเลยสักนิด!
เซี่ยอวี้เหวินก็ไม่สนใจเขา มองเขาอีกครั้งพร้อมกล่าวว่า “นายคิดดีแล้วหรือยัง?”
“คิดอะไร?”
ไป๋เฟิงมีสีหน้าแปลกใจ คิดอะไร?
นายพูดอะไรล่ะ?
เซี่ยอวี้เหวินสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย มองเขาแวบหนึ่ง ไม่ได้พูดซ้ำอีก
ไป๋เฟิงคนนี้ ก็มีจุดนี้นี่แหละที่น่ารำคาญมาก
เขาฟังแต่สิ่งที่อยากฟัง สิ่งที่ไม่อยากฟัง เขาก็ไม่ได้ยินเลยแม้แต่น้อย
เซี่ยอวี้เหวินค่อยๆ เดินลงมาจากเนินเขาสูง กล่าวอย่างสงบ “ถ้างั้นนายเตรียมตัวพร้อมแล้วหรือยัง?”
“เตรียมอะไร?”
ไป๋เฟิงหัวเราะกล่าวว่า “นายเตรียมจะฆ่าฉัน? แน่ใจนะว่าจะฆ่าฉันได้? เซี่ยอวี้เหวิน อย่าประเมินตัวเองสูงเกินไป! เมื่อก่อนแค่ขี้เกียจสนใจนายเท่านั้นแหละ คนอย่างนาย ถ้าไม่มีตระกูลเซี่ยคอยคุ้มกะลาหัว ป่านนี้โดนคนอัดตายไปนานแล้ว!”
“ก็พอๆ กันนั่นแหละ!”
เซี่ยอวี้เหวินไม่เห็นด้วย นายก็เหมือนกันนั่นแหละ!
ถ้าไม่มีหงถาน นายก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน
“นั่นก็จริง!”
ไป๋เฟิงยิ้ม ในมือปรากฏกระบี่ยาวเล่มหนึ่ง กระบี่พิฆาตมังกร!
จัดเสื้อผ้าเล็กน้อย ยกกระบี่พิฆาตมังกรขึ้น เซี่ยอวี้เหวินสีหน้าจริงจัง แม้ว่าไป๋เฟิงจะอยู่เพียงขั้นทะยานฟ้าระดับแปด เขาก็จะไม่ประมาท
แต่ไป๋เฟิงกลับไม่สนใจเขา ยกกระบี่พิฆาตมังกรขึ้นมาโกนหนวดที่แก้ม แล้วจัดเสื้อผ้าอีกครั้ง หวีผมให้เรียบร้อย ยิ้มกล่าวว่า “เอาล่ะ คราวนี้พร้อมแล้ว!”
“รนหาที่ตาย!”
สิ้นเสียงของเขา เซี่ยอวี้เหวินสีหน้าเย็นชา ฟันดาบออกไป!
ดาบเบิกฟ้า!
วิชาลับตระกูลเซี่ย!
ไป๋เฟิงเหยียบอากาศ เสียงดังปัง พื้นดินระเบิดออก รอยดาบสายหนึ่งพาดผ่านพื้นดิน ทอดยาวไปจนถึงเบื้องหน้ายอดฝีมือขั้นซานไห่หลายคนจึงหายไป
“นี่ไม่เกี่ยวกับฉันนะ ตระกูลเซี่ยจะปรับเงิน ก็ไปคิดบัญชีกับเซี่ยอวี้เหวินนู่น!”
ไป๋เฟิงตะโกนลั่น!
พวกหน้าเงิน!
ท่านโหวเซี่ยที่หน้าเงินสุดๆ คงจะไม่ปล่อยแม้แต่เซี่ยอวี้เหวินไปแน่
“ฮึ!”
เสียงตวาดเบาๆ ปราณดาบแผ่ซ่าน ตัดขาดความว่างเปล่า!
เงาดาบร่วงหล่นเต็มท้องฟ้า!
ไป๋เฟิงที่ลอยอยู่กลางอากาศ ในเวลานี้แกว่งกระบี่พิฆาตมังกร ฟันสลายปราณดาบทีละสายดังก๊องแก๊ง!
ฉัวะ!
บนเสื้อสีขาว ปรากฏรอยขาดรอยแรก ตามด้วยรอยที่สอง รอยที่สาม…
เซี่ยอวี้เหวินยังไม่ทันได้เข้าประชิดตัว ก็ฟันดาบออกไปอีกครั้ง เงาดาบนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นอีกครา!
ไป๋เฟิงตวัดกระบี่ทิ้งเงาเอาไว้!
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ…
รอยเลือดทีละสาย ค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนร่างกายของเขาอย่างต่อเนื่อง
ช่องว่าง!
ในเวลานี้ ยอดฝีมือขั้นซานไห่ทั้งสองฝ่ายต่างกำลังเฝ้าชมการต่อสู้
ล้วนมองเห็นถึงช่องว่าง!
ห่างกันถึงสี่ระดับ ซ้ำยังมีอีกหนึ่งขั้นใหญ่ขวางกั้น แม้ไป๋เฟิงจะแข็งแกร่ง แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับอัจฉริยะผู้หาตัวจับยากอย่างเซี่ยอวี้เหวิน ช่องว่างก็ยังคงมหาศาลอยู่ดี
ไป๋เฟิงที่มักจะสังหารคนด้วยกระบี่เดียวมาตลอด ในเวลานี้แม้แต่โอกาสที่จะฟันกระบี่อย่างสุดกำลังสักครั้งยังทำได้ยาก
“ไป๋เฟิง นายทำให้ฉันผิดหวัง!”
เซี่ยอวี้เหวินฟันดาบออกไปอีกครั้ง!
ความว่างเปล่าสั่นสะเทือน ทะเลเพลิงแผดเผาท้องฟ้า ไป๋เฟิงเผยสีหน้าเจ็บปวด หอบหายใจพลางกล่าวว่า “น่าสนใจดีนี่… อักษรเทวะธาตุไฟก็ไม่เลวเลย ถึงขั้นแผดเผาทะเลความรู้ได้แล้ว!”
“เอาต่อสิ!”
ไป๋เฟิงยิงฟันยิ้ม แกว่งกระบี่ยาวต่อไป ฟันปราณดาบแหลกเป็นเสี่ยงๆ พลังเจตจำนงสั่นสะเทือนไม่หยุด ทะเลเพลิงยิ่งเดือดพล่านมากขึ้น!
“จะเติมไฟให้นายหน่อยแล้วกัน!”
วินาทีต่อมา ทะเลเพลิงลุกลาม แผ่คลุมไปทั่วระหว่างฟ้าดิน ท่ามกลางกองเพลิงขนาดใหญ่ ไป๋เฟิงหัวเราะ บนร่างก็มีเปลวไฟพวยพุ่งออกมา ลุกไหม้!
ครืน ครืน!
ความว่างเปล่าดูเหมือนจะถูกแผดเผาจนปริแตก!
ปราณแท้จากทั่วสารทิศหลั่งไหลมารวมตัวกันอย่างบ้าคลั่ง ไฟยิ่งมายิ่งใหญ่ขึ้น ยิ่งมายิ่งใหญ่ขึ้น!
ในจังหวะที่ลุกไหม้ไปถึงจุดสูงสุดนั้นเอง เสียงฉ่าดังขึ้น คล้ายกับมีอะไรบางอย่างถูกแผดเผาจนแตกสลาย!
เซี่ยอวี้เหวินใบหน้าซีดเผือด เงยหน้ามองไป๋เฟิง!
ในตอนนี้ไป๋เฟิงเองก็ใบหน้าซีดเซียวเช่นกัน เขายิ้มกล่าวว่า “สนุกไหม? อักษรเทวะแตกหรือยัง? เด็กๆ อย่าเล่นไฟสิ! ไม่เคยได้ยินคำว่า ชักนำไฟมาเผาตัว เหรอ? รู้หลักการไหมล่ะ? ฉันจะบอกให้นะ พอพลังเจตจำนงรอบด้านถูกเผาจนหมด ปราณแท้ถูกเผาจนหมด ไฟนี้เนี่ย มันจะไปเผาอักษรเทวะของเจ้านายมันไง เพื่อให้พลังเจตจำนงเป็นเชื้อเพลิงต่อไป เพราะงั้น ไฟที่ฉันเติมไปเมื่อกี้ก็คือสารเร่งปฏิกิริยา เอาไว้สุมไฟให้นายไงล่ะ สนุกไหมล่ะ?”
