(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 489
บทที่ 489 ความจริงอันเย็นชา คนเลวที่ไร้ยางอาย
เฉินหยูได้ยินดังนั้นก็หัวเราะเย็นชาพลางพูดว่า "คิดว่าเสียเงินหลายล้านซื้อยันต์สะกดวิญญาณมาหนึ่งแผ่น แล้วจะทำให้เรื่องราวถูกฝังอยู่ใต้ดินได้ตลอดไปงั้นเหรอ"
"น่าเสียดายที่ผู้ใช้เวทที่วาดยันต์สะกดวิญญาณเป็นแค่พวกมือสมัครเล่น"
"อานุภาพบนนั้นไม่มากพอที่จะสะกดวิญญาณคนตายไว้ได้ชั่วนิรันดร์หรอก"
พูดจบ เฉินหยูก็เหลือบมองพ่อของเจิ้งที่อยู่ตรงหน้า แล้วก้าวเท้าเดินเข้าไปในห้องโถงวิลล่า
เมื่อหลี่ชางจวินเห็นดังนั้นก็รีบสั่งให้คนตามเข้าไปทันที
เมื่อมาถึงหน้าประตูบานเล็กทางซ้ายของห้องนั่งเล่น เฉินหยูก็ยกมือขึ้นโบกหนึ่งที
พริบตาเดียว ประตูบานเล็กก็เปิดออกเอง
เผยให้เห็นบันไดยาวเหยียด
ด้านล่างของบันได ปรากฏว่าเป็นห้องใต้ดินที่ตกแต่งอย่างหรูหรา
พื้นปูด้วยพรมทอมือราคาแพง รอบๆ มีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อความบันเทิงจัดวางไว้มากมาย
เฉินหยูเดินไปข้างกำแพงด้านหนึ่งแล้วพูดว่า "วัสดุเก็บเสียงระดับมืออาชีพ ต่อให้จุดประทัดในนี้ ข้างบนก็ไม่มีทางได้ยินเสียงอะไรเลย"
"หมอเฉิน พวกเราต่างคนต่างอยู่ ไม่เคยก้าวก่ายกัน ทำไมคุณถึงต้องมาหาเรื่องพวกเราด้วย"
ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์รวมถึงทีมสืบสวนคดีอุกฉกรรจ์ต่างตามลงมาทั้งหมด
เศรษฐีคนหนึ่งมองเฉินหยูด้วยสายตาที่มืดมนยากจะคาดเดา
บนหน้าผากปรากฏหยาดเหงื่อเม็ดเล็กๆ
เฉินหยูทำราวกับไม่ได้ยินคำพูดของคนๆ นี้ เขาพูดต่อด้วยท่าทีไม่ใส่ใจว่า "ถึงผู้ใช้เวทที่วาดยันต์สะกดวิญญาณจะเป็นแค่มือสมัครเล่น แต่ในด้านการต่อต้านการสืบสวนกลับมีประสบการณ์มากทีเดียว"
"เพราะกลัวว่าจะมีคนสัมผัสได้ถึงกลิ่นคาวเลือดและไอความแค้นของที่นี่"
"ถึงได้สั่งพวกคุณเป็นพิเศษ ให้เอาปูนขาวปริมาณมากมาทาห้องใต้ดิน"
"น้ำปูนขาวสามารถขจัดกลิ่นคาวเลือดที่ตกค้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ"
"แถมยังมีสรรพคุณในการปัดเป่าขับไล่สิ่งชั่วร้ายด้วย"
พอคำพูดนี้หลุดออกมา ดวงตาของเกาจินสุ่ยก็แดงก่ำ เขาอยากจะฆ่าคนพวกนี้ให้ตายทั้งหมด เพื่อแก้แค้นให้ลูกสาวที่ตายอย่างน่าอนาถของตัวเอง!
