ผู้บำเพ็ญเพียรแห่งต้าโจวสองสามคนรั้งอยู่เพื่อจัดการศพของเทพสวรรค์เทียนเต๋อ ไม่นานนักพวกเขาก็พบป้ายหยกชิ้นหนึ่ง บนป้ายสลักอักษรคำว่า "ชูหยวน"
"นี่คือป้ายคำสั่งอะไรกัน?"
ผู้บำเพ็ญเพียรแห่งต้าโจวผู้นั้นพลิกดูอยู่หลายรอบโดยไม่ได้ใส่ใจนัก พลางกล่าวว่า "พอกลับไป ค่อยนำไปให้ราชครูดู บางทีราชครูอาจจะรู้จัก"
โลกเจี้ยนเจา
สวี่อิง โอรสสวรรค์โจว และราชครูเจียงข้ามผ่านหุบเขาชางอู๋มายังโลกใบนี้ ทันใดนั้นก็มีขุนพลแห่งฮ่าวจิงเข้ามารายงานว่า "พวกเราพบร่องรอยของเทพตั๊กแตนแล้วพ่ะย่ะค่ะ"
เขาเพิ่งกล่าวมาถึงตรงนี้ ก็เห็นเมฆดำทะมึนบดบังแสงตะวันบนท้องฟ้า เมฆดำแต่ละก้อนนั้นแท้จริงแล้วก่อตัวขึ้นจากฝูงตั๊กแตน พวกมันมีหกปีก เขี้ยวปากคมกริบดุจทองแดงและเหล็กกล้า ที่ใดที่พวกมันบินผ่าน พืชพรรณธัญญาหารล้วนถูกแทะเล็มจนเกลี้ยงเกลา แม้แต่มนุษย์ก็ยังถูกแทะกินจนเหลือเพียงกระดูกขาวโพลน!
ตั๊กแตนชนิดนี้มีอีกชื่อเรียกว่าตั๊กแตนสวรรค์หกปีก หรือแมลงสวรรค์หกปีก ร่างกายของพวกมันแข็งแกร่งหาใดเปรียบ เทียบชั้นได้กับของวิเศษ
"รีบนำทางไป" โอรสสวรรค์โจวตรัส
ขุนพลผู้นั้นรีบกล่าว "เทพตั๊กแตนร้ายกาจยิ่งนัก ฝ่าบาทโปรดอย่าสำแดงจิตวิญญาณหยวนเสินออกมา มิเช่นนั้นอาจถูกฝูงตั๊กแตนบินทำร้ายเอาได้ง่ายๆ พ่ะย่ะค่ะ"
คนทั้งหมดเดินทางผ่านหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ผู้คนในที่แห่งนั้นกำลังช่วยกันผลักรูปปั้นเทพเจ้าองค์เดิมให้ล้มลง แล้วตั้งรูปสลักของเทพตั๊กแตนขึ้นมาแทนที่ เพื่อเตรียมการเซ่นไหว้บูชา
ส่วนบนถนนหนทาง ก็ยังมีกลุ่มคนอพยพหนีตายจากภัยแล้งเดินกันเป็นขบวน
พวกเขาทำเป็นมองไม่เห็นฝูงตั๊กแตนที่กำลังอาละวาด เมื่อตั๊กแตนเกาะบนร่างก็ไม่กล้าตบตี ได้แต่พึมพำสวดมนต์วิงวอนขอร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขอให้ตั๊กแตนละเว้นตนเอง
บางคนทนถูกแทะกัดไม่ไหวจึงฟาดฝ่ามือตบลงไป ทว่ากลับเห็นตั๊กแตนขยับปีกทั้งหกดุจคมมีด ตัดนิ้วทั้งห้าของคนผู้นั้นขาดกระเด็น
ตั๊กแตนตัวอื่นๆ ส่งเสียงหึ่งๆ กระพือปีกบินโฉบเข้ามา รุมเกาะบนร่างของคนผู้นั้น เพียงไม่นานก็แทะกินมนุษย์ตัวเป็นๆ จนเหลือเพียงกระดูกขาว
ในกำแพงเมือง ในหุบเขา ริมแม่น้ำ ข้างถนน เต็มไปด้วยซากศพของคนอดตาย กระดูกเกลื่อนกลาด ส่งกลิ่นเหม็นคาวคละคลุ้งจนยากจะทน
