ท่านราชา โปรดหยุดมือ · khram
ตอนที่ 125
บทที่ 125 การประชันวิชาตัวเบาระหว่างซินจั๋วกับสามยอดฝีมือเซวียหวยเวย
เมืองสือหลิน ภายในตรอกอันว่างเปล่าแห่งหนึ่ง
ถังซื่อเจ๋อและตู้จิ่วเหนียนจับจ้องนกกระจอกไหมทองในมือของเซวียหวยเวยเขม็ง
นกกระจอกชนิดนี้ฝึกฝนได้ยากยิ่ง หากทั้งสองตัวแยกจากกันเมื่อใดก็จะพากันอดอาหารจนตายในเวลาไม่นาน มักต้องใช้นกนับร้อยคู่จึงจะฝืนฝึกฝนออกมาได้สักคู่หนึ่ง เรียกได้ว่ามีทองพันชั่งก็ยากจะหาซื้อ
“นกกระจอกตัวเมียตัวนี้จะตามหานกกระจอกตัวผู้ได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ต่อให้ตายไปแล้วก็ยังตามไปหา หากไม่มีอะไรผิดพลาด เมื่อถึงที่นั่นก็คือที่อยู่ของซินจั๋ว”
เซวียหวยเวยกล่าวเสียงขรึม “เมื่อพบคนผู้นี้ พวกเราทั้งสามต้องไม่ยั้งมือเด็ดขาด สังหารในดาบเดียว ห้ามพูดจาไร้สาระแม้แต่ครึ่งประโยค ไม่อาจให้โอกาสมันพลิกฟื้นกลับมาได้อีก! จากนั้นค่อยกลับไปตามหาลูกน้องของมันอีกไม่กี่คน สับสังหารให้สิ้น ถือเป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจอันยิ่งใหญ่!”
ทั้งสามคนล้วนมีเหตุผลที่ต้องสังหารซินจั๋ว
โดยเฉพาะเซวียหวยเวย ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ซ่งตงสีผู้เป็นศิษย์น้องถูกทุบตีจนพิการและถูกแย่งชิงทวนไป ปีนั้นไอ้โจรเฒ่าซินเอ้าเทียนบุกไปถึงคฤหาสน์ทวนเทพแล้วย่ำยีศิษย์น้องหญิงเล็กคนหนึ่งทั้งเป็น ความแค้นนี้ไม่อาจอยู่ร่วมโลก
หากไม่ใช่เพราะซินเอ้าเทียนถูกจอมยุทธ์ถังอู๋หว่อสังหารไปก่อน คฤหาสน์ทวนเทพก็ต้องสังหารมันอยู่ดี
เดิมทีซินจั๋วเป็นเพียงโจรน้อยผู้โง่เขลาเบาปัญญา คฤหาสน์ทวนเทพจึงไม่ได้ใส่ใจ ใครจะคิดว่ามันจะเติบกล้ามาได้ถึงขั้นนี้
“สมควรเป็นเช่นนั้น!”
ถังซื่อเจ๋อและตู้จิ่วเหนียนพยักหน้า
เห็นเซวียหวยเวยโยนนกกระจอกตัวเมียออกไป นกกระจอกตัวนั้นกระพือปีก เริ่มจากบินวนหนึ่งรอบ จากนั้นจึงพุ่งตรงไปยังที่ไกลตา
“ตามไป!”
ทั้งสามใช้วิชาตัวเบา ติดตามนกกระจอกไปอย่างกระชั้นชิด
นกกระจอกบินเร็วมาก ทว่าด้วยวิชาตัวเบาของทั้งสาม การตามให้ทันก็ไม่ใช่เรื่องยาก
ไล่ตามมาตลอดทางเช่นนี้ ไม่นานก็เข้าใกล้คฤหาสน์ตระกูลเก่อ ถังซื่อเจ๋อสายตาแข็งค้าง กล่าวด้วยความตกใจ “ไอ้โจรภูเขาน้อยนั่นคงไม่ได้ขวัญกล้าเทียมฟ้าลอบเข้าไปในคฤหาสน์ตระกูลเก่อหรอกกระมัง”
นี้นับว่าเหนือความคาดหมายจนเกินไป คนนับร้อยเตรียมตัวไปสังหารเจ้า ในจำนวนนั้นไม่ขาดแคลนยอดฝีมือ เจ้ากลับลอบเข้าไปงั้นหรือ หนึ่งต่อหลายร้อยเนี่ยนะ ความคิดของคนปกติทั่วไป ไม่มีทางทำเรื่องเช่นนี้เด็ดขาด อย่างน้อยพวกเขาก็ไม่ทำ ไม่มีเหตุผล และไม่มีตรรกะเอาเสียเลย
ทว่าเมื่อนกกระจอกตัวนั้นบินมาถึงหน้าลานกว้างของคฤหาสน์ตระกูลเก่อ มันกลับเลี้ยวโค้งแล้วบินไปอีกทางหนึ่ง
“เอ๋?” ถังซื่อเจ๋อกล่าวอย่างไม่เข้าใจ “พี่เซวีย นกของท่านเลี้ยวโค้งเป็นด้วยหรือ”
เซวียหวยเวยหน้าดำคล้ำไปเล็กน้อย นกบินอยู่กลางอากาศ อีกทั้งไม่มีสิ่งกีดขวาง จะเลี้ยวโค้งหาอะไร หรือว่าเมื่อครู่ซินจั๋วมาสืบข่าวภายในคฤหาสน์ตระกูลเก่ออยู่แถวนี้
“ตามไปก่อน!”
