การเกิดใหม่ของยักษ์ใหญ่การเงิน · khram
ตอนที่ 202
บทที่ 202 การประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีของเทียนเซิ่งแคปปิตอล
เมื่อเข้าสู่เดือนพฤษภาคม การปรับฐานของเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์ก็เริ่มทรงตัว ที่ระดับ 9200 จุดมีแนวรับที่แข็งแกร่ง แม้จะถูกทดสอบถึงสามครั้งแต่ก็ไม่หลุดแนวรับ ซึ่งบ่งบอกชัดเจนว่าระดับราคานี้ได้รับการยอมรับจากตลาดแล้ว
ในขณะเดียวกัน เมื่อดูจากกราฟระดับสัปดาห์ เทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์ไม่ได้สร้างแท่งเทียนแดงในระดับสัปดาห์เป็นแท่งที่ห้า โดยหยุดอยู่ที่การลงติดต่อกันสี่สัปดาห์ และหลังจากปิดตลาดในสัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคม ก็ได้สร้างแท่งเทียนระดับสัปดาห์เป็นรูปโดจิสีแดงขึ้นมา
เทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์สิ้นสุดการพักตัว และเริ่มเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่
ทว่าการปรับตัวขึ้นของเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์ยังคงเชื่องช้าเหมือนที่ผ่านมา ช้าเสียจนทำเอานักลงทุนรายย่อยที่ไม่มีกำลังซื้ออดรุ่มร้อนใจแทนไม่ได้ แม้จะซื้อไม่ไหว แต่นักลงทุนรายย่อยก็ยังหวังให้เทียนเซิ่งแสดงความแข็งแกร่งออกมา สร้างแรงส่งขาขึ้นครั้งใหญ่เพื่อดึงอารมณ์ของกลุ่มอุตสาหกรรมหลักทรัพย์ให้คึกคักตามไปด้วย
แต่ในความเป็นจริงแล้ว เมื่อดูจากกราฟระดับวัน การเคลื่อนไหวของเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์นั้นมีทั้งขึ้นหนึ่งวันลงหนึ่งวัน ขึ้นสองวันลงหนึ่งวัน ขึ้นหนึ่งวันลงสองวัน ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ในเดือนพฤษภาคม เทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์พุ่งขึ้นมาเบาะๆ +0.4% โดยมีความผันผวนตลอดทั้งสัปดาห์เพียง 2.1% ทำเอานักลงทุนรายย่อยเห็นแล้วถึงกับหมดอาลัยตายอยาก
ด้วยทิศทางราคาหุ้นของเทียนเซิ่งที่เป็นเช่นนี้ อย่าว่าแต่หุ้นละกว่า 9,000 หยวนเลย ต่อให้ลดราคาลงมาเหลือ 90 หยวน ก็คงมีนักลงทุนรายย่อยเพียงไม่กี่คนที่ทนถือไว้ได้ อุตส่าห์ปรับขึ้นมาได้นิดหน่อย วันรุ่งขึ้นก็ร่วงกลับไปอีก มีไม่กี่คนหรอกที่จะทนรับความทรมานเช่นนี้ได้
ทว่าในความเป็นจริง การทดสอบแนวรับของเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์นั้นไม่เคยหลุดจุดต่ำสุดเดิม ฐานราคาค่อยๆ ยกตัวสูงขึ้นอย่างแท้จริง และปริมาณหุ้นที่ฐานราคาก็แทบไม่มีการขยับเขยื้อน ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากลุ่มที่ได้กำไรยังไม่ต้องการเทขายทำกำไรออกไป
ก็น่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์ถือเป็นหุ้นตัวแทนของสถาบันที่มักจะมีสถาบันต่างๆ แห่กันเข้ามาถือครอง
……
หลังจากเหล่าหยางรับประทานอาหารร่วมกับทุกคนเสร็จ เขาก็ไม่ได้กลับไปยังเมืองที่ตนอาศัยอยู่ แต่จองตั๋วเครื่องบินบินตรงไปยังหนิงโจว นอกจากนี้ยังมีพี่แปดพันและคนอื่นๆ อีกหกเจ็ดคนที่เดินทางไปหนิงโจวพร้อมกับเขาด้วย