สวี่อิง โอรสสวรรค์โจว และคนอื่นๆ บินอยู่กลางอากาศ เมื่อกวาดสายตามองออกไป ก็เห็นเพียงผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ไพศาลที่ปราศจากสีเขียวใดๆ ฝูงตั๊กแตนกินพืชพรรณธัญญาหารจนหมดสิ้น และกำลังแห่ทะลักมาอย่างมืดฟ้ามัวดิน
กลางอากาศยังมีผู้บำเพ็ญเพียรอีกไม่น้อยที่สำแดงของวิเศษ บ้างก็เป็นเข็มบิน บ้างก็เป็นกระบี่บิน ยังมีน้ำเต้า ธงวิญญาณ และสิ่งของอื่นๆ เพื่อต่อสู้กับฝูงตั๊กแตนบินบนท้องฟ้า
ตั๊กแตนสวรรค์หกปีกเหล่านั้นไม่ธรรมดาเลย แม้แต่กระบี่บินของพวกเขาก็ยังถูกปีกของตั๊กแตนตัดขาด ซ้ำยังถูกแทะกินจนไม่เหลือแม้แต่เศษซาก
ฝูงแมลงขบกัดเข็มบินจนแหลกละเอียด แทะน้ำเต้าจนพังทลาย กลืนกินธงวิญญาณ และจับกินผู้บำเพ็ญเพียรที่พยายามจะกำจัดภัยพิบัติแมลงเหล่านั้นจนเกลี้ยงเกลา
ยังมีบางสำนักที่อัญเชิญของวิเศษล้ำค่าประจำสำนักออกมาพิทักษ์หลิงซานของตน เพื่อปกป้องทรัพย์สมบัติของสำนัก แต่ฝูงตั๊กแตนเหล่านั้นกลับรวมตัวกันดุจเมฆหมอก กลายเป็นกระแสน้ำหลากเข้าโจมตีประตูภูเขาเหล่านั้น การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดเลือดพล่าน
ของวิเศษล้ำค่าประจำสำนักบางชิ้นไม่อาจต้านทานได้ มักจะถูกฝูงตั๊กแตนบุกทะลวง แทะของวิเศษจนพังทลาย กินคนทั้งสำนักจนเหี้ยนเตียน ทำลายล้างการสืบทอดวิถีเต๋าจนสิ้นซาก
มีเพียงสำนักที่มีอาวุธเซียนคอยพิทักษ์โชคชะตาเท่านั้น ที่รอดพ้นจากการถูกฝูงตั๊กแตนรุกราน
ภาพแต่ละฉาก ช่างน่าสะเทือนขวัญยิ่งนัก
สวี่อิงเร่งรุดไปข้างหน้าต่อ ค่อยๆ ปรากฏสีเขียวขึ้นมาบ้างในระหว่างฟ้าดิน ซึ่งก็คือสถานที่ที่สร้างศาลเจ้าเทพตั๊กแตนขึ้นมาแล้ว ผู้คนในที่แห่งนั้นกราบไหว้เทพตั๊กแตน ควันธูปค่อยๆ เจริญรุ่งเรือง สถานที่ที่มีการเซ่นไหว้เทพตั๊กแตนย่อมไร้ซึ่งภัยแมลง พืชพรรณก็เจริญงอกงามดี
ผู้คนใบหน้าซูบซีดอมเหลือง ทุกวันต้องเข้าไปกราบไหว้ในศาลเจ้าเทพตั๊กแตน ถวายของอร่อยสารพัด ทว่าตัวเองกลับกินไม่อิ่มนุ่งห่มไม่อุ่น
"พวกเรามาสายไปหน่อย เทพสวรรค์องค์นี้กล้าแข็งขึ้นมาแล้ว" โอรสสวรรค์โจวมีสีหน้าเคร่งเครียด
สวี่อิงพยักหน้าเบาๆ เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายควันธูปของปวงประชาในโลกเจี้ยนเจาที่รวมตัวกันเป็นพลังเทพอันมหาศาล ไหลบ่าไปสู่ทิศทางเดียวกัน
เมื่อเทพตั๊กแตนดูดซับพลังควันธูปอันมหาศาลปานนี้ พลังฝีมือย่อมก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด!