ทั้งสามไล่ตามไปอีกครั้ง
ครั้งนี้นกกระจอกบินโฉบขึ้นลง ความเร็วเดี๋ยวช้าเดี๋ยวเร็ว สุดท้ายก็ร่อนลงไปภายในกำแพงหนาใหญ่ที่มีไอร้อนพวยพุ่งออกมาแห่งหนึ่ง
ทั้งสามสบตากัน อาวุธในมือพร้อม ปลายเท้าแตะพื้นพากันพุ่งเข้าไป จากนั้น
ก็อึ้งค้างอยู่กับที่
ด้านในเป็นโรงอาบน้ำหญิง ขณะนี้มีสตรีรูปร่างอ้วนท้วนหรือทรวดทรงเว้าแหว่งนับร้อยคนกำลังอาบน้ำอยู่ คาดว่าคงเป็นคนงานหญิงในเหมืองถ่านหินบนภูเขาแถวนี้ เพิ่งเลิกงานกลางดึก จึงแวะมาขัดสีฉวีวรรณ
นี่ไม่สำคัญ ที่สำคัญคือ เหตุใดนกกระจอกจึงบินมาร่อนลงที่นี่
ทั้งสามยังไม่ตัดใจ จ้องมองทุกคนอย่างละเอียดรอบคอบ ในจิตใต้สำนึกสงสัยว่ามีอะไรน่าสงสัยหรือไม่
ทว่าภาพนี้เมื่อตกอยู่ในสายตาของกลุ่มคนงานหญิงที่กำลังมองมาอย่างงุนงงนั้นกลับไม่เหมือนกัน นี่มันพฤติกรรมอะไรกัน
“กรี๊ด!” สตรีวัยสี่สิบกว่าปีคนหนึ่งซึ่งมีไขมันเต็มตัวและผิวคล้ำกรีดร้องออกมาเป็นคนแรก “โจรราคะ หน้าไม่อาย!”
“ไอ้พวกหน้าไม่อาย ไสหัวไปนะ!”
“ใครก็ได้มาที! มีโจรราคะ!”
...
กลุ่มสตรีเนื้อตัวขาวโพลนพากันส่งเสียงเอะอะโวยวาย ฉากนี้ช่างยิ่งใหญ่อลังการ ในที่สุดก็ปลุกให้ทั้งสามตื่นจากภวังค์ รีบลนลานหนีเตลิดไป
กระทั่งวิ่งมาถึงที่ที่ค่อนข้างไกล ทั้งสามจึงหยุดลง มองหน้ากันแล้วยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน
ถังซื่อเจ๋อส่ายหน้า “พี่เซวีย นกกระจอกของท่านเป็นนกปกติหรือเปล่าเนี่ย”
ตู้จิ่วเหนียนเองก็กล่าวอย่างอับอายขายหน้าเหลือแสน “ซินจั๋วไม่มีทางหลบอยู่ท่ามกลางกลุ่มหญิงแก่พวกนั้นหรอกกระมัง”
เซวียหวยเวยสีหน้าลังเลไม่แน่ใจ จังหวะนั้นเองก็เห็นนกกระจอกตัวนั้นบินออกมาอีกครั้ง แล้วบินไปอีกทางหนึ่ง จึงกัดฟันกรอด “ตาม! นกของข้าไม่มีทางเกิดปัญหาเด็ดขาด!”
ทั้งสามออกเดินทางอีกครั้ง ทว่าสถานที่ต่อจากนั้นกลับเป็นเรือนร้าง ที่ทำการเจ้าเมือง หอนางโลม ทางตัน...
