(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 360
บทที่ 360 ถึงจะถูกประหาร ก็ควรให้นักโทษรู้สาเหตุก่อนตายสิ
สามีของแม่ยายเป็นประธานบริษัทใหญ่โตแห่งหนึ่ง
และบริษัทนี้ก็เป็นธุรกิจครอบครัว
ญาติพี่น้องต่างก็ดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับต่างๆ ในบริษัท
เมื่อสามีเสียชีวิต ปัญหาเรื่องการสืบทอดมรดกก็จะกลายเป็นเรื่องซับซ้อนมาก
ด้วยเหตุนี้ แม่ยายของ 'หลัวซือเฝิ่นชงกาแฟ' ถึงได้ยอมลำบากวุ่นวายขนาดนี้
คิดหาวิธีรับเลี้ยงเด็ก เพื่อเพิ่มสิทธิ์ในการสืบทอดมรดกของฝั่งตัวเอง
แต่การรับเลี้ยงเด็กบ้านอื่น แม่ยายก็รู้สึกตะขิดตะขวงใจ
จึงจัดแจงให้แฟนสาวของตัวเองมาเป็นภรรยาของหลัวซือเฝิ่นชงกาแฟ
รอจนทั้งสองคนแต่งงานและตั้งท้อง แล้วค่อยเขี่ยพ่อของเด็กทิ้งไป
พอเด็กเกิดมา ก็หาทางใช้เงินเบิกทางส่งไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า จากนั้นก็ค่อยรับไปเลี้ยงดูเป็นลูกบุญธรรม
สายเลือดของแฟนสาว ก็คือสายเลือดของตัวเอง
น่าเสียดายที่คนคำนวณมิสู้ฟ้าลิขิต
การจัดเตรียมทั้งหมดของเธอ ต้องสูญเปล่าเพราะการจากไปอย่างกะทันหันของสามี
พูดมาถึงตรงนี้ เฉินหยูก็หยุดพักไปครู่หนึ่ง
รอจนสีหน้าของหลัวซือเฝิ่นชงกาแฟไม่ค่อยสับสนแล้ว เฉินหยูก็พูดต่อ "เมื่อเรื่องนี้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณชน มันจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อแผนการแย่งชิงมรดกของแม่ยายคุณ"
"เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะตามมา เธอจะเอาเงินก้อนโตที่คุณคาดไม่ถึงมาเป็นค่าชดเชยให้คุณ"
"หลังจากนั้น เธอจะต้องตกอยู่ในสงครามแย่งชิงทรัพย์สินกับพวกญาติๆ อย่างยาวนาน"
เฉินหยูคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพิมพ์ข้อความส่วนตัวส่งให้หลัวซือเฝิ่นชงกาแฟ
"ส่วนภรรยาของคุณ เนื่องจากคนรักเอาเวลาไปทุ่มเทให้กับการแย่งชิงทรัพย์สิน ก็จะค่อยๆ หมางเมินเธอ"
"นานวันเข้า เธอจะเกิดความไม่พอใจ เริ่มเปลี่ยนใจไปรักคนอื่น และไปชอบผู้หญิงคนอื่น"
"เด็กจะกลายเป็นภาระแทน"
เมื่อเห็นข้อความส่วนตัวที่เฉินหยูส่งมา หลัวซือเฝิ่นชงกาแฟก็ตกใจมาก
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง หลัวซือเฝิ่นชงกาแฟก็ส่งข้อความส่วนตัวกลับไปหาเฉินหยูเช่นกัน
"นี่หมายความว่า เธออาจจะคืนลูกให้ผมใช่ไหม?"
