บรรยากาศเงียบสงบไปครู่หนึ่ง หลังจากผ่านไปไม่กี่วินาที เฉินหลิงซูก็ระเบิดหัวเราะออกมาอย่างกะทันหัน หัวเราะจนปวดท้อง "กู้สิง เมื่อวานคุณคุยกับประธานหลินตั้งนาน สองคนรวมหัวกัน สุดท้ายก็คิดแผนแกล้งกันเล่นแบบนี้ออกมาเหรอ? ฉันเกือบจะเชื่อแล้วนะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ!"
หัวเราะไปได้สักพัก
เฉินหลิงซูก็หยุดหัวเราะ เพราะเธอสังเกตเห็นว่าสีหน้าของกู้สิง หลินนั่ว และลั่วหนิงนั้นดูจริงจังมาก
"กู้สิง..."
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเมื่อกี้เฉินหลิงซูหัวเราะดังเกินไปหรืออย่างไร น้ำเสียงของเธอจึงกลายเป็นแหบพร่า "คุณพูดจริงเหรอ?"
"คุณลองคิดดูให้ดีสิ กู้สิงเคยกินยานอนหลับฆ่าตัวตายใช่ไหม?"
หลินนั่วเอ่ยปาก "หลังจากฆ่าตัวตายด้วยยานอนหลับไม่สำเร็จ กู้สิงก็ราวกับกลายเป็นคนละคน จู่ๆ ก็กลายเป็นคนมีความสามารถมาก เวลาอยู่บนเวทีต่อหน้าผู้ชมก็ไม่หงออีกต่อไป หรือคุณคิดว่ายานอนหลับพวกนั้นไปกระตุ้นการพัฒนาสมองของกู้สิงกันล่ะ?"
เฉินหลิงซูอ้าปากค้าง แต่กลับพูดอะไรไม่ออกเลยแม้แต่คำเดียว
รู้สึกเพียงว่าสมองได้รับแรงกระแทกอย่างรุนแรง โลกทัศน์ของเธอสั่นคลอนไปหมด
กู้สิงพูดอย่างจนใจ "กู้สิงตัวจริงตายไปในเหตุการณ์กินยานอนหลับฆ่าตัวตายแล้ว จากนั้นผมก็ตื่นขึ้นมาในร่างนี้ คุณอาจจะรู้สึกว่ามันเหมือนเรื่องราวแฟนตาซีเซียนเสีย แต่ความจริงมันเป็นแบบนั้นแหละ ต่อมาเพราะเหตุผลบางอย่าง นั่วนั่วก็มารู้เรื่องที่ผมฟื้นคืนชีพ เธอเลยไปจัดการเรื่องต่างๆ อย่างเช่นสัญญาของซูซู แล้วก็สัญญาของลั่วหนิง"
สมองของเฉินหลิงซูหยุดทำงานไปแล้ว
ทางด้านลั่วหนิง แม้สีหน้าจะดูสับสนอยู่บ้าง แต่ไม่นานเธอก็นึกอะไรขึ้นมาได้ "มิน่าล่ะคุณถึงได้เข้าใจคุณหลินโม่ดีขนาดนั้น เพราะคุณก็คือเขา..."
"ผมไม่ได้ตั้งใจจะหลอกพวกคุณนะ"
กู้สิงจับมือของลั่วหนิงและเฉินหลิงซูไว้คนละข้าง ซ้ายและขวา จากนั้นก็นำมาวางซ้อนกันบนฝ่ามือของเขา "ตอนที่รู้จักกับพวกคุณ ร่างกายนี้ก็เป็นของผม หลินโม่แล้ว ไม่ใช่คนเดิมคนนั้นอีกต่อไป"
"ฉัน ฉันสับสนไปหมดแล้ว"
เฉินหลิงซูจ้องมองกู้สิง "คุณคือหลินโม่... ราชาแห่งวงการบันเทิง... ฉันกำลังฝันอยู่แน่ๆ... เรื่องแบบนี้มันจะเป็นไปได้ยังไง..."
แม้ว่ารายละเอียดหลายๆ อย่างจะสามารถยืนยันคำพูดของกู้สิงและหลินนั่วได้อย่างชัดเจนก็ตาม
แต่ตัวเรื่องราวนี้กลับอธิบายด้วยหลักวิทยาศาสตร์ไม่ได้เลย ดังนั้นเฉินหลิงซูที่เป็นคนไม่เชื่อในพระเจ้าจึงยากที่จะทำใจยอมรับได้ในทันที กลับเป็นลั่วหนิงที่ค่อยๆ ยอมรับความจริงข้อนี้ได้:
"เพราะงั้น ในฐานะน้องสาว หลินนั่ว คุณก็คือน้องสามีสินะ"
หลินนั่วชะงักไป น้องสามีบ้าบออะไรกัน เธออุตส่าห์จัดฉากสารภาพความจริงขึ้นมา ก็เพื่อให้เฉินหลิงซูกับลั่วหนิงเข้าใจว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับพี่ชายนั้นใกล้ชิดและลึกซึ้งกว่าพวกเธอมาก
แต่ผลลัพธ์กลับได้ตำแหน่ง 'น้องสามี' มาครองเนี่ยนะ?
ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ ลั่วหนิงก็พยักหน้าอย่างจริงจังแล้วเอ่ยขึ้น "ฉันเข้าใจแล้ว ถ้าเป็นน้องสามีล่ะก็ ถือว่าเป็นคนในครอบครัวที่สำคัญมากจริงๆ แถมยังมาก่อนพวกเราด้วย ก็เป็นน้องสาวนี่เนอะ ซูซู คุณว่าไหม?"
เฉินหลิงซู: อาปาอาปาอาปา
จิตใจล่องลอยไปไกลอยู่นาน ในที่สุดเฉินหลิงซูก็ได้สติกลับคืนมา เธอประคองมือของกู้สิงไว้แล้วบีบแน่นด้วยความตื่นตระหนก "ทำไมจู่ๆ คุณถึงสารภาพเรื่องนี้ล่ะ ทั้งที่เลือกจะปิดบังไปตลอดชีวิตก็ได้แท้ๆ หรือว่าคุณไม่ต้องการฉันแล้ว?"
"ตรรกะอยู่ตรงไหนเนี่ย?"
กู้สิงพูดอย่างขบขัน "ถ้าผมไม่ต้องการคุณแล้ว ความลับใหญ่ขนาดนี้ ผมก็ยิ่งต้องปิดบังคุณต่อไปไม่ใช่เหรอ?"
เขามองไปทางหลินนั่ว
กู้สิงกล่าว "พูดตรงๆ นะ สาเหตุที่จู่ๆ ต้องสารภาพความจริง ก็เพราะความสัมพันธ์ของผมกับนั่วนั่วมันอธิบายให้ชัดเจนไม่ได้แล้วน่ะสิ ยังไงซะกู้สิงตัวจริง กับหลินนั่วแห่งตำนาน ในอดีตก็ไม่มีทางมีความเกี่ยวข้องกันได้เลย"
"ฉันเข้าใจแล้ว!"
ในที่สุดสมองของเฉินหลิงซูก็กลับมาทำงานอีกครั้ง "คุณกลัวว่าฉันกับลั่วหนิงจะเข้าใจผิดว่าคุณกับน้องสามีเป็นแฟนกันด้วยใช่ไหมล่ะ?"
"ขอแก้ไขหน่อยนะ"
หลินนั่วพูดขัดเฉินหลิงซู "ฉันกับพี่ชายไม่ใช่พี่น้องสายเลือดเดียวกัน"
แววตาของลั่วหนิงแข็งกร้าวขึ้นมาทันที "ไม่ใช่พี่น้องสายเลือดเดียวกัน หมายความว่ายังไง?"
หลินนั่วยักไหล่ "ฉันเป็นเด็กกำพร้าที่ครอบครัวของพี่ชายรับมาเลี้ยง ถ้าเมื่อห้าปีก่อนพี่ชายไม่ได้ป่วยตาย ป่านนี้พวกเราคงแต่งงานกันไปแล้ว เผลอๆ มีลูกด้วยกันแล้วด้วยซ้ำ"
พูดถึงตรงนี้
สายตาของหลินนั่วก็ตวัดมองไปที่หน้าท้องของลั่วหนิงและเฉินหลิงซู "เรื่องที่พี่ชายกลับชาติมาเกิดเขาปิดบังฉันมาตลอด ก็เพราะกลัวว่าฉันจะไปขัดขวางเขาจีบสาวไงล่ะ ตอนนี้พวกเธอต่างก็มีลูกของพี่ชายแล้ว ฉันเองก็ทำอะไรไม่ได้ มีแต่ต้องรับพวกเธอเข้าบ้าน แต่ต่อจากนี้ไปฉันคือภรรยาหลวง!"
กู้สิง: "..."
บ้าอะไรเนี่ย ภรรยาหลวงก็มา ตัวเขาเป็นฮ่องเต้หรือองค์ชายในยุคโบราณหรือไง มีเมียสามคนยังต้องมาแบ่งใหญ่แบ่งเล็กอีก?
ปัญญาอ่อนชะมัด
แต่ผลลัพธ์ที่กู้สิงคาดไม่ถึงก็คือ ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา เฉินหลิงซูก็ร้อนรนขึ้นมาทันที "พวกคุณแน่ใจนะว่าไม่ใช่พี่น้องสายเลือดเดียวกัน?"
"แน่ใจสิ!"
