แผนกละครสั้น
เพราะผู้บริหารระดับสูงมองข้ามละครสั้น แผนกละครสั้นเลยได้อยู่แค่ตรงมุมชั้นหนึ่งของอาคารเฉินฮว่า ที่มองยังไงก็ไม่เห็นจะสำคัญอะไร
บนผนังในออฟฟิศ เต็มไปด้วยโปสเตอร์ละครสั้นสีสันแสบตาติดเรียงราย
ส่วนใหญ่ก็เป็นแนวฟุ้งเฟ้อโอ้อวดทั้งนั้น อย่างพวก “เทพสงครามหวนคืนพบว่าลูกสาวอยู่ในกรงหมา” “อุ้มท้องลูกแปดหนีไปไกลสุดหล้า” “ประธานสุดเถื่อนตกหลุมรักฉันผู้หมดประจำเดือน” อะไรทำนองนี้
ภายในห้องทำงานของหัวหน้าแผนก
หวงซือเหรินกำลังคุยโทรศัพท์กับใครบางคน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความประจบประแจงเล็กๆ
“พี่เยี่ยนไม่ต้องห่วงเลยครับ ผมจะต้อนรับไอ้กู้สิงนี่ให้ดีๆ เอง ไอ้เด็กนี่เมื่อก่อนมันก็แค่ศิลปินตกอับที่เกือบจะดับอยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ? บังเอิญดวงดีโผล่มาทำให้เกิดกระแสขึ้นมาหน่อย ก็ลืมกำพืดตัวเองไปแล้ว อยู่ในมือผมนะ จะเป็นราชามังกรก็ต้องขดตัว จะเป็นเสือก็ต้องหมอบลง ผมอยากบีบยังไงก็จะบีบอย่างนั้น!”
“นายคิดจะบีบเขายังไงเหรอ?”
ปลายสายดังขึ้นเป็นเสียงผู้หญิงแหบต่ำอยู่เล็กน้อย
หวงซือเหรินหัวเราะหึๆ แล้วว่า
“ไอ้กู้สิงนี่มันไม่ใช่ชอบทำตัวสูงส่งเหรอครับ? ไหนจะนักร้องนักแต่งเพลง ไหนยังเป็นนักแสดงสายพรสวรรค์อีก ถ้างั้นผมก็จะให้มันไปเล่นฉากที่โคตรน้ำเน่า โคตรลดไอคิวที่สุดในละครสั้นของเราเลย! บทผมก็คิดไว้ให้มันเรียบร้อยแล้ว แค่เรื่อง ‘ลูกเขยราชามังกรภาคมหาเทพสงครามปากเบี้ยวหวนคืน’ นั่นไง ผมจะให้กู้สิงไปเล่นบทลูกเขยกระจอกงอกง่อย โดนเมีย โดนแม่ยาย โดนน้องสาวเมีย โดนน้องสะใภ้ตบหน้ารัวๆ แต่ยังต้องยิ้มประจบมันอยู่ดี ดีจะตายไปมั้งครับ! ความต่างจัดๆ เลยนะ! ประเด็นก็โคตรแรง! คนดูชอบดูกันนักแหละแบบนี้! ถึงตอนนั้นผมจะให้พวกนั้นตบจริงทุกฉาก ใครแม่งก็ห้ามใช้มุมกล้องช่วยทั้งนั้น ผมอยากรู้เหมือนกันว่าหน้ามันจะทนได้กี่ที!”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะหัวเราะต่อว่า
“ว่าไปแล้วนะ ผู้จัดการส่วนตัวของไอ้เด็กนี่ก็ตอบสนองไวใช้ได้เลย รีบจะดึงกู้สิงออกไปจากแผนกเราตั้งแต่แรก แต่กว่าคำสั่งย้ายจะลงมาได้ ตัวมันก็ยังเป็นศิลปินในสังกัดแผนกเราอยู่ดีนะครับ จะให้เล่นอะไร จะถ่ายยังไง จะถ่ายวันละกี่ชั่วโมงก็ต้องฟังผมคนเดียวทั้งนั้น! ก่อนที่มันจะถูกย้ายออกจากแผนกผม ผมจะลอกหนังมันออกมาทีละชั้นๆ ให้พี่เยี่ยนได้สะใจ หายแค้นให้สุดเลย!”
