(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 204
บทที่ 204 ผลร้ายจากการตามใจมากเกินไป
"เถ้าแก่หวังเป็นถึงขาใหญ่แห่งวงการยาสมุนไพรจีนที่มีชื่อเสียงโด่งดังในท้องถิ่นของเรา ขนาดคนนอกที่ไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวอย่างพวกเรายังมองออกว่ามีปัญหา แล้วเขาจะมองไม่ออกได้ยังไง?"
"หวังเต๋อเฉวียนคงไม่ได้เป็นหน้าม้าที่ผู้จัดงานประมูลจ้างมา เพื่อช่วยปั่นราคาหรอกนะ?"
"ก็มีความเป็นไปได้นะ"
"ถ้าเป็นแบบนั้นจริง คนข้างหน้านั่นคงซวยแย่เลย"
"สรรพคุณทางยาของไอ้นี่ อย่างมากก็พอๆ กับโสมป่าอายุห้าสิบปีเท่านั้นแหละ"
"ใช้เงินตั้งเกือบสองล้านซื้อโสมชำรุดแบบนี้ รวยจนไม่มีที่ใช้เงินจริงๆ"
แขกเหรื่อพากันวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ส่วนใหญ่มุ่งเป้าไปที่หวังเต๋อเฉวียน
โสมป่าอายุห้าสิบปี ราคาตลาดอย่างมากก็ไม่เกินหนึ่งล้าน
แต่กลับยอมจ่ายในราคาที่แพงกว่าถึงสองเท่าเพื่อซื้อของมีตำหนิเนี่ยนะ
ไม่มีใครเดาออกเลยว่าทั้งสองฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
เดาไม่ออกก็ส่วนเดาไม่ออก แต่การแข่งขันในงานยังคงดำเนินต่อไป
ชายวัยกลางคนเสนอราคารวดเดียวพุ่งไปถึงสามล้านสี่แสน
หวังเต๋อเฉวียนสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วหันไปมองเฉินหยูที่อยู่ข้างๆ
"สามล้านหกแสน"
สิ้นเสียงนั้น ชายวัยกลางคนก็หันกลับมามองด้านหลังด้วยแววตาซับซ้อน
สามล้านก็ถือเป็นขีดจำกัดของเขาแล้ว
การกัดฟันสู้ราคามาจนถึงสามล้านสี่แสน ทำให้เขาถึงกับต้องคิดเรื่องกู้หนี้ยืมสินเลยทีเดียว
ไม่คิดเลยว่าหวังเต๋อเฉวียนจะกัดไม่ปล่อย และปั่นราคาขึ้นไปถึงสามล้านหกแสน
เมื่อได้ยินเสียงเคาะค้อนครั้งที่หนึ่ง ชายวัยกลางคนก็ถอนหายใจยาวออกมา
เขาไม่มีปัญญาไปแข่งกับหวังเต๋อเฉวียนอีกแล้ว
เมื่อเห็นว่าได้จังหวะ ผู้ประมูลก็รีบเคาะค้อนครั้งที่สองอย่างรวดเร็ว
รออยู่ครู่หนึ่ง ผู้ประมูลก็เคาะค้อนครั้งที่สาม
"ขอแสดงความยินดีกับเถ้าแก่หวังเต๋อเฉวียน ที่ประมูลโสมป่าอายุสองร้อยปีต้นนี้ไปได้ในราคาสามล้านหกแสนครับ"
หวังเต๋อเฉวียนลุกขึ้นยืนรับเสียงปรบมือแสดงความยินดีจากทุกคน
หลังจากเซ็นสัญญาซื้อขายแล้ว ทางผู้จัดงานจะยังไม่ส่งมอบของประมูลให้เขาทันที
ต้องรอให้หวังเต๋อเฉวียนโอนเงินเข้าบัญชีของผู้จัดงานเรียบร้อยก่อน ทางผู้จัดงานถึงจะส่งของประมูลไปให้ถึงมือ
เมื่อโสมป่ามีเจ้าของ งานประมูลก็จบลงอย่างเป็นทางการ
"หมอเฉิน โสมป่าต้นนี้มีตื้นลึกหนาบางอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่าครับ?"
หวังเต๋อเฉวียนถามด้วยความอยากรู้
เฉินหยูพูดขึ้น "คุณอย่าเพิ่งสนใจเรื่องนี้เลย ช่วยไปเรียกชายวัยกลางคนคนนั้นมาให้ผมหน่อย"
"เรียกเขามาทำไมเหรอครับ?"
หวังเต๋อเฉวียนถาม
"คุณเรียกเขามาก็พอแล้ว"
แม้จะไม่เข้าใจความคิดของเฉินหยู แต่หวังเต๋อเฉวียนก็ยังไปเรียกชายวัยกลางคนมาที่หน้าประตูคลับ
ชายวัยกลางคนมีสีหน้าหม่นหมอง อารมณ์ดูหดหู่มาก
เฉินหยูพูดเรียบๆ "ผมรู้ว่าโสมป่าต้นนี้มีประโยชน์กับคุณ แต่ก็มีประโยชน์กับผมเหมือนกัน เพราะงั้น..."
