74. บทที่ 74 เดินทางไปกับม่านหมอก ทว่านี่คือการขับรถวิบาก!
ทางตอนเหนือของพื้นที่ชานเมือง อ้ายลั่วตี้กำลังขับรถพุ่งทะยานไปข้างหน้าท่ามกลางเขตม่านหมอก
"ทำไมพวกเราถึงยังไม่ออกจากเขตม่านหมอกอีก นายแน่ใจนะว่าไม่ได้ดูทิศทางผิด" เธอทนรับแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงพลางตะโกนเสียงดัง
ก็โทษไม่ได้ที่เธอต้องตะโกน เพราะประสิทธิภาพการเก็บเสียงของรถคันนี้แทบจะเท่ากับศูนย์ ข้างนอกเสียงดังแค่ไหน ในรถก็เสียงดังเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากวิ่งบนถนนที่ขรุขระมาได้สักพัก รถทั้งคันก็ราวกับจะพังทลายลงมา เสียงแปลกประหลาดดังลั่นไปทั่วทุกสารทิศ
"ฉันจะไปรู้ได้ยังไง! แต่ทิศทางไม่ผิดแน่!"
คนที่นั่งอยู่เบาะหน้าข้างคนขับคอยนำทางให้เธอ ก็คือเฉาหยาง เดิมทีเขาวางแผนจะซ่อนตัวนั่งอยู่ท้ายรถ แต่ตอนนี้ผู้โดยสารมีแค่อ้ายลั่วตี้เพียงคนเดียว เขาจึงขี้เกียจสิ้นเปลืองพลังปรารถนาเพื่อพรางตัวอีกต่อไป
เฉาหยางไม่สามารถมองทะลุม่านหมอกได้ แต่เขากลับใช้วิธีพลิกแพลงเพื่อระบุทิศทาง
นั่นก็คือร่างแยก
ตามกำหนดการที่วางไว้ล่วงหน้า ตันเอินกับจูตี๋จะเช่าเรือลำเล็กมารอรับพวกเขาที่ชายหาดทางฝั่งตะวันตกก่อนเวลา และร่างแยกก็จะขึ้นเรือไปพร้อมกับนักข่าวด้วย
ส่วนใหญ่แล้ว ร่างแยกมักจะอยู่นิ่งไม่ไหวติง โดยเฉพาะเวลาที่เขาต้องรวบรวมสมาธิไปจดจ่อกับสถานการณ์ของบรรดาผู้เล่น
ทว่าเรื่องนี้ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการให้ร่างแยกทำหน้าที่เป็นสัญญาณระบุตำแหน่งที่แม่นยำที่สุดแต่อย่างใด
ตราบใดที่การเชื่อมต่อทางจิตยังคงอยู่ เขาก็สามารถล็อกตำแหน่งของร่างแยกได้ตลอดเวลา และคอยบอกให้อ้ายลั่วตี้มุ่งหน้าไปในทิศทางที่ถูกต้องอยู่เสมอ
"ระวังข้างหน้า!" ทันใดนั้นเฉาหยางก็สังเกตเห็นหลุมขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นท่ามกลางม่านหมอก!
"เวรเอ๊ย!" ในยามคับขัน อ้ายลั่วตี้ถึงกับหลุดสบถภาษาแม่ของตัวเองออกมา ระยะห่างแค่นี้มันใกล้เกินไป หักพวงมาลัยก็ไม่ทันแล้ว เธอจึงตัดสินใจเหยียบคันเร่งจนมิด!
ในช่วงพริบตานั้น รถยนต์ราวกับบินทะยานขึ้นไปในอากาศ!
"อ๊ากกกกก "
ทั้งสองคนต่างก็ส่งเสียงร้องลั่น!
เฉาหยางพบด้วยความรันทดว่า พลังแห่งเล่ห์เหลี่ยมสารพัดของปีศาจกลับไร้ประโยชน์ในสถานการณ์แบบนี้ สิ่งเดียวที่เขาทำได้ ก็คือการจับที่จับประตูรถเอาไว้ให้แน่น!
ตึง !
