ลำนำวิถีเซียน · khram
ตอนที่ 302
บทที่ 302 กุมอัสนีสยบสามพันวิถีสวรรค์ คว้าก้อนเมฆาดึงเมฆาภัยพิบัติเป็นผ้าคลุม
ราชครูเจียงฉีมาถึงเขาจิ่วอี๋ ก็เห็นสวี่อิงและอาฝูคนโง่อยู่บนต้นอู๋ถงศักดิ์สิทธิ์ เขาชะงักไปเล็กน้อย "เขายังไม่ตายอีกหรือ?"
สายตาของอาฝูคนโง่สบเข้ากับสายตาของเขา สิ่งที่ราชครูเจียงเคยเห็นในอดีตคือผู้มีปัญญาที่กุมสรรพสิ่งไว้ในมือ ทว่าตอนนี้กลับเห็นเพียงอาฝูที่ดูซื่อบื้อราวกับคนโง่เขลาคนหนึ่ง
"การทะยานขึ้นสวรรค์ครั้งนั้น คงกระทบกระเทือนจิตใจเขาอย่างหนัก" ราชครูเจียงรำพึงในใจ
สวี่อิงเดินมาหาเขาพลางพูดกลั้วหัวเราะ "ราชครูโปรดกลับไปก่อนเถิด ไปบอกจี๋หม่านว่าข้าเตรียมตัวพร้อมแล้ว มั่นใจถึงหกส่วน ท่านไปถามเขาดูสิว่าพร้อมหรือยัง?"
ราชครูเจียงจิตใจสั่นสะท้าน เขาค้อมตัวลงเล็กน้อย ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
สวี่อิงเรียกฉู่เซียงเซียง ทั้งสองเที่ยวชมภูเขาและสายน้ำไปตลอดทาง มุ่งหน้าสู่ฮ่าวจิงอย่างเชื่องช้า ฉู่เซียงเซียงนั่งอยู่หัวเรือพลางถอนหายใจ "น่าเสียดายที่นังเด็กบ้าฮวาชั่วอิ่งนั่นไม่โผล่มา"
นางยังคงฝังใจเรื่องที่พ่ายแพ้ด้วยน้ำมือของฮวาชั่วอิ่งเมื่อคราวก่อน คิดอยากจะเอาคืนอยู่เสมอ ช่างเป็นคนผูกใจเจ็บเสียจริง
สวี่อิงใจกระตุกเล็กน้อย ฮวาชั่วอิ่งมาจากเหวยซวี ตอนที่สวี่อิงและหยวนเว่ยยางบำเพ็ญสัมผัสสรรพสิ่งวิถีหยวน ก็เคยสัมผัสได้ถึงเหวยซวี
ตอนนั้นพวกเขาสงสัยว่าเหวยซวีเกี่ยวข้องกับการที่ผู้ฝึกปราณหรือผู้ใช้มนตร์นว๋อมักจะตกตายอย่างง่ายดายเมื่อเข้าสู่วิถี จึงร่วมมือกันสัมผัสสรรพสิ่ง อาศัยสรรพสิ่งเป็นสมอเพื่อตรึงสัมผัสเทวะ ก่อนจะเข้าสู่เหวยซวี
ผลปรากฏว่าเมื่อเข้าไปในหุบเหวลึกของเหวยซวี พวกเขากลับพบผู้ฝึกปราณนับไม่ถ้วนที่ครึ่งท่อนล่างกลายเป็นเลือดเนื้อปกคลุมอยู่บนหน้าผาชันของหุบเหว!
พวกเขายังเห็นภาพที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่านั้น ดวงตาประหลาดที่ก้นบึ้งของหุบเหว และศพเซียนที่ลอยล่องอยู่ภายในดวงตานั้น ราวกับคนจมน้ำตาย!
ภาพนี้แทบจะเหมือนกับตอนที่ปรมาจารย์นว๋อแห่งคุนหลุนทั้งหกใช้โอสถเซียนปลอมหลอกล่อผู้คนให้ทะยานขึ้นสวรรค์ไม่มีผิด!
ปรมาจารย์นว๋อทั้งหกหลอกลวงให้ผู้คนทะยานขึ้นสวรรค์ ผู้ที่ทะยานขึ้นไปเหล่านั้นก็ล่องลอยอยู่บนท้องฟ้าราวกับคนจมน้ำ และสถานที่ที่พวกเขาไปถึงก็คือเหวยซวี ซึ่งในหุบเหวนั้นมีดวงตาประหลาดขนาดมหึมาบรรจุอยู่เต็มฟ้าดิน!
ต่อมาภายใต้ความช่วยเหลือของมหาจักรพรรดิเป่ยอิน สวี่อิงก็ฟื้นความทรงจำเมื่อหกพันปีก่อนได้ และพบว่าเมื่อหกพันปีก่อนเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ขึ้น ซึ่งต้นตอก็มาจากเหวยซวีเช่นกัน!