“…”
สีหน้าของเซี่ยอวี้เหวินแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย อักษรเทวะคำว่า “ไฟ” ของเขา เคยแผดเผาแม้กระทั่งขั้นหลิงอวิ๋นจนตายมาแล้ว แต่วันนี้กลับถูกไป๋เฟิงทำลายลงอย่างง่ายดาย ซ้ำยังสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับอักษรเทวะของเขาด้วย!
ที่ไป๋เฟิงพูดมันฟังดูง่าย แต่การจะสะท้อนกลับไปทำร้ายตัวเองมันจะง่ายดายขนาดนั้นได้ยังไง!
หมอนี่… เป็นยอดอัจฉริยะจริงๆ
ทุกคนเอาแต่มองภาพลักษณ์การสังหารคนด้วยกระบี่เดียวของไป๋เฟิง แต่กลับมองข้ามแก่นแท้ที่ว่าหมอนี่คือนักวิจัยอัจฉริยะไปเสียสนิท
เซี่ยอวี้เหวินไม่พูดจา ตวัดดาบอีกครั้ง!
ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ตวัดดาบแล้ว!
ร่างขยับวูบ หายตัวไปในพริบตา!
เสียงดังสนั่นหวั่นไหว!
“แค่ก…”
ไป๋เฟิงไอ เลือดสดๆ ทะลักออกมากลางอากาศ กระบี่ยาวต้านรับดาบเอาไว้
ไป๋เฟิงถูกพลังอันมหาศาลซัดจนร่วงหล่นลงเบื้องล่างอย่างต่อเนื่อง เสียงดังตู้ม ร่วงกระแทกพื้น บนพื้นปรากฏหลุมยุบขนาดใหญ่!
วิ้ง!
เซี่ยอวี้เหวินเก็บดาบ แล้วฟันออกไปอีก!
ดาบหนึ่งพาดผ่านอากาศ ฟันลงมาจากกลางหาว!
“หึๆ…”
เสียงหัวเราะหยามหยันดังขึ้น อักษรเทวะของไป๋เฟิงปะทุ พื้นดินรอบสารทิศถูกแช่แข็งในพริบตา!
เสียงดังปังสนั่น ชั้นน้ำแข็งบนพื้นถูกฟันแตก!
ไป๋เฟิงพุ่งทะยานขึ้นจากใต้ดิน หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว!
“ไป๋เฟิง นายอ่อนแอเกินไปแล้ว!”
เซี่ยอวี้เหวินเดินย่ำไปบนอากาศ สวมรองเท้าบูทสีดำ ถือดาบยาว ไล่ตามเขาไปทีละก้าว น้ำเสียงยังคงเหมือนเดิม “นายหนีออกไปจากเขตสู้รบได้ ฉันจะไม่ฆ่านาย หากฉันได้เป็นท่านผู้ปกครอง ฉันอาจจะถึงขั้นรับนายเข้าจวนเจ้าเมืองก็ได้ ว่าไง?”
“ไม่ว่าไงทั้งนั้นแหละ!”
ไกลออกไป ไป๋เฟิงย่ำพื้นหลบหนี หัวเราะหึๆ กล่าวว่า “วิถีต่างกัน ไม่อาจร่วมงานกันได้! ถ้านายได้เป็นท่านผู้ปกครองจริงๆ แล้วฉันยังมีชีวิตอยู่ ฉันยอมกลับบ้านไปทำนาเสียยังดีกว่า ไม่มีทางไปคลุกคลีกับนายหรอก!”
เซี่ยอวี้เหวินก้าวเดินบนอากาศเข้ามา กล่าวเสียงเย็นชา “ผู้ที่รู้รักษาตัวรอดคือยอดคน ไป๋เฟิง อัจฉริยะมีถมเถไป โลกใบนี้ สิ่งที่ไม่ขาดแคลนก็คืออัจฉริยะนี่แหละ!”
“ถ้างั้นก็ลองฆ่าฉันดูสิ!”
ไป๋เฟิงตวัดกระบี่กลับหลัง เสียงดังวิ้ง พุ่งทะลวงอากาศเข้าสังหารเขา!
ปัง!
เสียงดังสนั่น กระบี่ยาวลอยกระเด็นกลับมา ไป๋เฟิงกระอักเลือดอีกครั้ง เก็บกระบี่ยาวกลับมา แล้วหลบหนีอีกครา!
คนหนึ่งหนี คนหนึ่งตาม
เซี่ยอวี้เหวินฟันดาบอย่างต่อเนื่อง ปราณดาบแผ่กระจายไปทั่วสารทิศ แฝงไปด้วยจิตสังหารและพลังทำลายล้างอันน่าทึ่ง ทันทีที่ไป๋เฟิงสัมผัสโดนปราณดาบเหล่านี้ ก็จะถูกปราณดาบนับไม่ถ้วนเชือดเฉือนในพริบตา ขอบเขตในการหลบหนียิ่งแคบลงเรื่อยๆ!
ด้านข้าง อู๋เยว่ฮวาและคนอื่นๆ ขมวดคิ้ว
อู๋เยว่ฮวาส่งเสียงทางจิตกล่าวว่า “ไป๋เฟิงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา ช่องว่างมันกว้างเกินไป ต่อให้เป็นฉีเอ๋อร์ขึ้นไป ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาอยู่ดี! เซี่ยอวี้เหวินแข็งแกร่งมาก!”
ไป๋เฟิงคือตัวตนที่สามารถสังหารขั้นหลิงอวิ๋นระดับสองได้ในพริบตา แต่เมื่ออยู่ใต้เงื้อมมือของเซี่ยอวี้เหวิน กลับไม่มีโอกาสแม้แต่จะตอบโต้
แน่นอนว่า การที่เซี่ยอวี้เหวินใช้เวลาตั้งนานยังจัดการไป๋เฟิงไม่ได้ ก็เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นว่าไป๋เฟิงนั้นแข็งแกร่งสุดขีด
แต่ช่องว่างระหว่างทั้งสองฝ่ายก็ยังมากเกินไปอยู่ดี!
สี่ระดับ แถมตรงกลางยังมีขั้นหลิงอวิ๋นขวางอยู่อีก!
หลิวเหวินเยี่ยนไม่ส่งเสียง ในเมื่อไป๋เฟิงอยากจะลอง ก็ปล่อยให้เขาลองดู
…
รอบนอก
โจวหมิงเหรินมองดูความวุ่นวายของการต่อสู้กลางลานอย่างสงบ ข้างกาย ผู้อาวุโสหอซุนสายตาเย็นเยียบ กล่าวว่า “ไอ้หมอนี่ ตอนที่ฆ่าจางอวี่ล่ะทำเป็นกำแหง ตอนนี้ก็เป็นแค่สุนัขจนตรอกเท่านั้นแหละ!”
ก่อนหน้านี้ เขาไม่ได้เกลียดชังขนาดนั้น แต่ตอนนี้เขากลับเกลียดไป๋เฟิงเข้ากระดูกดำ!
คราวก่อน พอไป๋เฟิงพูดไม่เข้าหู ก็ตวัดกระบี่สังหารศิษย์ของเขาไป นี่ทำให้เขาโกรธจนเลือดขึ้นหน้า!
การจะปั้นศิษย์ขั้นหลิงอวิ๋นขึ้นมาสักคนไม่ใช่เรื่องง่าย!
โจวหมิงเหรินไม่ได้สนใจเขา มองออกไปไกลๆ ทางนั้น มียอดฝีมืออยู่ไม่น้อย
ตาเฒ่าตระกูลเจิ้ง ท่านโหวเซี่ย หัวหน้าผู้ดูแลหู แม่ทัพจ้าว อธิบดีจี้…
คนกลุ่มหนึ่งต่างเฝ้ามองดูอย่างเงียบๆ!