รถยนต์กระแทกลงกับพื้นอย่างแรง ก่อนจะเด้งลอยขึ้นมาอีกครั้ง ช่วงล่างรถส่งเสียงเสียดสีดังแสบแก้วหู!
"พะ... พวงมาลัยไม่ทำงานแล้ว!" อ้ายลั่วตี้ร้องโอดครวญ
"อย่าลนลาน ประคองรถไว้!" เฉาหยางรีบวางมือทาบลงบนพื้นรถ เร่งเร้าพลังแห่งการคัดลอกของตัวเอง ซ่อมแซมระบบพวงมาลัยที่พังเสียหายให้กลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์ไร้ที่ติอีกครั้ง "เป็นยังไงบ้าง"
"พระเจ้าช่วย... มันใช้ได้แล้ว" หญิงสาวรีบประคองตัวรถให้มั่นคง "นายซ่อมรถได้ในพริบตาเลยงั้นเหรอ"
"รถคันนี้สร้างขึ้นจากพลังปรารถนาแต่แรกแล้ว ถ้าเป็นวัตถุทั่วไปฉันก็คงทำไม่ได้หรอก" เฉาหยางถอนหายใจยาว ตอนนี้คนที่นั่งรถอยู่คือร่างต้น เขาไม่อยากให้อุตส่าห์แก้ปัญหาเรื่องการเอาชีวิตรอดมาได้อย่างยากลำบาก ทว่าอนาคตอันสดใสกลับต้องมาพังทลายลงเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์
"นายเสกรถหุ้มเกราะออกมาไม่ได้หรือไง! หรือไม่ก็เป็นรถยนต์สมัยใหม่ก็ยังดีนะ!" อ้ายลั่วตี้บ่นอุบ "ฉันเห็นด้วยกับสิ่งที่คนรัสเซียคนนั้นพูดนะ ทำไมนายถึงต้องเลือกรถรุ่นคุณปู่ด้วยเนี่ย"
"คิดว่าฉันอยากเลือกหรือไง!" เฉาหยางสวนกลับอย่างฉุนเฉียว "โลกนี้ไม่มีไฟฟ้า เข้าใจไหม ไม่มีไฟฟ้า!"
"ไม่มี... อะไรนะ" อ้ายลั่วตี้ยังไม่ทันตั้งตัว
"ไม่มีไฟฟ้า! ไม่ใช่แค่หลอดไฟหรือแบตเตอรี่นะ แต่ตราบใดที่เป็นของที่ใช้ไฟฟ้า ก็ไม่มีทางสร้างขึ้นมาใหม่ได้!" เฉาหยางตะโกนลั่น "ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ บางทีไฟฟ้าของโลกอาจจะถูกพกพามายังโลกนี้ไม่ได้มั้ง!"
"หา?" อ้ายลั่วตี้ทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ "ถึงฉันจะเคยดรอปเรียนกลางคัน แต่ปกติฉันก็อ่านหนังสือมาไม่น้อยนะ! ไฟฟ้าไม่ใช่คุณสมบัติพื้นฐานของสสารหรือไง"
"เธอมาถามฉัน แล้วฉันจะไปถามใครล่ะ!" เฉาหยางเลือกที่จะปล่อยจอยดื้อ ๆ "ขนาดไฟฟ้ายังไม่มี เธอจะไปสังเกตเห็นโครงสร้างอะตอมได้ยังไงกัน สรุปก็คือ โลกใบนี้ดูเหมือนเป็นอีกด้านหนึ่งของโลก แต่โดยเนื้อแท้แล้วมันมีความแตกต่างกันอยู่! อย่างเช่นกลไกอัศจรรย์ที่ฉันเพิ่งพูดถึง บางอย่างก็ล้ำหน้าเกินระดับปัญญาประดิษฐ์ไปแล้วด้วยซ้ำ!"
"...จริงดิ?"
"รอให้เรื่องนี้จบก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันจะพาเธอไปเปิดหูเปิดตา!"