พลังเทพควันธูป เป็นวิถีการบำเพ็ญเพียรที่ยากลำบากที่สุด แต่ก็เป็นวิถีที่บำเพ็ญได้ง่ายดายที่สุดเช่นกัน
หากต้องการบำเพ็ญให้ล้ำลึก ทวยเทพจำเป็นต้องสร้างบุญสร้างกุศล ทำเพื่อราษฎรตาดำๆ การบำเพ็ญทุกกระเบียดนิ้วล้วนต้องแลกมาด้วยความทุ่มเทอย่างใหญ่หลวง
แต่หากใช้ความหวาดกลัวกดขี่ข่มเหงผู้คน ใช้ชีวิตมาเป็นข้ออ้างข่มขู่ บีบบังคับให้คนมาศรัทธาตนเอง ก็จะง่ายดายขึ้นมาก อย่างเช่นเทพตั๊กแตนที่ทำอยู่เช่นนี้
กลิ่นอายควันธูปของมันเข้มข้นถึงเพียงนี้ บ่งบอกว่าตบะของมันก็กำลังยกระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง!
ราชครูเจียงขมวดคิ้ว "อาคมของเทพตั๊กแตนองค์นี้แกร่งกล้ากว่าเทพสวรรค์องค์อื่น รับมือได้ยากนัก"
สวี่อิงกล่าวกลั้วหัวเราะ "หากเป็นยอดฝีมือคนอื่น ข้าอาจจะรับมือได้ยากลำบากสักหน่อย แต่หากคู่ต่อสู้คือเทพสวรรค์ สำหรับข้าแล้วถือว่าไม่ยากเกินไปนัก"
เขาตามกลิ่นอายควันธูปมุ่งหน้าไป ไม่นานก็เห็นเบื้องหน้ามีเมฆหมอกปกคลุม กลิ่นอายควันธูปก่อตัวเป็นชั้นเมฆ เสียงวิงวอนและเสียงโอดครวญของสรรพสัตว์ในโลกเจี้ยนเจาดังระงมราวกับเสียงผีร่ำไห้
เมื่อเข้าใกล้ที่แห่งนี้ ก็จะได้รับผลกระทบจากวิถีสวรรค์
เมื่อมองจากที่ไกลๆ จะเห็นเทพสวรรค์องค์หนึ่งนั่งตระหง่านอยู่ท่ามกลางเมฆหมอกนั้น สูงราวหมื่นจั้ง ร่างกายเป็นมนุษย์แต่มีหัวเป็นแมลง บนหัวมีหนวดงอกออกมา บนร่างมีปีกสีทองสี่คู่ ปีกเหล่านั้นกางออกเป็นระยะๆ ปรากฏอักขระวิถีสวรรค์อันแปลกประหลาดนานาชนิด ดูงดงามตระการตายิ่งนัก
ตั๊กแตนสวรรค์หกปีกนับไม่ถ้วนชอนไชไปมาบนร่างของมัน ทันใดนั้นก็มีฝูงแมลงกระพือปีกบินขึ้นเป็นกลุ่มๆ มุ่งหน้าไปสู่แดนไกล
ไกลออกไปยังมีเมฆดำลอยมา นั่นคือฝูงตั๊กแตนจำนวนนับไม่ถ้วนที่กินจนอิ่มหนำ แล้วถ่ายทอดพลังปราณที่แย่งชิงมาได้เข้าสู่ร่างของเทพตั๊กแตน เพื่อยกระดับตบะของมัน
โอรสสวรรค์โจวและราชครูเจียงรู้สึกหนาวเหน็บในใจ "เทพตั๊กแตนไม่ได้พึ่งพาแค่ควันธูปเพื่อยกระดับพลังฝีมือเท่านั้น แต่ยังใช้ฝูงตั๊กแตนไปแย่งชิงไอพลังฟ้าดินมาอีกด้วย ยิ่งรับมือยากเข้าไปใหญ่!"
ในตอนนั้นเอง เทพตั๊กแตนในเมฆหมอกก็ค้นพบพวกเขา ทันใดนั้นสายตาหลายคู่ก็พุ่งวาบออกมาจากเมฆหมอก จับจ้องมาที่ร่างของสวี่อิงอย่างพร้อมเพรียง
"เจ้าคือ... สวี่อิง!"
เทพตั๊กแตนสะดุ้งเฮือก ลุกพรวดขึ้นยืน มองสวี่อิงอย่างระแวดระวัง พลางหัวเราะฮ่าๆ แล้วกล่าวว่า "เจ้าก็คือสวี่อิงตัวปัญหาคนนั้นสินะ? ข้ารู้จักเจ้า เรื่องของเจ้าแดงขึ้นมาแล้ว เบื้องบนกำลังออกหมายจับเจ้าอยู่เชียว!"