โจวหมิงเหรินยังคงนิ่งเงียบ
ข้างกาย ซ่านเทียนฮ่าวที่มาจากเขตปกครองต้าโจวจู่ๆ ก็กล่าวขึ้น “ผู้อำนวยการโจว ในเมื่อท่านก็มาถึงแล้ว ทำไมต้องปล่อยให้เซี่ยอวี้เหวินไปฆ่าไป๋เฟิงด้วย สู้จับกุมหลิวเหวินเยี่ยนไปโดยตรงเลยไม่ดีกว่าหรือ จะได้ไม่เสียเวลา!”
โจวหมิงเหรินไม่พูดจา
ซ่านเทียนฮ่าวขมวดคิ้วเล็กน้อย “ผู้อำนวยการโจว…”
โจวหมิงเหรินหันหน้าไปมองเขาแวบหนึ่ง กล่าวเสียงเบา “ไม่รีบ”
“ไม่รีบงั้นเหรอ?”
ซ่านเทียนฮ่าวเกิดโทสะในใจ!
ยังจะไม่รีบอีก?
สรุปแล้วท่านกำลังรออะไรอยู่?
“เจิ้งอวี้หมิงยังบาดเจ็บอยู่ หรือว่าผู้อำนวยการโจวไม่อยากช่วยเขา?”
โจวหมิงเหรินมองเขาอีกครั้ง ไม่ได้ใส่ใจ หันหน้ากลับไปมองพวกไป๋เฟิงอีกครา
ในขณะนี้ ไป๋เฟิงถูกกดดันจนไม่อาจตอบโต้ได้เลย
เซี่ยอวี้เหวินแข็งแกร่งเกินไปแล้ว!
“ท่านผู้อำนวยการ…”
ผู้อาวุโสหอซุนและคนอื่นๆ ก็มองไปที่โจวหมิงเหริน พวกเขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าสรุปแล้วยังรออะไรอยู่อีก?
ตอนนี้ขุดหลุมศพของจางรั่วหลิงโดยตรง สายอักษรเทวะพหุคูณไม่มีทางยอมแน่ สงครามใหญ่จะปะทุขึ้น ก็แค่จับกุมหลิวเหวินเยี่ยนอย่างเด็ดขาดไปเลยก็สิ้นเรื่อง!
โจวหมิงเหรินขมวดคิ้วเล็กน้อย ผ่านไปครู่หนึ่งจึงกล่าวว่า “คนยังมาไม่ครบ! หงถานยังไม่กลับมา ถ้าไม่จัดการหงถาน จะปล่อยให้หงถานก่อเรื่องอยู่ข้างนอกงั้นหรือ? ตีงูไม่ตาย ย่อมถูกงูแว้งกัด หลักการแค่นี้ไม่เข้าใจหรือไง?”
แต่ซ่านเทียนฮ่าวกลับรีบกล่าวว่า “ถ้าจับหลิวเหวินเยี่ยนได้ หงถานย่อมต้องมาแน่ ถึงเวลานั้นหงถานก็หนีไม่รอดหรอก!”
ดึงดันจะรอ ถ้ารอจนเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นจะทำยังไง!
โจวหมิงเหรินเงียบไปอีกครั้ง ไม่สนใจ
ซ่านเทียนฮ่าวค่อนข้างโกรธเคือง!
โจวหมิงเหรินจู่ๆ ก็กล่าวขึ้น “นายลองดูก็ได้ ฉันลงมือไม่ได้ ถ้าฉันลงมือ หากหงถานบุกมา จะไม่มีใครต้านทานเขาได้!”
“ท่าน…”
ซ่านเทียนฮ่าวมองเขาอย่างเย็นชา จู่ๆ ก็ส่งเสียงทางจิตไปว่า “โจวหมิงเหริน อย่าคิดให้มันมากนัก! ท่านคิดจริงๆ เหรอ ว่าพวกเขาสามารถต้านทานพวกเราได้? ท่านจะมาชี้ขาด เพื่อยืนยันตำแหน่งผู้นำผู้ใช้อารยธรรมแห่งเขตปกครองต้าเซี่ยของท่านงั้นหรือ?”
เขามองหมอนี่ทะลุปรุโปร่งแล้ว!
โจวหมิงเหรินคิดว่าคนพวกนี้อาจจะจัดการสายอักษรเทวะพหุคูณไม่ได้แน่ เขาอยากจะมาชี้ขาดศึกนี้ เพื่อสร้างผลงานให้ตัวเองชัดๆ!
โจวหมิงเหรินไม่เอ่ยปาก
ไม่ตอบกลับ และยิ่งไม่สนใจ
“หรือว่าท่านลืมคำกำชับของผู้อำนวยการโจวไปแล้ว?”
ซ่านเทียนฮ่าวส่งเสียงทางจิตอีกครั้ง!
ผู้อำนวยการโจวคนนี้ ไม่ใช่โจวหมิงเหริน แต่เป็นผู้อำนวยการของสถาบันอารยธรรมต้าโจว โจวโพหลงต่างหาก
บุตรชายสายตรงของยอดฝีมือระดับไร้เทียมทาน!
โจวหมิงเหรินยังคงไม่พูดจา ครั้งแล้วครั้งเล่า ซ่านเทียนฮ่าวโกรธจนแทบจะระงับไว้ไม่อยู่แล้ว หมอนี่ คิดจริงๆ เหรอว่าถ้าไม่มีเขา พวกเขาก็จะไม่มีปัญญาจัดการกับพวกหลิวเหวินเยี่ยนได้แล้ว?
…
บนยอดเขาไกลออกไป
ท่านโหวเซี่ยไม่ได้ยืนอยู่ แต่กำลังนั่ง จิบชา กินแตง ขาดก็แค่เรียกสาวใช้มาพัดให้เท่านั้นเอง
เขากินไปพลาง หัวเราะไปพลาง “เซี่ยอวี้เหวินกับไป๋เฟิงทำลายพื้นดินไปตั้งเยอะ รวยเละแล้วงานนี้!”
ข้างกาย ชายวัยกลางคนท่าทางสุภาพรูปร่างสูงใหญ่ปรายตามองเขาแวบหนึ่ง ยิ้มบางๆ กล่าวว่า “เงินของตระกูลเซี่ย โอนไปโอนมา สุดท้ายมันก็ไม่ใช่ของท่านอยู่ดีหรือไง!”
“มันไม่เหมือนกันหรอกน่า!”
ท่านโหวเซี่ยหัวเราะร่วน “เซี่ยอวี้เหวินเองก็หาเงินได้ ไม่ใช่เด็กๆ แล้ว ตระกูลเซี่ยอุดหนุนเขาปีละ 3,000 แต้มความดีความชอบ ท่านดูสิ เขาฟันดินกระจุยไปตั้งหลายร้อยตารางเมตรแล้ว หลายแสนแต้มความดีความชอบเลยนะนั่น!”
“เขาจ่ายไม่ไหวหรอก!”
“ไม่เป็นไร ปู่เขาจ่ายไหวก็พอแล้ว! ฉางชิงเป็นรองผู้อำนวยการมาตั้งหลายปี มีเงินอยู่แล้ว ไม่กลัวหรอก!”
ท่านโหวเซี่ยหัวเราะขึ้นมา กล่าวอีกว่า “เหล่าจี้เอ๊ย นั่งลงคุยกันหน่อยสิ ยืนอยู่ไม่เหนื่อยหรือไง? จะไปเลียนแบบเฒ่าหูทำไม?”
อธิบดีจี้ไม่สนใจเขา และไม่อยากคุยกับเขาด้วย
แต่ท่านโหวเซี่ยทนความเงียบเหงาไม่ไหว จึงกล่าวอีกว่า “เหล่าจี้ ท่านว่าสองคนนี้ใครจะชนะ?”
“โจวหมิงเหรินกับหงถานงั้นเหรอ?”
“ไม่ใช่ ฉันหมายถึงสองคนนี้น่ะ!”
