"เหล่าจี้ ดีขึ้นบ้างหรือยัง ฉันพาเหล่าโจวกับเหล่าเยี่ยมาเยี่ยมนายแล้ว!"
ที่บ้านของสารวัตรจี้ซื่อชาง เหยียนสยงพาโจวจิ่นหรงและเยี่ยเหวินจวี่มาเยี่ยมเยียนถึงที่
จี้ซื่อชางพิงเก้าอี้กำลังพักฟื้นอยู่ พอเห็นเหยียนสยงทั้งสามคนเดินเข้ามา ก็รีบเรียกให้ทั้งสามนั่งลง และให้สาวใช้ยกชามาเสิร์ฟ
ทั้งสี่คนนั่งลงทักทายกันสองสามประโยค เหยียนสยงพูด "ตู้หย่งเซี่ยวคนนี้ลงมือโหดเหี้ยมเกินไปแล้ว คราวก่อนเฉียงตาเขก็เป็นแบบนี้ คราวนี้เหล่าจี้ นายก็เหมือนกัน!"
"ใช่แล้ว ไร้ยางอายที่สุด!"
ทั้งสามคนด่าทอ
"ตอนนั้นฉันประมาทไป รู้อย่างนี้พาลูกน้องไปให้มากกว่านี้ก็ดี!" จี้ซื่อชางดึงเสียงแหลมพูด
เหยียนสยงทั้งสามคนมองหน้ากัน เมื่อก่อนจี้ซื่อชางเสียงดังกังวานมาก
"เรื่องที่ผ่านไปแล้ว ตอนนี้พูดไปก็ไม่มีประโยชน์" เหยียนสยงพูด "ตอนนี้ได้ยินว่าเขากำลังรับสมัครคนตามสถานีตำรวจใหญ่ๆ "
"เป็นเรื่องตลกชัดๆ ขายขี้หน้าคนหมด!"
"ใช่ น่าแค้นใจยิ่งกว่าคือดันมีคนตั้งมากมายยอมย้ายจากสถานีตำรวจใหญ่ๆ ไปอยู่กับเขา แม่งเอ๊ย ตาบอดกันหมด!"
สถานการณ์เงียบงันลง
ชั่วครู่
จู่ๆ เหยียนสยงก็หัวเราะลั่น "ทุกคนอย่าเพิ่งไปเพิ่มบารมีให้คนอื่น แล้วทำลายขวัญกำลังใจของพวกเราเองเลย! เซี่ยวสุดหล่อถึงจะเก่งกาจแค่ไหนแล้วจะทำไม คนพวกนั้นต่อให้โง่กันหมด ก็ใช่ว่าจะไปอยู่กับเขาทุกคน!"
"ไม่ใช่แบบนั้นสิ ได้ยินว่าเขาเลือกมาตั้งร้อยคน แล้วร้อยคนนั้นก็จงรักภักดีต่อเขามาก!" โจวจิ่นหรงพูด "ฉันมีลูกน้องกระจอกๆ คนนึงก็วิ่งไปอยู่กับเขา "
ฟิ้ว!
ลมเย็นพัดผ่าน สถานการณ์ก็กลับมาเงียบงันอีกครั้ง
"ฮ่าๆๆ!" เหยียนสยงหัวเราะลั่นอีกครั้ง "เซี่ยวสุดหล่อคนนี้คงจะขาดคนจนบ้าไปแล้ว เมื่อก่อนฉันจัดลูกน้องให้เขาสองคน ตอนนี้เขาดันกล้ารับสมัครตั้งหนึ่งร้อย? ปัญหาก็คือตามมาตรฐานอัตรากำลังของสารวัตร อย่างเขาเต็มที่ก็ควบคุมลูกน้องได้แค่ห้าสิบคน!"
"ที่พูดมาก็ถูก เขาทำเกินมาตรฐานไปมาก!"
"เบื้องบนไม่มีทางอนุมัติแน่!"
แม้แต่จี้ซื่อชางก็ยังหัวเราะออกมา เขาตบโต๊ะ "ฉันอยากเห็นท่าทางตอนเขาหน้าแตกจริงๆ! เป็นแค่สารวัตรตัวเล็กๆ ดันกล้ามีกำลังพลเทียบเท่าพวกเรา เขากินดีหมีหัวใจเสือมาหรือไง!"