มันมีตาประกอบ ดวงตานับร้อยดวงประกอบกันเป็นดวงตาขนาดใหญ่สองดวง สายตาที่พุ่งออกมาจากเมฆหมอกเมื่อครู่ ก็คือแสงเทพที่สาดส่องออกมาจากตาประกอบของมันนั่นเอง
สวี่อิงก้าวเดินไปข้างหน้า รอบด้านปรากฏอักขระวิถีสวรรค์ขึ้นมา ทว่าวินาทีต่อมา เสียงหึ่งๆ ก็ดังขึ้น ร่างของเทพตั๊กแตนหายไปจากจุดเดิมอย่างกะทันหัน และปรากฏตัวขึ้นด้านหลังสวี่อิงในชั่วพริบตา พลางหัวเราะ "เจ้าช้าเกินไปแล้ว!"
ปีกตั๊กแตนของมันสั่นระรัว ราวกับคมมีดที่บางเฉียบ ฟันฉับไปที่สวี่อิง!
สวี่อิงวางค่ายกลอักขระวิถีสวรรค์ไม่ทัน จึงตวัดมือกลับไปรับคมมีด ทว่าเทพตั๊กแตนกลับหายวับไปพร้อมกับเสียงหึ่ง วินาทีต่อมาก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้าเขา ประกายดาบยังคงฟันเข้าหาสวี่อิง พร้อมกับเสียงหัวเราะ "ก็ยังช้าไปอยู่ดี!"
"เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!"
การโจมตีของมันฟันลงบนร่างสวี่อิงอย่างไม่มีข้อยกเว้น ทิ้งไว้เพียงรอยขีดข่วนสีขาวเป็นทางๆ
เทพตั๊กแตนตกใจยิ่งนัก "กายเนื้อแข็งแกร่งปานนี้เชียว?"
เสียงหึ่งๆ ดังสนั่น ร่างของมันผลุบๆ โผล่ๆ เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง เดี๋ยวซ้ายเดี๋ยวขวา ไปมาไร้ร่องรอย ทำให้คนตาลายจนไม่อาจจับตำแหน่งของมันได้
ปีกตั๊กแตนคู่นั้นราวกับดาบเทพที่บางเฉียบ ฟาดฟันมาจากทุกทิศทุกทาง ร่วงหล่นใส่ร่างของสวี่อิง
เพียงชั่วพริบตา มันก็ฟันประกายดาบออกมานับหมื่นนับพันสาย ฟาดฟันลงบนทุกส่วนของร่างกายสวี่อิง!
สวี่อิงขมวดคิ้ว เส้นผมตรงจอนร่วงหล่นลงมาหนึ่งเส้น
"ต่อให้โคจรเคล็ดวิชาบรรพชน กระตุ้นถ้ำสวรรค์วังหนีหวาน กายเนื้อของข้าก็ยังไม่อาจเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ" เขายกมือขึ้นรับเส้นผมเส้นนั้นไว้ ลอบถอนหายใจในใจ
เทพตั๊กแตนฟันดาบต่อเนื่องมากมายปานนี้ ทว่ากลับตัดได้เพียงเส้นผมของเขาเส้นเดียว จึงรู้ตัวว่าท่าไม่ดี รีบเก็บดาบทันที ไม่สนลูกหลานนับหมื่นนับพันของตนเองอีกต่อไป ปีกทั้งแปดสั่นระรัว พุ่งทะยานหนีไปอย่างรวดเร็ว
"กบฏมีฝีมืออยู่บ้างจริงๆ ปู่ตั๊กแตนลงมาจุติเพื่อแสวงหาความมั่งคั่ง ไม่ได้มาเอาชีวิตเข้าแลกกับเจ้า ขอตัวก่อนล่ะ!"
ความเร็วของมันรวดเร็วปานสายฟ้า ทิ้งไว้เพียงแสงสีเหลืองวาบหนึ่งบนท้องฟ้า ก็บินข้ามภูเขานับพันแม่น้ำนับหมื่นไปแล้ว
สวี่อิงกระตุ้นเคล็ดวิชาบรรพชนแห่งเคล็ดวิชาอายุวัฒนะวังหนีหวาน พลังชีวิตอันเปี่ยมล้นปะทุขึ้นในร่างกายทันที ชั่วพริบตาก็ก่อตัวเป็นปีกสวรรค์แปดปีกที่ด้านหลัง คล้ายคลึงกับปีกตั๊กแตนของเทพตั๊กแตน ทว่าอักขระวิถีสวรรค์บนปีกสวรรค์นั้นสมบูรณ์กว่ามาก
ในช่วงเวลาสั้นๆ เมื่อครู่ เขามองเห็นอักขระวิถีสวรรค์บนปีกของเทพตั๊กแตนอย่างชัดเจน จดจำไว้ทีละตัวๆ ปลุกอักขระวิถีสวรรค์ที่ซ่อนอยู่ในความทรงจำให้ตื่นขึ้นมา!
