(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 361
บทที่ 361 ครอบครัวฝั่งภรรยาสุดพิลึก น้องเมียตัวแสบที่คอยสูบเลือดพี่เขย
"เมียเขาอาจจะเข้าสู่วัยทองแล้วก็ได้ ผู้หญิงวัยทองจะอ่อนไหวมาก เป็นไปได้ไหมว่านี่คือสาเหตุ?"
"ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ก็ควรจะอธิบายให้ฟังบ้างสิ"
"เป็นโสดไปตลอดชีวิต จะได้ไม่ต้องมาเจอเรื่องปวดหัวแบบนี้"
"หรือว่าเมียเขาจะเป็นโรคร้ายแรงอะไรสักอย่าง เลยไม่อยากเป็นภาระของครอบครัว ก็เลยเลือกที่จะหย่า?"
"คอมเมนต์บนเพิ่งเข้ามาดูใช่ไหม ลุงเขาบอกตั้งแต่แรกแล้วว่า หลังจากดิ้นรนมาตลอดยี่สิบปี ที่บ้านก็มีทรัพย์สินตั้งสิบยี่สิบล้าน"
การคาดเดาต่างๆ นานาปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
ทว่าการคาดเดาเหล่านี้ 'มองทะลุความเปลี่ยนแปลงของกาลเวลา' ล้วนเคยคิดมาหมดแล้ว
แถมเขายังเคยถามภรรยามาแล้วด้วย
คำตอบที่ได้รับคือไม่มีคำตอบ
เมื่อเห็นว่า 'มองทะลุความเปลี่ยนแปลงของกาลเวลา' ใกล้จะร้องไห้ ชาวเน็ตก็พากันส่งคอมเมนต์มาปลอบใจ
พวกเขาเดาไม่ออก ก็ไม่ได้แปลว่าเฉินหยูจะไม่รู้
'มองทะลุความเปลี่ยนแปลงของกาลเวลา' มาปรึกษาเฉินหยู จะต้องได้คำตอบอย่างแน่นอน
"ขอบคุณทุกคนที่ปลอบใจครับ หมอเฉิน คุณรีบบอกผมมาเถอะ"
"ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลอะไร ผมก็รับได้ทั้งนั้น"
'มองทะลุความเปลี่ยนแปลงของกาลเวลา' ขยี้ตาตัวเอง
เขาขอแค่เหตุผลเดียวเท่านั้น
ภรรยาร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเขามาตั้งหลายปี
จากสาวสวยหุ่นดี กลายมาเป็นแม่บ้าน
ถ้าหากเธออยากไปตามหาความสุขใหม่ 'มองทะลุความเปลี่ยนแปลงของกาลเวลา' ก็พร้อมที่จะปล่อยมืออย่างแน่นอน
เฉินหยูพูดขึ้น "คุณอยากให้ผมบอกอะไรล่ะ? ทำไมภรรยาของคุณถึงยืนกรานที่จะหย่ากับคุณ? หรือว่าเธอมีคนอื่นอยู่ข้างนอก?"
"ที่เธอยืนกรานจะหย่ากับผม ไม่ใช่เพราะมีคนอื่นอยู่ข้างนอกหรอกเหรอครับ?"
'มองทะลุความเปลี่ยนแปลงของกาลเวลา' ถามด้วยความประหลาดใจ
ก่อนหน้านี้ เขาเคยคิดถึงความเป็นไปได้นับไม่ถ้วน
และคิดว่าการนอกใจคือความเป็นไปได้มากที่สุด
ไม่คิดเลยว่า เฉินหยูจะแบ่งปัญหานี้ออกเป็นสองเรื่องเพื่อถามเขา
เฉินหยูพูดว่า "ที่ภรรยาของคุณเลือกจะหย่ากับคุณ ไม่ใช่เพราะเธอมีคนอื่น"
"แต่เป็นเพราะลูกชายและน้องเมียของคุณต่างหาก"
'มองทะลุความเปลี่ยนแปลงของกาลเวลา' มีสีหน้างุนงง
เห็นๆ อยู่ว่ากำลังพูดเรื่องทำไมภรรยาถึงอยากหย่ากับตัวเอง
ทำไมจู่ๆ ถึงไปโยงเข้ากับลูกชายและน้องเมียได้ล่ะ?