คนของเหวยซวีใช้ข้ออ้างที่โจวเทียนจื่อขโมยโอสถเซียน มากวาดล้างผู้ฝึกปราณในโลกหยวนโซ่ว จนทำให้สายผู้ฝึกปราณตกต่ำลง!
"ของวิเศษหอคอยสิบสองชั้นบนตัวฮวาชั่วอิ่ง น่าจะเป็นขอบเขตหอคอยสิบสองชั้นของข้า หลังจากท่านอิงพ่ายแพ้ ขอบเขตนี้ก็ถูกคนตัดเอาไปหลอมเป็นของวิเศษ นั่นก็หมายความว่า คนในเหวยซวีต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับความพ่ายแพ้ของท่านอิงบนเส้นทางสวรรค์ในปีนั้นแน่"
แววตาของสวี่อิงวูบไหว เหวยซวีนั้นแปลกประหลาดมาก การกวาดล้างครั้งใหญ่ที่ผ่านมาล้วนเกี่ยวข้องกับเหวยซวีทั้งสิ้น
การกวาดล้างครั้งใหญ่เมื่อสามพันปีก่อน ทำให้ผู้ฝึกปราณสูญพันธุ์และผู้ใช้มนตร์นว๋อผงาดขึ้นมา แม้สวี่อิงจะไม่เคยเห็นภาพรวมทั้งหมด แต่เมื่อดูจากรูปแบบการบิดเบี้ยวของฟ้าดินแล้ว ชัดเจนว่าเหวยซวีต้องเป็นคนลงมือ!
"การที่เหวยซวีกวาดล้างผู้ฝึกปราณระหว่างฟ้าดินครั้งแล้วครั้งเล่า ตกลงว่าทำตามคำสั่งของแดนเซียน หรือมีจุดประสงค์แอบแฝงอื่นใดกันแน่? ผู้ฝึกปราณที่ถูกเหวยซวีกลืนกินไปนั้น ตายหรือยังมีชีวิตอยู่? แล้วคนพวกนั้นที่อยู่บนหน้าผาของเหวยซวีมันเรื่องอะไรกัน?"
สวี่อิงถอนหายใจ คิดในใจว่า "ความลับเหล่านี้คงต้องไปไขเอาจากฮวาชั่วอิ่งแล้วล่ะ ขอเพียงสตรีผู้นี้ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ก็ต้องรั้งตัวนางไว้ให้ได้!"
เมืองฮ่าวจิง โจวเทียนจื่อนั่งอยู่ในห้องสงบ ทำสมาธิพักผ่อน
เขานั่งสมาธิอยู่ในห้องสงบมานานถึงสองวันแล้ว
หลังจากราชครูเจียงกลับมาและบอกเขาว่าสวี่อิงเตรียมตัวพร้อมแล้ว ตอนแรกเขาไปที่ริมแม่น้ำเซียงเพื่อชะเง้อรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ แทบอยากจะให้สวี่อิงกลับมาเดี๋ยวนี้ แต่ไม่นาน เขาก็ตระหนักได้ว่าสภาพจิตใจของตนเองไม่ถูกต้อง จึงมาที่ห้องสงบเพื่อปรับอารมณ์
การเผชิญด่านเคราะห์ในครั้งนี้ เป็นสิ่งที่เขาใฝ่ฝันหา แต่ยิ่งใฝ่ฝันหามากเท่าไหร่ ก็ยิ่งจะให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้นไม่ได้
ผ่านการนั่งสมาธิมาสองวัน เขาก็สามารถทำให้จิตใจสงบนิ่งได้แล้ว
ในตอนนั้นเอง ในที่สุดราชครูเจียงก็เห็นเงาใบเรือปรากฏขึ้นบนผิวน้ำของแม่น้ำเซียง จากนั้นก็เห็นสวี่อิงกับฉู่เซียงเซียงนั่งเรือแล่นมาตามร่องน้ำระหว่างภูเขาสองลูก
เขารีบเร่งกลับไปยังเมืองฮ่าวจิง เคาะประตูห้องสงบ "ฝ่าบาท สหายเต๋าสวี่กลับมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ"
ภายในห้องสงบ โจวเทียนจื่อค่อยๆ ลุกขึ้นยืน เอ่ยว่า "รอประเดี๋ยว ข้าจะจุดธูปชำระล้างร่างกาย"
ราชครูเจียงรอคอยอย่างเงียบๆ
โจวเทียนจื่อจุดธูปไม้จันทน์ ถอดเสื้อผ้า สลัดพันธนาการทั้งปวงทิ้งไป ค่อยๆ ก้าวลงไปในสระน้ำอันวิจิตร ชำระล้างคราบสกปรกทุกอย่างบนร่างกายอย่างระมัดระวัง
เมื่ออาบน้ำเสร็จ เขาก็ลุกขึ้นผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า สวมใส่อย่างเรียบร้อย ถึงได้ถือธูปสามดอกมาที่หน้าโต๊ะบูชา
บนโต๊ะบูชามีธงราชาเซียนห้าสีตั้งบูชาอยู่ เปล่งประกายแสงออกมาเป็นระลอก
โจวเทียนจื่อถวายธูป เอ่ยเสียงต่ำ "จี๋หม่าน ลูกหลานอกตัญญูรุ่นหลัง ขอจุดธูปอธิษฐาน วันนี้หม่านจะเผชิญด่านเคราะห์ เลียนแบบบรรพบุรุษ ก้าวข้ามภัยพิบัติสวรรค์สำเร็จวิถีเซียน หวนคืนสู่แดนเซียน เป็นเทพราชาอีกครั้ง กอบกู้เกียรติยศของบรรพชน! หากบรรพบุรุษบนสวรรค์มีจริง โปรดช่วยให้หม่านได้รับชัยชนะตั้งแต่เริ่มด้วยเถิด!"