จังหวะนั้นเอง
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”
เสียงเคาะประตูดังขึ้น จังหวะนิ่งและชัดเจน แตกต่างจากจังหวะที่ระมัดระวังตัวหรือประจบสอพลอที่ลูกน้องในแผนกทำเป็นปกติอย่างเห็นได้ชัด
หวงซือเหรินกำลังพูดได้ที่ พอโดนขัดก็งุ่นง่านทันที เขาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้น มาลากเสียงยาวใส่ไปว่า
“ใครวะ? ไม่เห็นเหรอว่าฉันกำลังคุยงานอยู่?”
ประตูถูกผลักเปิดออกทันที แล้วก็มีคนกลุ่มใหญ่กรูกันเข้ามาแน่นห้อง คนที่เดินนำมาใส่สูทเนี้ยบ หน้าตาเคร่งขรึม ที่หน้าอกห้อยบัตรพนักงานตำแหน่งผู้อำนวยการอาวุโสศูนย์ทรัพยากรบุคคล สำนักงานใหญ่เฉินฮว่ากรุ๊ป
ด้านหลังชายชุดสูทนั้น มีกลุ่มชายหนุ่มหลายคนใส่เครื่องแบบสีดำของแผนกตรวจสอบของเฉินฮว่ากรุ๊ป เดินตามมาติดๆ ปิดท้ายคือพนักงานฝ่ายธุรการสองคนที่สีหน้าไร้อารมณ์ อุ้มกล่องกระดาษสองกล่องไว้ในอ้อมแขน
สีหน้าหวงซือเหรินเปลี่ยนวูบ มือรีบลนลานกดวางสายโทรศัพท์ หัวใจกระตุกวูบจมดิ่งลงไปทันที
อยู่ในบริษัทแล้วโดนทั้งผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลกับคนจากแผนกตรวจสอบบุกมาหาถึงที่ ไม่ต้องใช้สมองคิดก็รู้ว่าไม่มีทางเป็นเรื่องดีแน่ๆ
“ขอโทษนะครับ......มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่าครับ?”
“คุณคือหัวหน้าแผนกละครสั้น หวงซือเหรินใช่ไหม?”
สายตาของผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลกวาดผ่านตัวหวงซือเหรินไป น้ำเสียงเป็นทางการแข็งทื่อไร้อารมณ์
“ใช่ครับ ผมเอง!”
หวงซือเหรินเผลอยืดตัวตรงโดยอัตโนมัติ
อีกฝ่ายพูดเสียงเย็นว่า
“ผมคือหวังอวี่ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายทรัพยากรบุคคล ตามมติร่วมกันของคณะกรรมการเฉินฮว่ากรุ๊ปและแผนกตรวจสอบ บัดนี้ขอแจ้งให้คุณทราบอย่างเป็นทางการว่าคุณถูกบริษัทไล่ออกแล้ว มีผลทันทีตั้งแต่ตอนนี้”
“ว่าอะไรนะ?”
หวงซือเหรินคิดว่าตัวเองหูฝาด
“มันต้องมีอะไรเข้าใจผิดกันแน่ๆ ใช่ไหมครับ? หรือคุณเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า?”
“ไม่มีการเข้าใจผิด”
ผู้อำนวยการหวังพูดแทรกขึ้นมา ก่อนจะรับเอกสารฉบับหนึ่งจากมือคนของแผนกตรวจสอบด้านหลัง เป็นเอกสารอย่างเป็นทางการที่มีตราประทับแดงสดอยู่หลายดวง แล้ววางลงบนโต๊ะทำงานตรงหน้าหวงซือเหริน
“นี่คือหนังสือแจ้งไล่ออก และคำชี้แจงเบื้องต้นเกี่ยวกับปัญหาการตรวจสอบภายในที่เกี่ยวข้อง”
“ไม่ใช่นะ!”
