162. บทที่ 160 อักษรเทวะพรสวรรค์
ศูนย์วิจัย
สองศิษย์อาจารย์คุยกันอยู่พักหนึ่ง ไป๋เฟิงก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงพูดอย่างหงุดหงิดว่า "ชาล่ะ?"
ซูอวี่หลุดขำ ยังอุตส่าห์จำเรื่องนี้ได้อีกนะ
เขาเดินไปรินชาให้ถ้วยหนึ่ง ไป๋เฟิงถึงได้พอใจ อารมณ์ดีขึ้นไม่น้อย
เขาดื่มชาไปพลาง คุ่นคิดเรื่องราวไปพลาง
ผ่านไปครู่หนึ่ง ไป๋เฟิงก็พูดอย่างใช้ความคิดว่า "ตอนที่นายใช้ทักษะกลืนวิญญาณ เปิดจุดทวารไหนไปบ้างยังจำได้ใช่ไหม?"
"จำได้ครับ!"
"แมลงกลืนวิญญาณ... ทักษะกลืนวิญญาณ... ปราณแปรผัน..."
ไป๋เฟิงพึมพำ "ไม่รู้ว่าเป็นทักษะพรสวรรค์ที่ทำให้ปราณแปรผัน หรือเคล็ดวิชาปราณพื้นฐานของแมลงกลืนวิญญาณที่ทำให้ปราณแปรผัน น่าเสียดายที่นายไม่เป็นเคล็ดวิชาปราณ..."
ซูอวี่คิดทบทวนแล้วพูดว่า "อาจารย์ครับ ผมรู้สึกว่าจุดทวารที่เปิดของเคล็ดวิชาปราณและทักษะพรสวรรค์ของแมลงกลืนวิญญาณน่าจะคล้ายกัน ความจริงแล้วผมคิดว่าโดยทั่วไปน่าจะอนุมานเคล็ดวิชาปราณจากทักษะพรสวรรค์ได้ เพราะจุดทวารที่ทักษะพรสวรรค์เปิด ล้วนเป็นจุดทวารของเคล็ดวิชาปราณพื้นฐานอยู่แล้ว"
ทั้งสองอย่างนี้ โดยทั่วไปมักจะมาคู่กัน
อย่างเช่น เคล็ดวิชาจ้านเสิน และ 'ทะลวงสวรรค์สังหาร' ก็มาคู่กัน
เคล็ดวิชาจ้านเสิน เปิดจุดทวาร 108 จุด 'ทะลวงสวรรค์สังหาร' เปิด 96 จุด ซึ่งล้วนเป็นจุดทวารที่เคล็ดเทพสงครามเคยเปิดมาแล้ว แตกต่างกันแค่ 12 จุดเท่านั้น
"มีเหตุผล!"
ไป๋เฟิงพยักหน้า นัยน์ตาทอประกายวาบ "เคล็ดวิชาปราณของแมลงกลืนวิญญาณ หากสามารถทำให้ปราณแปรผันและเพิ่มผลลัพธ์ในการแผดเผา หรือกัดกร่อนเจตจำนงได้ สำหรับนักรบทุกคนแล้ว นี่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เลยนะ!"
"ปกติแล้วหากนักรบต้องการทำร้ายผู้ใช้อารยธรรม ล้วนต้องเข้าประชิดตัว เพื่อสังหารร่างกาย! แต่ถ้าหากสามารถแผดเผาเจตจำนงของผู้ใช้อารยธรรมจากระยะไกลได้ล่ะก็ ผลลัพธ์ย่อมไม่เหมือนเดิม!"
ไป๋เฟิงใจเต้นเล็กน้อย "บางที... พวกเราอาจจะใช้วิธีนี้ ไปดึงดูดผู้แข็งแกร่งวิถีนักรบมาสักสองสามคน! เพื่อให้มาคุ้มกันพวกเรา!"
ซูอวี่มองอาจารย์ สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย
ไป๋เฟิงพูดเรียบๆ "มองฉันทำไม? ความแข็งแกร่งของเราไม่พอ การหาคนมาหนุนหลังมันเรื่องปกติไม่ใช่หรือไง? ทว่า... ตอนนี้ทักษะกลืนวิญญาณอยู่ในขั้นเชียนจวิน สิ่งที่นายทดลองก็มีแค่ขั้นเชียนจวินใช่ไหม?"
"ครับ"
"ไม่เป็นไร ขั้นเชียนจวินก็พอแล้ว หลักๆ คือต้องการดูวิธีเปิดจุดทวารเท่านั้น"
ไป๋เฟิงดื่มชาต่อไป พลางจมอยู่ในห้วงความคิด
เคล็ดวิชาที่สามารถทำให้ปราณแปรผัน และสร้างความเสียหายต่อเจตจำนงได้
มีเคล็ดวิชาแบบนี้อยู่ด้วยหรือ?
โลกนี้กว้างใหญ่ไพศาล มีทุกสิ่งทุกอย่างที่แปลกประหลาด!
ไม่ต้องพูดถึงเผ่าหมื่นโลก เผ่ามนุษย์ก็อาจจะมีเหมือนกัน แต่... ถ้าเขามี มันก็เป็นความลับที่สืบทอดกันมา อย่างน้อยในบรรดาเคล็ดวิชาที่เผยแพร่สู่สาธารณะ ก็ไม่มีเคล็ดวิชาแบบนี้เลย
ทางฝั่งเขตปกครองต้าเซี่ย นอกจากตระกูลเซี่ยแล้ว ผู้แข็งแกร่งวิถีนักรบคนอื่นๆ ในมุมมองของไป๋เฟิงล้วนไม่มีเคล็ดวิชาเช่นนี้
เคาะโต๊ะเบาๆ ไป๋เฟิงก็หัวเราะออกมา "นายว่า ถ้าพวกเราไปทำการค้ากับผู้แข็งแกร่งวิถีนักรบจริงๆ จะโดนพวกผู้ใช้อารยธรรมด่าว่าเป็นคนทรยศไหม?"
ซูอวี่ครุ่นคิด ก่อนจะหัวเราะ "ไม่ครับ นั่นไม่ใช่พวกเราที่เป็นคนทรยศ แต่เป็นคนที่ด่าพวกเราต่างหาก! พวกเรามอบเคล็ดวิชาให้ ก็เพื่อให้นักรบสามารถสังหารศัตรูในสนามรบ สังหารผู้ใช้อารยธรรมของเผ่าหมื่นโลกได้ ทำไมผู้ใช้อารยธรรมของเราถึงต้องกลัวเรื่องนี้ด้วย? เพิ่มความแข็งแกร่งให้เผ่ามนุษย์ไม่ดีหรือครับ? ถ้ามีคนคิดแบบนั้นจริงๆ เขานั่นแหละคือคนทรยศที่อยากก่อความวุ่นวายภายใน!"
"นั่นมันก็แค่คำพูดเท่านั้นแหละ!"