เขาชี้ไปทางไป๋เฟิงที่ยังคงวิ่งหนีอย่างต่อเนื่อง ในเวลานี้ ชุดสีขาวของไป๋เฟิงกลายเป็นชุดโชกเลือดไปนานแล้ว ไม่อาจตอบโต้ได้ ทำได้เพียงหลบหนี รักษาชีวิตรอดไปอย่างแกนๆ ทว่ายิ่งสู้ก็ยิ่งอ่อนแรงลง หากเป็นเช่นนี้ต่อไป อย่างมากที่สุดก็ภายในหนึ่งนาที เขาจะต้องถูกเซี่ยอวี้เหวินฟันตายอย่างแน่นอน!
อธิบดีจี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย แววตาค่อยๆ เปล่งประกายขึ้น ราวกับกำลังมองดูอะไรบางอย่าง ผ่านไปครู่หนึ่ง จึงยิ้มบางๆ กล่าวว่า “ไป๋เฟิงตาย เซี่ยอวี้เหวินบาดเจ็บ!”
“ท่านกำลังมองอนาคตอยู่หรือ?”
ท่านโหวเซี่ยจู่ๆ ก็หัวเราะ “ไอ้ของพรรค์นี้มันไม่แม่นหรอก ต่อให้ท่านจะอยู่ขั้นสุริยันจันทรา ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมองได้แม่นยำ! อย่าว่าแต่ขั้นสุริยันจันทราเลย ต่อให้เป็นขั้นไร้เทียมทาน ก็ทำได้แค่คาดการณ์ล่วงหน้า วิเคราะห์จากข้อมูลต่างๆ แล้วสรุปออกมาเป็นความเป็นไปได้ของอนาคต ไม่ใช่อนาคตที่ถูกต้องแม่นยำซะหน่อย!”
อธิบดีจี้หันหน้าไปมองเขา ยิ้มบางๆ กล่าวว่า “แล้วท่านคิดว่าไงล่ะ?”
“ฉันคิดว่าไงน่ะเหรอ?”
ท่านโหวเซี่ยหัวเราะหึๆ กล่าวว่า “เอาแบบนี้ มาพนันกันสักตั้งดีไหม พนัน… พนัน… ลูกสาวท่านเป็นไง?”
“หืม?”
สายตาของอธิบดีจี้แปรเปลี่ยนเป็นไม่เป็นมิตรในพริบตา!
“ทำไมล่ะ? ท่านคิดว่าหู่โหยวบ้านฉันเป็นยังไง?”
ท่านโหวเซี่ยยิ้ม “ซื่อสัตย์ จริงใจ ไว้ใจได้ ขยันขันแข็ง…”
“ขี้เหร่!”
อธิบดีจี้พูดแค่นั้นแหละ!
ขี้เหร่เกินไป ไม่คู่ควรกับลูกสาวฉันหรอก!
ท่านโหวเซี่ยสีหน้าไม่สู้ดี “คนอื่นเขาก็บอกว่าหู่โหยวบ้านฉันหน้าตาเหมือนฉันทั้งนั้นแหละ!”
“เพราะงั้นถึงได้ขี้เหร่ไง!”
“ท่าน…”
ท่านโหวเซี่ยโกรธจัด กล่าวอย่างฉุนเฉียว “ได้ ไม่เอาก็ช่างเถอะ ฉันก็ไม่ได้เห็นลูกสาวท่านอยู่ในสายตาเหมือนกัน! ขั้นสุริยันจันทราหน้าใหม่ต๊อกต๋อย ได้เกี่ยวดองกับตระกูลเซี่ยของฉัน ถือเป็นบุญวาสนาของท่านแล้ว ยังจะมาทำเป็นหยิ่งอีก ไม่เอาก็ช่าง!”
อธิบดีจี้กล่าวเสียงเรียบ “ขั้นสุริยันจันทรามันอ่อนแอนักเหรอ? อีกอย่าง ลูกสาวของจี้ผู้นี้ ไม่รับของมือสองหรอกนะ!”
“…”
ท่านโหวเซี่ยมีสีหน้าหงุดหงิด ทางด้านนั้น ผู้เฒ่าหูกลั้นขำ
ของมือสอง…
จะว่าอย่างนั้นก็ได้!
ตอนเด็กๆ เซี่ยหู่โหยวเคยมีคู่หมั้นคู่หมาย เป็นทายาทสายตรงของตระกูลหลิว น่าเสียดาย… ตระกูลหลิวล่มสลายไปอย่างสิ้นเชิง ลูกสาวสายตรงที่เกี่ยวดองกับเซี่ยหู่โหยว เพิ่งเกิดได้ไม่นานก็ตายไปพร้อมกับพ่อแม่ในสนามรบพหุภพ
ตอนนั้นเป็นการหมั้นหมายตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์ กึ่งเล่นกึ่งจริง
ที่อธิบดีจี้พูดแบบนี้ ก็แค่จงใจยั่วโมโหท่านโหวเซี่ยเท่านั้นเอง
ท่านโหวเซี่ยโกรธเกรี้ยว รีบกล่าวว่า “ฉันพนันเลยว่าไอ้เด็กไป๋เฟิงนี่ จะต้องมีไม้ตายซ่อนอยู่อีก กระบี่พิฆาตมังกรสองเล่มของเขา จนถึงตอนนี้โผล่มาแค่เล่มเดียว! อีกเล่มหายไปไหนล่ะ?”
อธิบดีจี้เลิกคิ้วเล็กน้อย กล่าวเสียงเบา “เขาไปเอามาจากไหนสองเล่ม? อีกเล่มนั่น สรุปแล้วเอามาจากไหนกันแน่?”
“บางทีปีนั้นอาจจะร่างสองเล่มไปเลย ไอ้เด็กนี่แอบซ่อนเอาไว้ไงล่ะ!”
ท่านโหวเซี่ยเดาส่งเดชอย่างไม่รับผิดชอบ!
อธิบดีจี้กล่าวเสียงเรียบ “ฉันกำลังคิดว่า เป็นไปได้ไหมที่เขาแยกส่วนกระบี่พิฆาตมังกรของตัวเองออกมา?”
“ไม่ถึงขนาดนั้นมั้ง?”
ท่านโหวเซี่ยกล่าวอย่างไม่แน่ใจ “ทักษะการต่อสู้อักษรเทวะของสายอักษรเทวะพหุคูณ ไม่น่าจะแยกส่วนได้หรอกมั้ง! แต่ก็ไม่ตัดความเป็นไปได้นี้ทิ้งไป ไอ้เด็กนี่วันๆ เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องวิจัย ใครจะไปรู้ว่ามันประดิษฐ์ของเล่นอะไรออกมาบ้าง เอางี้ไหมล่ะ… เดี๋ยวท่านก็ยื่นมือเข้าไปช่วยชีวิตมันสักครั้งสิ?”
อธิบดีจี้ยิ้มบาง ไม่สนใจเขา
ทางด้านนั้น ผู้เฒ่าหูก็หัวเราะเบาๆ กล่าวว่า “ท่านโหว นิสัยเลือกปฏิบัติแบบนี้มันไม่ดีเลยนะ คราวก่อนมีคนโดนฆ่า ท่านยังไม่เห็นเข้าไปยุ่งเลย!”
ท่านโหวเซี่ยไม่ใส่ใจ กล่าวว่า “การทำธุรกิจก็แบบนี้แหละ เลือกปฏิบัติไปตามสมควร! ต้องดูว่าเขาคุ้มค่าที่จะให้ยื่นมือเข้าไปสอดหรือเปล่า ถ้าไม่คุ้ม พวกท่านก็สู้กันไปเถอะ!”
หลายคนไม่สนใจเขา
ถ้าท่านอยากยื่นมือเข้าไปยุ่ง ก็ไปยุ่งเอาเองเถอะ
…
ยอดฝีมือจากทั่วสารทิศต่างเฝ้ามองดูอย่างเงียบๆ
ส่วนภายในเขตสู้รบ ไป๋เฟิงชุดขาวชุ่มเลือด สิ้นไร้ไม้ตอกแล้ว!
