(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 342
บทที่ 342 กำลังจะกลายเป็นโบราณสถานสำคัญ
"ลุงครับ หมู่บ้านพวกคุณหลอกลวงกันเกินไปแล้ว!"
หูเลี่ยงโกรธจนหน้าดำหน้าแดง
คนทั้งหมู่บ้านรู้ว่าบ้านหลังนี้มีปัญหา
แต่กลับปิดปากเงียบสนิท ไม่ยอมปริปากพูดสักคำ
เขาหลับหูหลับตาจ่ายเงินก้อนโตซื้อที่นี่มา จนกระทั่งเจอเงาผี ถึงเพิ่งรู้ว่าที่นี่มันอัปมงคล
"พ่อหนุ่ม เอ็งก็อย่าเพิ่งโมโหไปเลย คนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่หรอก"
"ไม่ได้ตั้งใจจะหลอกเอ็งแน่นอน"
"มีแต่พวกคนแก่ที่ไม้ใกล้ฝั่งอย่างพวกข้าไม่กี่คนเท่านั้นแหละ ที่รู้ว่าที่นี่ผีดุ"
ลุงเจียงมีสีหน้าซับซ้อน
"ตอนยุคปีห้าศูนย์ คุณชายท่านนั้นก็สิ้นอายุขัย"
"เนื่องจากไม่ได้ทิ้งทายาทไว้เลยสักคน หลังจากเขาตาย บ้านหลังนี้ก็เลยถูกปล่อยทิ้งร้าง"
"ยุคนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง พวกคนหนุ่มสาวอย่างพวกเอ็งคงไม่รู้หรอก"
"ไม่มีใครกล้าพูดเรื่องผีสางเทวดาหรอก"
ทุกวันนี้ คนแก่ในหมู่บ้านที่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังมีไม่ถึงยี่สิบคน
แต่ละคนล้วนผ่านยุคนั้นมาทั้งนั้น
เพราะกลัวว่าจะสร้างความเดือดร้อนให้ลูกหลาน ก็เลยปิดปากเงียบเรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่มาตลอด
ตอนที่รู้ว่าหูเลี่ยงสองคนผัวเมียซื้อที่นี่ ลุงเจียงก็สังหรณ์ใจว่าจะเกิดเรื่อง
อยากจะเตือนพวกเขาว่าที่นี่ผีดุ ก็กลัวจะไปขัดผลประโยชน์ของหมู่บ้าน
พาลทำให้ลูกหลานของตัวเองกลายเป็นหนามยอกอกของคนในหมู่บ้านไปด้วย
"เพียะ!"
หูเลี่ยงตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย
เพื่อซื้อบ้านหลังนี้ เขาและแฟนสาวไม่เพียงแต่ใช้เงินเก็บจนหมดเกลี้ยง แม้แต่ทะเบียนบ้านก็ย้ายมาอยู่ในหมู่บ้านแล้ว
ทั้งหมดก็เพื่อจะได้ซื้อบ้านหลังนี้
"คุณชายท่านนั้นตายไปหลายสิบปี ที่นี่ก็ถูกทิ้งร้างมาหลายสิบปี"
"ไม่นึกเลยว่าผีแม่ลูกคู่นั้นจะยังคงวนเวียนอยู่ที่นี่ ช่างเป็นเวรกรรมจริงๆ"
"เชื่อที่ลุงเตือนเถอะ อย่าอยู่ต่อเลย ขนของของพวกเอ็งออกไปให้หมด"
"ไม่อย่างนั้น ต้องเกิดเรื่องร้ายกับตัวแน่"
หูเลี่ยงและพานเยว่หลิงมีสีหน้าหดหู่
เป็นเพราะไม่อยากทิ้งบ้านหลังนี้ ทั้งสองคนถึงได้กลุ้มใจขนาดนี้
ย้ายออกไปงั้นเหรอ?
พูดน่ะมันง่าย
เงินเก็บและทะเบียนบ้านของทั้งคู่ ทุ่มลงมาที่นี่หมดแล้ว
"คุณลุงพูดถูกแล้ว พวกคุณต้องย้ายออกไปจากที่นี่จริงๆ"
ทั้งสองคนไม่มีใครคาดคิดว่า ไม่เพียงแต่ลุงเจียงที่แนะนำให้พวกเขาย้ายออก
เฉินหยูที่เงียบมาพักใหญ่ ก็ยังให้คำแนะนำแบบเดียวกัน
หูเลี่ยงถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ "หมอเฉิน นี่ถึงขนาดคุณก็ยังจัดการผีที่นี่ไม่ได้เหรอครับ?"