ไป๋เฟิงหัวเราะเยาะ "ผู้ใช้อารยธรรมน่ะ... หยิ่งยโสจะตาย! ผู้ใช้อารยธรรมทุกคนล้วนรู้สึกว่า นักรบเทียบผู้ใช้อารยธรรมไม่ได้ เมื่อนายมอบเคล็ดวิชาที่สามารถสร้างบาดแผลให้ผู้ใช้อารยธรรมแก่นักรบ พวกเขาจะรู้สึกว่าสถานะของตนเองกำลังถูกท้าทาย"
จำนวนผู้ใช้อารยธรรมนั้นน้อยกว่านักรบ ผู้ที่อยู่ขั้นไร้เทียมทานก็ล้วนเลื่อนระดับด้วยร่างกายทั้งสิ้น
แต่ผู้ใช้อารยธรรม ก็เป็นพวกที่หยิ่งยโสจริงๆ
แม้ความแข็งแกร่งโดยรวมจะสู้ไม่ได้ แต่ก็ยังรู้สึกว่าผู้ใช้อารยธรรมสูงส่งกว่านักรบอยู่ดี
อันที่จริง ไม่ใช่แค่เผ่ามนุษย์ ดูเหมือนพหุภพหมื่นโลกก็เป็นแบบนี้เช่นกัน
ซูอวี่ส่ายหน้า "ถ้าอย่างนั้นวิจัยเคล็ดวิชาออกมาได้ สุดท้ายกลับต้องถูกปิดผนึกเอาไว้หรือครับ? เพียงเพื่อไม่ให้สถานะของผู้ใช้อารยธรรมถูกท้าทายเนี่ยนะ?"
"ย่อมไม่ใช่เงื่อนไขหลักอยู่แล้ว สิ่งสำคัญคือต้องมีความแข็งแกร่งและความมั่นใจเป็นทุนเดิม!"
ไป๋เฟิงหัวเราะ "ถ้านายอยู่ขั้นไร้เทียมทาน ต่อให้ไปเผยแผ่วิถีในหมื่นโลก ก็ไม่มีใครกล้าปริปากหรอก!"
ไป๋เฟิงพ่นลมหายใจ "เรื่องนี้ไว้พวกเราค่อยดูสถานการณ์กันอีกที ไอ้หนู ในเมื่อนายอยากจะทำการวิจัย นี่ก็คือหัวข้อแรกของนาย! อนุมานเคล็ดวิชากลืนวิญญาณจากทักษะกลืนวิญญาณ!"
ซูอวี่บ่นอุบอิบในใจ 'ไม่ต้องอนุมานหรอก ผมทำเป็นอยู่แล้ว!'
'ใช้การอนุมานอะไรกัน!'
แน่นอนว่าคำพูดเหล่านี้ไม่สามารถพูดออกไปได้
ทักษะพรสวรรค์ยังพอว่า อย่างน้อยก็มีคนกำลังศึกษาอยู่ แต่ผลคือตนดันเรียนรู้เคล็ดวิชาปราณพื้นฐานของคนอื่นได้โดยอัตโนมัติเสียอย่างนั้น... น่ากลัวเกินไปแล้ว ไป๋เฟิงคงจะระเบิดอารมณ์แน่
ถึงแม้แค่ทำทักษะพรสวรรค์ได้ ก็ทำให้เขาแทบจะระเบิดอยู่แล้วก็ตาม
...
ไป๋เฟิงลุกขึ้น เห็นซูอวี่ยังคงเหม่อลอยอยู่จึงพูดอย่างหงุดหงิดว่า "ไปสิ ไม่ใช่บอกว่าจะทำการวิจัยหรือไง?"
"เอ่อ... อาจารย์ครับ ตอนนี้เลยเหรอครับ?"
"แน่นอนสิ!"
ไป๋เฟิงขมวดคิ้ว "หรือจะรอพรุ่งนี้ล่ะ?"
แปลกคนจริง!
ไอ้เด็กนี่คิดอะไรอยู่?
"ไอ้เด็กนี่ ทำไมถึงไม่ยอมขยันสักนิด? คิดถึงตอนนั้น ตอนที่อาจารย์ปู่ของนายบอกให้ฉันเข้าห้องทดลอง ฉันแทบจะรอไม่ไหว อยากจะเข้าไปเดี๋ยวนั้นเลย แต่นายกลับอิดออดอยู่ได้!"
ซูอวี่เหนื่อยใจ 'ผมไปอิดออดตอนไหนครับ?'
'แค่ไม่คิดว่าอาจารย์จะรีบขนาดนี้เท่านั้นเอง!'
เขาไม่พูดอะไรอีก และเดินตามไป๋เฟิงลงไปยังชั้นใต้ดินที่สามอย่างเงียบๆ
...
ห้องทดลองหลัก
นี่เป็นครั้งแรกที่ซูอวี่มาที่นี่ บานประตูที่ดูหนาทึบตั้งตระหง่านอยู่
ไป๋เฟิงชี้ไปที่ประตูบานนั้น "เจ้านี่แหละ สร้างมาจากวัสดุหลักที่ใช้สร้างอาวุธระดับปฐพีเลยนะ..."
ซูอวี่ไม่รอให้เขาพูดจบ สายตาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย "เหล็กมารเพลิง! ของขึ้นชื่อของแดนมารเพลิง วัสดุหลักในการสร้างอาวุธ ห้องทดลองใช้เจ้านี่เป็นประตูเหรอครับ?"
"ใช่ รู้จักก็ดีแล้ว! ถอดออกมา ก็สามารถใช้เป็นอาวุธระดับปฐพีได้เลยล่ะ!"
ไป๋เฟิงพูดอย่างภาคภูมิใจ "ไม่ใช่แค่อาวุธระดับปฐพีธรรมดาๆ นะ วัสดุก้อนใหญ่ขนาดนี้ ขายได้ในราคาอาวุธวิถีนักรบระดับปฐพีขั้นสูงได้อย่างไม่มีปัญหาเลย!"
ระดับปฐพีขั้นสูง!
ระดับซานไห่ขั้นสูงสุดใช้ยังเหลือเฟือเลย
ศูนย์วิจัยรวยจริงๆ
ซูอวี่กะคร่าวๆ คิดว่าขายสัก 5,000 แต้มผลงานคงไม่ใช่เรื่องยาก แน่นอนว่านี่คือราคาสำหรับนำไปสร้างอาวุธวิถีนักรบ ถ้าเอาไปสร้างอาวุธวิถีอารยธรรมล่ะก็ ราคามันจะแพงจนน่าตกใจเลยทีเดียว
ไป๋เฟิงไม่พูดอะไรอีก กระบี่เล่มเล็กปรากฏขึ้นตรงหน้า กลายเป็นกุญแจไขเปิดบานประตู
"เข้าไปสิ!"
รอจนประตูเปิด ซูอวี่ก็รีบเดินเข้าไป
เมื่อเข้าไปในห้องทดลองและมองไปรอบๆ เขาก็รู้สึกตื่นตะลึงเล็กน้อย
อุปกรณ์เครื่องมือนับไม่ถ้วนถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในโถงกว้างขวาง รอบโถงยังมีห้องทดลองอีกหลายห้องทอดยาวออกไป
ที่นี่ใหญ่กว่าห้องทดลองย่อยด้านบนมาก และยังมีอุปกรณ์เยอะกว่ามากด้วย
ทันใดนั้น สายตาของซูอวี่ก็ทอประกายวาบ!
เขามองไปยังห้องโปร่งใสห้องหนึ่ง!
นั่นคืออะไร?