เฉินหยูถามกลับ "เมื่อหลายปีก่อน คุณเคยมีความสงสัยบางอย่าง และแอบทำการทดสอบเล็กๆ ครั้งหนึ่งใช่ไหม"
'มองทะลุความเปลี่ยนแปลงของกาลเวลา' ใจกระตุกวูบ
คาดไม่ถึงว่าเรื่องแบบนี้ เฉินหยูก็รู้ด้วย
ใจหนึ่งก็ไม่อยากพูด แต่อีกใจก็กลัวว่าจะทำให้เฉินหยูไม่พอใจ แล้วจะไม่ยอมบอกความจริงกับตน
'มองทะลุความเปลี่ยนแปลงของกาลเวลา' พูดด้วยความกระอักกระอ่วน "เมื่อหลายปีก่อน ผมมีความสงสัยอยู่เรื่องหนึ่งจริงๆ ครับ"
"ผมหน้าตาซูบผอม รูปร่างหน้าตาก็ไม่ได้โดดเด่นอะไร"
"แต่ลูกชายของผมกลับเหมือนดาราหนัง หน้าตาหล่อเหลา รูปร่างสูงใหญ่"
"พอเขาโตขึ้นเรื่อยๆ ผมก็ยิ่งรู้สึกว่า เขาไม่เหมือนลูกแท้ๆ ของผมเลย"
"เพื่อนบ้านแล้วก็เพื่อนๆ รอบตัว ก็มักจะเอาเรื่องนี้ไปซุบซิบนินทากันอยู่บ่อยๆ"
เฉินหยูถามยิ้มๆ "แล้วใครกันล่ะ ที่เป็นคนช่วยคุณไขข้อสงสัยนี้"
"น้องเมียผมเองครับ"
พอพูดถึงน้องเมียคนนี้ 'มองทะลุความเปลี่ยนแปลงของกาลเวลา' ก็รู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
"มีอยู่ครั้งหนึ่งผมไปดื่มเหล้าเป็นเพื่อนลูกค้า พอดื่มจนเมากลับมาบ้าน ก็ได้ยินเพื่อนบ้านกำลังนินทาเรื่องที่ผมกับลูกชายไม่ใช่พ่อลูกสายเลือดเดียวกัน"
"ตอนนั้นผมกำลังเมาได้ที่ ก็เลยเข้าไปเอาเรื่องพวกเขาทันทีโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง"
"บังเอิญว่าน้องเมียของผมก็อยู่ที่บ้านพอดี พอเขาเห็นผมมีเรื่องชกต่อยกับคนอื่น"
"เขาก็รีบคว้าก้อนอิฐมาช่วยผมสั่งสอนพวกนั้นทันที"
"หลังจากไล่ตะเพิดเพื่อนบ้านไปแล้ว น้องเมียก็หันมาอัดผมอีกยกหนึ่ง"
"วันต่อมา เขาก็ลากผมกับลูกชายไปที่โรงพยาบาลเพื่อทำการตรวจดีเอ็นเอพิสูจน์ความเป็นพ่อลูก"
"ผลออกมาว่า ลูกชายเป็นลูกแท้ๆ ของผมจริงๆ"
"ลูกชายหน้าตาไม่เหมือนพ่อ ไม่ได้แปลว่าไม่ได้เป็นสายเลือดเดียวกันสักหน่อย"
"อาจจะเป็นเพราะได้รับพันธุกรรมมาจากทางแม่มากกว่าก็ได้"
เมื่อได้ยินว่าน้องเมียของ 'มองทะลุความเปลี่ยนแปลงของกาลเวลา' ช่วยพี่เขยสั่งสอนเพื่อนบ้านที่ชอบนินทาก่อน
จากนั้นก็หันมาอัดพี่เขยอีกยก
