(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 437
บทที่ 437 การแก้แค้นสุดโต่งที่เกิดจากบุคลิกภาพบิดเบี้ยว
การไลฟ์สดของเฉินหยูในวันนี้ เรียกได้ว่ามีเรื่องเมาท์ให้เผือกกันหอมฉุย แถมยังมีเรื่องให้ลุ้นระทึกไม่หยุดหย่อน
เมื่อคาดเดาว่าศพของหนุ่มเจ้าสำอางอาจจะซ่อนอยู่ภายในห้อง
เหล่าชาวเน็ตต่างจ้องมองไปที่ประตูห้องริมกำแพงด้วยความตึงเครียด
"ปัง!"
ประตูห้องยังไม่ทันเปิด ประตูกันขโมยของห้องนั่งเล่นก็ถูกคนพังเข้ามาเสียก่อน
ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบ ตำรวจในเครื่องแบบกลุ่มใหญ่ก็กรูกันเข้ามาจากข้างนอก
ทุกคนดูเหมือนจะรู้ว่า "เสี่ยวเหวินต้องเข้มแข็ง" ตกใจกลัวจนสลบไสลไม่ได้สติ
พวกเขาไม่พูดพร่ำทำเพลง แบ่งคนสองคนหามเธอออกไปข้างนอก
ตำรวจนายหนึ่งที่บ่าติดยศสองขีดสามดาว อายุราวๆ สี่สิบกว่าปีเดินมาที่หน้ากล้อง
"สวัสดีครับหมอเฉิน ผมเป็นหัวหน้าหน่วยสืบสวนคดีอุกฉกรรจ์ของที่นี่ เรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่พวกเราทราบหมดแล้ว"
"ขอถามหน่อยครับว่าศพอยู่ในตำแหน่งไหนของห้อง"
เมื่อได้ยินดังนั้น เฉินหยูก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า "ศพถูกเพื่อนสนิทของเธอซ่อนไว้ในเตียงครับ เปิดแผ่นกระดานเตียงขึ้นมาก็จะเห็น"
"ขอบคุณมากครับ"
พูดจบ ตำรวจวัยกลางคนก็โบกมืออย่างแรงหนึ่งที
ชายสองคนที่สวมหน้ากากอนามัยและสวมเสื้อกาวน์สีขาวรีบผลักประตูเข้าไปในห้องทันที
ไม่กี่นาทีต่อมา กลิ่นเหม็นเน่าก็ลอยมากระทบจมูกของตำรวจวัยกลางคน
"รายงานผู้กอง พบศพแล้วครับ"
"เนื่องจากได้รับผลกระทบจากแอร์ในห้อง ศพจึงยังไม่มีร่องรอยการเน่าเปื่อยขั้นรุนแรง"
"จากสภาพการแข็งตัวของศพและรอยจ้ำเลือด คาดว่าผู้ตายเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่าเจ็ดสิบสองชั่วโมง"
ไม่นานนัก ศพที่สวมชุดสูทก็ถูกคนหามออกมาจากข้างใน
"อยู่ร่วมห้องกับคนตายตั้งสามวัน นี่มันฝันร้ายไปตลอดชีวิตเลยนะเนี่ย..."
"กลิ่นศพเป็นกลิ่นเหม็นที่เฉพาะตัวมากเลยนะ เอาศพไว้ใต้เตียงตั้งนานขนาดนี้ ทำไมถึงไม่รู้ตัวเลยล่ะ"
"จุดจบของคนเป็นโรคภูมิแพ้จมูก"
"ซ่อนศพในเรือนทอง"
"นิติเวชก็บอกแล้วไงว่าในห้องเปิดแอร์ไว้ตลอด อาจจะเป็นเพราะสาเหตุนี้ กลิ่นศพก็เลยไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่"
"หมอเฉิน แล้วเพื่อนสนิทของเสี่ยวเหวินต้องเข้มแข็ง ย้ายศพมาที่นี่ได้ยังไงเหรอคะ"
"แล้วทำไมเธอถึงต้องเอาศพมาซ่อนไว้ที่นี่ด้วยล่ะ หรือว่าเพื่อแก้แค้นเพื่อนสนิทจริงๆ"
ชั่วขณะนั้น การคาดเดาต่างๆ นานาก็ผุดขึ้นมาอย่างเซ็งแซ่
การจะย้ายศพผู้ใหญ่คนหนึ่งไปไว้ใต้เตียง โดยที่เสี่ยวเหวินต้องเข้มแข็งไม่รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย ลำพังแค่นี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว
เวลาผ่านไปสามวัน ศพส่งกลิ่นเหม็นออกมา เสี่ยวเหวินต้องเข้มแข็งจะไม่ได้กลิ่นเลยจริงๆ น่ะหรือ