"วูบ!"
ปีกสวรรค์ทั้งแปดด้านหลังเขาสั่นระรัว จู่ๆ ก็หายวับไปจากจุดเดิม!
เทพตั๊กแตนหันขวับกลับไปมอง ก็เห็นสวี่อิงอยู่ในแสงรุ้ง ความเร็วกลับไม่ด้อยไปกว่าตน ซ้ำยังเร็วกว่าเสียอีก
"ความเร็วของข้า จัดอยู่ในระดับสูงท่ามกลางหมู่เทพสวรรค์ ใครก็อย่าหวังว่าจะตามข้าทัน!"
เทพตั๊กแตนแค่นหัวเราะ "ผู้ที่เรียนรู้จากข้าจะรอด ผู้ที่เลียนแบบข้าจะตาย สวี่อิง เจ้าก็แค่เลียนแบบข้า คิดจะตามข้าให้ทันงั้นรึ?"
ความเร็วของมันเพิ่มขึ้นอีกระดับ บินโฉบผ่านภูเขาสูงหมื่นจั้ง ชั่วพริบตาก็ข้ามผ่านเทือกเขาสูงชันนับไม่ถ้วน มาถึงเหนือมหาสมุทรอันกว้างใหญ่
วินาทีต่อมา ผิวน้ำทะเลก็ถูกพายุเฮอริเคนที่เกิดจากการบินของมันผ่าออก กลายเป็นคลื่นยักษ์สองลูกตั้งตระหง่านขนาบข้าง
"ฟิ้ว "
สวี่อิงตามติดมาติดๆ พุ่งทะยานผ่านไป
เทพตั๊กแตนรีบหันกลับไปมอง ก็เห็นสวี่อิงเข้าใกล้มาเรื่อยๆ ในใจหวาดกลัวอย่างหนัก เร่งความเร็วอย่างสุดชีวิต น้ำทะเลถึงกับถูกพายุเฮอริเคนที่มันพัดพาแหวกออกจนหมด เผยให้เห็นก้นทะเล!
"นี่มันเรื่องอะไรกัน? เขาเลียนแบบอักขระวิถีสวรรค์ของข้าแท้ๆ เหตุใดความเร็วถึงยังเหนือกว่าข้าอีก? หรือว่าอักขระวิถีสวรรค์ของข้าจะเป็นของปลอม ส่วนที่เขาเลียนแบบไปถึงจะเป็นของจริง?" เทพตั๊กแตนตื่นตระหนกในใจ
ไม่นานนัก ทั้งสองก็บินมาถึงความมืดมิดในอีกซีกโลกหนึ่งของโลกเจี้ยนเจา
เทพตั๊กแตนกัดฟัน หักเลี้ยวกะทันหัน มุ่งตรงไปยังดวงจันทร์สว่างไสวเหนือศีรษะ!
สวี่อิงหักเลี้ยวอย่างแรง หนึ่งคนหนึ่งเทพทุ่มเทพลังทั้งหมดที่มี พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
สวี่อิงไล่กวดมาจากด้านหลัง ยื่นมือไปกดหัวเทพตั๊กแตนไว้ เทพตั๊กแตนหวาดกลัวสุดขีด รีบร้องลั่น "อย่า อย่า! มีอะไรค่อยๆ พูดค่อยๆ จากัน!"
ดวงจันทร์สว่างไสวดวงนั้นอยู่ใกล้พวกเขาเข้ามาทุกที ดวงจันทร์ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ท้ายที่สุดสวี่อิงก็กดหัวมัน กระแทกเข้ากับดวงจันทร์อย่างแรง
ดวงจันทร์สว่างไสวที่แขวนอยู่บนฟากฟ้าสั่นสะเทือนไปชั่วขณะ หลุดออกจากวงโคจรเดิม บนดวงจันทร์เกิดกลุ่มเมฆรูปดอกเห็ดลอยตัวสูงขึ้นอย่างช้าๆ
บนดวงจันทร์ สวี่อิงคว้าขาเทพตั๊กแตน ดึงมันขึ้นมาจากหลุมยักษ์
"มีอะไรค่อยๆ พูดค่อยๆ จากันเถิด!"