หน้าหวงซือเหรินซีดเผือดในพริบตา
“มีสิทธิ์อะไรมากไล่ผมออกครับ? ผมจะยื่นอุทธรณ์ถึงกรุ๊ป! ต้องมีใครสักคนกำลังใส่ร้ายป้ายสีผมแน่ๆ!”
อุทธรณ์?
หวังจ่งทำหน้าประหลาดๆ มองหวงซือเหริน ในเมื่อเป็นคำสั่งจากระดับสูงสุดของบริษัทแล้ว คุณจะไปอุทธรณ์กับใคร?
“ผู้จัดการหวง กรุณาให้ความร่วมมือด้วยครับ”
น้ำเสียงของหวังอวี่แข็งกร้าวไม่เปิดช่องให้ต่อรอง แถมยังแฝงความข่มขู่นิดๆ ว่า “ถ้าคุณปฏิเสธไม่ให้ความร่วมมือ เราจะใช้มาตรการที่จำเป็นเพิ่มเติม พิจารณาจากความเป็นไปได้ที่คุณอาจเกี่ยวข้องกับปัญหาภายในอื่นๆ ผมแนะนำให้คุณใจเย็นๆ ไว้จะดีกว่า”
“ปะ...ปัญหาภายใน...อื่นๆ?”
หวงซือเหรินเหมือนถูกโยนลงไปในหลุมเหวเย็นเยียบ เขานึกถึง “เรื่องไม่สะอาด” ที่ตัวเองเคยทำไว้ก่อนหน้านี้ขึ้นมาอย่างแรงกล้า ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายที่แจ้งเท็จ งบกองถ่ายที่แอบหัก แถมยังรวมถึงเรื่องร้องเรียนคดีลวนลามที่เขาเคยใช้อำนาจเส้นสายไปกดเอาไว้......
หรือว่า เรื่องทั้งหมดมันแตกหมดแล้ว?
แต่ถึงจะถูกจับได้จริงๆ ก็ไม่น่าจะถึงขั้นให้ผู้อำนวยการฝ่ายบุคคลตัวเป็นๆ มาพร้อมกับคนจากแผนกตรวจสอบทั้งยกทีม มาร่วมกัน “ฟ้าผ่าลงหัว” เขาแบบนี้ได้หรอก
ระดับการจัดการนี่มันสูงเกินไปแล้ว!
ถ้าไม่รู้อะไรเลย เห็นภาพแบบนี้ต้องคิดว่าเป็นผู้บริหารระดับท็อปของบริษัทสักคนถูกโค่นแน่ๆ!
หน้าประตูแผนกละครสั้น ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ พนักงานก็ยืนมุงกันเต็มไปหมด มายืนดูเรื่องชาวบ้านกันให้สนุกตา
ดวงตาแดงก่ำของหวงซือเหรินถลึงใส่ผู้อำนวยการหวัง เสียงแหบพร่าถามว่า “คุณช่วยบอกผมหน่อยได้ไหมครับ ว่าผมไปล่วงเกินใครเข้าหรือเปล่า?”
คุณมาถามผม แล้วผมจะไปถามใครอีกล่ะ?
ผู้อำนวยการหวังฮึดฮัดใส่เย็นๆ “ก่อนอื่นไปเข้ากระบวนการสอบสวนกับเราก่อน เรื่องคดีลวนลามในที่ทำงานของคุณก่อนหน้านี้ยังไม่จบเลยใช่ไหม? มีคนในบริษัทช่วยคุณกดเรื่องเอาไว้ล่ะสิ?”