"โลกนี้ไม่มีผีหรอกครับ"
เฉินหยูพูดพลางยิ้มบางๆ
ทั้งสองคนตกใจในตอนแรก จากนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าเฉินหยูไม่เคยพูดในไลฟ์สดเลยว่าบนโลกนี้มีผี
เขาบอกว่าผีบนโลกนี้ ล้วนประกอบขึ้นจากกลุ่มก้อนพลังงานพิเศษ
"หมอเฉิน นอกจากย้ายออกไปแล้ว ยังมีวิธีแก้อย่างอื่นอีกไหมคะ?"
"ฉันกับหูเลี่ยงเพื่อที่จะซื้อบ้านหลังนี้ ไม่เพียงแต่ใช้เงินเก็บจนหมด แต่ยังทุ่มเทแรงกายแรงใจไปตั้งมากมาย"
"ตอนนี้จะให้พวกเราย้ายออกไป พวกเราทำใจไม่ได้หรอกค่ะ"
พานเยว่หลิงขอบตาแดงก่ำ
ถึงแม้จะเพิ่งเข้ามาอยู่ได้ไม่นาน แถมยังต้องอกสั่นขวัญแขวนทุกวัน
แต่พูดก็พูดเถอะ ทั้งสองคนมีความผูกพันกับบ้านหลังนี้ไปแล้ว
ตอนที่เพิ่งซื้อบ้านหลังนี้มาใหม่ๆ ตัวบ้านมีรอยรั่วลมโกรกไปทั่ว
มองไปทางไหนก็เห็นแต่ร่องรอยความชำรุดทรุดโทรม
ทั้งสองคนรวมถึงลูกมือที่จ้างมาจากในหมู่บ้าน ใช้เวลาตั้งครึ่งเดือน กว่าจะเก็บกวาดบ้านหลังใหญ่จนออกมาเป็นสภาพแบบนี้ได้
แต่เข้ามาอยู่ได้ไม่ถึงสองวัน ข้างในก็เกิดเรื่องประหลาดขึ้น
การที่เฉินหยูบอกให้พวกเขาทิ้งที่นี่ไป ทั้งสองคนจึงไม่เต็มใจอย่างยิ่ง
"หมอเฉิน ช่วยพวกเขาไม่ได้จริงๆ เหรอคะ?"
โจวเข่อซินมองเฉินหยูตาละห้อย
ผีแม่ลูกที่ลุงเจียงเรียกว่าผีแม่ลูกคู่นี้ สรุปแล้วร้ายกาจขนาดไหนกันแน่
ถึงขนาดที่คนเก่งกาจไปเสียทุกเรื่องอย่างเฉินหยู ยังทำอะไรพวกเขาไม่ได้เลยงั้นเหรอ?
เฉินหยูยิ้มเจื่อน "ผมช่วยพวกเขาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นที่นี่ได้ แต่ไม่มีวิธีช่วยให้พวกเขาอยู่ที่นี่ไปตลอดได้หรอกครับ"
"อีกไม่นาน พวกเขาต้องย้ายออกไปจากที่นี่"
"ทำไมล่ะ?"
โจวเข่อซิน หูเลี่ยง และพานเยว่หลิง ทั้งสามคนถามขึ้นพร้อมกัน
"เพราะว่าที่นี่เป็นโบราณสถานสำคัญยังไงล่ะครับ"
เฉินหยูยักไหล่
พอคำพูดนี้หลุดออกมา แม้แต่ลุงเจียงก็ยังงงเป็นไก่ตาแตก
หูเลี่ยงถามอย่างตกตะลึง "บ้านผีสิงที่ไม่มีคนอยู่มาหลายสิบปี ทำไมจู่ๆ ถึงกลายเป็นโบราณสถานสำคัญไปได้ล่ะครับ?"