เรื่องดำเนินมาถึงขั้นนี้แล้ว มีหรือที่เกาจินสุ่ยจะไม่เข้าใจว่าลูกสาวต้องเผชิญกับอะไรมาบ้าง
เริ่มแรกถูกไอ้พวกเดรัจฉานกลุ่มนี้ทำร้ายจนตาย
พ่อแม่ของพวกมันพอรู้ความจริง ก็เลือกที่จะปกปิดแทนลูก
แล้วเพราะกลัวว่าลูกสาวเขาจะกลายเป็นผีร้ายมาทวงแค้น ถึงได้ไปเชิญนักพรตผู้ทำพิธีมาสะกดวิญญาณที่เต็มไปด้วยความคับแค้นใจของลูกสาวเอาไว้!
"เฉินหยู! คุณหยุดแค่นี้จะดีกว่า!"
พ่อของเจิ้งกัดฟันกรอดเตือนว่า "ทั้งหมดนี้มันเป็นแค่สิ่งที่คุณทึกทักไปเองฝ่ายเดียว ลูกๆ ของพวกเราต่างก็เป็นคนรู้หน้าที่ ไม่มีทางทำเรื่องฆ่าแกงคนได้หรอก"
"คนเป็นผู้ปกครองอย่างพวกเรา ยิ่งไม่มีทางช่วยพวกเขากระทำเรื่องปกปิดความจริง"
"หมอเฉิน พวกเรารู้ดีว่าคุณมีฝีมืออยู่บ้าง แต่ทุกอย่างมันก็ต้องมีขอบเขต"
ตอนนั้นเอง ผู้หญิงวัยห้าสิบกว่าปีที่สวมเครื่องประดับทองและเงินเต็มตัวก็เดินมาอยู่ตรงหน้าเฉินหยู
"คนเราเกิดมาบนโลก ย่อมต้องมีสิ่งที่หวาดกลัวกันบ้าง"
"ก็เหมือนกับที่พวกเราเกรงกลัวต่อกฎหมาย หมอเฉินไม่กลัวบ้างเหรอว่าการกล่าวหาลอยๆ จะทำให้ชื่อเสียงต้องป่นปี้"
"จนพลอยทำให้เพื่อนฝูงและญาติพี่น้องของคุณต้องเดือดร้อนไปด้วย"
ผู้หญิงคนนั้นเตือนเฉินหยูด้วยท่าทีนิ่งเฉย
ทุกคนล้วนมีจุดอ่อน
ถึงแม้เฉินหยูจะมีฝีมือไม่ธรรมดา แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีเรื่องให้ต้องกังวล
ลูกคือจุดอ่อนของพวกเขา
ในขณะที่พ่อแม่ ญาติพี่น้อง และเพื่อนฝูง ก็เป็นจุดอ่อนของทุกคนเช่นกัน
เฉินหยูส่ายหน้ายิ้มๆ แล้วพูดว่า "ถ้าพวกคุณและลูกๆ ของพวกคุณต้องเข้าไปอยู่ในคุกกันหมด เรื่องบางเรื่องมันก็จะไม่มีอยู่อีกต่อไป"
พูดจบ เฉินหยูก็กระทืบเท้าข้างหนึ่งลงบนพื้น
พรมขนแกะใต้เท้าขาดกระจุยกระจายในพริบตา เผยให้เห็นพื้นซีเมนต์ที่อยู่ด้านล่าง
พื้นซีเมนต์แตกร้าวเป็นวงกว้าง จากนั้นก็แตกกระจายปลิวว่อน
เฉินหยูกางนิ้วทั้งห้าออก แล้วยื่นมือลงไปด้านล่าง
เห็นเพียงดินบนพื้นนูนขึ้นมาเป็นก้อน ราวกับมีบางสิ่งกำลังดันตัวขึ้นมาด้านบน
เมื่อได้เห็นฝีมือระดับนี้ บรรดาเศรษฐีทั้งหลายต่างก็มีท่าทีราวกับเห็นผี
เจิ้งเหว่ยและลูกเศรษฐีอีกหลายคน ขาทั้งสองข้างเริ่มสั่นเทา
โดยเฉพาะฉู่เถียนเถียน ใบหน้าของเธอซีดเผือดราวกับคนตาย
หลี่ชางจวินพูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดว่า "ฉู่เถียนเถียน ถ้าตอนนี้คุณยอมรับสารภาพออกมาเอง จะถือว่าเป็นการให้การสารภาพ มีโอกาสได้รับการลดโทษ"
"แต่ถ้ายังดื้อดึงต่อต้านจนถึงที่สุด สิ่งที่รอพวกคุณอยู่ย่อมเป็นการลงโทษอย่างเด็ดขาดตามกฎหมาย!"