ภายในห้องนั้น มีหนังสือหลายเล่มลอยคว้างอยู่กลางอากาศ ซูอวี่รู้สึกคุ้นตาอยู่บ้าง
เมื่อเห็นซูอวี่จ้องมองไปทางนั้น ไป๋เฟิงก็ยิ้มบางๆ "คุ้นตาใช่ไหม? บันทึกอารยธรรม! หนังสือสืบทอดที่บรรจุอักษรเทวะระดับซานไห่เอาไว้"
"อาจารย์ครับ..."
ซูอวี่พูดอย่างประหลาดใจ "เยอะมากเลยครับ!"
ไป๋เฟิงพยักหน้า "นี่คือสิ่งที่อาจารย์ปู่ของนายได้มาจากการสังหารศัตรูในสนามรบ! หลายปีมานี้ อาจารย์ปู่ของนายไปสนามรบพหุภพอยู่บ่อยครั้ง สังหารผู้แข็งแกร่งระดับซานไห่ไปทั้งหมด 6 คน ในจำนวนนั้น 3 คนเป็นผู้ใช้อารยธรรม ช่วงชิงอักษรเทวะมาได้ 16 ตัว! แบ่งเป็นอักษรเทวะหลัก 3 ตัว และอักษรเทวะรองอีก 13 ตัว ซึ่งทั้งหมดถูกเก็บรักษาเอาไว้"
ซูอวี่ตกตะลึง!
ฆ่าระดับซานไห่ไป 6 คนเลยหรือ?
ต้องรู้ก่อนว่า ระดับซานไห่ไม่ใช่ผักกาดขาวตามตลาด ปกติแล้วเมื่อระดับซานไห่ปะทะกับระดับซานไห่ ทุกครั้งที่เจอกันคือการต่อสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย เว้นเสียแต่ว่าความแข็งแกร่งจะห่างชั้นกันเกินไป อย่างเช่นว่านเทียนเซิ่งกับเจิ้งอวี้หมิง
อาจารย์ปู่กล้าไปล่าระดับซานไห่ที่สนามรบพหุภพ... แข็งแกร่งจริงๆ!
ไป๋เฟิงพูดต่อ "ของพวกนี้จะเรียกว่าบันทึกอารยธรรมก็ไม่ได้เสียทีเดียว บันทึกอารยธรรมหมายถึงหลังจากที่ผู้แข็งแกร่งเผ่ามนุษย์ร่วงหล่น พวกเขาจะสืบทอดอักษรเทวะของตัวเองเอาไว้ โดยคาดหวังว่าวันหนึ่ง คนรุ่นหลังจะสามารถรับการสืบทอดจากมันได้ แบบนั้นถึงจะเรียกว่าบันทึกอารยธรรม"
ซูอวี่เริ่มสนใจ เขาถามด้วยความอยากรู้ "อาจารย์ครับ อักษรเทวะในบันทึกอารยธรรม ยังสามารถสืบทอดต่อไปได้อีกหรือครับ?"
"ไม่ได้!"
ไป๋เฟิงส่ายหน้า "หลังจากระดับซานไห่ร่วงหล่น อักษรเทวะก็จะแตกสลาย เว้นเสียแต่จะใช้วิธีการพิเศษบางอย่างถึงจะพอเก็บรักษาเอาไว้ได้ การเก็บรักษาไว้ในบันทึกอารยธรรม อันที่จริงมันก็เริ่มแตกสลายไปบ้างแล้ว เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า มันก็จะสลายหายไปจนหมด ภายในร้อยปี บันทึกอารยธรรมก็จะหายไป"
เขาถอนหายใจออกมา!
นี่หมายความว่าร่องรอยสุดท้ายของระดับซานไห่ที่ร่วงหล่นผู้นั้น จะหายไปจากโลกใบนี้อย่างสมบูรณ์
พูดจบ เขาก็เอ่ยต่อ "แต่ก็มีบางกรณีที่เป็นข้อยกเว้น อย่างเช่น... ระดับซานไห่ขั้นสูงสุดบางคน อักษรเทวะหลักของพวกเขามั่นคงมาก! ในวาระสุดท้าย พวกเขาจะใช้ชีวิตเป็นข้อแลกเปลี่ยน ควบแน่นอักษรเทวะหลักให้อยู่ในสถานะกึ่งนิรันดร์ อักษรเทวะแบบนี้ ก็มีโอกาสที่จะสืบทอดต่อไปได้ ซึ่งมันก็แทบจะไม่ต่างอะไรกับอักษรเทวะนิรันดร์เลย"
ซูอวี่พยักหน้า
และถามต่อ "อาจารย์ครับ แล้วสถาบันอารยธรรมของเราไม่ได้มีอักษรเทวะนิรันดร์อยู่บ้างหรือครับ? ความจริงแล้ว อักษรเทวะเหล่านั้นก็สามารถนำมาใช้ได้ใช่ไหมครับ?"
ดินแดนเร้นลับ ล้วนเกิดจากอักษรเทวะแต่ละตัวจำแลงร่างขึ้นมา
ในสถาบันอารยธรรม อันที่จริงมีดินแดนเร้นลับอยู่ไม่น้อย
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สถาบันอารยธรรมก็เคยมีระดับรื่อเยวี่ยปรากฏขึ้นบ้างเหมือนกัน
"ใช้?"
ไป๋เฟิงมองเขาแล้วพูดว่า "นายหมายถึง นำอักษรเทวะมาใช้เองน่ะหรือ?"
ซูอวี่พยักหน้า "ครับ ผมหมายความว่า ถ้าอักษรเทวะเป็นนิรันดร์ แล้วพวกเราไม่สามารถเก็บรวบรวมมาใช้งานเองได้หรือครับ?"
สิ่งที่เขาคิดก็คือหนังสือในหัวของเขา
เขาจึงรู้สึกอยากรู้อยากเห็น ว่าอักษรเทวะนิรันดร์สามารถนำมาเป็นของตนเองได้หรือไม่?
ไป๋เฟิงส่ายหน้า "ไม่ได้ อธิบายง่ายๆ ก็คือ มันเป็นปัญหาเรื่องความเข้ากันได้! อย่างเช่นนายร่างอักษรเทวะคำว่า 'เลือด' ขึ้นมา แต่ฉันร่างไม่ได้ พอนายตายแล้วเอาอักษรเทวะตัวนี้มาให้ฉันใช้ ฉันก็ใช่ว่าจะใช้มันได้"
"..."
ซูอวี่มีสีหน้าแปลกประหลาด
อาจารย์ครับ คำพูดของคุณนี่... มันแทงใจดำเกินไปแล้วนะ
อะไรคือผมตายแล้วให้คุณใช้?
ยกตัวอย่างได้ดีจริงๆ!
"แล้วมีแบบที่เข้ากันได้ไหมครับ?"
ซูอวี่ไม่ได้พูดอะไรมาก เขาถามขึ้นมาอีกประโยค
"มี!"
ไป๋เฟิงพยักหน้า ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วเอ่ยปาก "ศิษย์ลุงของฉันทำได้! แล้วก็มีบางคนก็ทำได้! ความเข้ากันได้อาจจะไม่ถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็สามารถรับอักษรเทวะเข้ามาได้ กรณีแบบนี้พบได้น้อยมาก โดยทั่วไปจะเกิดขึ้นกับอัจฉริยะเท่านั้น! เพราะอัจฉริยะคนนั้น เดิมทีเขาก็มีโอกาสที่จะร่างอักษรเทวะตัวนั้นขึ้นมาได้อยู่แล้ว!"