เสียงแหลมบาดแก้วหูเล็กน้อย แต่กลับทำให้พวกเหยียนสยงรู้สึกตื่นเต้น
"ถึงตอนนั้นเขาจะกลายเป็นตัวตลก!"
"โลภมากนัก ตายไม่ดีแน่!"
"ฮ่าๆๆ!"
ทั้งสี่คนหัวเราะลั่น
เหยียนสยงประคองถ้วยชาโสมพลางหัวเราะจนปวดท้อง รู้สึกเป็นครั้งแรกว่าตู้หย่งเซี่ยวได้ทำเรื่องโง่เขลาที่สุดในโลก!
ตอนนั้นเอง ไล่ผีฮวาก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา "นายท่านเหยียน ข่าวล่าสุด! เบื้องบนอนุมัติทีมร้อยคนของตู้หย่งเซี่ยวแล้ว!"
พรวด!
เหยียนสยงพ่นชาออกมาคำโต เบิกตาโพลง "อะไรนะ!"
"นายพูดให้ชัดเจนหน่อย!" พวกจี้ซื่อชางก็หน้าตาตื่นเช่นกัน
ไล่ผีฮวารีบเล่าข่าวที่ได้รับมาให้ฟังรอบหนึ่ง ในตอนท้ายก็พูดว่า "ไม่เพียงแค่นั้น นายท่านเหยียน ยังมีอีกเรื่องที่ต้องบอกให้นายท่านทราบ เฉียงตาเข เขาไปเข้ากับตู้หย่งเซี่ยวแล้ว!"
เพล้ง!
ถ้วยชาแตกกระจาย
"ไอ้คนทรยศ! ไม่นึกเลยว่ามันจะเป็นคนแบบนี้!"
ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก แล้วหันไปมองเหยียนสยงพร้อมกัน "นายท่านเหยียน โปรดระงับโทสะด้วย!"
"ใช่ครับ โปรดหักห้ามใจด้วย!"
"หักห้ามใจแม่แกสิ! บ้านฉันไม่ได้มีใครตายซะหน่อย!" เหยียนสยงยิ่งพูดยิ่งโมโห กัดฟันกรอด "ทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของเซี่ยวสุดหล่อ! แกอยากตั้งทีมใช่ไหม ฉันจะไม่ยอมให้แกสมหวังแน่!"
……
วันตั้งทีม
ตู้หย่งเซี่ยวสวมสูทผูกไทเต็มยศ หวีผมเรียบแปล้ รองเท้าหนังสีดำขัดมันวับ ในมือถือรายชื่อบุคลากร เดินก้าวอาดๆ ด้วยท่าทางทรงพลังเข้าไปในสำนักงาน
"สวัสดีครับสารวัตร!" เหวินหัวโต, จวีฟันเหยิน, เริ่นต้ารง และเฉียงตาเข รวมถึงคนอื่นๆ ร้องทักทายเขาเสียงดังกังวาน
สำนักงานเล็กเกินไปจนคนเบียดเสียดกันแน่น บางคนถึงกับต้องยืนอยู่ข้างนอก ตอนนี้พวกเขาตะโกนด้วยเสียงที่ดังยิ่งกว่า "ยินดีต้อนรับสารวัตรตู้เข้าตรวจพล!" เสียงดังพร้อมเพรียง ทรงพลังยิ่งนัก
ตู้หย่งเซี่ยวเดินตรงไปที่โต๊ะทำงาน แปะ เขาโยนรายชื่อลงบนโต๊ะ หมุนตัวกลับมาอย่างหล่อเหลา "สวัสดีทุกคน!"
สายตาเปล่งประกาย กวาดตามองรอบหนึ่ง
"สถานที่คับแคบไปหน่อย ทุกคนทนเอาหน่อยนะ! แต่ผมขอรับรองกับพวกคุณว่า อีกไม่นานเราจะมีสำนักงานที่ใหญ่กว่านี้ ไม่สิ พูดให้ถูกคือต่อไปพวกคุณทุกคนจะมีสำนักงานเป็นของตัวเอง!"