ฉู่เถียนเถียนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น แล้วพูดปนสะอื้นว่า "ฉัน..."
"ฉู่เถียนเถียน!"
เจิ้งเหว่ยฝืนใจตวาดว่า "พวกเราไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น เธออย่าไปฟังเขาขู่สิ"
"แม่จ๋า!!!"
"ฉันพูด...ฉันจะพูดให้หมดเลย!!!"
วินาทีต่อมา รูม่านตาของฉู่เถียนเถียนก็เบิกกว้างถึงขีดสุด เลือดในกายเย็นเฉียบไปหมดทั้งตัว
ถังเหล็กใบใหญ่ที่ดูราวกับถังน้ำมัน กลับค่อยๆ ผุดขึ้นมาจากใต้ดินได้เอง!!!
นอกจากหลี่ชางจวินและสมาชิกทีมสืบสวนคดีอุกฉกรรจ์ที่รู้ซึ้งถึงฝีมือของเฉินหยูดีแล้ว
คนอื่นๆ ต่างก็มีสีหน้าตกตะลึงจนถึงขีดสุด
ถังเหล็กที่ถูกฝังอยู่ใต้ดินลึกหลายเมตร กลับโผล่ขึ้นมาได้เอง
เมื่อถังเหล็กใบนี้ปรากฏขึ้นมา เด็กๆ หลายคนก็เกรงว่าจะต้องเข้าไปนอนในคุกกันหมด!
พ่อของเจิ้งและเศรษฐินีร้องตะโกนออกมาพร้อมกันว่า "เฉินหยู นี่คุณ...คุณใช้มนตร์ดำอะไรกันแน่"
"มนตร์ดำงั้นเหรอ หึหึหึ"
เฉินหยูหัวเราะเยาะ "เหวินซิงฮุยที่ไปคล้อยตามอาจารย์หลิวคนนั้นต่างหากล่ะ ที่ใช้มนตร์ดำของจริง"
"เหวินซิงฮุย?"
หลี่ชางจวินชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วถามว่า "หมอเฉิน ในเรื่องนี้ทำไมถึงมีเขาเข้ามาเกี่ยวด้วยล่ะ"
"ถ้าไม่ใช่เพราะเขา พวกเศรษฐีกลุ่มนี้จะรู้ได้ยังไงว่าปูนขาวสามารถปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย และล้างกลิ่นคาวเลือดได้"
"แล้วจะไปเอายันต์สะกดวิญญาณมาได้ยังไง"
"ทุกสิ่งทุกอย่าง ล้วนเป็นเหวินซิงฮุยที่คอยช่วยเหลือ"
"นักฆ่าที่พยายามจะจัดการผมเมื่อวาน ก็เป็นคนที่เหวินซิงฮุยจ้างมา"
สิ้นเสียง เฉินหยูก็ตบฝ่ามือลงบนถังเหล็กที่อยู่บนพื้น
"โครม..."