"เอาสิ ตกลงตามนี้ ฉันก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่าเทคโนโลยีในยุคไอน้ำเนี่ย จะมีปัญญาประดิษฐ์แบบไหนกัน! หวังว่าที่นายพูดมา คงไม่ใช่ประเภทที่ยิ่งใช้แรงงานคนเยอะก็ยิ่งฉลาดอะไรทำนองนั้นหรอกนะ ระวัง หลุมมาอีกแล้ว!"
เฉาหยางไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องจับที่จับประตูให้แน่นอีกครั้ง เพื่อรอรับการพุ่งทะยานที่กำลังจะมาถึง
ทว่าในครั้งนี้ อ้ายลั่วตี้ไม่ได้กรีดร้องอีกต่อไป แต่เธอกลับหัวเราะร่าท้าสายลม!
ทั้งขับรถและซ่อมรถไปตลอดทางเช่นนี้ ในที่สุดรถรุ่นคุณปู่คันนี้ก็ไม่ได้พังทลายลง และเมื่อพวกเขารู้สึกว่าโลกเบื้องหน้าเปิดกว้างขึ้นในฉับพลัน ท้องทะเลที่สะท้อนแสงจันทร์เป็นประกายระยิบระยับก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของพวกเขาแล้ว
"พวกเราออกมาได้แล้ว! เรืออยู่ไหนล่ะ"
"ขับตรงไปข้างหน้าอีกสักหนึ่งกิโลเมตร ตรงนั้นมีเขตน่านน้ำตื้นที่เหมาะแก่การเทียบท่าอยู่"
"รับทราบ" อ้ายลั่วตี้ลดกระจกลง มือข้างหนึ่งพาดไว้บนประตูรถ สายลมยามเย็นที่พัดโชยมาปะทะใบหน้าทำให้เส้นผมของเธอปลิวไสว ดูผ่อนคลายอย่างหาเปรียบไม่ได้
เฉาหยางหัวเราะพลางส่ายหน้า "ถึงจะรู้สึกว่าเธออารมณ์ดี แต่เดี๋ยวก็จำไว้ว่าต้องสำรวมหน่อยนะ อย่าลืมล่ะว่าพวกเราเพิ่งจะ 'เสียสละ' สหายร่วมรบไปอีกสามคน"
"เอ่อ..." อ้ายลั่วตี้เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังมีเรื่องนี้อยู่ "ขืนอัตราการตายของพวกเรายังเป็นแบบนี้ ต่อให้นายมีคนเป็นกองทหาร ก็คงทนรับความสูญเสียไม่ไหวหรอกมั้ง คนในพื้นที่ต้องสงสัยแน่ ๆ"
"เรื่องความสงสัยนั่นเอาไว้ทีหลัง อย่างน้อยตอนนี้การปฏิบัติกับบรรดาผู้เล่นเหมือนเป็นของใช้แล้วทิ้งก็ถือว่าคุ้มค่าที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น การให้พวกเขาออฟไลน์ตรงนั้น อาวุธและอุปกรณ์ต่าง ๆ ก็จะหายไปด้วย ผู้คนบนโลกนี้ถึงจะสืบสาวมาถึงตัวฉันได้ยากขึ้นยังไงล่ะ"
"อา... ความคุ้มค่า เกือบลืมไปเลยว่านายเป็นปีศาจน่ะ" อ้ายลั่วตี้ยักไหล่
เฉาหยางเหลือบมองเธออย่างสนใจ "ถ้าฉันไม่อยู่แล้ว ใครจะมาเป็นคนดึงพลังของเธอออกมาใช้ล่ะ"
หากเป็นนางฟ้าคนก่อนหน้านี้ คงจะต้องเอ่ยปากโต้แย้งประโยคนี้อย่างแน่นอน แต่ในครั้งนี้ อ้ายลั่วตี้กลับเลือกที่จะเงียบอย่างผิดคาด