"แต่ว่า!"
ไป๋เฟิงเตือนว่า "อย่าได้คิดเชียว ลองคิดดูสิ นายที่อยู่ขั้นบ่มเพาะจิต จะไปรับอักษรเทวะนิรันดร์ มันจะสร้างภาระให้กับทะเลเจตจำนงของนายมากแค่ไหน? ถึงขั้นทำให้ทะเลเจตจำนงระเบิดได้เลยนะ! เว้นเสียนายจะมีพรสวรรค์โดดเด่นจริงๆ ทะเลเจตจำนงแข็งแกร่งไร้เทียมทาน อีกทั้งอักษรเทวะนิรันดร์ตัวนั้นต้องเข้ากันได้กับนายในระดับที่สูงมากๆ ถึงจะมีหวังอยู่บ้างเล็กน้อย!"
ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เสริมว่า "แถมสายอักษรเทวะเดี่ยวยังยากกว่าสายอักษรเทวะพหุคูณด้วย! สายอักษรเทวะพหุคูณมีอักษรเทวะเยอะ จึงสร้างโครงร่างทักษะการต่อสู้ขึ้นมาได้ เลยพอจะใช้โครงร่างทักษะการต่อสู้มากดทับอักษรเทวะไว้ได้ แต่สายอักษรเทวะเดี่ยว... ยากสุดๆ ไปเลยล่ะ!"
ซูอวี่พยักหน้า
ทว่าในใจกลับคิดถึงเรื่องอื่นอยู่
อาจารย์บอกว่า ศิษย์ลุงของเขาทำได้...
เมื่อนำไปเชื่อมโยงกับคำพูดก่อนหน้านี้ของไป๋เฟิง ซูอวี่ก็พูดขึ้นมาทันทีว่า "อาจารย์ครับ อาจารย์หลิวมีมรดกสืบทอดอักษรเทวะแบบนี้ใช่ไหมครับ?"
"มี!"
ไป๋เฟิงก็ขี้เกียจปิดบัง จึงเอ่ยปากว่า "ผู้อำนวยการรุ่นที่ห้าเคยทิ้งอักษรเทวะเอาไว้ตัวหนึ่ง ภายหลังศิษย์ลุงเป็นคนนำไป อาจจะถูกศิษย์ลุงรับเข้าไปในทะเลเจตจำนงของตัวเองแล้ว รายละเอียดแน่ชัด ฉันเองก็ไม่ค่อยรู้เท่าไร"
"แต่อาจารย์หลิวของนาย เมื่อก่อนเป็นยอดอัจฉริยะที่หาได้ยากยิ่งของสถาบันอารยธรรมต้าเซี่ย แต่ภายหลังกลับต้องถูกทำลายวรยุทธ์ อาจจะเกี่ยวข้องกับอักษรเทวะตัวนี้ก็ได้"
"ส่วนฉัน มีข้อสันนิษฐานเล็กๆ น้อยๆ ว่ามันอาจจะไม่ใช่แค่อักษรเทวะตัวหนึ่ง บางที... อาจจะเป็นอักษรเทวะพรสวรรค์!"
ซูอวี่กะพริบตา อักษรเทวะพรสวรรค์หรือ?
ไม่มั้ง!
พวกเรายังวิจัยไม่สำเร็จเลย ถ้าพูดแบบนี้ หมายความว่าผู้อำนวยการรุ่นที่ห้าควบแน่นอักษรเทวะพรสวรรค์ได้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้วหรือ?
นั่นไม่เท่ากับว่า... เขาหวังจะบรรลุวิถีไร้เทียมทานจริงๆ หรือ แถมยังเป็นไร้เทียมทานในฐานะผู้ใช้อารยธรรมอีก?
ไป๋เฟิงไม่สนใจเขาอีก เดินตรงไปข้างหน้าแล้วชี้ไปที่เครื่องจักรขนาดใหญ่ "นี่คือเครื่องเหวี่ยงหนีศูนย์ ใช้สำหรับแยกโลหิตแก่นแท้! โลหิตแก่นแท้ที่แข็งตัวแล้ว เมื่อกลายเป็นโลหิตแก่นแท้ก็จะแทบไม่มีทางแยกออกจากกันได้ มีเพียงเครื่องเหวี่ยงหนีศูนย์เครื่องนี้เท่านั้นที่สามารถแยกโลหิตแก่นแท้ได้"
"นี่คือเครื่องทดสอบเจตจำนง..."
ซูอวี่เกิดความสนใจในเครื่องจักรที่ไป๋เฟิงแนะนำนี้ขึ้นมา
เครื่องทดสอบเจตจำนง?
ดูเหมือนบ้านหลังเล็กๆ เลย ไม่รู้ว่าทดสอบยังไง
ไป๋เฟิงยิ้ม แล้วเดินเข้าไปในบ้านหลังเล็ก
ในบ้านหลังเล็ก ทันใดนั้นก็มีเจตจำนงสายหนึ่งปะทุขึ้นมา
บนเครื่องจักรที่เชื่อมต่ออยู่ด้านนอกบ้าน ปรากฏข้อความขึ้นมาหลายบรรทัด
"ระดับเจตจำนง: ขั้นสองระดับสูงสุด
จุดทวารเทวะที่เปิด: 30-40
จำนวนอักษรเทวะ: 15-25
การประเมินระดับโดยรวม: ขั้นทะยานฟ้าระดับเก้า"
ของเล่นอะไรเนี่ย?
ซูอวี่มองไป๋เฟิงที่เดินออกมาด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย "อาจารย์ครับ เครื่องนี้สามารถวัดจำนวนอักษรเทวะและจุดทวารเทวะได้ด้วยเหรอครับ?"
"ก็แค่ทดสอบคร่าวๆ เท่านั้นแหละ!"
ไป๋เฟิงหัวเราะ "หลักๆ แล้วเอาไว้ทดสอบพวกที่ถูกจับมา เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาซ่อนเร้นความแข็งแกร่ง ต้องรู้ก่อนนะว่า บางเผ่าพันธุ์มีความพิเศษมาก ต่อให้เป็นระดับซานไห่ก็ใช่ว่าจะมองออก รวมถึงอักษรเทวะแบบซ่อนเร้นบางตัวด้วย"
ซูอวี่พยักหน้า และมีท่าทีกระตือรือร้น "อาจารย์ครับ ผมขอลองหน่อยได้ไหมครับ?"
"ได้สิ นายน่ะอ่อนแอ เข้าไปทดสอบความแข็งแกร่งก็จะค่อนข้างแม่นยำ เดี๋ยวแค่ระเบิดเจตจำนงออกมาก็พอ ถ้าอยากให้แม่นยำกว่านี้ ก็ให้ระเบิดอักษรเทวะออกมา ยิ่งคนถูกทดสอบอ่อนแอเท่าไร เจ้านี่ก็จะยิ่งแม่นยำขึ้นเท่านั้น!"
ซูอวี่ตื่นเต้นเล็กน้อย ดูน่าสนุกดี
เขารีบวิ่งเข้าไปในห้องเล็กทันที
ระเบิดเจตจำนง!