เต็มๆ สองชั่วยาม วิ่งวนรอบเมืองทั้งเมืองไปหนึ่งรอบ
ด้านหลังไม่รู้ว่ามีกลุ่มมือปราบ ผู้คุ้มภัยจากสำนักคุ้มภัย และสตรีมากมายตามมาตั้งแต่เมื่อใด พากันส่งเสียงเอะอะโวยวายวิ่งไล่ตามมา
“ข้าไม่ตามแล้ว! นกของท่านจับถอนขนย่างกินเสียเถอะ! ตัวอะไรก็ไม่รู้”
เดิมทีตู้จิ่วเหนียนก็อ้วนท้วนอยู่แล้ว อีกทั้งตระกูลตู้แห่งอี้เหมินก็ไม่ได้เชี่ยวชาญวิชาตัวเบา วิ่งไล่ตามด้วยความยากลำบากระดับสูงมาครึ่งค่อนวัน รับไม่ไหวจริงๆ
“ข้าสงสัยว่าซินจั๋วผู้นั้นกำลังพาพวกเราวิ่งวน มันพบความผิดปกติของนกกระจอกแล้ว ไอ้โจรน้อยนี่เจ้าเล่ห์นัก... เอ๋?”
เซวียหวยเวยจ้องมองนกกระจอกบนท้องฟ้าอยู่ตลอด เวลานั้นพลันพบว่านกกระจอกบินออกนอกเมือง พุ่งตรงไปยังทุ่งร้างทางทิศเหนือ
ถังซื่อเจ๋อและตู้จิ่วเหนียนก็พบเช่นกัน ทั้งสามสบตากัน นอกเมืองกว้างขวางโล่งเตียน ไม่มีสิ่งกีดขวาง ไม่ว่าซินจั๋วจะพาพวกเขาวิ่งวนหรือไม่ แค่มองแวบเดียวก็รู้แล้ว
ทั้งสามใช้วิชาตัวเบาจนถึงขีดสุด พุ่งตัวขึ้นลงไม่กี่ครั้งก็ปีนขึ้นไปบนยอดกำแพงเตี้ยๆ จากนั้นก็กระโดดออกนอกเมือง
ท่ามกลางแสงจันทร์นวลผ่อง มองเห็นห่างออกไปสองลี้เบื้องหน้าของนกกระจอกที่กำลังสยายปีกพุ่งทะยาน มีเงาดำสายหนึ่งกำลังพลิกแพลงหลบหลีกและวิ่งอย่างรวดเร็ว
ทั้งสามเลือดลมพลุ่งพล่านพุ่งตัวขึ้นไป ในที่สุดก็ไล่ตามทันแล้ว
“เช้ง ”
ดาบและกระบี่ถูกชักออกมา ทั้งสามพกพาอารมณ์ฮึกเหิมและกระหายเลือดอย่างหาที่เปรียบมิได้ ใช้วิชาตัวเบาจนถึงขีดสุดอีกครั้ง บ้าคลั่งไล่ตามไป
หนึ่งลี้ สองลี้ สามลี้...
สิบลี้ ยี่สิบลี้ สามสิบลี้...
ฟ้าสว่างแล้ว!
ซินจั๋วไร้ร่องรอยไปแล้ว
นกกระจอกยังคงบินต่อไป ไม่รู้จักความเหน็ดเหนื่อยเลยสักนิด
ทั้งสามเหนื่อยล้าแล้ว ทว่าเมื่อนึกถึงว่าไอ้โจรน้อยผู้นั้นอยู่เบื้องหน้า ก็ไม่ยอมแพ้จริงๆ อีกทั้งยังเกิดจิตคิดแข่งขัน วิชาตัวเบาของไอ้โจรน้อยนี่แข็งแกร่งกว่าพวกเราได้อย่างไร อย่างไรเสียก็ต้องตามทัน
หนึ่งร้อยลี้ สองร้อยลี้ สามร้อยลี้...
เต็มๆ หนึ่งวันหนึ่งคืน ทั้งสามริมฝีปากซีดเผือดจนลอก ใบหน้าเต็มไปด้วยร่องรอยกรำศึก เส้นผมหลุดลุ่ย ก้าวเดินอย่างยากลำบาก
ความเชื่อมั่นเพียงหนึ่งเดียวที่ค้ำจุนพวกเขาไว้คือ ซินจั๋วอยู่เบื้องหน้า
ตอนนี้นกกระจอกเบื้องหน้าก็บินช้าลงจนน่าตกใจ เห็นชัดว่าใกล้จะหมดแรงแล้วเช่นกัน
“ตุบ!”
ทันใดนั้นมันก็ร่วงหล่นลงมา
ทั้งสามสบตากัน ภายในร่างปรากฏเรี่ยวแรงสายสุดท้ายพุ่งทะลักออกมา ถือดาบและกระบี่ ก้าวเดินซวนเซพุ่งตัวเข้าไป ดัดเสียงแหบพร่า “ไอ้โจรน้อย... ซิน ในที่สุดเจ้าก็มี... แค่กๆ เวลาที่วิ่งไม่ไหวเหมือนกัน ตายซะ!”