เทพตั๊กแตนหัวร้างข้างแตก ฟันหักหลุดลุ่ย รีบกล่าวอย่างลนลาน "สวี่อิง ข้ากับเจ้าไม่มีความแค้นต่อกัน ข้าไม่เคยทำร้ายเจ้า เทพสวรรค์ที่คอยจับตาดูและไล่ล่าเจ้าเมื่อก่อนก็ไม่ใช่ข้า ข้าเพิ่งได้รับการเลื่อนขั้นขึ้นมาเป็นเทพสวรรค์ในภายหลัง หากเจ้าจะแก้แค้น ก็ไปหาพวกที่ทำร้ายเจ้าสิ!"
สวี่อิงทำหูทวนลม จับมันแขวนไว้กลางอากาศ กระตุ้นอักขระวิถีสวรรค์ในร่างของมัน และจดจำอักขระเหล่านั้นไว้
เทพตั๊กแตนข่มความเจ็บปวด ฉีกยิ้มประจบประแจง "สวี่อิง พวกเราเทพสวรรค์ก็เป็นแค่พวกหาเช้ากินค่ำ ทำงานให้เบื้องบน เบื้องบนสั่งการลงมา พวกเราก็ทำตาม พวกเรากับผู้บำเพ็ญเพียรอย่างพวกเจ้าไม่มีความบาดหมางกัน ต่างคนต่างอยู่ น้ำบ่อไม่ยุ่งน้ำคลอง..."
สวี่อิงจดจำอักขระวิถีสวรรค์ไว้จนหมด แล้วเอ่ยถาม "เจ้าเข้าใจวิถีสวรรค์หรือไม่?"
เทพตั๊กแตนชะงักไป ยิ้มตอบว่า "ข้าก็คือวิถีสวรรค์ ไฉนจะไม่เข้าใจล่ะ?"
สวี่อิงลบอักขระวิถีสวรรค์บนร่างมันออกทีละตัวๆ พลางกล่าวว่า "ในเมื่อเจ้าเข้าใจ เช่นนั้นหากข้าลบตราประทับวิถีสวรรค์บนร่างเจ้าออก เจ้าก็สมควรจะบำเพ็ญมันกลับคืนมาได้"
เทพตั๊กแตนหน้าถอดสี รู้สึกเพียงว่าเมื่ออักขระวิถีสวรรค์หายไป พลังของตนก็กำลังไหลออกไปเช่นกัน ไม่เพียงแต่พลังที่ไหลออกไป แม้แต่กลิ่นอายควันธูปของตนก็เริ่มแตกซ่าน
มันอดไม่ได้ที่จะร้อนรนใจอย่างหนัก ร้องลั่น "หยุดมือ! เจ้าหยุดมือเดี๋ยวนี้! ไอ้บัดซบ เจ้าทำอะไรน่ะ?"
สวี่อิงทำหูทวนลม ลบอักขระวิถีสวรรค์ทั้งหมดบนร่างมันจนเกลี้ยงเกลา จากนั้นก็หิ้วมันบินทะยานขึ้นไป เพียงไม่นานก็ร่อนลงจอดที่โลกเจี้ยนเจา
สวี่อิงโยนมันลงบนพื้น เทพตั๊กแตนตะเกียกตะกายลุกขึ้น รู้สึกเพียงว่าพลังอันมหาศาลที่เคยมีในร่างกายสูญสลายไปจนหมดสิ้น ในใจตื่นตระหนก ร้องโวยวาย "เจ้าลบสถานะเทพสวรรค์ของข้า ข้ากับเจ้าอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้! ลูกแมลงของข้าอยู่ที่ใด?"
มันร้องตะโกนก้อง ทว่าตั๊กแตนสวรรค์หกปีกที่บินอยู่เต็มฟ้ากลับสูญเสียการควบคุมอย่างกะทันหัน ร่วงหล่นลงสู่พื้นดินอย่างต่อเนื่อง หมดสิ้นซึ่งความมีชีวิตชีวา
น้ำเสียงของสวี่อิงราบเรียบดังกังวานไปทั่วโลกเจี้ยนเจา กล่าวเสียงดังฟังชัด "เทพตั๊กแตนถูกข้าลบตราประทับวิถีสวรรค์ทิ้งแล้ว ไม่ใช่เทพสวรรค์อีกต่อไป หากพวกเจ้าอยากแก้แค้น ก็ลงมือได้ตามสบาย"
เทพตั๊กแตนหัวเราะลั่น ร้องตะโกน "ข้าคือเทพเจ้าแห่งวิถีสวรรค์ ควบคุมภัยพิบัติ กุมชะตากรรมของสรรพสัตว์ ใครกล้าแตะต้องข้า?"