สีหน้าหวงซือเหรินเปลี่ยนไปทันที
ผู้อำนวยการหวังโน้มตัวไปกระซิบข้างหูหวงซือเหริน เหมือนพูดเตือนแบบมีบุญคุณว่า
“คนข้างบนที่คุ้มกะลาหัวนาย จบเห่แล้วนะ คนที่อยู่เหนือคนๆ นั้นขึ้นไปก็จบเห่เหมือนกัน เรื่องทั้งหมดดันเริ่มจากตัวนายแล้วลามขึ้นไปทีละชั้นๆ แบบนี้ พี่ว่าที่สุดยอดเลยนะ ใช้ร่างปุถุชนธรรมดาๆ ไปทำเรื่องที่ผิดกฎสวรรค์ เหอะ”
ซุนหมิงหล่างพากู้สิงกลับมาที่บริษัท มายังชั้นที่แผนกละครสั้นตั้งอยู่
“ห๊ะ?”
พอกลับมาถึง ซุนหมิงหล่างก็เห็นหวงซือเหรินหน้าซีดเหมือนศพกำลังถูกคนกลุ่มใหญ่อารักขาพาออกไป อีกทั้งยังเห็นพนักงานฝ่ายธุรการกำลังตรวจนับของใช้ในห้องทำงานอยู่
“อะไรยังไงเนี่ย?”
ซุนหมิงหล่างอึ้งไปชั่วขณะ เธอที่ฝืนใจพากู้สิงกลับมาแต่แรก เดิมทีตั้งใจจะมาหาหวงซือเหริน เพื่ออ้อนวอนขอให้ผู้ใหญ่ท่านนี้ช่วยผ่อนปรน อย่าบังคับกู้สิงให้ต้องไปเล่นละครสั้นห่วยๆ แบบนั้น ที่จะทำลายอนาคตในวงการของเขาเลย
ใครจะคิดว่าพอกลับมาถึง หวงซือเหรินกลับกำลังจะถูกเล่นซะเอง?
ซุนหมิงหล่างรีบดึงแขนพนักงานคนหนึ่งที่ยืนมุงดูอยู่มาถาม
พนักงานคนนั้นหดคอหนีเล็กน้อย แล้วตอบเสียงเบาว่า “ไม่รู้เหมือนกันค่ะ อยู่ๆ ก็มีคนมาทีเดียวเป็นพรวน ขบวนใหญ่โคตร น่ากลัวมากเลย ตรงดิ่งมาลากผู้จัดการหวงออกไป ฟังจากที่เขาพูดกันแล้วดูท่าไม่ใช่แค่ไล่ออกธรรมดาๆ นะ น่าจะมีเอาผิดต่ออีก ถ้าซวยมากๆ อาจได้เข้าไปกินข้าวแดงในคุกก็ได้ ว่าแต่คุณว่ามันแปลกไหมล่ะ ผู้จัดการหวงก็แค่หัวหน้าระดับกลางคนหนึ่ง ต่อให้ทำผิดจริง สมควรเหรอที่สำนักงานใหญ่จะต้องลงมาจัดเต็มถึงขนาดนี้? คนไม่รู้อะไร เห็นขนาดขบวนแบบนี้ต้องคิดว่าเขาไปพยายามลอบสังหารประธานบอร์ดแล้วพลาดแน่ๆ!”
ซุนหมิงหล่างชะงักไปก่อนหนึ่งจังหวะ แล้วต่อมาดวงตาก็ฉายประกายยินดีสุดกลั้นออกมา!
ไม่ว่าไอ้หวงซือเหรินนี่มันจะไปก่อเรื่องอะไรมาเถอะ ยังไงพอฟ้ามีตาเล่นงานมันเข้า ก็เท่ากับว่ากู้สิงไม่ต้องถูกบังคับให้ไปถ่ายละครสั้น “ราชามังกรหวนคืน” นั่นอีกแล้ว!
“เรานี่ดวงดีจริงๆ เลย!”