ในที่สุดก็มาถึงตรงหน้า มองเห็นนกกระจอกตัวผู้เป้าหมาย เพียงแต่ไร้เงาของซินจั๋ว บนพื้นมีหมูป่าตัวหนึ่งนอนตายเพราะเหนื่อยล้า บนร่างหมูป่ามีเข็มเงินมันวาวขนาดยาวหนึ่งฉื่อเล่มหนึ่งปักอยู่ ปีกของนกกระจอกตัวผู้ปักอยู่บนเข็มเงินนั้น กำลังกระพือปีกอย่างอ่อนแรง
ร่างของทั้งสามแข็งค้าง
เนิ่นนานให้หลัง ตู้จิ่วเหนียนถึงกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่าอย่างยากลำบาก “จุดชวี... ทู ฝีมือแปลกประหลาดมาก หมูป่าจะวิ่งต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเหนื่อยตาย!”
ไม่จำเป็นต้องกล่าวอะไรอีกแล้ว หนึ่งวันหนึ่งคืนมานี้พวกเขากำลังไล่ตามหมูป่า ซินจั๋วไร้ร่องรอยไปแล้ว
ทั้งสามหงายหลังล้มตึง โลกหมุนคว้างอยู่พักใหญ่ เนิ่นนานจึงพากันส่งเสียงสบถด่าอย่างเคียดแค้นพร้อมกัน “ไอ้บัดซบ ข้าต้องฆ่าเจ้าให้ได้!”
“ความจริงแล้ว... วิธีการของพี่เซวีย... ใช้ไม่ได้ผลเลยสักนิด เล่นซ้อนแผนบ้าบออะไร สู้แจ้งให้... คนของคฤหาสน์ตระกูลเก่อค้นหาพวกมันให้ทั่วเมืองยังจะดีเสียกว่า”
“มีเหตุผล กลับ... กลับไปแล้วจะจัดการ ข้าสงสัยว่าไอ้โจรน้อยนี่คงเข้าไปในคฤหาสน์ตระกูลเก่อแล้วจริงๆ ขวัญกล้าเทียมฟ้าเสียจริง”
...
เวลาหวนกลับไปสู่ช่วงเช้าที่ทั้งสามเพิ่งจะออกไล่ตาม
ซินจั๋วยืนอยู่ตรงช่องเขาสายหนึ่ง เช็ดเหงื่ออย่างเงียบๆ มองดูทั้งสามคนวิ่งไล่ตามหมูป่าที่ถูกควบคุมด้วยเข็มเงินวิชา "xxxx" ซึ่งมีนกเกาะอยู่บนหลังอย่างบ้าคลั่ง
มั่นใจได้เลยว่าวิชาตัวเบาของทั้งสามคนนี้สู้เขาไม่ได้ ห่างชั้นกันหนึ่งระดับ อย่างน้อยเขาก็วิ่งเข้าไปในโรงอาบน้ำหญิงได้อย่างง่ายดายโดยไม่มีใครพบเห็น
แม้เขาจะไม่เคยพบเซวียหวยเวย แต่หนึ่งในนั้นต้องเป็นมันแน่ ไอ้สารเลวนี่ช่างฉลาดหลักแหลมนัก เดาได้ว่าเขามาแล้ว อีกทั้งยังพายอดฝีมือสองคนที่ดูเหมือนจะแข็งแกร่งกว่านายท่านจ้าวมาด้วย!
หวังว่าตอนที่พวกมันกลับมา เวลาจะยังเพียงพอ!
หันหลังเดินกลับเข้าเมืองสือหลินไป
...
วันส่งท้ายปีเก่า ชาวยุทธ์ในโลกนี้ดูเหมือนจะไม่ได้ให้ความสำคัญนัก
ดังนั้น ในวันสิ้นปีจึงพากันมารวมตัวอยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลเก่อ เตรียมตัวออกเดินทางไปยังภูเขาพิชิตมังกรในวันรุ่งขึ้น
บ่ายวันสิ้นปี นายท่านสามเก่อทุ่มทุนสร้าง ว่าจ้างพ่อครัวใหญ่หลายสิบคนจากสี่เหลาอาหาร บวกกับบ่าวรับใช้ของตนเองอีกเกือบร้อยคน จัดงานเลี้ยงอาหารชั้นเลิศจำนวนยี่สิบโต๊ะแบบต่อเนื่อง
การเคลื่อนไหวของซินจั๋ว ชุยอิงเอ๋อร์ และหวงต้ากุ้ยก็เริ่มต้นขึ้นตามนั้น