ไป๋เฟิงไม่ถนัดการต่อสู้ยืดเยื้อ!
จุดนี้ มีคนรู้ไม่น้อย
แต่ในตอนนี้ กลับยื้อเวลามาได้นานขนาดนี้ ยิ่งสู้ยิ่งอ่อนแอลง คนตาแหลมก็ดูออกว่าเขาไม่ไหวแล้ว ขืนยื้อต่อไป แม้แต่กระบี่สุดท้ายก็คงฟันออกมาไม่ได้
เซี่ยอวี้เหวินไม่รีบร้อน บีบพื้นที่การหลบหนีของเขาให้แคบลงทีละก้าว
เพื่อป้องกันกระบี่สุดท้ายของเขา!
กระบี่คู่!
มาถึงตอนนี้ ไป๋เฟิงเพิ่งจะใช้กระบี่เดียว ยังเหลืออีกกระบี่ที่ยังไม่ได้ใช้ออกมา
ปราณดาบแผ่กระจาย พื้นที่หลบหนีของไป๋เฟิงยิ่งแคบลงทุกที!
เซี่ยอวี้เหวินรุกคืบอย่างระมัดระวัง!
เขาแข็งแกร่งมาก และก็เย่อหยิ่งมากเช่นกัน แต่เวลาต่อสู้ เขาก็มีแบบแผนของตัวเอง ไม่ลนลาน ไม่สับสน ไม่ใจร้อน
รับมือกับคนอย่างไป๋เฟิง จะต้องเยือกเย็นเข้าไว้
มิฉะนั้น อาจจะพลาดท่าตกม้าตายได้ทุกเมื่อ
“ไป๋เฟิง ยังจะดิ้นรนอยู่อีกไหม? ให้ฉันดูกระบี่พิฆาตมังกรเล่มที่สองของนายหน่อยสิ!”
“สมใจนายแน่!”
ไป๋เฟิงหัวเราะหึๆ ครามอครางต่ำๆ ฟันกระบี่สังหารออกไป!
ในเวลาเดียวกัน กระบี่อีกเล่มก็พุ่งทะยานลงมาจากฟากฟ้า!
หนึ่งแกร่งหนึ่งอ่อน!
“เล่มนี้ อ่อนหัดเกินไปแล้ว!”
เซี่ยอวี้เหวินหัวเราะเบาๆ ยื่นมือไปคว้ากระบี่เล่มที่อ่อนแอกว่าโดยตรง ในขณะเดียวกัน มือขวาก็ถือดาบ ฟันไปยังกระบี่ที่ลอยมาตรงหน้า นั่นต่างหากที่เป็นกระบี่หลัก!
เสียงดังปังสนั่น กระบี่หลักกระเด็นลอยไป!
กระบี่รองถูกเซี่ยอวี้เหวินบีบเอาไว้ในมือ เซี่ยอวี้เหวินตรวจสอบดูคร่าวๆ ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย พลังเจตจำนงปะทุ สั่นสะเทือนกระบี่รองเล่มนี้ น่าแปลกแฮะ ไปเอากระบี่พิฆาตมังกรมาจากไหนเยอะแยะขนาดนี้!
นี่คือทักษะการต่อสู้อักษรเทวะของเขางั้นเหรอ?
หรือว่า จะเป็นแค่ทักษะต่อสู้แขนงอื่น
ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น ไป๋เฟิงก็กลืนโลหิตแก่นแท้ลงไปหยดหนึ่ง คำรามลั่น ร่างกายขยายใหญ่ขึ้น พุ่งเข้ามาสังหารเขา!
“โลหิตแก่นแท้พรสวรรค์?”
“อ่อนแอเกินไป!”
เซี่ยอวี้เหวินตอบกลับเสียงเรียบ สะเทือนจนกระบี่รองสูญเสียสีสันและประกายเงางามไปในกำมือ โยนทิ้งส่งๆ แล้วถือดาบเข้าฟาดฟันกับไป๋เฟิงที่พุ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง!
ฉัวะ!
รอยบาดจากคมดาบทีละรอย ปรากฏขึ้นเต็มร่างไป๋เฟิงอีกครั้ง
ชุดสีขาวขาดวิ่น เผยให้เห็นเรือนร่าง เผยให้เห็นบาดแผลอันน่าสยดสยอง
“ยังจะดิ้นรนอีกเหรอ?”
“ดิ้นรนพ่อง!”
สิ้นเสียง กระบี่ยาวสองเล่มที่อยู่ไกลออกไป จู่ๆ ก็ผสานรวมเป็นหนึ่งเดียว พุ่งเข้าโจมตีด้านหลังเขาอีกครั้ง!
เซี่ยอวี้เหวินสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของกระบี่เล่มนั้นจากด้านหลัง และค่อนข้างสงสัย มันไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่คิดไว้ ไม่ได้อ่อนแอ อาจจะพอสังหารพวกขั้นหลิงอวิ๋นอ่อนหัดได้ แต่สำหรับเขานั้น มันอ่อนแอเกินไปแล้ว
ต่อให้เขาจะยังอยู่ขั้นทะยานฟ้า กระบี่เล่มนี้ก็ฆ่าเขาไม่ได้หรอก!
ดาบยาวในมือลอยออกไป ปรากฏขึ้นที่ด้านหลังโดยตรง เสียงดังตู้ม ปะทะพัวพันกับกระบี่ยาว เข้าห้ำหั่นกัน!
เซี่ยอวี้เหวินสู้มือเปล่า ยังคงแข็งแกร่งเหนือพรรณนา ชั่วพริบตาเดียวก็ซัดโดนไป๋เฟิงติดต่อกัน อัดจนไป๋เฟิงกระอักเลือดไม่หยุด ผลจากโลหิตแก่นแท้พรสวรรค์ ในเวลานี้ไม่สามารถสั่นคลอนเซี่ยอวี้เหวินได้เลยแม้แต่น้อย
แต่ไป๋เฟิงกลับไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น กลืนโลหิตแก่นแท้ลงไปอีกหลายหยด คำรามลั่น พุ่งเข้าใส่เขา!
ในขณะนี้เอง จิตสังหารสะท้านฟ้าสายหนึ่งพวยพุ่งออกมาจากร่างของเขา!
วินาทีต่อมา กระบี่พิฆาตมังกรอีกเล่มก็ปรากฏขึ้น!
แข็งแกร่ง!
แข็งแกร่งกว่ากระบี่ที่รวมเป็นหนึ่งเดียวเล่มข้างหลังนั่นเสียอีก!
ยอดฝีมือบางส่วนจากทั่วสารทิศต่างตะลึงงัน ยังมีเล่มที่สามอีกเหรอ?
สถานการณ์อะไรกันเนี่ย!
เซี่ยอวี้เหวินกลับถอนหายใจอย่างโล่งอก แบบนี้สิถึงจะถูก!
เขารู้อยู่แล้ว ว่าไป๋เฟิงไม่ได้ฆ่าง่ายขนาดนั้น ย่อมต้องมีไม้ตายซ่อนอยู่อีก เป็นอย่างที่คิดจริงๆ!
กระบี่เล่มนี้ แข็งแกร่งมาก!
ฆ่าจางอวี่ได้สบายๆ ถ้างั้นเรื่องทุกอย่างก่อนหน้านี้ก็สมเหตุสมผลแล้ว
“เบิกฟ้า!”
เซี่ยอวี้เหวินเองก็ไม่ประมาท ตะโกนลั่น!
บนร่างส่องประกายแสงเก้าจุด!
จุดชีพจรเก้าจุดหลังจากการรวมชีพจร!
จุดแสงเก้าจุดนี้ ทรงพลังเหนือบรรยาย ในขณะนี้ บนร่างของเซี่ยอวี้เหวิน มีกลิ่นอายโบราณกาลแผ่ซ่านออกมาจางๆ กลิ่นอายของเทพมาร นั่นคือการใช้โลหิตแก่นแท้เทพมารหล่อหลอมร่างกายขึ้นมา!
ใช้มือแทนดาบ!
เซี่ยอวี้เหวินตวาดลั่น ฟันมือดาบลงไป!