สวี่อิงหันหลังเดินจากไป
เวลานี้ ผู้บำเพ็ญเพียรบางส่วนในบริเวณใกล้เคียงบินตรงมาทางนี้ พวกเขาคือผู้บำเพ็ญเพียรที่พยายามจะกำจัดภัยพิบัติตั๊กแตน
มีคนสำแดงกระบี่บินเล่มหนึ่งจากระยะไกล พุ่งตรงไปยังเทพตั๊กแตนเพื่อหยั่งเชิง เทพตั๊กแตนรีบหลบหลีก ทว่าร่างกายใหญ่โตเกินไป เคลื่อนไหวไม่สะดวก จึงไม่อาจหลบพ้น
"ฉึก!"
กระบี่บินเล่มนั้นแทงถูกมัน ปักเข้าไปในร่างกายของมัน
เทพตั๊กแตนตื่นตระหนกเล็กน้อย แค่นหัวเราะเยาะ "ไอ้พวกบัดซบ บังอาจล่วงเกินเบื้องบน พวกเจ้าไม่เห็นกฎสวรรค์อยู่ในสายตา สวรรค์ไม่อภัยให้แน่ พวกเจ้าจะต้องถูกสวรรค์ลงทัณฑ์..."
มันยังพูดไม่ทันจบ จู่ๆ ก็มีเสียงฟุ่บๆๆ กระบี่บินจำนวนมากขึ้นพุ่งตรงมาหามัน
เทพตั๊กแตนรู้ดีว่านี่คือช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย หากปล่อยให้ผู้บำเพ็ญเพียรที่เหมือนแมลงหวี่แมลงวันพวกนี้ฮึกเหิมขึ้นมา เกรงว่าตนเองคงต้องตายอย่างไร้ที่กลบฝังเป็นแน่!
มันร้องตะโกนก้อง พุ่งทะยานเข้าหาผู้บำเพ็ญเพียรเหล่านั้น เหวี่ยงหมัดรับกระบี่บิน พลางตวาดกร้าว "พวกเจ้าคิดว่าเมื่อข้าไร้อักขระวิถีสวรรค์แล้ว จะยอมให้พวกเจ้าเชือดเฉือนตามอำเภอใจงั้นรึ? ฝันไปเถอะ! ร่างกายของข้าคือร่างแห่งเทพสวรรค์ ต่อให้ไม่มีวิถีสวรรค์หนุนนำ ก็ยังมีพลังเทพเปี่ยมล้น!"
มันอาศัยพละกำลังอันป่าเถื่อนพุ่งเข้าไปเข่นฆ่า ทนรับห่าฝนกระบี่ เข้าห้ำหั่นกับผู้บำเพ็ญเพียรเหล่านั้น
ร่างกายของมันสูงตระหง่านนับหมื่นจั้ง ราวกับภูเขาเทพที่ตั้งตระหง่าน มีก้อนเมฆลอยอยู่ระดับเอว ทุกท่วงท่าการเคลื่อนไหวล้วนแฝงไปด้วยพลังสะเทือนฟ้าสะเทือนดิน เพียงไม่กี่กระบวนท่า มันก็สังหารผู้บำเพ็ญเพียรเหล่านั้นจนสิ้น
บนร่างของมันมีบาดแผลเพิ่มขึ้นนับร้อยแห่ง เลือดไหลไม่หยุด หอบหายใจฮักๆ แค่นหัวเราะเยาะใส่ศพของผู้บำเพ็ญเพียรเหล่านั้น "ตอนนี้รู้ความร้ายกาจของปู่ตั๊กแตนหรือยัง? ต่อให้ไม่ใช่เทพสวรรค์ ข้าก็บี้พวกเจ้าให้ตายได้อย่างง่ายดาย!"
เวลานี้ มันสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างรอบตัว เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นว่ารอบด้านมีผู้บำเพ็ญเพียรเพิ่มขึ้นมามากมายตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่ทราบ
สายตาที่ผู้บำเพ็ญเพียรเหล่านี้มองมาที่มันไม่เพียงแต่ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ทว่ากลับแฝงไปด้วยความโกรธแค้นที่ยากจะปิดบัง!
เทพตั๊กแตนหัวเราะลั่น ชี้ไปที่บาดแผลบนร่างของตนพลางหัวเราะร่วน "พวกเจ้าคงไม่ได้คิดว่า บาดแผลแค่นี้จะส่งผลกระทบต่อพลังฝีมือของข้าหรอกนะ? ไอ้พวกแมลงตัวกระจ้อยร่อย ร่างกายของข้ายังคงแข็งแกร่ง ยังคงเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกใบนี้..."