ชาวเน็ตก็แทบจะขำก๊ากออกมา
"น้องชายฉันก็เป็นแบบนี้แหละ พอเห็นฉันโดนรังแก ก็จะรีบออกโรงแทนทันที"
"น้องชายบ้านคนอื่นนี่มันน่าอิจฉาจริงๆ"
"ลูกไม้ตื้นๆ อย่ามาหลอกให้ฉันมีลูกคนที่สองซะให้ยาก"
"ไม่ว่าจะเป็นน้องชายน้องสาว หรือพี่ชายพี่สาว ต่างก็ทนเห็นพี่น้องผู้หญิงแต่งงานออกไปแล้วโดนรังแกที่บ้านคนอื่นไม่ได้หรอก ถ้าโดนรังแกเมื่อไหร่ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ต้องเอาคืนให้ได้"
"เพิ่งทะเลาะกับน้องชายมา ตอนนี้ชักอยากจะให้อภัยมันแล้วสิ"
"พี่น้องโตแล้วยังเข้ากันได้ดีแบบนี้ มันไม่ง่ายเลยจริงๆ"
เมื่อเห็นชาวเน็ตแห่กันชมเชยน้องเมียของตนเป็นเสียงเดียวกัน 'มองทะลุความเปลี่ยนแปลงของกาลเวลา' ก็มีสีหน้าที่ซับซ้อนสุดๆ
ทั้งๆ ที่เป็นลูกชายแท้ๆ
แต่กลับไม่มีส่วนไหนเหมือนตัวเองเลยสักนิด
'มองทะลุความเปลี่ยนแปลงของกาลเวลา' เป็นคนระมัดระวังตัว ไม่เคยทำอะไรเสี่ยงๆ
เวลาพูดจาอะไรก็มักจะยั้งปากไว้เสมอ
ไม่คุยโวโอ้อวด และไม่เคยพูดอะไรเกินจริง
แต่ลูกชายกลับเป็นคนทะเยอทะยานมาตั้งแต่เด็ก นึกอยากทำอะไรก็ทำ
คำตักเตือนของญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงไม่เคยฟังเลยสักคำ
เฉินหยูมองสีหน้าแปลกๆ ของ 'มองทะลุความเปลี่ยนแปลงของกาลเวลา' แวบหนึ่ง แล้วหัวเราะ "คุณอยากจะบอกว่า น้องเมียของคุณไม่ได้ดีอย่างที่ชาวเน็ตพูดใช่ไหม"
"ตอนที่คุณกับภรรยารู้จักกัน ฐานะทางบ้านของพวกคุณต่างก็ย่ำแย่พอกัน"
"คุณเป็นชายหนุ่มตกงาน ส่วนภรรยาของคุณก็เป็นสาวโรงงานที่มาจากต่างจังหวัด"
"พวกคุณสองคนอาศัยความอดทนและจิตใจที่แน่วแน่ จนในที่สุดก็สร้างฐานะด้วยตนเอง และมีทรัพย์สินมากกว่าสิบล้าน"
"ถึงแม้ชีวิตจะดีขึ้น แต่ปัญหาเองก็เยอะขึ้นตามไปด้วย"
"ตั้งแต่คุณมีเงิน คุณก็คงจะช่วยเหลือครอบครัวฝั่งภรรยาไปไม่น้อยเลยใช่ไหม?"
สีหน้าของ 'มองทะลุความเปลี่ยนแปลงของกาลเวลา' ยิ่งดูพิลึกเข้าไปใหญ่
"ผมจะไม่ปิดบังทุกคนแล้วกัน หมอเฉิน คุณพูดถูกเผงเลยครับ"
"ภรรยาของผมเป็นผู้หญิงที่ดีที่สุดในโลก แต่ครอบครัวฝั่งเธอนี่สิ พูดไปก็ป่วยการ..."