เฉินหยูยิ้มบางๆ แล้วพูดว่า "บ้านหลังนี้เริ่มสร้างในปลายยุคราชวงศ์ชิง ห่างจากปัจจุบันก็มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าร้อยสามสิบปีแล้ว"
"ตอนที่สร้างบ้านหลังนี้ เจ้าของบ้าน หรือก็คือพ่อของคุณชายท่านนั้น ใช้เงินไปทั้งหมดหลายพันตำลึงเงิน"
"เงินจำนวนนี้ถ้าเทียบกับยุคปัจจุบัน ก็ถือเป็นตัวเลขมหาศาล"
"เขาจ้างช่างฝีมือที่โด่งดังที่สุดในตอนนั้น มาสร้างบ้านหลังนี้ตามมาตรฐานที่สูงที่สุด"
"อย่าเห็นว่าที่นี่ตั้งอยู่ในชนบทเชียวนะ ทุกตารางนิ้วของบ้านหลังนี้ ล้วนถูกสร้างขึ้นด้วยความอุตสาหะของช่างฝีมือชั้นครูในยุคนั้น"
"มูลค่าของมันอาจจะมากกว่าคฤหาสน์ร้อยล้านพันล้านในยุคนี้เสียอีก"
"อีกไม่นาน หน่วยงานโบราณคดีก็จะมาปรากฏตัวที่นี่"
"เพื่อทำการศึกษาและอนุรักษ์บ้านเก่าหลังนี้"
เฉินหยูยิ้มบางๆ แล้วพูดว่า "เจ้าหน้าที่โบราณคดีจำนวนมากจะเข้ามาปักหลักศึกษาที่นี่"
"พวกคุณคิดว่าตัวเองยังจะอยู่ต่อได้อีกเหรอครับ?"
"พวกคุณต้องย้ายออกไปหาที่อยู่ใหม่ รอจนกว่าการศึกษาจะเสร็จสิ้น และที่นี่ถูกกำหนดให้เป็นโบราณสถานแล้ว พวกคุณถึงจะกลับมาได้ใช่ไหมล่ะครับ?"
หูเลี่ยงและพานเยว่หลิงมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
พอรู้ว่าบ้านที่ตัวเองซื้อมา กำลังจะกลายเป็นโบราณสถานสำคัญที่ต้องได้รับการอนุรักษ์
ทั้งสองคนก็ไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือหดหู่ดี
โจวเข่อซินตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว แล้วโพล่งถามออกไปว่า "หมอเฉิน คุณหมายความว่าพวกเขาแค่ย้ายออกไปชั่วคราว รอจนกว่าที่นี่จะถูกประเมินให้เป็นสถานที่อนุรักษ์โบราณสถาน ก็ยังย้ายกลับมาอยู่ได้งั้นเหรอคะ?"
เฉินหยูพูดว่า "ผมไม่เคยพูดสักหน่อยว่าจะให้พวกเขาย้ายออกไปตลอดกาล"
"ไม่ได้ๆ ถึงแม้ที่นี่จะถูกประเมินเป็นสถานที่อนุรักษ์โบราณสถานอะไรนั่น พวกเอ็งก็อยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้ว"
ลุงเจียงขมวดคิ้วแน่น เตือนทั้งสองคนว่าที่นี่มีผีผู้หญิงอาละวาด
ไม่ว่าจะอยู่ต่อตอนนี้ หรือจะกลับมาในอีกสักพัก
ถ้าไม่จัดการผีผู้หญิงให้เรียบร้อย ไม่ช้าก็เร็วพวกเขาต้องตายอยู่ที่นี่แน่
"ผีผู้หญิง ฮ่าฮ่าฮ่า"
จู่ๆ เฉินหยูก็หัวเราะร่วน แล้วก้าวเดินออกไปข้างนอก
จากนั้น เฉินหยูก็เดินไปที่หน้ากำแพงติดกับประตูใหญ่
แล้วกระซิบข้างหูโจวเข่อซินสองสามประโยค
โจวเข่อซินพยักหน้า ปลดเป้สะพายหลังลง รูดซิปแล้วหยิบน้ำแร่ขวดหนึ่งออกมาจากข้างใน
เฉินหยูรับน้ำแร่ที่โจวเข่อซินส่งให้ แล้วบิดเปิดฝาขวดอย่างสบายๆ
แล้วสาดน้ำข้างในใส่กำแพงโดยตรง
"ผี!!!"
ชั่วพริบตา บนกำแพงที่ว่างเปล่าก็ปรากฏเงาร่างของผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นมา
เป็นหญิงสาวอาภัพที่มีไฝเสน่ห์บนใบหน้า และสวมชุดกี่เพ้าคนนั้นพอดี
โจวเข่อซิน หูเลี่ยง พานเยว่หลิง และลุงเจียง แต่ละคนตกใจจนหน้าซีดเผือด
เวลานี้ใกล้จะมืดแล้ว ท้องฟ้ากำลังสลัวๆ
สายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านร่างของทุกคน
เฉินหยูได้ยินเสียงหูเลี่ยงกับพานเยว่หลิงฟันกระทบกันดังกึกๆ อย่างชัดเจน