ดาบนี้ จิตสังหารสั่นสะเทือนฟ้าดิน!
ไป๋เฟิงเองก็กัดฟัน คำรามลั่น ทะยานตัวขึ้นกลางอากาศโดยตรง กำกระบี่พิฆาตมังกรเล่มที่สามเอาไว้ ปราณแท้ พลังเจตจำนงไหลทะลักเข้าไปอย่างต่อเนื่อง ตะโกนก้อง “สลายปราณ!”
กระบวนท่าที่สามของสังหารทลายฟ้า!
กระบี่เล่มนี้ ช่างเจิดจรัสตระการตา!
จิตสังหารพุ่งทะยานทะลุชั้นเมฆ อักษรเทวะปะทุ!
หนึ่งดาบหนึ่งกระบี่ ปะทะเข้าด้วยกันในพริบตา!
ไร้ซุ่มเสียง!
มีเพียงคลื่นแสงสายหนึ่งที่กวาดล้างออกไปทั่วสารทิศ!
ทั้งสองคนหยุดนิ่งอยู่กลางอากาศ ดาบและกระบี่ปะทะกัน เซี่ยอวี้เหวินใช้มือแทนดาบ ในเวลานี้มือขวาสว่างไสวเจิดจ้า สีทองอร่ามไปทั้งท่อน และก็แข็งแกร่งทนทานอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ แกรก…
เสียงแตกหักดังขึ้น กระบี่ในมือของไป๋เฟิง ในตอนนี้กำลังแตกสลาย
มือของเซี่ยอวี้เหวิน ก็ปรากฏรอยร้าวขึ้นสายหนึ่ง!
เลือด หยดลงมา
เซี่ยอวี้เหวินหัวเราะเบาๆ “แข็งแกร่งมาก พอที่จะฆ่าข้ามระดับขั้นหลิงอวิ๋นได้เลย ไป๋เฟิง นายเก่งมาก น่าเสียดาย… ที่ฉันแกร่งกว่า!”
แค่บาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น!
กระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดของไป๋เฟิง ไม่ได้สร้างบาดแผลสาหัสให้กับเขา
ส่วนไป๋เฟิง ในเวลานี้แววตาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ความโกรธแค้น ความไม่ยินยอม…
ทำไมกัน!
ถึงได้แกร่งขนาดนี้?
“นายไปตายซะเถอะ!”
เซี่ยอวี้เหวินกล่าวเสียงเบา มือซ้ายจำแลงเป็นดาบ ฟันเข้าที่ศีรษะของไป๋เฟิง!
“ฉันไม่ยอม!”
เสียงคำรามอย่างโกรธแค้นและสิ้นหวังดังกึกก้องไปทั่วสารทิศ!
พวกของอู๋เยว่ฮวาเตรียมพร้อมที่จะลงมือ ทางด้านนั้น ซ่านเทียนฮ่าวและคนอื่นๆ ก็ระเบิดพลังกดดันออกมา ท่าทางเหมือนพร้อมจะเปิดศึกในทันที
“ฉันไป๋เฟิง มีพรสวรรค์ล้ำเลิศ ฉันไม่ยอม ฉันไม่ยอมรับ!”
ไป๋เฟิงคำรามอย่างสิ้นหวัง!
กระบี่ยาวในมือแตกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้ว!
เซี่ยอวี้เหวินถอนหายใจเบาๆ ไม่พูดพร่ำทำเพลง มือซ้ายฟันลงไปที่ศีรษะของเขาแล้ว!
นาย… ไปตายได้แล้ว
“ฉันไม่ยอม!”
ไป๋เฟิงคำรามอย่างบ้าคลั่ง พลังเจตจำนงปะทุ ปราณแท้ปะทุ เขากำลังดิ้นรน กำลังทำการตอบโต้ครั้งสุดท้าย!
ในจังหวะนั้นเอง รอบนอก โจวหมิงเหรินแววตาวูบไหว ลืมตาขึ้น มองไปที่แห่งหนึ่งในความว่างเปล่าทันที!
ในเวลานี้ ยอดฝีมือแต่ละคน ต่างทยอยสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ!
และในตอนนั้นเอง กระบี่พิฆาตมังกรที่ผสานรวมเป็นหนึ่งเดียว ที่ก่อนหน้านี้ยังพัวพันอยู่กับดาบอาวุธอารยธรรมของเซี่ยอวี้เหวิน เดิมทีพลังอ่อนแรงลงไปแล้ว ทว่าในเวลานี้ กลับระเบิดแสงเจิดจ้าอันไร้ที่เปรียบออกมา!
แสงสว่างสายหนึ่ง สาดส่องไปทั่วฟ้าดิน!
กระบี่ยาวกำลังลุกไหม้!
วิ้ง!
เสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะทะลวงฟ้าดินดังขึ้น เสียงดังปัง ดาบอาวุธอารยธรรมของเซี่ยอวี้เหวินถูกฟาดฟันจนแหลกละเอียดในพริบตา!
แหลกสลาย!
เซี่ยอวี้เหวินที่กำลังจะฟันสังหารไป๋เฟิงสีหน้าเปลี่ยนไป พลังเจตจำนงสั่นคลอน อักษรเทวะแตกสลายไปหนึ่งตัว เขาไม่สนใจจะหันกลับไปมอง ครางต่ำหนึ่งเสียง ประกบมือทั้งสองเข้าด้วยกัน กลายเป็นสีทอง ผสานดาบฟันเข้าใส่ไป๋เฟิงในพริบตา!
“ประมาทนายไปหน่อย!”
เซี่ยอวี้เหวินคำรามลั่น!
“ประมาทไปเยอะเลยต่างหาก!”
จู่ๆ ไป๋เฟิงก็หัวเราะฮ่าๆ ร่าเริง ด้านหลังของเซี่ยอวี้เหวิน กระบี่ยาวเล่มหนึ่งพุ่งทะลวงอากาศเข้ามา!
อักษรเทวะกำลังแผดเผา!
ในตอนนี้ แผ่นหลังของเซี่ยอวี้เหวินรวบรวมปราณแท้ไว้นับไม่ถ้วน เขาไม่หันหลังกลับ เขาจะต้องฟันไป๋เฟิงให้ตาย!
ต่อให้ต้องบาดเจ็บ ก็ต้องฟันไป๋เฟิงให้ตาย!
“ไอ้โง่!”
ในจังหวะนั้นเอง วินาทีที่เซี่ยอวี้เหวินรวบรวมปราณแท้ ในมือของไป๋เฟิงก็ปรากฏกระบี่ยาวขึ้นมาอีกเล่มอย่างกะทันหัน!
กระบี่พิฆาตมังกร!
เล่มที่สี่!
แตกต่างจากเล่มก่อนหน้านี้ กระบี่เล่มนี้ ในตอนนี้มืดมนไร้ประกาย ทว่าวินาทีต่อมา บนกระบี่เล่มนี้ กลับระเบิดจุดแสงอันเจิดจรัสออกมาถึง 18 จุด!
อักษรเทวะ 18 ตัวกำลังลุกไหม้!
“ส่งนายไปสวรรค์!”
เสียงตะโกนเกรี้ยวกราด ดังกึกก้องไปทั่วทิศ!
“ฟัน!”
ฟันกระบี่ออกไป!
กระบี่ที่หนึ่ง กระบี่ที่สอง กระบี่ที่สามอะไรนั่น… ล้วนแต่เป็นของปลอมทั้งนั้น
จะว่าปลอมก็ไม่เชิง กระบี่แต่ละเล่ม ล้วนแฝงอักษรเทวะเอาไว้สองตัว รวมเป็นอักษรเทวะทั้งหมด 6 ตัว เพื่อปลอมแปลงเป็นกระบี่พิฆาตมังกรอันทรงพลัง อักษรเทวะทั้งหมดจึงลุกไหม้!
ไป๋เฟิงร่างอักษรเทวะทั้งหมด 28 ตัว!