รอบๆ ห้องเล็ก ดูเหมือนจะมีทรงยันต์เทวะนับไม่ถ้วน ดูดซับเจตจำนงของเขาอย่างรวดเร็ว
จากนั้น ซูอวี่ก็ระเบิดอักษรเทวะออกมา
และในขณะนี้ ด้านนอก ไป๋เฟิงก็กำลังดูข้อมูลอยู่เช่นกัน
เมื่อมองดู... เขาก็อึ้งไปเล็กน้อย
"ระดับเจตจำนง: ขั้นหนึ่งระดับสูงสุด
ความสมบูรณ์: 68%
จำนวนอักษรเทวะ: 5 ตัว
ระดับอักษรเทวะ: ขั้นสองจำนวน 2 ตัว
การประเมินระดับโดยรวม: ขั้นบ่มเพาะจิตระดับสูงสุด"
ไป๋เฟิงหันหน้าไปมองซูอวี่แวบหนึ่ง กะพริบตา แล้วตวาด "ออกมา!"
ซูอวี่รีบเดินออกมา "อาจารย์ เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?"
"นายไปร่างอักษรเทวะตัวที่ห้าตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย?"
"..."
ซูอวี่เกาหัว ผมไม่ได้บอกเหรอ?
ยังไม่ได้บอก!
อักษรเทวะคำว่า 'หยิน' มันน่าขายหน้าเกินไป ไม่เหมาะกับบุคลิกของผม ผมลืมบอกไม่ได้หรือไง?
"เอ่อ... ร่างขึ้นมาเมื่อไม่กี่วันก่อนครับ"
ไป๋เฟิงกลอกตา จากนั้นก็พูดด้วยความประหลาดใจ "ระดับเจตจำนงของนายกลับเป็นขั้นหนึ่งระดับสูงสุด แปลกจริง ตามหลักแล้ว ความสมบูรณ์ของนายไม่ถึง 90% ยังไงก็ไม่น่าจะนับเป็นขั้นหนึ่งระดับสูงสุดได้นะ! เจ้านี่ 0-30% ถือเป็นระดับล่าง 31%-60% คือระดับกลาง 61%-90% คือระดับสูง 90% ขึ้นไปถึงจะถือว่าเป็นระดับสูงสุด"
เขามองซูอวี่แล้วพูดอย่างแปลกใจ "นายเพิ่งจะมีความสมบูรณ์ 68% ตามหลักแล้วต้องอยู่ระดับสูง แถมยังเป็นระดับที่เพิ่งเข้าสู่ขั้นนี้ด้วยซ้ำ ทำไมถึงกลายเป็นระดับสูงสุดไปได้ล่ะ?"
พูดจบก็พูดต่อ "ก่อนหน้านี้ฉันคิดว่านายฝึกฝนเคล็ดขยายเทวะเสียอีก แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่นะ ไม่อย่างนั้นมันน่าจะมีแสดงผลให้เห็นบ้างแล้วล่ะ ไอ้เด็กนี่... แปลกคนจริงๆ!"
ระดับเจตจำนงของซูอวี่แข็งแกร่งมาก!
นี่หมายความว่า เจตจำนงของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าขั้นบ่มเพาะจิตระดับสูงสุดบางคนเลย
เพราะเหตุนี้ เขาถึงสามารถปะทะกับคนอย่างเจิ้งอวิ๋นฮุยได้โดยไม่เป็นรอง
การประเมินระดับจากเครื่องจักรก็เป็นขั้นบ่มเพาะจิตระดับสูงสุด!
ซูอวี่คิดทบทวนแล้วพูดว่า "ผมเคยบอกอาจารย์แล้วว่า ผมโดนอาจารย์จ้าวใช้ค้อนทุบมา อาจารย์ลืมไปแล้วเหรอครับ?"
"ฉันจำได้!"
ไป๋เฟิงกลอกตา "ได้ผลดีขนาดนี้เลยเหรอ? ทุบจนนายจากระดับสูงเลื่อนขั้นไปถึงระดับสูงสุดได้ ผีหลอกเถอะ! ทำไมตาเฒ่าจ้าวไม่มาทุบฉันบ้างล่ะ?"
"มิน่าล่ะ นายถึงสามารถประมือกับพวกขั้นบ่มเพาะจิตระดับสูงสุดได้ เจตจำนงของนาย... เทียบเท่าพวกนั้นแล้วล่ะ!"
พูดจบก็พูดอย่างแปลกใจอีกครั้ง "ทำไมนายถึงพัฒนาเร็วนักล่ะ พรวดเดียวความสมบูรณ์ก็พุ่งไป 68% แล้ว?"
เขาจำได้ว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนเพิ่งจะเข้าสู่ขั้นบ่มเพาะจิตเองไม่ใช่หรือไง?
"อาจารย์ครับ เคล็ดวิชาระดับสวรรค์นั่น หลังจากการต่อสู้แต่ละครั้ง จะทำให้ก้าวหน้าขึ้นมากเลยนะครับ!"
อันที่จริง มันก็เกี่ยวข้องกับการที่ซูอวี่กินโลหิตแก่นแท้เผ่าพันธุ์เบญจธาตุเข้าไปก่อนหน้านี้ และได้ดูดซับเจตจำนงส่วนหนึ่งด้วย ครั้งนั้นทำให้ระดับเพิ่มขึ้นไม่น้อยเลย
"ฉันลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท!"
ไป๋เฟิงพยักหน้า
เขามองไปที่ซูอวี่ และพูดด้วยความประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม "ไอ้หนู เก่งใช้ได้เลยนี่! ลองไปให้ตาเฒ่าจ้าวทุบนายอีกสักรอบสิ ไม่แน่พอถึงขั้นบ่มเพาะจิตระดับสูงสุด เจตจำนงของนายอาจจะแข็งแกร่งพอๆ กับขั้นทะยานฟ้าเลยก็ได้นะ!"
ซูอวี่ยิ้มแหยๆ ก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่องทันที "อาจารย์ อาจารย์ก็อยู่ขั้นสองระดับสูงสุดไม่ใช่เหรอครับ?"
"ก็แหงสิ!"
ไป๋เฟิงพูดอย่างหงุดหงิด "ยังไงฉันก็เป็นผู้แข็งแกร่งสายอักษรเทวะพหุคูณ ย่อมต้องเก่งกว่าขั้นทะยานฟ้าระดับแปดทั่วๆ ไปอยู่แล้ว! ในสถานการณ์ปกติ ขั้นทะยานฟ้าระดับแปด จะมีระดับเจตจำนงอยู่ที่ขั้นสองระดับสูง"
ซูอวี่พยักหน้า ไม่แปลกใจเท่าไหร่
ไป๋เฟิงในขั้นทะยานฟ้าระดับเจ็ดยังสามารถเอาชนะหูเหวินเซิงได้ นับประสาอะไรกับขั้นทะยานฟ้าระดับแปด
...
ต่อมา ไป๋เฟิงก็แนะนำเครื่องจักรอื่นๆ ให้ซูอวี่รู้จักอีก
ซูอวี่มองจนตาลายไปหมด!
ช่างกล้าทุ่มทุนสร้างจริงๆ!
ของแต่ละชิ้น มูลค่าล้วนสูงถึงหลายพันแต้มผลงาน หรืออาจจะเกินหมื่นด้วยซ้ำ!
ถ้าขายศูนย์วิจัยนี่ คงรวยเละแน่ๆ
ไม่ต้องพูดถึงผลงานพวกนั้นหรอก แค่ของพวกนี้ ก็น่าจะขายได้สักสองสามแสนแต้มผลงานแบบสบายๆ เลยใช่ไหม?