เขาปักธูปลงในกระถางธูป คว้าธงราชันเซียนขึ้นมา เก็บเข้าไปในดินแดนซีอี๋ ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
ราชครูเจียงฉีเห็นเขาเดินออกมา ก็รีบโค้งตัว เอ่ยว่า "ฝ่าบาท กระหม่อมเตรียมการพร้อมแล้ว ทหารหาญต้าโจวของพวกเรา คุ้มกันอยู่รอบเมืองฮ่าวจิง ป้องกันอย่างแน่นหนา ระวังพวกนักตกปลามาลอบโจมตีพ่ะย่ะค่ะ!"
โจวเทียนจื่อพยักหน้าเบาๆ ก้าวเดินออกไปนอกเมือง ก็เห็นผู้ฝึกปราณแห่งต้าโจวได้ถอดชิ้นส่วนสำคัญหลายส่วนของฮ่าวจิงออกมาแล้ว
สะพานยาวทอดข้ามระลอกคลื่น ถูกบูชาลอยอยู่กลางอากาศ กิเลนและมังกรเจียวบนสะพานราวกับมีชีวิตขึ้นมา กิเลนยืนตระหง่าน มังกรเจียวพันเกี่ยว มีทหารหาญยืนอยู่บนสะพาน
อาคารชายคาตวัด ก็ลอยอยู่บนท้องฟ้า ภายในหอเก๋งมีผู้ฝึกปราณนั่งขัดสมาธิอยู่บนระเบียงแต่ละชั้น จิตวิญญาณนั่งคุมอยู่ในอาคาร เปล่งแสงสว่างเจิดจ้า ส่องสว่างไปทั่วความว่างเปล่าอันมืดมิด
มีคลังอาวุธ ชั้นวางอาวุธเรียงราย บรรทุกของวิเศษต่างๆ ลอยขึ้นไปบนฟ้า แสงเพลิงพุ่งทะยานสู่ท้องนภา
มีแท่นสี่เหลี่ยม ลอยอยู่เหนือท้องฟ้า เปล่งประกายแสงของวิเศษ ราวกับตราประทับที่แขวนอยู่
มีตำหนัก เรือสำเภา เจดีย์วิเศษ เมฆาสีรุ้ง ศาลาเก๋ง และของวิเศษอื่นๆ อีกมากมาย ล้วนเป็นส่วนประกอบของฮ่าวจิง พากันลอยขึ้นไป ประกายรัตนชาติพุ่งตรงสู่วังโต่วหนิว ส่องสว่างท้องฟ้าจนเป็นสีสันตระการตา นอกฟ้าก็สว่างไสวไปด้วยแสงไฟ!
นี่ก็คือฮ่าวจิง ชิ้นส่วนแต่ละชิ้นที่นำออกไปล้วนเป็นของวิเศษชิ้นสำคัญที่ยอดเยี่ยม เทียบได้กับของวิเศษประจำสำนัก แต่ละชิ้นมีอานุภาพมหาศาล แต่เมื่อรวมเข้าด้วยกัน ก็คือฮ่าวจิงที่พอเซ่นสรวงขึ้นมาก็จะหลุดรุ่ย!
ทหารหาญใต้บังคับบัญชาของโจวเทียนจื่อ ควบคุมของวิเศษมากมาย จุดประสงค์ไม่ใช่เพื่อช่วยโจวเทียนจื่อเผชิญด่านเคราะห์ แต่เพื่อข่มขวัญ
ข่มขวัญพวกนักตกปลา พวกคนเกี่ยวต้นหอมเหล่านั้น!