ในสถานการณ์ปกติ ไม่มีใครเปิดแอร์ทิ้งไว้ตลอดเวลาหรอก
ถ้านิติเวชวิเคราะห์ไม่ผิด แสดงว่าแอร์ในห้องไม่เคยถูกปิดเลย
นี่มันหมายความว่ายังไงกัน
และที่สำคัญที่สุด ทำไมเพื่อนสนิทถึงต้องทำแบบนี้ด้วย
ตั้งใจจะกลั่นแกล้งเสี่ยวเหวินต้องเข้มแข็งอย่างนั้นหรือ
หรือว่าต้องการจะใส่ร้ายป้ายสี
มีคำถามมากมายที่ทำให้เหล่าชาวเน็ตต้องสงสัย
คนเดียวที่สามารถให้คำตอบที่ถูกต้องได้ ก็มีเพียงแค่เฉินหยูเท่านั้น
ไม่ใช่แค่ชาวเน็ตที่ร้อนใจอยากรู้คำตอบ ตำรวจในห้องเองก็เช่นเดียวกัน
ทุกครั้งที่เฉินหยูไลฟ์สด
กองกำลังตำรวจในเมืองต่างๆ กว่าหกร้อยแห่งทั่วประเทศ จะมีคนคอยรับหน้าที่ดูไลฟ์สดโดยเฉพาะ
ทันทีที่ชาวเน็ตที่วิดีโอคอลเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมหรือเนื้อหาที่ผิดกฎหมายอื่นๆ
ตำรวจในพื้นที่ของ IP นั้นๆ จะเข้าสู่สถานะการสืบสวนในทันที
ในขณะที่ตำรวจวัยกลางคนนำทีมออกปฏิบัติหน้าที่ ลูกทีมที่อยู่เฝ้าสถานีก็จะคอยส่งข้อมูลอัปเดตล่าสุดในห้องไลฟ์สดให้แบบเรียลไทม์
เขาถึงได้รู้ว่าภายในห้องของเสี่ยวเหวินต้องเข้มแข็งมีศพซ่อนอยู่
และยิ่งไปกว่านั้น เขายังรู้ว่าเสี่ยวเหวินต้องเข้มแข็งตกใจกลัวจนสลบไปแล้ว
"หมอเฉิน การให้ความร่วมมือกับตำรวจในการสืบสวนคดีฆาตกรรมเป็นหน้าที่ที่พลเมืองทุกคนพึงกระทำ รบกวนคุณช่วยบอกข้อมูลที่คุณรู้ให้กับทางตำรวจด้วยครับ"
"ตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง หากพลเมืองให้เบาะแสในการไขคดี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะมอบรางวัลให้ตามสมควรครับ"
ตำรวจวัยกลางคนรู้ซึ้งถึงความสามารถของเฉินหยูเป็นอย่างดี เขาจึงแสดงความประสงค์ที่อยากจะให้เฉินหยูช่วยเหลือออกมาก่อน
จากนั้น ตำรวจวัยกลางคนก็ทำในสิ่งที่เหล่าชาวเน็ตคาดไม่ถึง
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วสแกนคิวอาร์โค้ดเปย์เงินในห้องไลฟ์สดไปหนึ่งหมื่นหยวน
เหล่าชาวเน็ตพากันหัวเราะไม่หยุด
คุณลุงคนนี้ก็คงจะเป็นแฟนคลับของเฉินหยูเหมือนกันแน่ๆ
ไม่อย่างนั้น คงไม่รู้ธรรมเนียมขนาดนี้หรอก
"หมอเฉิน เงินหนึ่งหมื่นหยวนนี่เป็นเงินรางวัลที่ผมสำรองจ่ายแทนหน่วยไปก่อนนะครับ"
"รบกวนด้วยครับ"
ตำรวจวัยกลางคนพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพว่า "ขอถามหน่อยครับ ฆาตกรย้ายศพมาที่นี่ได้ยังไง แล้วเธอหลบกล้องวงจรปิดไปได้ยังไงครับ"
คำถามที่ตำรวจวัยกลางคนถามออกมา เป็นคำถามเดียวกับที่เหล่าชาวเน็ตกำลังสงสัย
ซึ่งก็หนีไม่พ้นเรื่องที่ว่าฆาตกรขนย้ายศพมาได้อย่างไร
แล้วนำศพเข้ามาในห้องโดยที่เสี่ยวเหวินต้องเข้มแข็งไม่รู้เรื่องได้อย่างไร
แล้วแอร์ในห้องมันคือเรื่องอะไรกันแน่
เฉินหยูยิ้มบางๆ แล้วตอบว่า "หลังจากฆ่าคนเสร็จ ฆาตกรก็ตกอยู่ในสภาวะหวาดกลัวและโกรธแค้นครับ"
"นิสัยของเธอก็คล้ายๆ กับคนไข้ท่านนี้แหละครับ คือมีบุคลิกภาพที่บิดเบี้ยว ประเภทที่ว่าตัวเองดีเลิศประเสริฐศรี แต่คนอื่นผิดไปเสียหมด"