คนรวย!
อาจารย์ปู่ช่างกล้าใช้จ่ายเงินจริงๆ ถ้าเปลี่ยนเป็นซูอวี่ เขาคงไม่กล้าใช้จ่ายขนาดนี้แน่
เดินไปเดินมา ก็มาถึงห้องทดลองเล็กๆ ห้องหนึ่ง
ไป๋เฟิงผ่อนลมหายใจเบาๆ แล้วชี้ไปที่ห้องทดลองนั้น "สถานที่นี้ คือสถานที่ที่ฉันใช้ทำการวิจัยเป็นประจำ! ตามฉันเข้ามาสิ จะให้ดูผลงานวิจัยล่าสุดของอาจารย์คนนี้หน่อย!"
ซูอวี่รีบเดินตามเข้าไปทันที
เมื่อเข้าไป ซูอวี่ก็พบว่า ภายในนี้ดูเหมือนจะเต็มเปี่ยมไปด้วยเจตจำนง!
เขาประหลาดใจเล็กน้อย!
แน่นอนว่าเจตจำนงนี้ไม่ได้บ้าคลั่ง แต่มันเป็นแบบที่นุ่มนวลมาก รู้สึกว่าสามารถดูดซับได้
แน่นอนว่าตอนนี้เขายังไม่ได้เปิดจุดทวารเทวะ จึงไม่สามารถดูดซับได้
ไป๋เฟิงเตือนว่า "เจตจำนงในสถานที่แห่งนี้ ล้วนผ่านการทำให้บริสุทธิ์มานับครั้งไม่ถ้วน ห้ามดูดซับเด็ดขาด! นี่เอาไว้ใช้สำหรับหล่อเลี้ยงอักษรเทวะ อักษรเทวะขั้นทะยานฟ้าสามารถปรากฏรูปร่างได้ แต่มันอยู่ได้ไม่นาน หลังจากแยกออกมาแล้ว จำเป็นต้องใช้เจตจำนงแบบนี้หล่อเลี้ยงไว้ ถึงจะไม่สลายไป ไอ้หนู ต่อให้นายบรรลุขั้นทะยานฟ้า ก็ห้ามดูดซับเด็ดขาด บ้าเอ๊ย มันใช้ต้นทุนมหาศาล ถ้านายดูดซับไป ฉันฆ่านายแน่!"
ซูอวี่หัวเราะแห้งๆ "อาจารย์ ผมไม่ทำหรอกครับ ผมไม่ใช่คนแบบนั้นซะหน่อย!"
"ไสหัวไปเลย!"
ไป๋เฟิงด่าไปหนึ่งประโยค ถ้านายอยู่ขั้นทะยานฟ้า นายต้องแอบดูดซับของฉันแน่ๆ
ไป๋เฟิงเลิกสนใจเขาแล้ว ในขณะนี้ เขาเดินไปที่โต๊ะทดลอง แล้วกวักมือเรียกซูอวี่
ซูอวี่รีบเดินเข้าไป สายตาทอประกายวาบ ตอนนี้บนโต๊ะทดลองกลับมีอักษรเทวะหลายตัวลอยอยู่!
"นี่คือ..."
"อักษรเทวะของเผ่าสุกรเพลิง!"
ไป๋เฟิงแนะนำ "เผ่าสุกรเพลิงส่วนใหญ่ล้วนเป็นนักรบ มีผู้ใช้อารยธรรมน้อยมาก! แทบจะหาไม่ได้เลยในหมื่นคน ตอนแรกฉันกับอาจารย์ปู่ของนายไปล่าสุกรเพลิงตั้งมากมาย ถึงได้ฆ่าผู้ใช้อารยธรรมเผ่าสุกรเพลิงมาได้แค่สามคนเท่านั้น"
"เราจำใจต้องแยกอักษรเทวะของพวกมันออกมา แต่ก็เก็บรักษาไว้ได้ไม่นาน เก็บไว้ได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น!"
"ไอ้หนู จับตาดูให้ดีล่ะ!"
พูดจบ อักษรเทวะ 5 ตัวบนโต๊ะก็ลอยขึ้นมา
ตอนนี้ไป๋เฟิงมีสีหน้าจริงจังมาก ซูอวี่เองก็จ้องมองอย่างตาไม่กะพริบ
เห็นอักษรเทวะทั้ง 5 ตัวค่อยๆ เริ่มหลอมรวมเข้าด้วยกัน หลอมรวมทีละเล็กทีละน้อย แล้วก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไป ชั่วอึดใจเดียว มันก็กลายเป็นรูปร่างที่ดูคล้ายหมูตัวหนึ่ง!
นัยน์ตาของซูอวี่พร่ามัว ดูเหมือนจะเห็นหมูตัวใหญ่ยักษ์ตัวหนึ่งจริงๆ!
เขาเคยเห็นศพสุกรเพลิงมาก่อน!
ตอนนี้ ราวกับว่าเขาได้เห็นสุกรเพลิงตัวเป็นๆ ปรากฏอยู่ตรงหน้า
"พุ่งชน!"
เสียงภาษาต่างเผ่าพันธุ์ดังขึ้นในหัวของซูอวี่ ดูเหมือนจะเป็นภาษาของเผ่าสุกรเพลิง
วินาทีต่อมา ซูอวี่ก็รีบถอยหลัง!
เบื้องหน้า อักษรเทวะทั้ง 5 ตัวที่กลายเป็นหมู ทันใดนั้นก็พุ่งเข้าชนเขา!
ซูอวี่สัมผัสได้ถึงอานุภาพอันแข็งแกร่ง เขารีบถอยหลัง วินาทีต่อมา ภาพตรงหน้าก็พร่าเลือน แล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็หายไป!
อักษรเทวะก็ยังคงเป็นอักษรเทวะ!
อักษรเทวะ 5 ตัวหม่นหมองลงไปมาก และแยกย้ายกันไป
ไป๋เฟิงเองก็เหงื่อตก เขารีบพูดขึ้น "เห็นไหม? ฉันลองจัดกลุ่มอักษรเทวะ 5 ตัวนี้ด้วยวิธีการต่างๆ ในที่สุดก็พบว่า มีวิธีการจัดกลุ่มรูปแบบหนึ่ง ที่สามารถทำให้อักษรเทวะแสดงผลลัพธ์คล้ายกับทักษะพรสวรรค์ได้!"
"นี่หมายความว่ายังไง? หมายความว่า หลังจากที่อักษรเทวะรวมกลุ่มกันแล้ว มันสามารถก่อตัวเป็นทักษะพรสวรรค์ได้จริงๆ!"
"แน่นอนว่า เผ่าสุกรเพลิงส่วนใหญ่ไม่มีอักษรเทวะอยู่ในตัว แล้วทำไมพวกมันถึงสามารถระเบิดทักษะพรสวรรค์ออกมาได้ล่ะ?"
"ฉันคาดเดาว่า ความจริงแล้วในทะเลเจตจำนงของพวกมันมีอักษรเทวะซ่อนเร้นแบบนี้อยู่ เพียงแต่มันยังไม่ถูกกระตุ้นเท่านั้น! ผู้ใช้อารยธรรมที่ใช้ทักษะพรสวรรค์ จะต้องแข็งแกร่งกว่าพวกที่ไม่ใช่ผู้ใช้อารยธรรมอย่างแน่นอน!"