ถังเหล็กแตกออกในทันที
เผยให้เห็นปูนซีเมนต์ที่อยู่ด้านใน พร้อมกับศพผู้หญิงที่เต็มไปด้วยรอยแผล
เฉินหยูมองกลุ่มเศรษฐีที่มีสีหน้าหวาดกลัวสุดขีด แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า "พวกคุณมันเป็นพวกเศรษฐีไร้คุณธรรม ลูกๆ ของพวกคุณก็มีสันดานเดียวกัน เห็นชีวิตคนเป็นผักปลา"
ย้อนเวลากลับไปเมื่อสองเดือนก่อน
วันนั้น เจิ้งเหว่ยพาพวกเพื่อนเลวๆ ไปรับรถที่โชว์รูม
เขาถูกตาต้องใจเกาเวยและฉู่เถียนเถียนที่เพิ่งเข้าทำงานได้ไม่นานตั้งแต่แรกเห็น
เตรียมจะรวบยอดทั้งสองคนพร้อมกัน
ฉู่เถียนเถียนเป็นคนหลงใหลในความฟุ้งเฟ้อ จึงโผเข้าสู่อ้อมกอดของเจิ้งเหว่ยอย่างรวดเร็ว
แต่เกาเวยกลับไม่แยแสที่จะเป็นนกน้อยในกรงทองของคนรวย
เธอปฏิเสธการตามจีบของเจิ้งเหว่ยอยู่หลายครั้ง
ยิ่งเกาเวยปฏิเสธ เจิ้งเหว่ยก็ยิ่งอยากได้เธอ
เจิ้งเหว่ยส่งฉู่เถียนเถียนออกหน้า หลอกให้เกาเวยมาที่วิลล่าริมทะเลสาบ
แล้วใช้กำลังบังคับขืนใจเกาเวย
แถมยังเรียกพวกเพื่อนเลวๆ มาย่ำยีเกาเวยต่อ
ในระหว่างที่ขัดขืน เกาเวยได้ข่วนหน้าของเจิ้งเหว่ยจนเป็นแผล
การกระทำนี้ทำให้เจิ้งเหว่ยโกรธจัด
ในช่วงไม่กี่วันต่อมา
เจิ้งเหว่ยและไอ้พวกเดรัจฉานกลุ่มนี้ได้สลับสับเปลี่ยนวิธีทรมานเกาเวยสารพัด
ไม่เพียงแต่จะทรมานเกาเวยจนบอบช้ำไปทั้งตัวเท่านั้น แต่ยังเรียกฉู่เถียนเถียนมาที่เกิดเหตุด้วย
เพื่อใช้เป็นวิธีบั่นทอนจิตใจของเกาเวยไปอีกขั้น
ในท้ายที่สุด เกาเวยก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหวจนขาดใจตาย
ลูกเศรษฐีหลายคนไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
พวกเขาทำตามพล็อตเรื่องในหนังเรื่องหนึ่ง โดยการจับเกาเวยยัดใส่ถังเหล็กแล้วเทปูนทับ ก่อนจะฝังลงใต้พื้นห้องใต้ดิน
เพื่อหวังจะใช้สิ่งนี้ในการปกปิดความจริง
แต่ใครจะคิดว่า หลังจากผ่านไปสามวัน
จู่ๆ วิลล่าก็เริ่มมีผีหลอก
พวกเจิ้งเหว่ยเพิ่งจะรู้จักคำว่ากลัว จึงยอมบอกความจริงกับพ่อแม่ของแต่ละคนแต่โดยดี
หลังจากที่พ่อแม่ของพวกเขาได้ยิน แทนที่จะเลือกแจ้งตำรวจ
กลับพยายามหาทางปกปิดเรื่องนี้เอาไว้
หนึ่งในนั้นได้ไปหาเหวินซิงฮุยที่รู้เรื่องพวกนี้ดี เพื่อสอบถามวิธีแก้ปัญหา
เหวินซิงฮุยกับคนพวกนั้นตกลงกันได้อย่างรวดเร็ว จึงไปเชิญอาจารย์หลิวมาช่วยจัดการเรื่องราวให้เรียบร้อย
และผ่านการกระทำนี้ เขาก็สามารถกู้ยืมเงินก้อนโตมาจากคนพวกนี้ได้
ทำให้เงินทุนในมือกลับมาอู้ฟู่
เหวินซิงฮุยจึงไม่จำเป็นต้องขายทรัพย์สินทิ้งเพื่อนำมาหมุนเวียนในโปรเจกต์อีกต่อไป
เมื่อนึกขึ้นได้ว่าอีกไม่นาน เฉินหยูก็จะมารับมอบวิลล่ามูลค่าหลายร้อยล้านของครอบครัวตัวเอง
เหวินซิงฮุยก็เลยตัดสินใจทำเรื่องให้มันสุดทาง เตรียมจ้างนักฆ่ามาจัดการเฉินหยูทิ้งซะ