แปะๆ!
เสียงตบมือดังกึกก้องราวกับเสียงฟ้าร้อง
ตู้หย่งเซี่ยวพูดไม่มาก แต่กลับแทงทะลุจุดสำคัญ
คนพวกนี้ทำไมถึงยอมตามเขา? ก็เพื่อเลื่อนตำแหน่งไม่ใช่หรือไง!
วาดฝันเสร็จแล้ว ต่อไปก็ต้องมีของจริงกันบ้าง
"อันดับแรก ผมขอแต่งตั้งให้เหวินหัวโตและจวีฟันเหยินเป็นหัวหน้านักสืบถนนนาธาน!"
"อะไรนะ!"
เหวินหัวโตยังไม่เท่าไหร่ แต่จวีฟันเหยินตกใจจนแทบหงายหลัง
เขาเป็นสายลับที่เหยียนสยงส่งมานะ ไม่นึกเลยว่าตู้หย่งเซี่ยวจะเลื่อนตำแหน่งให้ตัวเองด้วย?
คนอื่นๆ มองเหวินหัวโตและจวีฟันเหยินด้วยใบหน้าอิจฉา
"หัวหน้านักสืบแต่ละคน สามารถควบคุมลูกน้องได้ยี่สิบคน!" ตู้หย่งเซี่ยวพูดต่อ "นอกจากนี้ เฉียงตาเขและเริ่นต้ารง ทั้งสองคนจะได้เลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้านักสืบถนนเติงต่าซื่อ และสามารถควบคุมลูกน้องได้ยี่สิบคนเช่นเดียวกัน!"
ฮือฮา!
บรรยากาศในที่นั้นแทบระเบิด
เริ่นต้ารงยังพอว่า อย่างน้อยก็มีฉายาว่าเทพปืนแห่งหว่านจ๋าย แต่เฉียงตาเขกลับเป็นศัตรูคู่อาฆาตของตู้หย่งเซี่ยว
ชั่วขณะหนึ่งผู้คนพากันคิดตามไม่ทัน แต่ไม่นานทุกคนก็ตื่นเต้นขึ้นมา ตู้หย่งเซี่ยวถึงขนาดยอมช่วยเลื่อนตำแหน่งให้แม้แต่ศัตรู นั่นไม่เท่ากับบอกว่าในอนาคตพวกเขามีโอกาสอีกมากมายหรอกหรือ?
ตอนนี้เฉียงตาเขควบคุมความตื่นเต้นของตัวเองเอาไว้ไม่อยู่แล้ว เขาคิดไม่ถึงเลยว่าสิ่งที่ไม่ได้มาตลอดหลายปีที่อยู่กับเหยียนสยง กลับได้มาทันทีที่มาอยู่กับตู้หย่งเซี่ยว
ถึงแม้จะเป็นแค่หัวหน้านักสืบ แต่ก็แสดงว่าตู้หย่งเซี่ยวให้การยอมรับในตัวเขา
ลูกผู้ชายยอมตายเพื่อผู้ที่รู้ใจ!
เฉียงตาเขมองตู้หย่งเซี่ยว พลางสาบานในใจ
ตู้หย่งเซี่ยวกวาดตามองทุกคน ในใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความฮึกเหิม คนแค่ร้อยคนนี้นี่แหละ ที่ในอนาคตจะช่วยเขาเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับกรมตำรวจ
"แปะ แปะ แปะ!"
จู่ๆ ก็มีคนปรบมือเดินเข้ามา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชันว่า "ว้าว เก่งกาจจริงๆ! ช่างมีบารมี! ฉันเพิ่งถูกย้ายไปหยวนหลั่งได้ไม่นาน ถนนนาธานก็เปลี่ยนไปซะแล้ว ตอนนี้ดันมีหัวหน้านักสืบเพิ่มมาตั้งสี่คน! จริงสิเซี่ยวสุดหล่อ คนอื่นเขามีฉายาสี่สารวัตรใหญ่ นายทำแบบนี้ไม่เท่ากับตั้งสี่หัวหน้านักสืบขึ้นมาเองหรอกเหรอ?"