"เธอคิดว่าถ้าไม่ใช่เพราะคนไข้ท่านนี้ใช้วิธีสกปรกแย่งความรักของหนุ่มเจ้าสำอางไป ตัวเธอเองก็คงไม่ต้องฆ่าคน"
"สรุปก็คือ ทุกอย่างเป็นความผิดของคนไข้ท่านนี้"
"ภายใต้อิทธิพลของความคิดที่รุนแรงนี้ ฆาตกรจึงรู้สึกว่าต่อให้ตัวเองต้องกลายเป็นฆาตกร คนไข้ท่านนี้ก็อย่าหวังว่าจะได้อยู่อย่างเป็นสุขเลย"
"ดังนั้น เธอจึงไปซื้อกระเป๋าเดินทางใบใหญ่มา แล้วเอาศพยัดใส่ลงไปในกระเป๋า"
"จากนั้นก็จ้างคนขับรถบรรทุก ให้ช่วยยกกระเป๋าขึ้นรถ แล้วขนมาส่งที่ใต้ตึกของหมู่บ้านที่คนไข้ท่านนี้อาศัยอยู่"
ในช่วงเวลานั้น เสี่ยวเหวินต้องเข้มแข็งกำลังตามหาเบาะแสของ "อดีตภรรยา" ไปทั่วทุกสารทิศ
ตอนกลางวันไม่อยู่บ้าน จะกลับมาก็แค่ตอนกลางคืนเท่านั้น
ส่วนลูกทั้งสองคนของเธอก็ฝากให้พ่อแม่เลี้ยงดู
เพื่อนสนิทรู้เรื่องนี้ดี จึงกล้าขนศพมาในตอนกลางวันแสกๆ
ส่วนเรื่องที่ว่าจะเข้าไปในห้องได้อย่างไร คำตอบนั้นง่ายมาก
ประตูห้องของเสี่ยวเหวินต้องเข้มแข็งเป็นแบบใช้รหัสผ่าน
เพื่อนสนิทไปมาหาสู่กันเป็นประจำ ย่อมรู้รหัสผ่านอยู่แล้ว
และยิ่งรู้ดีว่าเสี่ยวเหวินต้องเข้มแข็งทนความร้อนไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียวด้วยปัญหาสุขภาพ
เมืองที่ทั้งสองอาศัยอยู่นั้น ในหนึ่งปีจะมีช่วงเวลาที่อากาศร้อนจัดไปแล้วเกือบครึ่งปี
ก่อนจะเข้าสู่ฤดูหนาว แอร์ในห้องจะไม่มีทางถูกปิดเด็ดขาด
ตำรวจวัยกลางคนแสดงสีหน้าถึงบางอ้อ
ก็จริง
แม้ว่าเมืองของพวกเขาจะไม่ใช่เมืองเตาอบ แต่อากาศในฤดูร้อนก็ยาวนานเป็นพิเศษ
ก่อนที่สภาพอากาศร้อนอบอ้าวจะผ่านพ้นไป ชาวเมืองจำนวนมากก็มักจะมีนิสัยชอบเปิดแอร์ทิ้งไว้ทั้งวัน
เฉินหยูพูดต่อว่า "หลังจากกดรหัสผ่านเข้าไปในห้อง ด้วยความรู้สึกที่อยากจะแก้แค้น ฆาตกรจึงเลือกที่จะซ่อนศพไว้ใต้เตียงของคนไข้ครับ"
"คนไข้ท่านนี้รักสวยรักงามมาก ภายในห้องจึงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของเครื่องสำอางสารพัดชนิดอยู่ทุกวัน"
"กลิ่นศพจางๆ จึงถูกกลิ่นหอมกลบเอาไว้ มันก็เลยไม่ได้ชัดเจนมากนัก"
ตำรวจวัยกลางคนพยักหน้า แล้วถามต่อว่า "หมอเฉิน แล้วเรื่อง..."
เฉินหยูชิงพูดขึ้นมาก่อนว่า "ส่วนคำถามสุดท้ายของคุณ ผมจะตอบให้ทางข้อความส่วนตัวก็แล้วกันนะครับ"
ตำรวจวัยกลางคนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจความหมายของเฉินหยูในทันที
ครู่ต่อมา กล่องจดหมายในบัญชีของเสี่ยวเหวินต้องเข้มแข็งก็เริ่มกะพริบ
ตำรวจวัยกลางคนใช้ทัชแพดของแล็ปท็อปคลิกเปิดกล่องจดหมาย
เมื่อเห็นข้อความในนั้น สีหน้าของตำรวจวัยกลางคนก็เต็มไปด้วยความดีใจ
"หมอเฉิน ครั้งนี้ต้องขอบคุณคุณมากจริงๆ ครับ ทางผมจะรีบดำเนินการสืบสวนและเข้าจับกุมทันที"
"สวัสดีครับ"
เฉินหยูยิ้มและโบกมือให้ ก่อนจะกดยกเลิกการวิดีโอคอล
ถึงแม้ว่าเฉินหยูจะไม่ได้พูดออกมาตรงๆ แต่เหล่าชาวเน็ตก็เดาได้ว่า คำถามสุดท้ายของตำรวจวัยกลางคนคืออะไร
ตำแหน่งที่อยู่แน่ชัดของฆาตกร