ซุนหมิงหล่างดีใจล้นหน้า หันไปพูดกับกู้สิงว่า “ไอ้หวงซือเหรินนี่นะ คงไปเผลอไปเหยียบเท้าคนใหญ่คนโตเข้าแบบจังๆ คนถึงได้ลงมาบี้ทิ้งแบบไม่เหลือซากขนาดนี้ พวกตัวเล็กๆ อย่างเรา ก็เลยพลอยได้อานิสงส์ไปด้วยเต็มๆ!”
กู้สิงพยักหน้าอย่างสงบ
ประสิทธิภาพการทำงานของบริษัทนี่ใช้ได้อยู่เหมือนกัน
ที่กู้สิงเรียกใช้อำนาจควบคุมในการปลดคนกะทันหัน ก็เพื่อป้องกันปัญหาตั้งแต่เนิ่นๆ ถ้าปล่อยให้หวงซือเหรินปะทะกับตัวเองแบบซึ่งๆ หน้าไปก่อน แล้วค่อยโดนปลดฟ้าผ่าในทีหลัง แบบนั้นร่องรอยมันจะชัดเจนเกินไป
แต่ถ้าเป็นอย่างตอนนี้:
ก่อนที่ความขัดแย้งจะปะทุจริงจัง ยังแค่ระดับผู้จัดการพูดปะทะกันไม่กี่คำ อีกฝ่ายก็ “ล้มอย่างน่าเหลือเชื่อ” ไปเสียก่อน แบบนี้ตัวเขาเองก็สามารถซ่อนตัวอยู่หลังม่านได้อย่างแนบเนียน
แน่นอน ต่อให้สุดท้ายจะหลงเหลือร่องรอยบางอย่างบ้าง กู้สิงก็ไม่ได้ใส่ใจเลยสักนิด
เพราะถ้ามีอะไรให้สาวลึกลงมาจริงๆ ซ่งเฉาตู้กับพวกคงไม่แน่ใจหรอกว่าควรจะสงสัยเขา หรือควรจะสงสัยผู้จัดการอย่างซุนหมิงหล่างดี......
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้
มากที่สุดก็แค่ให้คนสงสัยว่าเบื้องหลังตัวเองมี “มูลนิธิเฉินฮว่า” หนุนอยู่เท่านั้นเอง
กู้สิงถามซุนหมิงหล่างว่า “พี่หล่าง ทำไมผมมองแล้วรู้สึกว่าหวงซือเหรินนี่เหมือนถูกคุณจัดฉากเล่นงานเลยล่ะ? เพิ่งคุยโทรศัพท์กับพี่หล่างจบ แป๊บเดียวหมอนั่นก็แห้งเหี่ยวไปแล้ว”
ซุนหมิงหล่างทำหน้างง
กู้สิงยิ้มแป้น พูดว่า “เข้าใจ ผมเข้าใจอยู่แล้วล่ะ พวกเราต้องทำตัวโลว์โปรไฟล์ใช่ไหมล่ะ ยิ่งโลว์โปรไฟล์ยิ่งโคตรอวด เท่มาก พี่หล่างโคตรเจ๋ง!”
ซุนหมิงหล่าง: ?
ตอนนี้ซุนหมิงหล่างยังไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังจะโดนยัดเยียดให้รับผิดชอบเรื่องใหญ่โตขนาดไหน ยังคิดอยู่เลยว่ากู้สิงแค่แกล้งพูดเล่นใส่เธอ
“แน่นอนอยู่แล้ว!”
ซุนหมิงหล่างเล่นตามมุกของกู้สิง มือทั้งสองข้างไพล่หลัง ทำเสียงลึกลับล้ำลึกว่า “แค่ฉันยื่นมือขยับนิดเดียว ก็เป็นถึงขีดจำกัดสูงสุดของเฉินฮว่ากรุ๊ปแล้ว!”