"ช่างมันเถอะ ใครใช้ให้ผมมีเงินไม่มากเท่าพวกคุณล่ะ"
ชายวัยกลางคนพูดอย่างเหม่อลอย
"คุณครับ คุณเข้าใจผิดแล้ว"
เฉินหยูอธิบาย "ที่ผมเรียกคุณมา ไม่ได้อยากจะเยาะเย้ย หรือมาอวดเบ่งอะไรต่อหน้าคุณหรอกนะ แต่จะมาบอกว่าถึงไม่มีโสมป่าต้นนี้ ปัญหาของคุณก็แก้ได้เหมือนกัน"
"หืม?"
เมื่อได้ยินดังนั้น ชายวัยกลางคนก็ขมวดคิ้ว
เขามองสำรวจเฉินหยูตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะถามอย่างลังเล "คุณบอกว่าผมมีปัญหาเหรอ?"
เฉินหยูยิ้มและพูดว่า "ขอแนะนำตัวก่อนนะ ผมชื่อเฉินหยู คุณจะเรียกชื่อผมตรงๆ หรือจะเรียกผมว่าหมอเฉินก็ได้"
"ผมเห็นตอนประมูลคุณมีสีหน้าเคร่งเครียด คนในครอบครัวคุณน่าจะกำลังเจอปัญหา"
"ที่คุณซื้อโสมป่าต้นนี้ ก็เพื่อเอาไปแก้ปัญหาใช่ไหมล่ะ?"
ชายวัยกลางคนถอนหายใจแล้วพูดว่า "ในเมื่อคุณเป็นหมอ ผมก็จะไม่ปิดบังคุณแล้วกัน"
"โสมป่าต้นนี้สำคัญกับผมมาก"
"ที่คุณบอกว่าผมเจอปัญหา ก็ถือว่าพูดไม่ผิดหรอก"
"เมื่อไม่นานมานี้ พ่อผมป่วยหนัก ผมเชิญหมอมาตั้งหลายคนเพื่อรักษาก็ไม่หาย"
"ทางแพทย์แผนปัจจุบันก็จนปัญญา ส่วนแพทย์แผนจีนบอกว่าโรคของพ่อผมยังมีทางรักษา แต่ต้องใช้โสมป่ามาเป็นกระสายยา"
"แต่โสมป่าที่จะเอามาเป็นกระสายยาให้พ่อผมได้ ต้องมีอายุร้อยปีขึ้นไป"
โสมร้อยปีเป็นของที่พบเจอได้ยากยิ่งนัก
ชายวัยกลางคนตามหามาตลอดครึ่งเดือนเต็มๆ แต่ก็หาไม่พบ
พอได้ยินว่างานประมูลวันนี้ จะมีโสมป่าอายุสองร้อยปีโผล่มา
ชายวัยกลางคนจึงยอมจ่ายเงินก้อนหนึ่งเพื่อใช้เส้นสาย หาบัตรเชิญมาลองเสี่ยงดวงดู
หวังเต๋อเฉวียนหัวเราะฮ่าๆ "พี่ชาย วันนี้คุณมาถูกที่แล้วล่ะ"
"ถึงจะไม่ได้โสมป่าไป แต่คุณก็ได้เจอกับหมอเฉินนะ"
"ขอแค่หมอเฉินยอมช่วย อาการป่วยของพ่อคุณก็ไม่ใช่ปัญหาเลย"
หวังเต๋อเฉวียนคิดว่านี่เป็นบุญวาสนาที่สวรรค์ประทานให้ชายวัยกลางคน
จากที่ชายวัยกลางคนเล่ามา ฟังออกไม่ยากเลยว่าเขาเป็นลูกยอดกตัญญู
เพื่อรักษาอาการป่วยของพ่อ ถึงกับยอมทุ่มเทตามหาโสมอายุร้อยปีอย่างไม่เสียดายเงินทอง
มาลองเสี่ยงโชคที่นี่ ก็ดันมาบังเอิญเจอเฉินหยูเข้าพอดี
ถ้าไม่ใช่สวรรค์คุ้มครองแล้วจะเป็นอะไรได้อีกล่ะ?
"คุณรักษาพ่อผมได้เหรอ?"
ชายวัยกลางคนถามด้วยความประหลาดใจ
"ได้สิ"
เฉินหยูพยักหน้าแล้วพูดว่า "แต่ผมมีกฎในการช่วยขจัดปัดเป่าความทุกข์ใจและรักษาโรคอยู่อย่างนึงนะ"
"ต้องจ่ายเงินก่อน"
"ไม่มีปัญหา"
ชายวัยกลางคนตอบกลับโดยไม่เสียเวลาคิด "คุณต้องการเท่าไหร่?"