"สิ่งที่ผมพูดไปทั้งหมดนี้ เป็นการคาดเดาอย่างสมเหตุสมผลจากสถานการณ์ปัจจุบัน"
"ส่วนอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ผมไม่สามารถรับประกันกับคุณได้"
เฉินหยูพูดพลางยิ้ม
"หมอเฉิน สิ่งที่คุณพูดมา ผมจำไว้หมดแล้ว"
"ผมจะทำตามที่คุณบอก จะรอพวกเธออยู่ที่นี่"
หลัวซือเฝิ่นชงกาแฟสูดหายใจเข้าลึกๆ
เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ก็ทำได้แค่ทำตามที่เฉินหยูบอกเท่านั้น
หลังจากจ่ายเงินหนึ่งหมื่นหยวน หลัวซือเฝิ่นชงกาแฟก็เลือกที่จะลงจากไมค์
เมื่อมองดูคอมเมนต์คำถามสารพัดสารพันจากชาวเน็ต เฉินหยูก็ยิ้มแต่ไม่พูดอะไร
เกิดมาเป็นคน เรื่องราวที่ต้องพบเจอนั้นมีมากมายร้อยแปดพันเก้า
การเปลี่ยนแปลงในอนาคตก็มีหลากหลายรูปแบบ
คำแนะนำที่เขาให้กับหลัวซือเฝิ่นชงกาแฟ เป็นวิธีที่ดีที่สุดตามสถานการณ์ตรงหน้า
หากหลัวซือเฝิ่นชงกาแฟยังมีความคิดอื่นอีก เฉินหยูก็ไม่อาจควบคุมได้
เมื่อใดที่ความคิดของหลัวซือเฝิ่นชงกาแฟคลาดเคลื่อนไปจากคำแนะนำที่เฉินหยูให้ไว้
อนาคตก็จะเปลี่ยนไปเพราะเหตุนี้เช่นกัน
"ขอเชิญชาวเน็ตคนที่สองขึ้นสายครับ"
คุณลุงวัยกลางคนคนหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า 'มองทะลุความเปลี่ยนแปลงของกาลเวลา' ปรากฏตัวขึ้นบนหน้าจอ
ยังไม่ทันที่เฉินหยูจะพูดเปิดรายการ มองทะลุความเปลี่ยนแปลงของกาลเวลาก็ชิงพูดขึ้นก่อนว่า "หมอเฉิน ภรรยาของผมอาจจะมีคนอื่นอยู่ข้างนอกครับ"
"แต่ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก เลยอยากมาปรึกษาคุณดู"
ชาวเน็ตแต่ละคนตื่นตัวกันยิ่งกว่าเดิม
ราวกับพังพอนเห็นไก่อ้วน
เหมือนคนเล่นหวยมาหลายสิบปีถูกรางวัลที่หนึ่ง
ชาวเน็ตที่ขึ้นไมค์คนก่อนเพิ่งถูกแม่ยายสวมเขาให้
คนถัดมา ก็ดันมีปัญหาแบบนี้เหมือนกัน
วันนี้มันเป็นรอบพิเศษทุ่งหญ้าสีเขียวหรือไงกันเนี่ย?
มองทะลุความเปลี่ยนแปลงของกาลเวลาอายุประมาณสี่สิบกว่าปี
ท่าทางดูเป็นคนซื่อๆ เจียมเนื้อเจียมตัว บนใบหน้าเต็มไปด้วยความหดหู่
น้ำเสียงแฝงไปด้วยความกลัดกลุ้มอย่างบอกไม่ถูก
"คนไข้ท่านนี้ รบกวนคุณเล่าสถานการณ์อย่างละเอียดหน่อยครับ ผมจะทำการวิเคราะห์ตามหลักวิทยาศาสตร์จากสิ่งที่คุณเล่ามา"
"เฮ้อ"
มองทะลุความเปลี่ยนแปลงของกาลเวลาถอนหายใจ
ก่อนที่จะเลือกมาปรึกษาเฉินหยู เขาต้องต่อสู้กับจิตใจตัวเองอยู่นาน
การเอาเรื่องน่าอายในครอบครัวมาพูดต่อหน้าสาธารณชน อาจจะกลายเป็นตัวตลกของคนนับไม่ถ้วนได้
แต่ถ้าไม่ถามให้รู้เรื่อง เรื่องนี้ก็จะเป็นเหมือนก้อนหินที่กดทับอยู่ในใจเขาตลอดไป
จนกดทับให้เขาหายใจไม่ออก
มองทะลุความเปลี่ยนแปลงของกาลเวลาตัดใจพูดขึ้น "ผมกับภรรยาแต่งงานกันมาเกือบจะยี่สิบปีแล้วครับ"
"ก่อนหน้านี้ ความสัมพันธ์ของเราสองคนหวานชื่นกันมาก"
"ถ้าไม่ได้กำลังใจและการไม่ทอดทิ้งกันของภรรยา ผมก็คงตายไปตั้งนานแล้ว"
"ทุกคนอย่าเห็นว่าผมแต่งตัวธรรมดาๆ นะครับ ผมเองก็พอจะมีฐานะอยู่บ้าง"
"ตอนเริ่มทำธุรกิจใหม่ๆ ผมถูกคนหลอกไปหลายครั้ง"
"ทุกครั้ง ภรรยาก็จะพยายามหาทางช่วยให้ผมลุกขึ้นสู้ใหม่ได้เสมอ"
"ตอนที่ล้มเหลวครั้งที่สาม ผมรู้สึกเหมือนจะอยู่ต่อไปไม่ไหวแล้ว"
"เป็นเพราะภรรยาที่ไม่ยอมทิ้งผมไปไหนและคอยปลอบใจผม ถึงทำให้ผมมีกำลังใจลุกขึ้นสู้อีกครั้ง"