ผู้คนในฮ่าวจิง ผ่านชีวิตการเก็บยาอันยาวนานถึงหกพันปีในหกโลกหน้า สั่งสมโอสถเซียนไว้เข้มข้นที่สุด แต่ละคนล้วนเป็นยาขนานเอกในร่างมนุษย์ ต่อให้พวกเขาบำเพ็ญเพียรจนถึงขั้นทะยานขึ้นสวรรค์ โอสถเซียนในร่างกายก็ยังหลอมไม่หมด ยังคงสะสมโอสถเซียนไว้เป็นจำนวนมาก
จะเก็บเกี่ยวโจวเทียนจื่อและพวกพ้องเหล่านี้ได้อย่างไร? ไม่ต้องสงสัยเลยว่า การฉวยโอกาสเก็บเกี่ยวตอนที่พวกเขากำลังเผชิญด่านเคราะห์นั้นสะดวกสบายที่สุด และไม่มีอันตรายใดๆ
ตอนนั้นเอง สวี่อิงก็ขึ้นฝั่งมาแล้ว เขาหันไปพูดกับจู๋ฉานฉานที่กำลังแยกส่วนยอดเขาเฟยไหลว่า "ฉานฉาน ครั้งนี้ศิษย์น้องของเจ้าอาจจะมาที่นี่ เพื่อเก็บเกี่ยวโจวเทียนจื่อ"
จู๋ฉานฉานจิตใจสั่นสะท้าน "ศิษย์น้องของข้า เขายังมีชีวิตอยู่อีกหรือ?"
"ยังมีชีวิตอยู่ หกพันปีมานี้ เขาหลบหนีมหาภัยพิบัติมาได้หลายครั้ง เก็บเกี่ยวคนอื่นได้อย่างคล่องแคล่ว ฝีมือจัดอยู่ในอันดับต้นๆ ของพวกนักตกปลา สมกับเป็นศิษย์น้องของเจ้าจริงๆ"
สวี่อิงไม่รู้ว่ากำลังชมเชยหรือประชดประชัน เขาพูดกลั้วหัวเราะ "เขาสวมหมวกสาน นั่งเรือลำเล็ก พกเบ็ดตกปลามาหนึ่งคัน เขามีความแค้นต่อเจ้าและโจวเทียนจื่ออย่างลึกซึ้ง คนอื่นเห็นค่ายกลใหญ่โตเช่นนี้อาจจะไม่กล้ามา แต่เขาต้องมาแน่ เพื่อเอาหัวของเจ้า"
จู๋ฉานฉานพยักหน้าเงียบๆ
สวี่อิงมาถึงใจกลางเมืองฮ่าวจิง ที่นี่มีแท่นขึ้นเซียนตั้งอยู่ โจวเทียนจื่อยื่นอยู่บนแท่นขึ้นเซียนแล้ว รอคอยอย่างเงียบๆ
ราชครูเจียงฉีประคองกระบี่เทียนจูไว้ในมือ ยืนรออยู่ด้านข้าง
สวี่อิงก้าวขึ้นแท่นขึ้นเซียน เอ่ยว่า "พี่จี๋ หากท่านเตรียมตัวพร้อมแล้ว ข้าก็จะชักนำด่านเคราะห์ของท่านลงมา"
โจวเทียนจื่อเอ่ยเสียงขรึม "ผู้ฝึกปราณจี๋หม่าน เตรียมตัวพร้อมแล้ว!"
สิ้นเสียงของเขา เขาก็พลันรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่าง จึงแหงนหน้ามองขึ้นไป ก็เห็นว่าอัสนีพิบัติบนท้องฟ้ากำลังก่อตัวขึ้นแล้ว
เมฆาสายฟ้าม้วนตัวถาโถมเข้ามา พลังแห่งวิถีสวรรค์ทะลักมาจากอีกมิติเวลาหนึ่ง ยิ่งมายิ่งหนักอึ้ง ยิ่งมายิ่งกดทับ
ก้อนเมฆาภัยพิบัตินี้หมุนวนอย่างช้าๆ ขอบเขตที่ปกคลุมกว้างขึ้นเรื่อยๆ ค่อยๆ ขยายออกไปไกลกว่าพันลี้
พายุฝนตั้งเค้าลมพัดโหมกระหน่ำ เมฆดำทะมึนกดทับเมืองราวกับจะพังทลาย!
เมื่อเผชิญกับเมฆาภัยพิบัติเช่นนี้ ทหารหาญทุกคนอดไม่ได้ที่จะตึงเครียดอย่างหนัก แหงนหน้ามองขึ้นไป ก็เห็นเมฆดำบดบังท้องฟ้าและดวงอาทิตย์ พายุคลั่งพัดคำรามอยู่ใต้ก้อนเมฆ หมุนวน จนทำให้เมฆาสายฟ้าดูราวกับวังน้ำวนขนาดยักษ์!
