ห้านาทีต่อมา
ห้องของกู้สิง
กู้สิงโอบกอดลั่วหนิง น้ำเสียงเจือความซับซ้อนเล็กน้อย “พูดให้ชัดเจนก็ดีแล้ว เธอจะได้ไม่ต้องจมปลักอยู่อย่างนั้น”
ลั่วหนิงเหลือบมองกู้สิง “รู้สึกเสียดายไหม?”
กู้สิงยิ้มอย่างไม่เป็นธรรมชาตินัก “มีอะไรน่าเสียดาย”
ลั่วหนิงเบ้ปากน้อยๆ อย่างแทบไม่ให้สังเกตเห็น แต่ก็ไม่ได้เยาะเย้ยหรือแดกดันอะไร
การแข่งขันระหว่างเธอกับเฉินหลิงซู จริงๆ แล้วประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การแย่งผู้ชาย แต่เป็นการเล่าเรื่องความสัมพันธ์เดียวกันในมุมมองที่ต่างกัน
เรื่องเล่าของเฉินหลิงซู: ฉันกับกู้สิงคือรักแท้ ส่วนเธอลั่วหนิงคือคนที่ฉวยโอกาสเข้ามา
เรื่องเล่าของลั่วหนิง: ฉันชอบกู้สิงก่อน เธอต่างหากเฉินหลิงซูที่ชิงลงมือก่อน โชคดีที่เธอเป็นฝ่ายยอมแพ้ไปเอง ฉันถึงได้มารับช่วงต่อ
เฉินหลิงซูคิดว่าตัวเองเป็นผู้เสียหาย
บางทีเฉินหลิงซูอาจจะต้องเชื่อว่าตัวเองเป็น “ผู้เสียหาย” ถึงจะรับมือกับความเจ็บปวดนี้ได้
ส่วนลั่วหนิงก็ต้องยืนกรานในความ “ไม่รู้สึกผิด” ของตัวเอง ถึงจะเผชิญหน้ากับเพื่อนรักที่สนิทกันเหมือนพี่น้องมาหลายปีได้
แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ทั้งสองคนทำได้ นั่นคือไม่ได้ฉีกหน้าหรือแตกหักกันอย่างสมบูรณ์
มิตรภาพฉันพี่น้องที่สั่งสมมาหลายปี นอกจากความคิดเห็นบางอย่างที่ไม่ตรงกันแล้ว ในที่สุดก็ยังคงรักษาความไว้เนื้อเชื่อใจของกันและกันไว้
กู้สิงกระแอมหนึ่งครั้ง
“แล้วหลังจากนี้จะทำยังไง ฉันหมายถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเฉินหลิงซู จะไม่สามารถกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกแล้วใช่ไหม?”
“ฉันไม่รู้”
ลั่วหนิงแสดงสีหน้ากลัดกลุ้มออกมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แววตาเจือความเปราะบางเล็กน้อย “ฉันแค่ไม่อยากหลอกเธอต่อไปอีกแล้ว”
“อืม”
กู้สิงกอดลั่วหนิงแน่นขึ้นอีกนิด “ฉันนึกว่าเธอตั้งใจมาที่นี่เพื่อโกรธเธอคนนั้นซะอีก เพราะเธอจูบฉันตอนไลฟ์สด”
“เรื่องนี้จะโทษซูซูไม่ได้หรอกนะ”
ใบหน้าของลั่วหนิงซบอยู่ที่หน้าอกของกู้สิง “เธอไม่รู้เรื่องความสัมพันธ์ของเรานี่นา ยิ่งไปกว่านั้น พอฉันเห็นเธอเป็นแบบนั้น ก็รู้สึกสงสารจนไม่ทันได้โกรธแล้ว”
กู้สิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างโล่งอก
นี่แหละคือลั่วหนิง ความคิดความอ่านไม่เหมือนคนทั่วไปเลย
ถ้าเป็นคนอื่นที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกับลั่วหนิง ตอนนี้คงจะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟไปแล้วใช่ไหม?
แต่ลั่วหนิงกลับรู้สึกว่าเป็นเพราะเธอกับกู้สิงปิดบังความจริงกับเฉินหลิงซู ถึงได้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น
“ถ้าหาก...”
ลั่วหนิงเงยหน้ามองเสี้ยวหน้าของกู้สิง “ถ้าหากเธอคิดไม่ตกตลอดไป นายต้องช่วยฉันปลอบใจเธอดีๆ นะ”
หัวใจของกู้สิงเต้นรัว
ลั่วหนิงคงไม่ได้กำลังลองใจเขาอยู่ใช่ไหม?