หลินนั่วยืนยันหนักแน่น
เฉินหลิงซูตั้งทฤษฎีสมคบคิดอย่างกล้าหาญ "มีข่าวลือว่าองค์หญิงนั่วเป็นพวกบราค่อนยันเดเระ งานนี้แน่ใจนะว่าไม่ได้เห็นพี่ชายแท้ๆ กลับชาติมาเกิด แล้วพอไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดแล้ว ก็เลยฉวยโอกาสแต่งงานมีลูกกันได้อย่างชอบธรรมน่ะ? ก็ในเมื่อข้อมูลอย่างเป็นทางการของพวกคุณระบุว่าเป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกันนี่นา!"
"จินตนาการล้ำเลิศดีนะ ที่พูดมานี่มีแต่เรื่องที่เซ็นเซอร์ไม่ผ่านทั้งนั้น"
หลินนั่วเบ้ปาก กลับไม่ได้ใส่ใจกับท่าทีของเฉินหลิงซูที่เปลี่ยนไป
ใช่แล้ว หลังจากรู้ว่ากู้สิงก็คือหลินโม่ เฉินหลิงซูก็หมดความยำเกรงต่อหลินนั่วไปแล้ว องค์หญิงนั่วคนนี้ ในสายตาของเธอตอนนี้ คือศัตรูหัวใจสุดสยองที่เธอและลั่วหนิงต้องทุ่มเทกำลังทั้งหมดเพื่อรับมือ!
"คุณไม่ใช่ภรรยาหลวงหรอก"
ลั่วหนิงยิ่งไม่ใส่ใจสถานะองค์หญิงแห่งตำนานของหลินนั่วหนักกว่าเฉินหลิงซูเสียอีก และไม่เกี่ยวด้วยว่ากู้สิงจะเป็นหลินโม่หรือไม่ "คุณยังไม่มีลูกด้วยซ้ำ"
"ฉันกับพี่ชายต้องมีลูกด้วยกันแน่"
หลินนั่วถลึงตาใส่ลั่วหนิง "ถ้าจะวัดกันที่มาก่อนมาหลัง ฉันนี่แหละที่มาก่อน มากอนพวกเธอตั้งหลายสิบปีเชียวนะ!"
"ไม่มีลูกก็คือน้องสามี ฉันต่างหากที่เป็นภรรยาหลวง"
เฉินหลิงซูเปิดปากพูด "องค์หญิงนั่วกับสามีเป็นแค่พี่น้องกัน น่าจะยังไม่เคยคบกันจริงๆ จังๆ ใช่ไหมล่ะ ต่อมาพอสามีกลับชาติมาเกิด คนแรกที่เขาคบด้วยก็คือฉัน เพราะงั้นไม่ว่าจะมองมุมไหน ฉันก็ควรจะเป็นภรรยาหลวงคนนี้สิ"
???
ลั่วหนิงมองเฉินหลิงซูด้วยความตกตะลึง เพื่อนสนิทของเธอถึงกับจะแย่งตำแหน่งภรรยาหลวงด้วยงั้นเหรอ "ถ้าฉันไม่ยอมหลับตาข้างหนึ่งปล่อยผ่านไป คุณคิดว่าคุณจะยังกลับมาอยู่ข้างกายกู้สิงได้อีกเหรอ?"
"แล้วไงล่ะ!"
เฉินหลิงซูเถียงกลับ "ฉันถูกองค์หญิงนั่ววางแผนเล่นงานนี่นา อีกอย่างถ้าตอนนั้นฉันไม่เปิดโอกาสให้ คุณจะมีโอกาสได้เลื่อนขั้นหรือไง?"
"พวกคุณสองคน ลืมไปแล้วหรือไงว่าฉันเป็นใคร?"
หลินนั่วหน้าดำทะมึน เดิมทีคิดว่าหลังจากหงายไพ่เผยสถานะน้องสาวของตัวเองแล้ว จะสามารถควบคุมลั่วหนิงกับเฉินหลิงซูได้อย่างง่ายดาย
ต่อให้ควบคุมลั่วหนิงไม่ได้ แต่เฉินหลิงซูคนเดียวรับรองว่าจัดการได้อยู่หมัดแน่
แต่ใครจะไปคิดว่า หลังจากเฉินหลิงซูตั้งสติได้ กลับรับมือยากยิ่งกว่าลั่วหนิงเสียอีก ถึงขั้นคิดว่าตัวเองจะได้เป็นภรรยาหลวงเลยงั้นเหรอ?
"ผม..."
เมื่อเห็นทั้งสามคนเริ่มส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวทะเลาะกัน กู้สิงก็ถึงกับพูดไม่ออก เขากรอกตามองบนแล้วพูดว่า "กินเนื้อย่างกันก่อนได้ไหม?"
ภรรยาหลวงอะไรกันล่ะ
ในสายตาของกู้สิงไม่มีคำว่าแบบนี้หรอก