ภัยพิบัติสวรรค์ของโจวเทียนจื่อ ถูกสวี่อิงชักนำลงมาแล้ว!
เมื่อเผชิญกับภัยพิบัติสวรรค์เช่นนี้ ต่อให้ผู้ฝึกปราณแห่งต้าโจวจะเป็นยอดฝีมือระดับแนวหน้าของยุค ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าไม่อาจต่อต้านได้
ไม่ว่าใครก็ตามที่ต้องเผชิญกับมหาภัยพิบัติสวรรค์ที่ปกคลุมกว้างนับพันลี้ ล้วนต้องเกิดความรู้สึกเช่นนี้ทั้งสิ้น
เมฆาภัยพิบัติที่หมุนวน ค่อยๆ เคลื่อนมาถึงเขาจิ่วอี๋ อาฝูคนโง่ลุกขึ้นนั่ง แหงนหน้ามองเมฆดำทึบ ก็เห็นสายฟ้าแลบแปลบปลาบอยู่ในชั้นเมฆ ระเบิดจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ราวกับมียักษ์ตนหนึ่งกำลังตวัดพู่กันสาดหมึกอย่างตามใจชอบ
"เริ่มแล้วสินะ"
อาฝูคนโง่พึมพำเสียงแผ่ว "เจ้าสามารถควบคุมภัยพิบัติสวรรค์ได้ถึงหกส่วนจริงๆ หรือ?"
ในที่ที่ไกลออกไป จู่ๆ ร่างอันสูงตระหง่านร่างหนึ่งก็ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า ตกลงบนยอดเขาแห่งหนึ่ง ทอดสายตามองเมฆาภัยพิบัติสวรรค์ที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่เหนือแม่น้ำเซียงแต่ไกล
ยักษ์ตนนี้ก็คือเจ้าแห่งวังหนีหวาน เขามองเมฆาภัยพิบัติด้วยความสงสัยเล็กน้อย "อยู่แถวๆ เขาจิ่วอี๋นี่เอง คราวก่อนโจวฉีอวิ๋นก็เผชิญด่านเคราะห์ที่นั่น..."
จู่ๆ เขาก็รู้สึกถึงบางอย่าง จึงหันหน้าไปมอง ก็เห็นเรือลำเล็กๆ ลำหนึ่งราวกับใบหลิว ล่องลอยอยู่บนท้องฟ้า ค่อยๆ แล่นตรงไปยังใต้ก้อนเมฆาภัยพิบัติ
"ครั้งนี้เขาจะรีบร้อนไปทำไมกัน?"
เจ้าแห่งวังหนีหวานชะงักไปเล็กน้อย ไม่ค่อยเข้าใจนัก "เจ้ามักจะรอบคอบกว่าข้าเสมอ แต่ครั้งนี้กลับยอมเหยียบย่างเข้าสู่ขอบเขตที่เมฆาภัยพิบัติปกคลุม หรือว่าที่นี่จะมีพืชผลที่เจ้าปลูกเอาไว้?"
ในตอนนั้นเอง จู่ๆ เขาก็สัมผัสได้ถึงบางอย่าง รีบมองไปยังชั้นเมฆของเมฆาภัยพิบัติ เผยสีหน้าตื่นตระหนกและไม่แน่ใจ
เห็นเพียงในเมฆาภัยพิบัติรัศมีพันลี้ที่หนาทึบราวกับโม่หินนั้น มีสายฟ้าแลบแปลบปลาบ ดังเปรี้ยงปร้างราวกับเส้นใยของใบไม้ แผ่ขยายไปทั่วทุกทิศทุกทางในชั้นเมฆ!
โดยปกติแล้วสายฟ้าจะผ่าลงสู่พื้นดิน มีเพียงส่วนน้อยที่ผ่าจากพื้นดินขึ้นสู่ท้องฟ้า ทว่าสายฟ้าเหล่านี้กลับระเบิดและแผ่ขยายอยู่แต่ในชั้นเมฆ ราวกับรอยพู่กันที่กำลังเติบโต
เจ้าแห่งวังหนีหวานเผยสีหน้าตกตะลึง พึมพำว่า "นี่มัน... เป็นไปไม่ได้!"
วินาทีนี้ เหนือเมืองฮ่าวจิง ผู้ฝึกปราณแห่งต้าโจวที่ควบคุมของวิเศษชิ้นสำคัญแต่ละชิ้นก็พากันเงยหน้าขึ้น มองดูท้องฟ้าด้วยความสงสัย
เทพนอกรีตฉงเซียวก็แหงนหน้ามองขึ้นไปเช่นกัน จ้องมองท้องฟ้าอย่างเหม่อลอย เอ่ยเสียงต่ำ "ตบะในด้านวิถีสวรรค์ เขาอยู่เหนือข้าไปแล้ว นี่มันวิชาของเทพราชาชัดๆ!"