"ฮ่าๆๆ!" คนสี่คนที่เดินตามหลังเข้ามาหัวเราะเยาะเสียงดัง "สารวัตรหวง ไม่แน่ว่าเขาอาจจะเป็นสี่ยอดมือปราบก็ได้นะ ร้ายกาจกว่าสี่หัวหน้านักสืบตั้งเยอะ!"
ตู้หย่งเซี่ยวจำคนที่มาได้ เขาคือหวงจู่กวง อดีตสารวัตรแห่งถนนนาธาน ฉายากวงตาโต
เมื่อเผชิญหน้ากับคำเย้ยหยันของกวงตาโต ตู้หย่งเซี่ยวไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย กลับประสานมือคารวะพูดว่า "ที่แท้ก็สารวัตรหวงนี่เอง เสียมารยาทแล้ว ไม่ทราบว่ามาที่นี่มีธุระอะไรหรือ?"
"ธุระอะไรน่ะเหรอ จะบอกให้เอาบุญนะ" กวงตาโตทำหน้าดูถูก นับดูแล้วตอนที่เขาเป็นสารวัตรอยู่ที่หยวนหลั่ง ตู้หย่งเซี่ยวยังไม่มีค่าแม้แต่ตดด้วยซ้ำ "สารวัตรเหยียนสยงเห็นว่าการจัดการของถนนนาธานนับวันยิ่งเละเทะ ก็เลยเรียกตัวผู้อาวุโสอย่างฉันกลับมาใหม่ เพื่อมาช่วยนายดูแลถนนนาธานด้วยกัน ยังไงล่ะ ได้ไหมล่ะ?"
"ได้สิ! จะไม่ได้ได้ยังไงล่ะ? ถนนนาธานเส้นนี้เดิมทีก็เป็นของนายอยู่แล้ว มีนายมาช่วย ฉันก็เหมือนเสือติดปีกแน่นอน!" ตู้หย่งเซี่ยวยิ้มกริ่ม ควักบุหรี่มวนหนึ่งยื่นส่งให้
กวงตาโตไม่แม้แต่จะมอง เขาเบ้ปาก ทำท่าทางกร่างสุดๆ
ตู้หย่งเซี่ยวเห็นดังนั้นก็ยักไหล่ คาบบุหรี่ไว้ในปาก หยิบไม้ขีดไฟออกมาจุด จากนั้นก็สะบัดไม้ขีดไฟให้ดับทิ้งลงในที่เขี่ยบุหรี่ เงยหน้าขึ้นพูด "สารวัตรหวงอุตส่าห์เดินทางไกลจากหยวนหลั่งกลับมาที่ถนนนาธาน คงจะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางน่าดู สู้ลางานป่วยสักสองสามวันก่อนดีไหม?"
กวงตาโตแค่นเสียงฮึดฮัดทางจมูก "ฉันไม่ได้ป่วย จะลางานป่วยทำไม?"
"ใช่แล้ว สารวัตรหวงของเราสุขภาพแข็งแรงจะตายไป!" ลูกน้องทั้งสี่คนทำหน้าดูถูกตู้หย่งเซี่ยว
ตู้หย่งเซี่ยวหัวเราะออกมา โดยไม่มีลางบอกเหตุใดๆ
คว้าที่เขี่ยบุหรี่เซรามิกขึ้นมา
พลั่ก!
ฟาดเข้าที่หน้าผากของกวงตาโต!
"ฉันบอกว่านายป่วย นายก็ต้องป่วย!"
พลั่ก! พลั่ก!
เขาเงื้อที่เขี่ยบุหรี่ฟาดกวงตาโตจนล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้น ฟาดต่อไปจนกระทั่งอีกฝ่ายรวยริน
ผู้คนรอบข้างพากันมองจนตาค้าง
ตู้หย่งเซี่ยวลุกขึ้นยืนโยนที่เขี่ยบุหรี่ทิ้ง ล้วงผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดมือ แล้วยิ้มถามลูกน้องทั้งสี่คนของกวงตาโตว่า "แล้วตอนนี้ล่ะ สารวัตรของพวกนายแข็งแรงแค่ไหนเชียว?"