ในจำนวนนี้เป็นอักษรเทวะพื้นฐาน 12 ตัว และอักษรเทวะที่ร่างขึ้นมาทีหลังอีก 16 ตัว
ในเวลานี้ เมื่อรวมกับกระบี่เล่มนี้ในมือ เท่ากับว่าได้ทำลายอักษรเทวะไปแล้วถึง 24 ตัว เหลือเพียงอักษรเทวะสี่ตัว ล่องลอยอย่างโดดเดี่ยวอยู่ในทะเลเจตจำนง ก่อตัวเป็นกระบี่เล่มเล็กๆ หนึ่งเล่ม นั่นต่างหากที่เป็นกระบี่พิฆาตมังกรที่เขาเตรียมจะเก็บไว้
อักษรเทวะลุกไหม้ ทะเลเจตจำนงสั่นสะเทือน จุดชีพจรเทวะพังทลายและปิดตัวลง!
คำว่า "ฟัน" คำเดียว ดังกึกก้องสะท้านฟ้าดิน
วิ้ง!
เร็ว เร็วเกินไปแล้ว!
เสียงฉับดังขึ้น มือสีทองดั่งวัชระของเซี่ยอวี้เหวิน เมื่อเผชิญกับกระบี่เล่มนี้ ก็ถูกตัดขาดในชั่วพริบตา!
เลือดยังไม่ทันได้พุ่งทะลักออกมา ก็ระเหยกลายเป็นไอในพริบตา!
เซี่ยอวี้เหวินสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง คำรามก้องอย่างบ้าคลั่ง จุดชีพจรทั้ง 9 แห่งทั่วร่าง จู่ๆ ก็ระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว!
ปราณแท้อันแข็งแกร่งไร้เปรียบระเบิดทะลักออกมา!
กลางความว่างเปล่า ดาบยาวเล่มยักษ์ปรากฏขึ้น ปะทะกับกระบี่ยาวที่ลุกไหม้ของไป๋เฟิง!
ดาบและกระบี่ปะทะกันอีกครั้ง!
ไร้สุ้มเสียงและร่องรอย!
วินาทีต่อมา พลังอันทรงอานุภาพเหนือพรรณนาระเบิดออกมาจากจุดศูนย์กลาง คลื่นแสงวงแหวนกระจายออกไป กวาดล้างสิ่งกีดขวางทุกอย่างในทุกสารทิศจนราบเป็นหน้ากลอง!
ภูเขาขนาดย่อมลูกหนึ่ง ถูกตัดขาดออกเป็นสองซีกในพริบตา!
ไกลออกไป ยอดฝีมือขั้นหลิงอวิ๋นหลายคน สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง!
เพิ่งจะคิดหลบหนี เสียงฉับก็ดังขึ้น คลื่นแสงวงแหวนพาดผ่าน เสียงดังปัง ยอดฝีมือขั้นหลิงอวิ๋นคนหนึ่งหน้าอกระเบิดออกทันที ร่างกายถูกตัดขาดเป็นสองท่อน!
“สะกด!”
เสียงตวาดก้องดังมา คลื่นแสงที่กระจายออกไปถูกสะกดเอาไว้ในพริบตา!
โจวหมิงเหรินขมวดคิ้ว สะกดพลังงานที่รั่วไหลออกไปเหล่านั้นไว้ ยื่นมือเปล่าไปคว้าผู้ฝึกตนขั้นหลิงอวิ๋นที่ถูกฟันขาดเป็นสองท่อน ในมือปรากฏแสงสีขาวสายหนึ่งพวยพุ่งออกมา บังคับประกบร่างที่แตกสลายของอีกฝ่ายเข้าด้วยกัน
ผ่านไปครู่หนึ่ง ผู้ฝึกตนขั้นหลิงอวิ๋นผู้นี้ยังคงหวาดผวา ใบหน้าซีดเผือด มองไปยังใจกลางการต่อสู้ แล้วก้มมองบาดแผลของตัวเอง อยากจะร้องไห้แต่กลับไม่มีน้ำตา!
ร่างกายแหลกเหลวแล้ว!
แค่อานุภาพตกค้างเท่านั้น!
ตัวเองเกือบตายไปแล้ว ต่อให้ไม่ตาย หากไม่มีเวลาครึ่งปีหรือหนึ่งปี ก็ไม่มีทางฟื้นตัวกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้!
ยอดฝีมือจากทั่วสารทิศ ในตอนนี้ต่างตั้งสติแล้วมองไปยังฝั่งนั้น!
กลางความว่างเปล่า ไป๋เฟิงยิงฟันยิ้ม!
กระบี่ยาวในมือแตกสลายอย่างสมบูรณ์ หักเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ทะเลเจตจำนงบาดเจ็บสาหัส จุดชีพจรเทวะปิดตัว อักษรเทวะแตกสลาย ร่างกายระเบิดแตกออกอย่างต่อเนื่อง เลือดสาดกระเซ็นไปทั่ว
ส่วนเบื้องหน้า แขนทั้งสองข้างของเซี่ยอวี้เหวินถูกตัดขาด เหมือนกับลูกศิษย์ของเขาเป๊ะ แขนสองข้างขาดสะบั้นโดยตรง
นั่นไม่สำคัญ ที่สำคัญคือ ในตอนนี้เขา จุดชีพจรทั้งเก้าระเบิดออก ปราณแท้เหือดแห้ง ถึงได้ฝืนรับกระบี่นั้นเอาไว้ได้!
เสียงดังปัง ที่หว่างคิ้ว ระเบิดออก!
เลือดสดพุ่งทะลัก!
เซี่ยอวี้เหวินไม่ส่งเสียง มองไป๋เฟิงอย่างเหม่อลอย สายตาของทั้งคู่ประสานกัน และร่วงหล่นจากกลางหาวพร้อมกัน!
ปัง!
ปัง!
ทั้งสองคนตกลงกระแทกพื้นพร้อมกัน เซี่ยอวี้เหวินราวกับถูกผ่าซีก!
ที่หว่างคิ้ว รอยร้าวสายหนึ่งลุกลามออกไป!
จากหว่างคิ้วถึงปลายจมูก ถึงริมฝีปาก ถึงหน้าอก... ลุกลามลงไปเรื่อยๆ!
เซี่ยอวี้เหวินมองขึ้นไปบนท้องฟ้า เขายังไม่ตาย แต่ตอนนี้ในหัวกลับขาวโพลนไปหมด
เขาไม่เข้าใจ ว่าทำไม... ถึงมีกระบี่ที่สี่!
ไป๋เฟิง ตกลงทำอะไรลงไปกันแน่?
ทางด้านไป๋เฟิง ในตอนนี้ทะเลเจตจำนงก็แทบจะกลายเป็นกองโคลนไปแล้ว กระทั่งอักษรเทวะหลักก็ยังแตกสลาย ในเวลานี้ เลือดคำโตทะลักออกมาจากปากไม่หยุด พื้นดินถูกย้อมเป็นสีแดงฉานในพริบตา
“ศิษย์ลุง... ช่วยฉันด้วย...”
เขารู้สึกว่า ตัวเองยังพอเยียวยาได้ ทำไมตกลงมาแล้ว ถึงไม่มีใครมาช่วยฉันล่ะ!
ศิษย์ลุง... แม่งโคตรจะหลอกหลวงเลย!
ในวินาทีนี้ ยอดฝีมือจากทั่วทุกสารทิศเพิ่งจะทยอยได้สติกลับมา!
ยังคงเหม่อลอย ยังคงไม่อยากจะเชื่ออยู่บ้าง!
“ไป๋เฟิง... ทำลายทักษะการต่อสู้อักษรเทวะของตัวเอง แผดเผาอักษรเทวะหลักสำคัญของตัวเอง...”
แบบนี้... ต่อให้ไม่ตายก็กลายเป็นคนพิการอย่างสมบูรณ์ไปแล้วสิ!
มีชีวิตอยู่ต่อไปแบบนี้ จะยังมีประโยชน์อะไรอีก?
อาจจะมี เจิ้งอวี้หมิงก็มีสภาพพอๆ กับเขา แต่เจิ้งอวี้หมิงยังมีอักษรเทวะอีกตั้งหลายตัวที่ยังไม่แตกสลาย แล้วไป๋เฟิงล่ะ?