ฉู่เซียงเซียงก็กำลังมองดูท้องฟ้าเช่นกัน แววตาเลื่อนลอย มองดูลวดลายที่สายฟ้าก่อตัวขึ้นในชั้นเมฆอย่างหลงใหล คิดในใจว่า "ข้าควรจะให้เขาเขียนอักขระบนตัวข้าดีไหมนะ? ความสำเร็จของเขาสูงส่งถึงเพียงนี้ ต้องไม่เกิดข้อผิดพลาดแน่ แต่การมาลูบคลำบนตัวคนอื่น..."
ในเมฆาภัยพิบัติ สายฟ้าฟาดฟัน สายฟ้าแต่ละสายระเบิดดังลั่นกลางอากาศ ประกายไฟพุ่งพล่าน ก่อตัวเป็นอักขระวิถีสวรรค์ขนาดหลายร้อยหลายพันหมู่!
อักขระวิถีสวรรค์แผ่นนี้ประกอบขึ้นจากพลังของอัสนีสวรรค์ สว่างไสวเจิดจ้า แผ่กลิ่นอายความน่าเกรงขามของสวรรค์อันหนักอึ้ง
"ครืน!"
อัสนีสวรรค์อีกสายหนึ่งระเบิดดังลั่นในเมฆาภัยพิบัติ พร้อมกับเสียงฟ้าร้องกึกก้อง และแสงสายฟ้าที่แลบแปลบปลาบ พลังของอัสนีสวรรค์มากมายถูกเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน ก่อตัวเป็นอักขระวิถีสวรรค์เพิ่มขึ้นอีกมากมายในบริเวณใกล้เคียง!
"ครืน! ครืน!"
ในเมฆาภัยพิบัติ สายฟ้าระเบิดออกอย่างต่อเนื่อง ประกายไฟสาดกระจาย ค่อยๆ ก่อตัวเป็นอักขระวิถีสวรรค์หนึ่งพันเก้าร้อยชนิด ปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า!
อักขระเหล่านี้ ขนาดเล็กก็หลายร้อยหมู่ ขนาดใหญ่ก็กว่าร้อยชิ่ง สว่างไสวเจิดจ้า แขวนอยู่ท่ามกลางเมฆาภัยพิบัติ ดูดซับพลังของเมฆาภัยพิบัติ!
ก่อนหน้านี้ เมฆาภัยพิบัติก่อตัวขึ้น รัศมีพันลี้ บดบังท้องฟ้าและดวงอาทิตย์ ทำให้ท้องฟ้ามืดมิดลงในพริบตา ทว่าตอนนี้ เมฆาภัยพิบัติพันลี้กลับเต็มไปด้วยอักขระวิถีสวรรค์อันสว่างไสว ทำให้เบื้องล่างก้อนเมฆสว่างเจิดจ้าขึ้นมาอย่างน่าประหลาด ล้วนถูกแสงสวรรค์สาดส่อง!
ในตอนนั้นเอง ร่างเล็กๆ ร่างหนึ่งก็ค่อยๆ ลอยขึ้นมา ท่ามกลางฟ้าแลบฟ้าร้อง ร่างของเขาดูเล็กจ้อยยิ่งนัก ทว่ากลับลอยสูงขึ้นเรื่อยๆ
ร่างนี้ ก็คือสวี่อิง
สวี่อิงลอยขึ้นไปจนสูงเกือบเท่ากับเมฆาภัยพิบัติ ยกมือขวาขึ้น คว้าไปด้านหลัง เมฆาภัยพิบัติถูกเขาดึงรั้ง เมฆาภัยพิบัติที่เต็มไปด้วยอักขระวิถีสวรรค์ ก่อตัวเป็นผ้าคลุมผืนยักษ์ พาดอยู่บนบ่าของเขา
ผ้าคลุมวิถีสวรรค์ผืนนั้น ด้านหน้ามีขนาดเล็ก ด้านหลังยิ่งมายิ่งกว้าง บดบังทัศนวิสัยของผู้คน สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับม่านฟ้า!
สวี่อิงค่อยๆ ร่อนลงมาจากท้องฟ้า ผ้าคลุมวิถีสวรรค์ด้านหลังส่งเสียงดังพรึบพรับ สั่นไหวไม่หยุดหย่อน พลางสั่นไหวพลางหดเล็กลง
ในขณะเดียวกัน บนท้องฟ้า เมฆาภัยพิบัติสวรรค์ของโจวเทียนจื่อ ก็กำลังหดตัวลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน!