ไม่นานนัก รถยนต์ก็แล่นเข้าสู่บริเวณชายหาด
อ้ายลั่วตี้ก็สังเกตเห็นเรือลำเล็กที่จอดเทียบท่าอยู่เป็นคนแรกเช่นกัน
"ลำนั้นหรือเปล่า"
เธอถามไปพักหนึ่งก็ยังไม่ได้รับคำตอบ เมื่อหันไปมองยังเบาะข้างคนขับ ถึงได้พบว่าเฉาหยางซ่อนตัวพรางกาย จนไม่สามารถมองเห็นได้แล้ว
"เอาเถอะ หลังจากนี้ฉันจัดการเอง" อ้ายลั่วตี้บ่นพึมพำ ก่อนจะจอดรถไว้ริมเขตน้ำตื้น
จูตี๋รีบวิ่งตรงเข้ามาเป็นคนแรก
ถึงจะดูออกว่าเธอให้ความสนใจกับเครื่องจักรสี่ล้ออันแปลกตานี้มาก แต่เธอก็ยังเบนสายตาไปที่คนในรถก่อน "เป็นยังไงบ้าง... ระหว่างทางราบรื่นดีไหม ทำไมถึงมีแค่เธอคนเดียวล่ะ แล้วพวกจางเฉียงล่ะ"
"พวกเขา... เอ่อ พวกเขาตัดสินใจรั้งท้ายให้ แล้วค่อยแยกย้ายกันถอยร่นตามมาทีหลังน่ะ" อ้ายลั่วตี้ลังเลอยู่นาน ในที่สุดก็ไม่สามารถบอกจูตี๋ไปตรง ๆ ได้ว่าพวกเขาล้วนเลือกที่จะ "ยอมตายในหน้าที่ตรงนั้น" "สรุปก็คือ... ฉันเชื่อว่าพวกเขาจะกลับมา เพียงแต่ไม่ใช่ตอนนี้เท่านั้นเอง"
"งั้นเหรอ" จูตี๋แสดงออกชัดเจนว่าไม่ค่อยเชื่อนัก แววตาของเธอแฝงความหนักอึ้งขึ้นมาวูบหนึ่ง "หวังว่าเจ้าแห่งดินแดนหรรษาจะคุ้มครองให้พวกเขาปลอดภัยนะ"
"คนคนนี้คือใครกัน" นักสืบเฉาหยางเดินตามมาติด ๆ เขาแสร้งทำเป็นประหลาดใจเมื่อมองไปที่คนเจ็บซึ่งนั่งอยู่เบาะหลัง "พวกเธอได้เงินค่าจ้างของการทำเหมืองเกาเทียนมาหรือเปล่า"
อ้ายลั่วตี้อดยอมรับไม่ได้ว่าความรู้สึกแบบนี้มันแปลกประหลาดมาก เพราะเธอเพิ่งจะตีฝ่าวงล้อมมากับร่างต้นของเฉาหยางตลอดทาง แต่ตอนนี้กลับต้องมาเผชิญหน้ากับร่างแยกของเฉาหยางที่จงใจแสร้งทำเป็นคนแปลกหน้า แต่บางทีนี่แหละมั้งคือปีศาจ ผู้ซึ่งเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวอยู่เสมอ "ได้มาแล้ว อยู่ในกระโปรงท้ายรถทั้งหมดนั่นแหละ ที่นี่ไม่ใช่ที่คุยกัน พวกเรากลับไปที่ป้อมรุ่งโรจน์กันก่อนเถอะ... อีกอย่าง คนคนนี้ก็บาดเจ็บสาหัสมาก ต้องได้รับการรักษาโดยเร็วที่สุด"
"ก็จริงนะ หมอกพวกนี้ดูผิดปกติชัด ๆ พวกเรารีบไปจากที่นี่ก่อนแล้วค่อยว่ากันเถอะ" จูตี๋สูดหายใจเข้าลึก ๆ ราวกับกำลังบังคับตัวเองให้เข้มแข็งขึ้น "แล้วยานพาหนะคันนี้ล่ะ..."
"จะทิ้งหลักฐานไว้ไม่ได้ ฉันจะขับมันลงทะเลไปเลย แบบนี้ก็ไม่มีใครหามันเจออีกแล้ว" อ้ายลั่วตี้ตอบกลับอย่างจริงจัง