รู้สึกว่าลั่วหนิงไม่ใช่คนแบบนั้น แต่เมื่อเป็นเรื่องของความรัก คนเราก็มักจะเห็นแก่ตัว ดังนั้นกู้สิงเองก็ไม่แน่ใจนัก เขาจึงยิ้มแล้วพูดว่า “เฉินหลิงซูก็ไม่ใช่เด็กๆ แล้ว จะมีอะไรให้คิดไม่ตกกัน”
“นายไม่เข้าใจซูซูหรอก”
ลั่วหนิงพูดอย่างกังวล “ซูซูเป็นคนที่โดดเด่นมาตั้งแต่เด็กจนโต คนรอบข้างต่างก็เอาใจเธอ ไม่ว่าจะร้องเพลงเต้นรำ หรือทำอะไร เธอก็สามารถทำได้ดีเป็นพิเศษเสมอ ดังนั้นเธอจึงไม่เคยเจออุปสรรคอะไรเลย...”
หยุดไปครู่หนึ่ง
ลั่วหนิงกล่าว “ดังนั้นทุกครั้งที่เจออุปสรรค ซูซูจะหมกมุ่นได้ง่ายมาก เมื่อก่อนยังมีฉันคอยปลอบใจ แต่ตอนนี้อุปสรรคของเธอ ก็เกิดจากฉันเอง คงมีแต่นายเท่านั้นที่จะปลอบเธอได้”
“ฉันจะปลอบยังไงได้”
กู้สิงพูดอย่างจนปัญญา “เฉินหลิงซูต้องการอะไรเธอก็รู้ไม่ใช่เหรอ หรือว่าเธอจะยกแฟนตัวเองให้เธอคนนั้น?”
“ไม่ได้”
ลั่วหนิงตอบโดยไม่ลังเล
กู้สิงกล่าว “นั่นก็จบแล้วไง”
ลั่วหนิงมองกู้สิงอย่างลึกซึ้ง “ฉันไม่สนวิธีการ ยังไงก็ตาม เธอต้องไม่เป็นอะไรนะ เธอเป็นเพื่อนคนเดียวของฉัน”
กู้สิงพูดไม่ออก “นี่เธอกำลังบีบคั้นคนอื่นนะ”
ลั่วหนิงเงียบไปครู่หนึ่ง ทันใดนั้นก็มุดหัวเข้าไปในผ้าห่ม
กู้สิงเพียงรู้สึกเย็นวาบที่เอวด้านข้าง ยังไม่ทันได้ทันได้ตั้งตัว ผ้าห่มก็นูนขึ้นเป็นก้อนเล็กๆ เขารู้สึกได้ถึงลมหายใจของลั่วหนิง ลมหายใจนั้นร้อนผ่าว ทีละครั้ง ทีละครั้ง ราวกับแมวน้อยจอมซนที่ตะกละตะกลาม
“แบบนี้ได้ไหม?”
...
ห้องข้างๆ
แสงจันทร์นอกหน้าต่างเย็นเยียบเงียบสงัด
เฉินหลิงซูนั่งอยู่ริมเตียงด้วยใจที่สับสนวุ่นวาย ในหัวทบทวนบทสนทนาระหว่างเธอกับลั่วหนิงเมื่อสักครู่
ทันใดนั้น
ห้องข้างๆ ก็มีเสียงเคลื่อนไหวแปลกๆ ดังขึ้นมา
นั่นคือห้องของกู้สิง!
ราวกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ร่างกายของเฉินหลิงซูก็แข็งทื่อไปทั้งตัว ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย แต่หูกลับผึ่งขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
มีเสียงดังขึ้นอีกครั้ง
ครั้งนี้เฉินหลิงซูได้ยินชัดเจน ความหมายของมันชัดเจนในตัวเอง แม้ว่าเฉินหลิงซูจะไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้มาก่อนก็ตาม
หรือว่าพวกเขากำลังทำ!
เฉินหลิงซูอยากจะเอามืออุดหู หรือแม้กระทั่งอยากจะวิ่งออกไปเคาะประตู แต่เท้ากลับเหมือนมีรากงอก ไม่สามารถขยับได้แม้แต่ก้าวเดียว จากนั้นเธอก็ได้ยินเสียงอื่น แม้ว่าจะได้ยินไม่ชัดเจนเพราะมีกำแพงกั้น มีเพียงปลายเสียงที่ลอยแว่วมาเป็นครั้งคราว...