ไป๋เฟิงยังเหลืออีกกี่ตัว?
ทะเลเจตจำนงของเขา จะทนรับการสะท้อนกลับแบบนี้ไหวหรือ?
…
“เซี่ยอวี้เหวินถึงกับไม่ชนะเสียนี่!”
ในเวลานี้ อู๋ฉีที่อยู่ด้านนอกก็มีสีหน้าตกตะลึงเช่นกัน!
เซี่ยอวี้เหวินขั้นหลิงอวิ๋นระดับสาม เกือบจะถูกไป๋เฟิงใช้กระบี่เดียวฟันขาดเป็นสองท่อน!
เขาป้องกันกระบี่ที่หนึ่งได้ กระบี่ที่สองได้... ป้องกันไปป้องกันมา แต่กลับป้องกันกระบี่สุดท้ายเอาไว้ไม่ได้!
เซี่ยอวี้เหวินที่จุดชีพจรทั้งเก้าแตกสลาย อาวุธอารยธรรมก็ถูกทำลาย บาดแผลระดับนี้ จะรักษาให้หายได้หรือ?
…
และในตอนนี้เช่นกัน พวกท่านโหวเซี่ยหลายคนก็มีสีหน้าพิลึกพิลั่น
อธิบดีจี้พึมพำ “กระบี่พิฆาตมังกรสี่เล่ม อย่าบอกนะว่า ตอนแรกก็ร่างออกมา 4 เล่ม เขาแยกส่วนกระบี่พิฆาตมังกร... แยกตั้ง 4 ครั้ง!”
ไป๋เฟิง ทำได้ยังไงกันแน่?
วินาทีต่อมา จู่ๆ เขาก็ยื่นมือออกไป คว้าไปทางฝั่งนั้น!
และในเวลาเดียวกัน ซ่านเทียนฮ่าวและคนอื่นๆ ก็พากันลงมือ คว้าไปทางฝั่งไป๋เฟิง!
กฎเกณฑ์งั้นเหรอ?
ไม่สนแล้ว!
ไป๋เฟิงแยกส่วนกระบี่พิฆาตมังกรได้ยังไง พวกเขาสนใจเรื่องนี้มากเกินไปแล้ว!
“เขาพิการไปแล้ว ช่วยไว้หน้าฉันสักหน่อยเถอะ...”
อธิบดีจี้กล่าวเสียงเรียบ ชั่วพริบตา ตราประทับสีทองขนาดใหญ่ก็พุ่งเข้ากระแทกใส่พวกซ่านเทียนฮ่าวโดยตรง!
ตราประทับขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ!
ในเวลาเดียวกัน บนฟากฟ้า พระจันทร์เต็มดวงก็ลอยเด่นขึ้นมา!
พระจันทร์ดวงนี้ ลอยขึ้นในพริบตา และร่วงหล่นในพริบตา พระจันทร์ร่วงหล่น บดบังแสงอาทิตย์จนมิด พุ่งเข้าทุบใส่โจวหมิงเหรินเต็มแรง!
โจวหมิงเหรินขมวดคิ้ว ถอยหลังไปสองสามก้าวเล็กน้อย!
เสียงดังปังสนั่น พวกซ่านเทียนฮ่าวถูกตราประทับกระแทกจนปลิวไป อธิบดีจี้คว้าตัวไป๋เฟิงเอาไว้ ดึงฝ่ามือยักษ์กลับมาในพริบตา ไป๋เฟิงร่วงลงตรงหน้าเขา แววตาค่อนข้างเลื่อนลอย เลือดทะลักกบปาก กล่าวเสียงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยินว่า “เชี่ย... เบาหน่อย...”
อธิบดีจี้ยิ้ม ไม่ได้เอ่ยปากอีก ทางฝั่งนั้น โจวหมิงเหรินถอยฉากออกไป มองไปทางพวกท่านโหวเซี่ย กล่าวอย่างสงบ “หากพวกท่านอยากจะยื่นมือเข้ามายุ่ง ก็บอกมาตั้งแต่แรกสิ ทำไมต้องรอจนถึงตอนนี้ หากตระกูลเซี่ยไม่อนุญาต การต่อสู้ครั้งนี้ก็คงไม่ปะทุขึ้นหรอก!”
ท่านโหวเซี่ยยักไหล่ “ไม่เกี่ยวกับฉัน เหล่าจี้เป็นคนลงมือ พวกนายก็ไปหาเขาเองสิ!”
โจวหมิงเหรินไม่พูดจา ซ่านเทียนฮ่าวกล่าวอย่างเกรี้ยวกราด “พวกคุณขีดเส้นกำหนดเขตสู้รบเอง แล้วตอนนี้จะมากลืนน้ำลายตัวเองงั้นเหรอ?”
“เหล่าจี้เป็นคนทำ!”
ท่านโหวเซี่ยพูดย้ำอีกครั้ง คิดๆ ดูแล้วจึงกล่าวว่า “ปรับเงิน ห้ามลงมืออีก! ถ้าลงมืออีก จะปรับให้ไปฆ่ายอดฝีมือขั้นสุริยันจันทราที่สนามรบพหุภพสักคน ทุกคนคิดว่าไง?”
“ส่งตัวไป๋เฟิงมา!”
ซ่านเทียนฮ่าวโกรธจัด!
อธิบดีจี้ไม่สนใจเขา หิ้วไป๋เฟิง หันหลังเดินหนีไปเลย!
ส่งตัวบ้าอะไรล่ะ!
ตอนนี้เขากำลังอยากรู้อยากเห็นจะตาย ทำได้ยังไงกัน?
แยกส่วนกระบี่พิฆาตมังกรออกมาตั้งสี่เล่มได้ยังไง?
มหัศจรรย์เกินไปแล้ว!
“จี้...”
ซ่านเทียนฮ่าวยังตะโกนไม่ทันจบ จู่ๆ อธิบดีจี้ก็หันขวับ ร่างวูบไหว รวดเร็วเหนือพรรณนา ไปปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเขาในชั่วพริบตา ในมือปรากฏพระจันทร์เต็มดวง ฝ่ามือเดียวฟาดฟันรัศมีสุริยันจันทราออกมา!
ปัง!
ร่างกายระเบิดแตกออก!
ฟาดฟันออกไปอีกหนึ่งกระบวนท่า เสียงดังปัง เลือดสาดกระเซ็น กระดูกแตกกระจาย!
อธิบดีจี้มองเขาฝืนฟื้นฟูเลือดเนื้ออย่างเย็นชา กล่าวเสียงเรียบ “คำอธิบายแค่นี้ พอไหม? ถ้ายังไม่พอ ก็ให้โจวโพหลงมาหาฉันเอง!”
ไร้สุ้มเสียง!
อธิบดีจี้กวาดสายตามองไปรอบด้านอย่างสงบ “พวกนายก็สู้ส่วนของพวกนายไป ฉันก็จะเอาส่วนของฉัน ฉันอยากจะปกป้องเขา ก็คือปกป้องได้! แค่ขั้นซานไห่ต๊อกต๋อย ในเขตปกครองต้าเซี่ย คิดจะมาขวางจี้หงผู้นี้งั้นเหรอ?”
เขาหันหน้าไปมองโจวหมิงเหรินแวบหนึ่ง กล่าวเสียงเรียบ “ผู้อำนวยการโจว ถ้าไม่ยอมรับ ก็ลองดูได้นะ!”
โจวหมิงเหรินไม่ปริปาก
“ฉันจี้หงจะคุ้มครองขั้นทะยานฟ้าสักคน ยังมีใครกล้ามางัดข้อกับฉันอีกเหรอ?”
อธิบดีจี้กวาดสายตามองไปรอบๆ กล่าวเสียงเรียบ “ยังมีใครอยากจะว่ากล่าวอะไรอีกไหม?”
เงียบกริบ!
“ถ้างั้นก็ขอตัวล่ะ!”
อธิบดีจี้ยิ้มๆ หิ้วไป๋เฟิง เหยียบอากาศจากไป