ความสัมพันธ์ของพวกเขาสามีภรรยาดีมาตลอด ไม่เคยทะเลาะเบาะแว้ง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการมีปากเสียงกันเลย
แต่พอผ่านเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างมา มองทะลุความเปลี่ยนแปลงของกาลเวลาก็พบว่าภรรยาเย็นชากับตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ
แต่ละวันพูดคุยกันน้อยลงทุกที
บางครั้ง วันหนึ่งๆ คุยกันไม่ถึงสิบประโยคด้วยซ้ำ
มองทะลุความเปลี่ยนแปลงของกาลเวลาพยายามมองหาปัญหาจากตัวเอง
สรรหาวิธีต่างๆ นานามาซื้อเครื่องสำอาง ซื้อเครื่องประดับให้ภรรยา และคิดจะพาภรรยาไปเที่ยว
ทว่าสิ่งเหล่านี้ กลับถูกภรรยาปฏิเสธทั้งหมด
เมื่อครึ่งเดือนก่อน ความสัมพันธ์ของทั้งสองก็มาถึงจุดที่ไม่อาจกอบกู้ได้อีกต่อไป
มองทะลุความเปลี่ยนแปลงของกาลเวลาหยิบของสิ่งหนึ่งขึ้นมาวางไว้หน้ากล้องโทรศัพท์
มันคือหนังสือสัญญาหย่า
แถมภรรยายังเซ็นชื่อไว้เรียบร้อยแล้วด้วย
"หมอเฉิน ผมคิดไม่ออกจริงๆ ว่าทำไมภรรยาถึงทำแบบนี้กับผม"
"เมื่อประมาณครึ่งเดือนก่อน เธอเอาหนังสือสัญญาหย่าที่เซ็นชื่อแล้วฉบับนี้มาให้ผม"
"ไม่ว่าผมจะอ้อนวอนยังไง เธอก็ไม่ยอมเปลี่ยนใจ ยืนกรานที่จะหย่ากับผมให้ได้"
"ผมพยายามหาข้อบกพร่องในตัวเองหลายอย่าง และนำมาแก้ไขทีละข้อๆ"
"แต่ภรรยาของผมก็เหมือนกับใจแข็งเป็นหิน จะหย่ากับผมให้ได้"
"มีหลายครั้งที่ผมเห็นเธอแอบส่งข้อความคุยกับคนอื่น"
"สีหน้าดูมีความสุขมากเลยครับ"
"แล้วก็มีอีกสองครั้ง ที่ภรรยาแต่งตัวสวยเช้งออกไปข้างนอก"
"ดูเหมือน... ดูเหมือนกับว่าจะไปดูตัวยังไงยังงั้นเลย"
พูดมาถึงตรงนี้ มองทะลุความเปลี่ยนแปลงของกาลเวลาก็แทบจะพูดไม่ออกแล้ว
ปีนี้ภรรยาอายุสี่สิบหกปีแล้ว
แต่เพราะเป็นคนสวยแต่กำเนิด มองแวบแรกก็ดูเหมือนเพิ่งจะสามสิบต้นๆ เท่านั้น
เมื่อรวบรวมสถานการณ์ผิดปกติต่างๆ เข้าด้วยกัน บวกกับการที่ภรรยาขอหย่าอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
เขาถึงได้สงสัยว่า ภรรยาคงจะมีคนอื่นอยู่ข้างนอกแน่ๆ
น้ำเสียงของมองทะลุความเปลี่ยนแปลงของกาลเวลาเริ่มสั่นเครือเหมือนจะร้องไห้ "ถึงจะถูกประหาร ก็ควรให้นักโทษรู้สาเหตุก่อนตายสิครับ"
"ผมไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมภรรยาถึงอยากหย่ากับผม"
"ต่อให้จะหย่า ก็ควรให้ผมรู้เหตุผลบ้างสิ"
"ขอแค่เธอบอกผมมาตรงๆ ว่ามีผู้ชายคนอื่นอยู่ข้างนอก ทนอยู่กับผมต่อไปไม่ไหวแล้ว"
"ต่อให้ผมจะโกรธแค่ไหน ผมก็จะยอมปล่อยมือ"
"แต่จะมาให้ผมเซ็นสัญญาหย่าไปแบบงงๆ แบบนี้ ให้ตายผมก็ไม่ยอมหรอกครับ"
ไม่เพียงแต่มองทะลุความเปลี่ยนแปลงของกาลเวลาจะรู้สึกอัดอั้นตันใจเท่านั้น
ชาวเน็ตที่ดูไลฟ์สดอยู่ก็รู้สึกอยากรู้อยากเห็นเช่นกัน
พี่ชายคนนี้มีใบหน้าแบบชาวนาที่ซื่อสัตย์และเรียบง่าย
ดูยังไงก็ไม่ใช่คนประเภทที่มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว
บวกกับท่าทางอัดอั้นตันใจ เจ็บปวด และเสียใจ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่อยากหย่าจากใจจริง
จะตัดสินโทษประหารก็ต้องมีเหตุผล
แต่ที่ภรรยาจะหย่ากับเขานั้น ไม่มีเหตุผลอะไรเลยสักนิด
บอกแค่ว่าอยู่ด้วยกันต่อไปไม่ไหวแล้ว