"ดังนั้นฉันจึงฟันธงได้เลยว่า ทักษะพรสวรรค์ต้องเกี่ยวข้องกับอักษรเทวะ และเกี่ยวข้องกับทะเลเจตจำนงอย่างแน่นอน!"
ซูอวี่รีบพยักหน้า!
เขาเห็นแล้ว จึงรีบพูดขึ้น "อาจารย์ครับ อาจารย์ไม่รู้สึกว่า... มันเหมือนกับ..."
"นายสังเกตเห็นแล้วเหรอ?"
"ครับ!"
ซูอวี่พยักหน้า ก่อนจะเอ่ยด้วยความประหลาดใจ "เหมือนกับรูปแบบของทักษะการต่อสู้อักษรเทวะเลยครับ! อักษรเทวะหลายตัวประกอบเข้าด้วยกัน!"
"ใช่ ฉันก็สังเกตเห็นนานแล้วเหมือนกัน!"
ไป๋เฟิงพ่นลมหายใจออกมาก่อนจะพูดว่า "ถ้าเป็นแบบนั้น นั่นก็หมายความว่า ทักษะการต่อสู้อักษรเทวะ... แท้จริงแล้วอาจจะเป็นวิธีการใช้อักษรเทวะพรสวรรค์รูปแบบหนึ่งที่คนรุ่นก่อนของพวกเราค้นพบ เพียงแต่คนรุ่นก่อนไม่ได้เชื่อมโยงมันเข้ากับอักษรเทวะพรสวรรค์ก็เท่านั้นเอง"
เขาหันไปมองซูอวี่ "เพราะอย่างนั้น อักษรเทวะพรสวรรค์ของเรา อันที่จริงมันก็ได้เผยโฉมออกมาคร่าวๆ แล้ว! สายอักษรเทวะพหุคูณ ได้เดินนำหน้าคนอื่นๆ ไปก้าวหนึ่งแล้ว ขอเพียงพวกเราหาวิธีเปลี่ยนทักษะการต่อสู้อักษรเทวะให้กลายเป็นอักษรเทวะพรสวรรค์ได้ เหมือนกับการรวมจุดทวารนั่นแหละ พอหลอมรวมเป็นหนึ่ง บางทีอักษรเทวะพรสวรรค์ที่แท้จริงอาจจะปรากฏขึ้นมาก็ได้!"
ไป๋เฟิงพูดด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย "ถึงตอนนั้น พวกเราก็จะสามารถแสดงความแข็งแกร่งที่แท้จริง ความแข็งแกร่งทั้งหมดออกมาได้! นายมีจุดทวารเท่าไหร่ มีอักษรเทวะเท่าไหร่ ก็สามารถระเบิดออกมาพร้อมกันได้หมด แทนที่จะมีแค่ความแข็งแกร่ง แต่ไม่มีพลังสังหารแบบนี้!"
อย่างเช่นซูอวี่ มีจุดทวาร 153 จุด แต่เขาสามารถระเบิดพลังของจุดทวารทั้ง 153 จุดออกมาพร้อมกันในชั่วพริบตาเดียวได้หรือเปล่าล่ะ?
ไม่ได้!
ต่อให้เป็นเคล็ดวิชาระดับสวรรค์ก็ทำไม่ได้ ทำได้แค่ให้ซูอวี่ระเบิดพลังจากจุดทวารที่เปิดด้วยเคล็ดเทพสงคราม บวกกับพลังของจุดทวารเพิ่มเติมที่เคล็ดวิชาระดับสวรรค์เปิดเท่านั้น
ซูอวี่ เต็มที่ก็ระเบิดพลังจากจุดทวารได้ใกล้เคียง 100 จุดเท่านั้น จุดทวารบางจุดที่เปิดด้วยเคล็ดเทพสงคราม ไม่สามารถเชื่อมโยงกับเคล็ดวิชาระดับสวรรค์ได้
ซูอวี่ครุ่นคิดแล้วพูดว่า "อาจารย์ครับ อาจารย์หมายความว่า ตอนนี้อัตราการใช้เจตจำนงของเรายังไม่พอ อักษรเทวะก็ด้วย จุดทวารก็ด้วย! แต่เมื่อเราสามารถควบคุมอักษรเทวะพรสวรรค์ได้แล้ว เราก็อาจจะระเบิดความแข็งแกร่งออกมาได้ร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างนั้นหรือครับ?"
"ถูกต้อง!"
ไป๋เฟิงหัวเราะ "ไม่ต้องถึงร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก ต่อให้ระเบิดออกมาได้แปดสิบเปอร์เซ็นต์ ก็แข็งแกร่งกว่าตอนนี้แล้ว! ตอนนี้ อัตราการดึงเอาความแข็งแกร่งของตัวเองมาใช้นั้นมันต่ำมากๆ!"
ซูอวี่สูดลมหายใจลึก มองไปยังอักษรเทวะหลายตัวที่ลอยอยู่
อาจารย์ค้นพบอะไรบางอย่างเข้าจริงๆ!
สุดยอดไปเลย!
ไป๋เฟิงพูดต่อ "ตอนนี้ฉันแค่ลองทดสอบกับอักษรเทวะของสุกรเพลิงเท่านั้น ยังไม่ได้เข้าสู่ขั้นตอนการทดลองกับร่างกายมนุษย์! เรื่องนี้ ให้สายอักษรเทวะพหุคูณเป็นคนทดลองจะดีที่สุด น่าเสียดายที่นายยังไม่บรรลุขั้นทะยานฟ้า ดูท่าแล้ว ชั่วคราวคงต้องให้ตัวฉันเองเป็นหนูตะเภาไปก่อน!"
"..."
ซูอวี่หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก สรุปว่าถ้าผมบรรลุขั้นทะยานฟ้า ผมก็ต้องกลายเป็นหนูตะเภาของอาจารย์งั้นสิ?
"อาจารย์ครับ ระวังหน่อยนะครับ เรื่องนี้ หากหลอมรวมผิดพลาดขึ้นมา จะเกิดเรื่องเอานะครับ!"
ซูอวี่ก็ไม่ใช่พวกหน้าใหม่แล้ว ย่อมสามารถมองเห็นความเสี่ยงในนั้นได้
ไป๋เฟิงพูดอย่างไม่ใส่ใจ "ไม่เป็นไรหรอก วิจัยแล้วเจอข้อผิดพลาดมันเรื่องปกติ! ไว้ถ้าฉันทำสำเร็จจริงๆ เมื่อไหร่ จะให้ดูเป็นขวัญตา ว่าขั้นทะยานฟ้าข้ามขั้นสยบหลิงอวิ๋นมันเป็นยังไง!"
พูดไปพูดมา ตัวเขาเองก็ตื่นเต้นขึ้นมาเสียเอง!
"ขั้นทะยานฟ้าสู้กับขั้นหลิงอวิ๋น! การสู้ข้ามระดับใหญ่ในขั้นทะยานฟ้า ตั้งแต่โบราณกาลมาก็มีคนทำได้ไม่มากนัก ส่วนอาจารย์ของนายคนนี้... กำลังจะเป็นคนต่อไป!"
ซูอวี่ประจบประแจง "อาจารย์เก่งกาจ สุดยอด น่าเกรงขาม..."