เฉินหลิงซูกำมือแน่น
เสียงเคลื่อนไหวจากห้องข้างๆ ไม่ได้ดังมากนัก หรืออาจจะพูดได้ว่าเบามาก แต่ในค่ำคืนที่เงียบสงัดเช่นนี้ กลับเหมือนขนนกที่แม้จะอยู่คนละฝั่งกำแพงก็ยังสามารถลูบไล้แก้วหูของเฉินหลิงซูได้ทีละนิดๆ
เฉินหลิงซูพบว่าขาตัวเองเริ่มอ่อนแรง
เธอไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงตั้งใจฟังขนาดนี้ ลมหายใจดูเหมือนจะหอบถี่ขึ้นอย่างอธิบายไม่ถูก หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลง ในฝ่ามือมีเหงื่อออก
ลั่วหนิงที่น่ารังเกียจ!
ขอบตาของเฉินหลิงซูแดงก่ำเล็กน้อย ในตอนนี้คนที่อยู่ใต้ร่างของกู้สิงควรจะเป็นเธอต่างหาก เธอมุดหัวเข้าไปในผ้าห่ม แต่สมองกลับเริ่มฉายภาพขึ้นมาโดยอัตโนมัติ—
เตียงหลังนั้น
คนสองคนที่ซ้อนทับกันอยู่
ท่าทางเหล่านั้นที่เธอไม่เคยเห็นด้วยตาตัวเอง แต่ในวินาทีนี้กลับชัดเจนเป็นรูปธรรมอย่างยิ่ง
มือของเธอไปวางอยู่บนท้องน้อยตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ผ่านเนื้อผ้าชุดนอน เธอรู้สึกได้ถึงอุณหภูมิผิวของตัวเองที่ร้อนจนน่าตกใจ
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ เสียงจากห้องข้างๆ ก็พลันถี่กระชั้นขึ้นมา
ลมหายใจของเฉินหลิงซูก็สับสนอลหม่านไปตามจังหวะนั้น เธอกัดริมฝีปากล่างจนซีดขาว
เฉินหลิงซูลืมตาขึ้น จ้องมองเพดาน นอนไม่หลับ เธอพลิกตัวอย่างแรง เอาหน้าซุกหมอน
ครู่ต่อมา
น้ำตาก็ไหลจนหมอนเปียกชุ่ม เฉินหลิงซูลุกขึ้นนั่งทันที ขยี้ผมที่ยุ่งเหยิงของตัวเองอย่างบ้าคลั่ง หงุดหงิดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ลั่วหนิงหมายความว่ายังไง?
กู้สิงหมายความว่ายังไง?
พวกเขา หรือว่าตั้งใจทำ?
ให้ตัวเองได้ยินแบบนี้ มันจะเร้าใจกว่างั้นเหรอ?
ไหนบอกว่ากลัวจะทำร้ายฉันถึงไม่ได้บอกเรื่องที่พวกเธอคบกัน แล้วเรื่องแบบนี้ให้ฉันได้ยินจะไม่กลัวว่าฉันจะเสียใจเหรอ?
“ต้องตั้งใจแน่ๆ!”
เฉินหลิงซูโกรธจนตัวสั่น ริมฝีปากซีดเผือด เมื่อก่อนเธอไม่เคยรู้เลยว่าเพื่อนรักของตัวเองจะเล่นอะไรแบบนี้เป็นด้วย?
ปากก็พูดอย่างมั่นใจว่าไม่กลัวตัวเองจะแย่งกู้สิงไป
ผลสุดท้ายพอไปถึงห้องของกู้สิง ก็ใช้วิธีไร้ยางอายแบบนี้มาข่มขวัญตัวเอง นี่คือที่มาของความมั่นใจของเธอสินะ?
มีแต่เธอหรือไงที่หน้าตาดี!?
มีแต่เธอหรือไงที่หุ่นดี!?
มีแต่เธอหรือไงที่ดึงดูดกู้สิงได้!?
เฉินหลิงซูเริ่มสงสัยขึ้นมาทันทีว่า ที่ลั่วหนิงสามารถขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งนี้ได้อย่างราบรื่นขนาดนี้ ก็เพราะอาศัยเรื่องแบบนี้ที่กล้าได้กล้าเสียกว่าตัวเอง...
นางจิ้งจอกที่ฉวยโอกาสตอนที่เธอไม่ทันระวังตัว ยั่วยวนให้กู้สิงขึ้นเตียง!
แต่ก็ต้องโทษตัวเองด้วยที่เมื่อก่อนปล่อยให้กู้สิงอดทนมานานเกินไป ดังนั้นพอถูกลั่วหนิงยั่วยวนเข้าหน่อยก็สำเร็จเลย
ขณะที่ความคิดกำลังฟุ้งซ่าน
โทรศัพท์ของเฉินหลิงซูก็ดังขึ้นมาทันที