พวกเขาไปเมืองหนิงโจวเพื่อเข้าร่วมการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีของเทียนเซิ่งแคปปิตอลที่จะจัดขึ้นในเดือนพฤษภาคม ซึ่งการประชุมผู้ถือหุ้นตามวาระปกติของบริษัทจดทะเบียนจะต้องจัดขึ้นปีละครั้ง
ช่วงถามตอบในการประชุมผู้ถือหุ้นจะได้รับคำตอบจากลู่หมิงโดยตรง แนวคิดและมุมมองของผู้ยิ่งใหญ่ระดับนี้ไม่มีเหตุผลใดที่จะมองข้ามไปได้ อีกทั้งการประชุมผู้ถือหุ้นยังเป็นช่องทางสำคัญในการทำความเข้าใจสถานการณ์พื้นฐานของเทียนเซิ่งแคปปิตอล เหล่าหยางผู้ถือหุ้นเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์ไว้เป็นจำนวนมากย่อมไม่ยอมพลาดงานนี้อย่างแน่นอน
ทันทีที่เหล่าหยางและคณะเดินทางมาถึงหนิงโจว พวกเขาก็เข้าพักชั่วคราวในโรงแรมท้องถิ่นแห่งหนึ่ง การประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีของเทียนเซิ่งแคปปิตอลยังมีเวลาอีกสองวันกว่าจะเริ่มขึ้น
ในช่วงสองวันที่ว่างเว้นจากธุระ เหล่าหยางก็ได้เดินเล่นชมเมืองหนิงโจว
นี่คือเมืองที่มีศักยภาพในการพัฒนาสูงมาก เหล่าหยาง พี่แปดพัน และคนอื่นๆ ได้เดินทางไปยังศูนย์กลางการเงินแห่งใหม่หนิงโจว โดยมีจุดประสงค์เพื่อไปดูสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของเทียนเซิ่งแคปปิตอลที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง
"นี่คือสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของเทียนเซิ่งแคปปิตอลงั้นหรือ?" พี่แปดพันที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของถนนการเงินแห่งใหม่มองทอดสายตาไปยังกลุ่มอาคารเบื้องหน้าที่กำลังก่อสร้างกันอย่างคึกคัก สายตาของทุกคนต่างจับจ้องไปที่สถาปัตยกรรมแลนด์มาร์กอันโดดเด่น ซึ่งนั่นก็คือสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของเทียนเซิ่งแคปปิตอล
"ได้ยินมาว่านี่คือโครงการแรกของกลุ่มบริษัทตระกูลอันในการรุกเข้าสู่วงการอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ สมกับเป็นกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ มีเงินทุนหนา ลงมือทำทั้งทีก็ไม่ธรรมดาเลย" เหล่าหยางอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชื่นชม โครงการที่ใหญ่ที่สุดของศูนย์กลางการเงินแห่งใหม่หนิงโจวคือการสร้างสำนักงานใหญ่หรือสาขาย่อยของบริษัทขนาดใหญ่ถึง 50 แห่ง ซึ่งเทียนเซิ่งแคปปิตอลก็เป็นเพียงหนึ่งในนั้น
พื้นที่ของศูนย์กลางการเงินแห่งใหม่อยู่ติดกับแกนกลางวัฒนธรรมและธุรกิจของหนิงโจว รวมถึงแนวภูมิทัศน์เชิงนิเวศของแม่น้ำสายหลัก ใกล้กับรถไฟใต้ดินสาย 11 และสาย 6 สำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของเทียนเซิ่งแคปปิตอลไม่ใช่อาคารที่สูงที่สุด เมื่อต้องเผชิญกับโครงสร้างเมืองที่ซับซ้อน ความสูงจึงไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ทำให้สถาปัตยกรรมกลายเป็นแลนด์มาร์กที่เป็นหน้าเป็นตาของเมือง
สำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของเทียนเซิ่งแคปปิตอลได้รับการออกแบบเชิงนิเวศวิทยาที่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ สร้างสวนสำนักงานแบบเปิดโล่งท่ามกลางความหนาแน่นสูง การออกแบบอิงตามความต้องการด้านประโยชน์ใช้สอย โดยจัดรูปแบบให้ค่อยๆ เปิดโล่งจากบนลงล่าง เช่น ประตูใหญ่ที่หันหน้าเข้าหาแม่น้ำสายใหญ่ เป็นการแสดงออกถึงแนวคิดของความเปิดกว้างและเปิดรับ พื้นที่เปิดโล่งบริเวณส่วนกลางของตัวอาคารมีการสอดแทรกระเบียงพักผ่อนสีเขียว สวนดาดฟ้า รวมถึงพื้นที่สร้างสรรค์อันเป็นเอกลักษณ์อย่างตึกทรงกล่องสี่เหลี่ยมและตึกศิลปะ ก่อให้เกิดพื้นที่ปฏิสัมพันธ์สาธารณะท่ามกลางพื้นที่สีเขียวแนวตั้งที่ต่อเนื่องกัน
ส่วนฐานของอาคารเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์สองชั้น ส่วนด้านบนเป็นพื้นที่สำนักงาน ซึ่งแบ่งออกเป็นโซนต่ำและโซนสูง โซนต่ำของอาคารได้รับการออกแบบให้เชื่อมต่อกับเมืองอย่างใกล้ชิด หันหน้าเข้าหาจัตุรัสวัฒนธรรมเมืองหนิงโจว ทำให้สามารถดื่มด่ำกับภูมิทัศน์พื้นที่สีเขียวของเมืองได้อย่างเต็มที่ ในขณะที่โซนสูงซึ่งมีวิสัยทัศน์กว้างไกลจะลาดเอียงไปทางทิศตะวันออกเพื่อทอดสายตาชมความงามของคุ้งน้ำหนิงโจว
ศูนย์กลางการเงินแห่งใหม่หนิงโจวเริ่มดำเนินการก่อสร้างมาได้ปีกว่าแล้ว ความเร็วในการก่อสร้างเป็นไปอย่างรวดเร็วมาก ทว่ายังเร็วเกินไปที่เทียนเซิ่งแคปปิตอลจะย้ายเข้าสู่สำนักงานใหญ่แห่งใหม่นี้
……
วันศุกร์ที่ 5 พฤษภาคม
การประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีของเทียนเซิ่งแคปปิตอลจัดขึ้นในวันนี้ เหล่าหยาง พี่แปดพัน และคนอื่นๆ ที่เข้าร่วมการประชุมต่างก็ออกจากโรงแรมกันแต่เช้าตรู่ มุ่งหน้าไปยังสำนักงานใหญ่ของเทียนเซิ่งแคปปิตอลในปัจจุบัน
การประชุมผู้ถือหุ้นจะเริ่มขึ้นในเวลาเก้าโมงตรง ผู้ถือหุ้นจากทั่วทุกสารทิศต่างเดินทางมาถึงตึกธุรกิจหัวเหลียนในเวลาประมาณแปดโมงและเริ่มทยอยเข้าสู่งาน
เหล่าหยางและคณะเข้าสู่งานตามขั้นตอน นอกจากนี้ยังมีบริษัทหลักทรัพย์รายใหญ่และสื่อมวลชนสายการเงินต่างก็ทยอยเข้าสู่งานเช่นกัน
นับจนถึงสิ้นไตรมาสแรกของปีนี้ เทียนเซิ่งแคปปิตอลมีจำนวนผู้ถือหุ้นทั้งสิ้น 8,926 บัญชี ซึ่งเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่แล้ว เมื่อเทียบกับบริษัทจดทะเบียนอย่างจิงต้งฟาง A ที่มีนักลงทุนรายย่อยแห่กันเข้ามาจนมีจำนวนบัญชีผู้ถือหุ้นมากถึงหลักแสนหรือหลักล้านแล้ว จำนวนบัญชีผู้ถือหุ้นของเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์ถือว่าน้อยไปสักหน่อยจริงๆ
ในตอนนี้ต้นทุนในการซื้อหนึ่งล็อตแทบจะเท่ากับการซื้อบ้านด้วยเงินสดทั้งหลัง ราคาหุ้นที่แพงลิ่วได้สกัดกั้นนักลงทุนรายย่อยส่วนใหญ่ออกไป การที่จำนวนผู้ถือหุ้นมีน้อยจึงถือเป็นเรื่องปกติอย่างยิ่ง
หลังจากเหล่าหยางและคณะเข้ามาในสถานที่จัดงาน พวกเขาก็นั่งลงในตำแหน่งที่กำหนดไว้เพื่อรอให้การประชุมเริ่มขึ้น ตอนนี้ผู้ถือหุ้นและสื่อมวลชนสายต่างๆ ที่รีบเดินทางมายังสถานที่จัดงานได้ทยอยเข้ามากันแล้ว ห้องโถงประชุมสามารถรองรับคนได้ประมาณ 2,000 คน โดยมีผู้ถือหุ้นมาร่วมงานประมาณ 1,300 คน