"ฆ่ามัน!"
ผู้คนพุ่งทะยานเข้ามา ของวิเศษนานาชนิดบินว่อน ฤทธานุภาพสารพัดปะทุขึ้น ถมทับจนร่างของเทพตั๊กแตนจมมิด!
ส่วนทางด้านหลัง ยังมีผู้บำเพ็ญเพียรอีกมากมายที่แห่กันมาดุจฝูงตั๊กแตน พวกเขาพกพาความโกรธแค้น พกพาความห้าวหาญ พุ่งเข้าใส่เทพตั๊กแตนอย่างไม่ขาดสาย!
เทพสวรรค์องค์นี้ถูกผู้คนผลักล้ม จับคว่ำ หัวของมันถูกผู้คนที่กำลังโกรธแค้นฟันขาด ศพถูกสับเป็นชิ้นๆ
จิตวิญญาณหยวนเสินของมันคิดจะหลบหนี แต่กลับถูกผู้คนตอกตรึงไว้ จากนั้นก็ถูกผู้คนที่กำลังโกรธแค้นรุมสังหารจนแหลกสลาย
สวี่อิง โอรสสวรรค์โจว และราชครูเจียงมองเห็นภาพเหตุการณ์นี้จากที่ไกลๆ ต่างคนต่างก็ทอดถอนใจ
"ไม่นึกเลยว่าเทพสวรรค์ที่อยู่สูงส่งเหนือใคร จะต้องมาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้" ราชครูเจียงถอนหายใจ
สวี่อิงกล่าวเสียงเรียบ "ทุกท่านในฮ่าวจิง ในสายตาของคนธรรมดาสามัญ ก็เป็นดั่งเทพสวรรค์มิใช่หรือ?"
โอรสสวรรค์โจวหัวเราะลั่น ส่ายหน้าพลางกล่าว "หกพันกว่าปีผ่านไป ตอนนี้ไม่มีราชวงศ์ต้าโจวอีกแล้ว แปลกจริง เทพสวรรค์ถูกลบตราประทับวิถีสวรรค์ ก็สูญเสียอาคม เหตุใดพวกมันถึงบำเพ็ญอักขระวิถีสวรรค์กลับคืนมาไม่ได้ล่ะ?"
สวี่อิงตอบ "พวกมันไม่เข้าใจวิถีสวรรค์ เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งซึ่งได้รับการหนุนนำจากวิถีสวรรค์เท่านั้น ไม่ใช่เทพสวรรค์ที่แท้จริง"
โอรสสวรรค์โจวขอคำชี้แนะ "แล้วเทพสวรรค์ที่แท้จริงคือสิ่งใดกัน?"
สวี่อิงครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าว "ก็อย่างเช่นตงเยว่ ผู้คนใช้กระดาษเงินกระดาษทองเซ่นไหว้ เชื่อว่าในโลกหล้ามีเทพสวรรค์องค์หนึ่งคอยพิทักษ์แดนหยิน รักษากฎระเบียบแห่งแดนหยินของสรรพจักรวาล คุ้มครองดวงวิญญาณของบรรพบุรุษ หรืออย่างเซียงเซียง ผู้คนเชื่อว่าแม่น้ำเซียงมีเทพยดาที่อ่อนโยนปานนั้น คอยควบคุมแม่น้ำเซียง ยามน้ำหลากก็ไม่ท่วมท้น ยามแล้งก็หล่อเลี้ยงเรือกสวนไร่นา คุ้มครองราษฎรในถิ่นนั้น เช่นนี้ จึงจะเรียกได้ว่าเป็นเทพสวรรค์"
โอรสสวรรค์โจวได้ฟัง ก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า "พี่สวี่ ท่านเกิดมามีกระดูกกบฏ ซ้ำยังใหญ่โตปานตะกร้า"
ราชครูเจียงหัวเราะ "ฝ่าบาท กระหม่อมคิดว่าเขาคือคนที่งอกออกมาจากกระดูกกบฏต่างหากพ่ะย่ะค่ะ หากงัดร่างกายของเขาดูคงจะพบว่า กระดูกทั้งร่างของคนผู้นี้ล้วนงอกกลับหัวกลับหางทั้งสิ้น"
สวี่อิงไม่เข้าใจนัก พึมพำว่า "แต่ว่า เทพสวรรค์ที่กุมอำนาจวิถีสวรรค์ ก็สมควรจะเป็นเช่นนี้มิใช่หรือ?"