พอพูดถึงเรื่องนี้ 'มองทะลุความเปลี่ยนแปลงของกาลเวลา' ก็มีแต่ความขมขื่นเต็มอก
ครอบครัวของพ่อตาแม่ยาย นอกจากภรรยาแล้ว คนพวกนั้นแต่ละคนล้วนเป็นคนไม่เอาถ่านทั้งนั้น
พ่อตาแม่ยายก็รับมือยากพอกัน
งานอดิเรกที่พ่อตาชื่นชอบที่สุดในชีวิตก็คือการดื่มเหล้า
ดื่มมาตั้งแต่หนุ่มยันแก่ พอดื่มเสร็จก็อาละวาด
วันนี้ไปหาเรื่องบ้านนี้ พรุ่งนี้ไปก่อเรื่องบ้านนู้น
ลำพังแค่ค่าเสียหายที่ต้องจ่ายให้เพื่อนบ้านในหมู่บ้าน ก็มากพอที่จะเอาไปซื้อบ้านราคาล้านกว่าในเมืองได้สบายๆ
ส่วนแม่ยายยิ่งทำให้ปวดหัวหนักเข้าไปอีก
วันๆ นอกจากเล่นไพ่นกกระจอกแล้ว ก็ไม่มีอะไรทำอีก
ดวงซวยอย่างเหลือเชื่อ เล่นไพ่นกกระจอกตาสลึงตาสองสลึง แต่ครั้งหนึ่งกลับเสียเป็นร้อย
"แต่คนที่ทำให้ผมพูดไม่ออกที่สุด ก็คือน้องเมียของผมนี่แหละ"
"พอน้องเมียผมเรียนจบมัธยมปลาย เขาก็เริ่มออกมาทำงาน แต่ไม่เคยมีงานไหนที่เขาทำได้เกินหนึ่งปีเลย"
"ตอนที่ผมกับพี่สาวเขายังไม่รวย น้องเมียผมก็ยังถือว่าอยู่ในร่องในรอย อย่างมากก็แค่ไม่มีความอดทน ทำงานอะไรก็ทำได้ไม่นาน"
"แต่พอผมกับพี่สาวเขามีเงินเยอะขึ้นเรื่อยๆ น้องเมียก็สรรหาสารพัดวิธีมาผลาญเงินผม"
"บอกว่าชาตินี้จะไม่มีทางเป็นลูกจ้างใครเด็ดขาด"
"เขาอยากจะทำธุรกิจ อยากจะเป็นเศรษฐีสิบล้านเหมือนผม"
"ผมเคยเตือนเขาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งว่าการทำธุรกิจมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ผมโดนหลอกติดๆ กันตั้งสามครั้ง กว่าจะมีฐานะอย่างทุกวันนี้ได้"
"แต่เขาไม่ฟังเลยสักนิด"
"คนอื่นทำธุรกิจแล้วรวยได้ เขาก็ต้องทำได้เหมือนกัน"
"เห็นแก่หน้าพี่สาวเขา เมื่อสามปีก่อนผมเลยให้เงินเขาไปห้าแสน"
"ไอ้หมอนี่มันเก่งจริงๆ ผ่านไปไม่ถึงครึ่งปี ก็ทำเงินทุนห้าแสนเจ๊งไม่เป็นท่า"
"ทำเอาพี่สาวเขาโมโหจนแทบจะหักขาเขาให้รู้แล้วรู้รอด"
"สงบเสงี่ยมไปได้ไม่กี่เดือน ไอ้เด็กเวรนี่ก็ริอ่านจะทำธุรกิจเหมือนชาวบ้านเขาอีก"
"คราวนี้ไม่ได้มาขอเงินผม แต่กลับเลือกที่จะไปกู้เงินนอกระบบ"
น้องเมียไปกู้เงินนอกระบบมาสองแสน ดอกเบี้ยทบต้นทบดอกจนต้องใช้หนี้ถึงเจ็ดแสน