สถาบันที่ถือหุ้นเทียนเซิ่งโฮลดิ้งส์ส่วนใหญ่ต่างก็ส่งตัวแทนมาร่วมประชุมกันทั้งนั้น ส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อยขนาดกลางและขนาดย่อมมากันค่อนข้างน้อย เดิมทีจำนวนผู้ถือหุ้นก็มีไม่มากอยู่แล้ว แต่การประชุมผู้ถือหุ้นก็จะมีการถ่ายทอดสดทางอินเทอร์เน็ตด้วย โดยสามารถรับชมได้โดยตรงที่เว็บไซต์ทางการของเทียนเซิ่งแคปปิตอล และซอฟต์แวร์ตลาดหุ้นบางตัวก็มีลิงก์หน้าเฉพาะกิจไว้ให้ด้วย
เมื่อเหลือเวลาอีกประมาณสิบนาทีก็จะเริ่มการประชุม ลู่หมิงและคณะกรรมการบริหารของบริษัทก็เดินเข้ามาในห้องโถง เสียงพูดคุยที่ค่อนข้างดังจอแจในตอนแรกก็ค่อยๆ เงียบลง สายตาของทุกคนต่างจับจ้องไปยังลู่หมิงและคณะกรรมการบริหารที่นั่งอยู่ในโซนที่นั่งแถวแยกต่างหากซึ่งหันหน้าเข้าหาที่ประชุม
เมื่อพี่แปดพันในวัยเกือบ 40 ปีเห็นลู่หมิง เขาก็มองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความทึ่ง และอดไม่ได้ที่จะกระซิบออกมาว่า "ในบรรดาคนทั้งหมดที่นี่ ลู่หมิงน่าจะอายุน้อยที่สุดแล้วมั้ง จุ๊ๆๆ... อายุ 25 ปีก็สามารถบริหารเงินระดับล้านล้านได้แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะความจริงปรากฏอยู่ตรงหน้า ต่อให้ใครพูดอะไรผมก็ไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด"
เหล่าหยางหันหน้าไปกระซิบพร้อมกับหัวเราะเบาๆ "เขาเกิดมาเพื่อกินข้าวหม้อนี้โดยเฉพาะ เอาไปเปรียบเทียบกันไม่ได้หรอก"
พี่แปดพันที่เคยไล่ซื้อตอนหุ้นขึ้นและเทขายตอนหุ้นตกก็ยอมรับความจริงเช่นกัน ความแตกต่างระหว่างคนเรา มีเพียงคำว่า "พรสวรรค์" คั่นกลางอยู่ โลกใบนี้ช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย ช่องว่างที่เกิดจากสิ่งที่มีมาแต่กำเนิดอย่างพรสวรรค์นั้น ไม่ใช่สิ่งที่จะชดเชยได้ด้วยความพยายามจริงๆ
เมื่อเวลามาถึงเก้าโมงตรง การประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีก็เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ ผู้เข้าร่วมประชุมต่างก็เงียบเสียงลง
การประชุมผู้ถือหุ้นในครั้งนี้ นอกจากการจัดการประชุมตามวาระประจำปีแล้ว ลู่หมิงยังต้องอาศัยการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อแสดงอิทธิพลของตนเองสักหน่อย เพื่อนำจังหวะของตลาดหุ้น A-Share เนื่องจากเทียนเซิ่งจงเสี่ยวผาน 300 ยังมีสัดส่วนการลงทุนเหลืออีกราวหนึ่งในสามที่ยังไม่ได้อัดฉีดเข้าไป
อัตราการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นในครั้งนี้สูงถึง 87.65% ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจอะไร และไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าผู้ถือหุ้นของเทียนเซิ่งแคปปิตอลกระตือรือร้นที่จะเข้าร่วมการประชุมมากขนาดนั้น จากบัญชีผู้ถือหุ้นกว่า 8,000 บัญชี มีผู้มาร่วมประชุมเพียงพันกว่าคนเท่านั้น
อัตราการเข้าร่วมประชุมไม่ได้นับตามจำนวนคน แต่นับตามสัดส่วนการถือหุ้นที่มีสิทธิ์ออกเสียงอย่างถูกต้อง ลู่หมิงเพียงคนเดียวก็ถือหุ้นในสัดส่วนถึง 55% แล้ว ย่อมทำให้เกิดสถานการณ์ที่อัตราการเข้าร่วมประชุมสูงลิ่วเป็นธรรมดา
งานประชุมได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ภายใต้กล้องถ่ายทอดสด ลู่หมิงขยับไมโครโฟนประชุมเล็กน้อย จากนั้นเสียงของเขาก็ดังก้องไปทั่วห้องโถงประชุม
……