สวี่อิงร่วงหล่นลงมา พลังของภัยพิบัติสวรรค์ก็พุ่งทะลักเข้าสู่ผ้าคลุมวิถีสวรรค์ที่พาดอยู่บนบ่าของเขาอย่างรวดเร็วเช่นกัน เมฆาภัยพิบัติพันลี้หมุนวนอย่างบ้าคลั่ง พลังอันมหาศาลหลั่งไหลเข้าสู่ผ้าคลุม!
พลังขุมนั้น ก่อตัวเป็นกระแสแสงขนาดใหญ่กว้างหลายลี้ที่ใจกลางวังน้ำวน พร้อมกับเสียงคำรามและแสงสายฟ้า เทกระหน่ำลงมา!
เมฆาภัยพิบัติสวรรค์รัศมีกว่าพันลี้ กลับมีรัศมีหดเล็กลงเหลือแปดร้อยลี้ในเวลาเพียงสั้นๆ!
สวี่อิงยังคงร่วงหล่นลงไป รัศมีของเมฆาภัยพิบัติก็ยังคงหดเล็กลง ไม่นานก็เหลือเจ็ดร้อยลี้
จนกระทั่งสวี่อิงร่อนลงมา ตกลงบนแท่นขึ้นเซียนของเมืองฮ่าวจิง ก็เห็นว่าเมฆาภัยพิบัติที่พลุ่งพล่านอยู่บนท้องฟ้าเหลือรัศมีเพียงห้าร้อยสี่สิบลี้โดยประมาณเท่านั้น!
เมฆาภัยพิบัติสวรรค์ในเวลานี้ ยังคงเป็นภัยพิบัติสวรรค์อันน่าสะพรึงกลัวระดับพันลี้ แต่ก็ไม่อาจนำไปเทียบเคียงกับมหาภัยพิบัติสวรรค์ได้อีกแล้ว!
อานุภาพของภัยพิบัติสวรรค์ หดหายไปกว่าครึ่งแล้ว!
แดนหยิน สถานที่แห่งวัฏสงสาร
เสวียนฮ่าว เสวียนอวี้ เสวียนเฉิน และเสวียนซิง จตุรเทพราชาทั้งสี่จู่ๆ ก็เกิดลางสังหรณ์ขึ้นมาพร้อมกัน สัมผัสได้ถึงบางสิ่ง เสวียนซิงร้องเสียงหลง "มีคนเผชิญด่านเคราะห์!"
เทพราชาองค์อื่นก็สัมผัสได้ว่ามีคนกำลังเผชิญภัยพิบัติสวรรค์เช่นกัน เสวียนอวี้เอ่ยว่า "คนที่กล้าเผชิญด่านเคราะห์ในเวลานี้ ล้วนเป็นผู้ฝึกปราณที่อายุขัยใกล้จะหมดสิ้น ขอสู้ตายก่อนสิ้นใจ ไม่ต้องไปใส่ใจหรอก... เดี๋ยวก่อน! พวกเจ้าสัมผัสได้หรือไม่?"
เสวียนเฉินและเสวียนซิงก็สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง พยักหน้าพร้อมกัน เอ่ยเสียงขรึม "สัมผัสได้แล้ว!"
"พวกเจ้าสัมผัสอะไรได้?" เทพราชาเสวียนฮ่าวเนื่องจากถูกฮ่องเต้ชางอู๋และสวี่อิงทำร้ายอย่างหนักตามลำดับ อาการบาดยังไม่หายดี ตบะฝีมือจึงด้อยกว่าเมื่อก่อนมาก การรับรู้ก็ไม่เฉียบแหลมเหมือนแต่ก่อน จึงรีบเอ่ยถาม
เสวียนอวี้มีสีหน้าประหลาดใจและหวาดกลัว ร้องเสียงหลง "ภัยพิบัติสวรรค์ของผู้ที่เผชิญด่านเคราะห์ จู่ๆ ก็ลดทอนอานุภาพลงไปกว่าครึ่ง!"
เสวียนเฉินรีบโบกมือ จัดเรียงดวงดาวเต็มท้องฟ้า คำนวณอย่างรวดเร็ว เอ่ยว่า "อานุภาพภัยพิบัติสวรรค์ของคนผู้นี้ หายไปถึงเจ็ดส่วน! ของวิเศษแห่งโลกแห่งวิถีสวรรค์ เป็นผู้ควบคุมภัยพิบัติสวรรค์ บนของวิเศษมีอักขระวิถีสวรรค์อยู่ทั้งหมดสามพันตัว พลังของอักขระวิถีสวรรค์หนึ่งพันเก้าร้อยตัวหายไป!"
เขามีสีหน้าเคร่งขรึม เอ่ยว่า "นี่แสดงว่า มีคนที่มีความเข้าใจในวิถีสวรรค์ เหนือกว่าของวิเศษวิถีสวรรค์ ดังนั้นจึงสามารถแย่งชิงพลังในการประทานภัยพิบัติของของวิเศษได้!"