จากบทสนทนาของคนรอบข้าง ทำให้ชายวัยกลางคนรู้ว่าหวังเต๋อเฉวียนเป็นผู้ทรงอิทธิพลด้านสมุนไพรจีนในท้องถิ่น
และยังเคยเป็นหนึ่งในสิบมหาเศรษฐีของหางโจวด้วย
คนที่เดินเคียงข้างหวังเต๋อเฉวียนได้ ย่อมไม่ใช่คนธรรมดาไก่กาแน่นอน
เฉินหยูชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้วแล้วพูดว่า "หนึ่งหมื่นหยวน รวมทั้งค่าตรวจและค่ารักษา"
"ถ้าไม่มีปัญหาอะไร รบกวนคุณจ่ายเงินมาก่อน แล้วเดี๋ยวผมจะไปรักษาคนไข้ที่บ้านคุณ"
"ไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหาครับ"
ชายวัยกลางคนจ่ายเงินหนึ่งหมื่นอย่างว่าง่าย
การมาร่วมงานประมูลเพื่อตามหาโสมอายุร้อยปีในครั้งนี้ เดิมทีก็กะมาพึ่งดวงอยู่แล้ว
ถือซะว่าลองรักษาดูเป็นครั้งสุดท้าย ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว
อาการของพ่อรุนแรงมากแล้ว ไม่เปิดโอกาสให้ชายวัยกลางคนลังเลอีกต่อไป
จากนั้น ชายวัยกลางคนที่ชื่อว่าจ้าวจินเฉวียน ซึ่งเป็นถึงผู้บริหารระดับสูงของบริษัทแห่งหนึ่ง
ก็เล่าว่าเมื่อไม่นานมานี้ เขาเพิ่งถูกสั่งย้ายจากสาขาที่บ้านเกิดมาประจำที่หางโจว
ด้วยความกังวลว่าถ้าตัวเองจากมาแล้ว จะไม่มีใครดูแลพ่อแก่ๆ
ก็เลยตัดสินใจพาพ่อมาด้วยกันซะเลย
คิดไม่ถึงว่าพอมาอยู่หางโจวได้แค่ไม่กี่เดือน พ่อก็ล้มป่วยหนักจนลุกไม่ขึ้น
หลังจากนั้น จ้าวจินเฉวียนก็ขับรถนำทางไป
กว่าหนึ่งชั่วโมงต่อมา รถสองคันก็ขับตามกันมาจอดที่หน้าประตูวิลล่าหลังเล็กๆ แห่งหนึ่ง
หวังเต๋อเฉวียนสแกนลายนิ้วมือปลดล็อกประตู แล้วสั่งให้คนรับใช้เตรียมน้ำชา
"ไม่ต้องหรอกครับ พวกเราไปดูคนไข้กันเลยดีกว่า"
เฉินหยูโบกมือปฏิเสธ
"ถ้าอย่างนั้น ทั้งสองท่านตามผมมาเลยครับ"
พูดจบ จ้าวจินเฉวียนก็พาทั้งสองคนขึ้นไปยังห้องนอนบนชั้นสอง
ภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นแปลกประหลาด
หวังเต๋อเฉวียนสูดจมูกดมกลิ่น แล้วพูดด้วยความสะท้อนใจว่า "คุณตาป่วยหนักไม่เบาเลยนะเนี่ย ถึงกับต้องใช้ยาแรงๆ เพื่อต่อชีวิตเลยเหรอ"
จ้าวจินเฉวียนพูดด้วยน้ำเสียงขมขื่น "ถ้าหาโสมอายุร้อยปีขึ้นไปไม่ได้ภายในสองเดือน เกรงว่าพ่อของผมคง... เฮ้อ"
บนเตียงในห้องนอน มีชายชรารูปร่างผอมแห้งราวกับไม้ซีกและมีใบหน้าซีดเผือดนอนอยู่
ให้ความรู้สึกเหมือนพร้อมจะจากโลกนี้ไปได้ทุกเมื่อ
เฉินหยูมองดูโหงวเฮ้งของชายชรา แล้วพูดขึ้น "คุณจ้าว ขอโทษนะที่ผมต้องพูดตรงๆ"
"ที่พ่อคุณกลายเป็นแบบนี้ เกี่ยวข้องกับการตามใจของคุณอย่างมากเลยล่ะ"
หวังเต๋อเฉวียนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามด้วยความสงสัย "หมอเฉิน ที่คุณพูดหมายความว่ายังไงครับ? คุณจ้าวตามใจเรื่องอะไรเหรอ?"
เฉินหยูทำหน้าพิลึกพิลั่น "คุณจ้าวเป็นลูกยอดกตัญญูจริงๆ นั่นแหละ แต่ก็เพราะกตัญญูมากเกินไปนี่ไง ถึงทำให้พ่อเขากลายเป็นสภาพนี้"
"ถ้าห้ามปรามนิสัยเสียของคุณตาไว้แต่เนิ่นๆ คุณตาไม่มีทางป่วยหนักขนาดนี้หรอก"
"ปีนี้คุณตาเพิ่งจะอายุห้าสิบกว่า แต่ตอนนี้กลับดูเหมือนคนอายุเจ็ดแปดสิบ"
"การตามใจและโอนอ่อนผ่อนตามคนแก่มากเกินไป กลับกลายเป็นการทำร้ายพวกเขาซะมากกว่า"