"ไสหัวไปเลย!"
ไป๋เฟิงด่าไปหนึ่งคำ แล้วพูดด้วยความหดหู่เล็กน้อย "เสียดายไม่มีต้นแบบให้ศึกษา วันหลังนายต้องไปบอกศิษย์ลุงนะ ว่าฉันอยากจะศึกษาวิจัยเขา! ฉันรู้สึกว่าที่เขามีแบบอย่างของอักษรเทวะพรสวรรค์อยู่ ไม่อย่างนั้น ถ้าไม่มีให้ศึกษา ฉันกลัวว่าฉันอาจจะทำตัวเองตาย ก่อนที่จะจัดกลุ่มมันสำเร็จเสียอีก"
ซูอวี่จนปัญญาจะตอบโต้
อาจารย์หลิว...
อย่าพูดไป บางทีอาจจะได้แรงบันดาลใจบางอย่างจากเขาจริงๆ ก็ได้
ไป๋เฟิงพูดต่อ "ความจริงศิษย์ลุงของฉันก็ถูกปัญหานี้กวนใจมาตลอดเหมือนกัน ถ้าสิ่งนั้นเป็นอักษรเทวะพรสวรรค์จริงๆ อักษรเทวะของศิษย์ลุงเอง ย่อมต้องถูกต่อต้าน ไม่สามารถหลอมรวม ไม่สามารถก่อเกิดเป็นหนึ่งเดียวกันได้อย่างแน่นอน!"
"ถึงศิษย์ลุงจะมีพรสวรรค์สูงส่ง แต่ถ้าพูดถึงความรู้ความเข้าใจเรื่องอักษรเทวะ ก็ใช่ว่าจะมีมากกว่าฉัน!"
"อักษรเทวะของเขาเองก็มีไม่น้อย ตอนนี้ถูกอักษรเทวะตัวนี้ยึดตำแหน่งหลักไปแล้ว หากไม่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน เขาก็ไม่สามารถแสดงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของตัวเองออกมาได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการนำอักษรเทวะตัวนี้มาใช้เองเลย!"
"มีเพียงการรวมเป็นหนึ่งเท่านั้น ในความคิดของฉัน บางทีอาจจะหาวิธีนำอักษรเทวะของเขาเองกับอักษรเทวะจากภายนอกตัวนี้ มาหลอมรวม กลับคืนเป็นหนึ่ง เปลี่ยนให้เป็นอักษรเทวะของตัวเองอย่างสมบูรณ์ ถึงจะสามารถนำมาใช้งานได้จริงๆ!"
ไป๋เฟิงพูดพลางส่ายหน้าด้วยความดูแคลนเล็กน้อย "ศิษย์ลุงของฉันน่ะ หัวทื่อจะตาย! สมองก็ไม่ค่อยพลิกแพลง ฉันสงสัยจริงๆ ว่าตลอด 50 ปีมานี้ เขาเอาแต่ฝืนหลอมรวมมันมาตลอดโดยไม่มีหลักการอะไรเลย คิดว่าแค่ปั้นเป็นก้อนเนื้อก้อนหนึ่งก็ใช้ได้แล้วหรือไง?"
ส่ายหน้า ดูถูก!
นี่มันก็เหมือนกับการปั้นตุ๊กตาแป้งนั่นแหละ คนอื่นเขาปั้นเป็นรูปทรงต่างๆ เป็นตุ๊กตาแป้งแบบต่างๆ แต่นายเล่นปั้นเป็นก้อนแป้ง แล้วยังคิดจะเอาไปขายเป็นตุ๊กตาแป้งอีกเนี่ยนะ?
เขาสงสัยว่า หลิวเหวินเยี่ยนต้องทำแบบนี้แน่ๆ!
พวกบ้าบิ่น!
ผู้ใช้อารยธรรมตัวปลอม!
ดูถูกไปอีกชุดหนึ่ง ยังไงศิษย์ลุงก็ไม่รู้อยู่แล้ว
ซูอวี่ที่อยู่ข้างๆ มองเขาแล้วก็ลอบถอนหายใจอยู่ในใจ 'อาจารย์ ผมก็อยู่ตรงนี้นะ อาจารย์คิดว่าผมจะไม่เอาไปฟ้องจริงๆ เหรอ?'
"อาจารย์หลิว... อักษรเทวะพรสวรรค์..."
ซูอวี่ในตอนนี้ก็จิตใจปั่นป่วนเช่นกัน
หลายปีมานี้ ความจริงเขาก็พอจะรู้สถานการณ์อยู่บ้าง หลิวเหวินเยี่ยนดูเหมือนจะไม่สนใจอะไรเลย แต่บางครั้งก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกโดดเดี่ยว เขาเคยเห็นอยู่หลายครั้ง ที่หลิวเหวินเยี่ยนมองไปในทิศทางหนึ่ง แล้วเหม่อลอยไปนาน
มาคิดดูตอนนี้... ทิศทางที่มองไป ก็คือทิศทางของสถาบันอารยธรรมต้าเซี่ยไม่ใช่หรือ?
เขายังคงปล่อยวางไม่ได้!
"อักษรเทวะพรสวรรค์ ที่ผู้อำนวยการรุ่นที่ห้าทิ้งเอาไว้!"
...
และในขณะเดียวกันนี้ ที่หนานหยวน
หลิวเหวินเยี่ยนถอนหายใจออกมา ในทะเลเจตจำนง ดวงอาทิตย์ดวงเล็กๆ ตรงกลางสว่างจ้าขึ้นเรื่อยๆ ส่วนอักษรเทวะรอบๆ ที่ราวกับดวงดาว ก็กำลังพยายามแทรกตัวเข้าไปในดวงอาทิตย์อย่างสุดกำลัง
เป็นอย่างที่ไป๋เฟิงพูด เขา... กำลังฝืนหลอมรวม ฝืนหล่อเลี้ยงมัน!
ส่วนเรื่องหลักการ... หลิวเหวินเยี่ยนจะมีหลักการอะไรได้ล่ะ ของพรรค์นี้ ใครมันจะไปรู้ว่าต้องหล่อเลี้ยงยังไง?
พึ่งพาประสบการณ์และความรู้สึกของตัวเองล้วนๆ!
ยังไงซะก็รู้สึกว่าอักษรเทวะที่อาจารย์ของเขาทิ้งไว้ดูเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้น แค่นี้ก็พอแล้ว บางทีรอให้อักษรเทวะของตัวเองแทรกตัวเข้าไปได้จนหมด เขาอาจจะใช้งานมันได้ก็ได้ไม่ใช่หรือ?
หลิวเหวินเยี่ยนเองก็ไม่รีบร้อน ค่อยเป็นค่อยไป คนรุ่นนี้ทำไม่ได้ก็ให้คนรุ่นต่อไปทำ
ซูอวี่ไอ้หนูนั่น ตอนนี้กำลังไปได้สวย ตัวเขาเองบางทีอาจจะถึงเวลาต้องหาคนต่อไปมาสังเกตการณ์แล้ว ต้องเป็นคนที่ซื่อสัตย์ พึ่งพาได้ และทนความโดดเดี่ยวได้
คนรุ่นเขาทำไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นก็สืบทอดกันไปทีละรุ่นก็แล้วกัน
(จบตอน)