เทพราชาเสวียนฮ่าวไม่เข้าใจ "นั่นก็แค่หกส่วนมิใช่หรือ เหตุใดอานุภาพภัยพิบัติสวรรค์ถึงลดลงถึงเจ็ดส่วนเล่า?"
เสวียนอวี้ถอนหายใจ "นี่อธิบายได้เพียงว่า คนที่แย่งชิงพลังของภัยพิบัติสวรรค์นั้น ครอบครองวิถีสวรรค์ที่ล้ำลึกและสูงส่งเกินไป แทรกซึมเข้าไปในพลังส่วนเกินของภัยพิบัติสวรรค์ และนำพลังที่เกินมาอีกหนึ่งส่วนนั้นไปเสียด้วย"
เทพราชาอีกสามองค์รู้สึกหวั่นเกรง เสวียนฮ่าวพึมพำว่า "จะเป็นเซียนคนไหนใช้เส้นสาย จัดการให้ลูกหลานทะยานขึ้นสวรรค์หรือเปล่า?"
เซียนผู้มีอำนาจและอิทธิพลในแดนเซียน เมื่อลูกหลานต้องเผชิญกับการทะยานขึ้นสวรรค์ มักจะมาติดสินบนที่กรมอัสนีเพลิง ขุนนางเซียนของกรมอัสนีเพลิงก็จะให้จตุรเทพราชาแอบออมมือ ลดอานุภาพของภัยพิบัติสวรรค์ลง เพื่อให้ลูกหลานเซียนสามารถก้าวข้ามด่านเคราะห์และทะยานขึ้นสวรรค์ได้
เรื่องพรรค์นี้ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
เทพราชาเสวียนอวี้ส่ายหน้า "ไม่ใช่ แดนสวรรค์ไม่มีคนแล้ว ซ่างเซียนของกรมอัสนีเพลิงก็หายสาบสูญไป พวกเราไม่อยู่ แล้วใครจะมาจัดการเรื่องออมมือได้เล่า?"
เทพราชาทุกองค์ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
เทพราชาเสวียนซิงเอ่ยว่า "พวกเราต้องสอดมือเข้าไปยุ่งหรือไม่? ตอนนี้รีบไป ยังทันนะ"
เสวียนอวี้ลังเลเล็กน้อย ส่ายหน้าเอ่ยว่า "วัฏสงสารสำคัญกว่า อานุภาพภัยพิบัติที่เหลืออีกสามส่วน ก็เพียงพอที่จะผ่าสังหารผู้ฝึกปราณขั้นทะยานขึ้นสวรรค์ส่วนใหญ่ได้แล้ว และต่อให้คนผู้นั้นเผชิญด่านเคราะห์สำเร็จ เขาก็ไม่อาจทะยานขึ้นสวรรค์ได้ แต่เทพเถื่อนในวัฏสงสาร จะให้เกิดความเสียหายแม้แต่น้อยไม่ได้เด็ดขาด!"
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง เอ่ยต่อว่า "หากปล่อยให้เขาฟื้นคืนชีพขึ้นมา โลกเบื้องล่างคงได้เปลี่ยนฟ้าจริงๆ แน่!"
สวี่อิงเดินไป ผ้าคลุมด้านหลังปลิวไสว พร้อมกับเสียงของสายฟ้าฟาด มาถึงตรงหน้าโจวเทียนจื่อ ยิ้มบางๆ เอ่ยว่า "พี่จี๋ อิงโชคดีที่ไม่ทำให้ท่านผิดหวัง"
โจวเทียนจื่อค้อมตัวทำความเคารพ เอ่ยว่า "ขอบคุณพี่สวี่มาก พี่สวี่โปรดลงไปพักผ่อนเถิด ที่เหลือ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของจี๋หม่านเอง"
เขาแหงนหน้ามองภัยพิบัติสวรรค์ เวลานี้เมฆาภัยพิบัติยังคงยิ่งใหญ่อลังการ อานุภาพวิถีสวรรค์ยังคงสะเทือนฟ้าสะเทือนดิน เมื่อเผชิญกับภัยพิบัติสวรรค์เช่นนี้ ก็ยังสามารถเฉือนกระดูกตัดวิญญาณผู้ฝึกปราณขั้นทะยานขึ้นสวรรค์ ทำลายตบะนับพันปีให้กลายเป็นผุยผงได้อย่างง่ายดาย!
แต่สำหรับโจวเทียนจื่อแล้ว ภัยพิบัติสวรรค์ในเวลานี้ ไม่ใช่สิ่งที่ไม่อาจเอาชนะได้อีกต่อไป!







