(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 227
บทที่ 227 อาฮุ่ย โยมจงฟังอาตมาแถ... เอ้ย อธิบาย
ตามคำแนะนำของเฉินหยู อาฮุ่ยถือโทรศัพท์มือถือเดินเข้าไปในซอยเล็กๆ
และเธอก็พบประตูหลังของร้านนี้จริงๆ
อาฮุ่ยลองเปิดดูและพบว่าประตูหลังไม่ได้ล็อค จึงค่อยๆ เดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง
ที่หน้าร้าน ฉือหางผู่ตู้กำลังคุยกับผู้ชายคนหนึ่ง
อาฮุ่ยเพ่งมองดีๆ แล้วก็ต้องยืนอึ้งไปทั้งตัว
"คนที่คุยกับตาแก่หัวโล้นนั่น ไม่ใช่คุณลุงคนขับรถส่งของหรอกเหรอ?"
"ฉันเข้าใจแล้ว พวกเขาเป็นพวกเดียวกัน!"
"แม่งเอ๊ย จัดฉากกันหมด ฉันอุตส่าห์เป็นห่วงแทบแย่"
"ความหวังดีเอาไปให้หมากินชัดๆ"
"666666 ในเมืองเล่ห์เหลี่ยมมันเยอะ ฉันจะกลับบ้านนอก"
"นี่แม่งจะไม่ใช่ธุรกิจแบบครบวงจรหรอกนะ?"
ภาพที่อาฮุ่ยเห็น ชาวเน็ตก็เห็นเช่นเดียวกัน
ฉือหางผู่ตู้กับคนขับรถวัยกลางคนกำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน
คนโง่ก็ยังดูออกว่าสองคนนี้รู้จักกันแน่นอน แถมยังสนิทกันมากด้วย
เมื่อนึกถึงตอนที่คนขับรถวัยกลางคนทำท่าทางน่าสงสารห้ามไม่ให้ทุกคนแย่งกระต่ายบนรถเมื่อชั่วโมงกว่าๆ ที่แล้ว
ชาวเน็ตนับไม่ถ้วนต่างก็รู้สึกขยะแขยง
เหตุการณ์ในตอนนั้น ทำให้ชาวเน็ตหลายคนโกรธจนแทบจะอกแตกตาย
ชาวเน็ตในพื้นที่บางคนถึงกับเตรียมตัวจะไปช่วยด้วยซ้ำ
จนกระทั่งฉือหางผู่ตู้บอกว่าจะยอมจ่ายเงินซื้อกระต่าย ชาวเน็ตถึงไม่ได้แห่กันไปทวงคืนความยุติธรรม
คิดไม่ถึงเลยว่าสองคนนี้จะเป็นพวกเดียวกัน
สมองของอาฮุ่ยขาวโพลนไปหมด
ฉือหางผู่ตู้ที่เธอคิดว่าเป็นพระโพธิสัตว์เดินดิน หรือว่าจะเป็นอย่างที่ชาวเน็ตบอกจริงๆ ว่าเป็นนักต้มตุ๋นที่ใช้ชื่อการกุศลมาบังหน้าเพื่อหาเงิน?
ในตอนนั้นเอง เหตุการณ์ที่ทำให้อาฮุ่ยคาดไม่ถึงยิ่งกว่าก็เกิดขึ้น
คนขับรถวัยกลางคนหยิบบุหรี่ออกมาซองหนึ่ง ดึงออกมามวนหนึ่งแล้วยื่นให้ฉือหางผู่ตู้
ฉือหางผู่ตู้ไม่ได้ปฏิเสธเลยแม้แต่น้อย เขายื่นมือไปรับบุหรี่มาคาบไว้ในปากอย่างชำนาญ
คนขับรถวัยกลางคนหยิบไฟแช็กมาจุดบุหรี่ให้ฉือหางผู่ตู้พลางพูดว่า "เถ้าแก่เจี่ย ผมก็ยังคิดว่าคุณตีตนไปก่อนไข้อยู่ดี"
"พวกเราไม่ได้ร่วมงานกันครั้งแรกซะหน่อย ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีปัญหาอะไร สตรีมเมอร์คนเดียวจะมีน้ำยาอะไรมาทำลายธุรกิจของพวกเราได้?"
"สุภาษิตว่าไว้ ปลอดภัยไว้ก่อน บางเรื่องก็ต้องป้องกันเอาไว้"
ฉือหางผู่ตู้พ่นควันเป็นวงกลม ก่อนจะคีบบุหรี่ออกมาเคาะขี้เถ้า
"สตรีมเมอร์ที่ชื่อเฉินหยูนั่นมีฝีมืออยู่บ้าง ตอนแรกฉันกะจะไลฟ์คู่กับเขาเพื่อเพิ่มพื้นที่สื่อสักหน่อย จะได้ดึงดูดพวกหน้าโง่มาเป็นผู้ศรัทธาของฉัน"
"คิดไม่ถึงว่าเฉินหยูจะพูดเรื่องที่ฉันเคยทำออกมาก่อนหน้านี้ได้หมดเปลือกด้วยคำพูดแค่ไม่กี่คำ"
"แถมยังพูดได้แม่นยำสุดๆ อีกต่างหาก"
ฉือหางผู่ตู้ยังคงรู้สึกหวาดหวั่น เขาพูดขึ้นว่า "โชคดีที่ฉันไหวตัวทัน ดันอาฮุ่ยออกไปรับหน้า ไม่อย่างนั้นเรื่องที่พวกเราทำอาจจะถูกเฉินหยูแฉจนหมดแล้วก็ได้"
"ไม่หรอกมั้ง..."
คนขับรถวัยกลางคนทำหน้าตาเวอร์วัง
"ถ้าเขามีความสามารถทำนายอดีตอนาคตของคนอื่นได้จริงๆ แล้วจะมาเป็นสตรีมเมอร์ทำไม? คนรวยตั้งเยอะแยะทั่วประเทศไม่ร้องห่มร้องไห้แห่กันไปหาเขาหมดเหรอ?"
ถ้าเฉินหยูสามารถทำนายอนาคตได้จริงๆ นอนอยู่เฉยๆ ก็หาเงินได้แล้ว
ฉือหางผู่ตู้พูดอย่างใจลอย "บางทีเฉินหยูอาจจะแค่ชอบความรู้สึกที่ถูกคนอื่นยกยอ เลยไม่อยากจะลดตัวไปรับใช้พวกคนรวยก็ได้"
"ช่างเขาเถอะ เอาเป็นว่าช่วงนี้ต้องระวังตัวให้มาก"
"รอให้เรื่องค่อยๆ ซาลงก่อน แล้วฉันจะสั่งของจากพวกแกใหม่"
ฉือหางผู่ตู้สูดควันบุหรี่เข้าปอดเฮือกใหญ่ติดๆ กัน ก่อนจะโยนก้นบุหรี่ทิ้งลงพื้นแล้วใช้เท้าขยี้ดับ
"โทรหาเจ้านายแกอีกทีสิ ถามเขาว่าจะกลับมาเมื่อไหร่"
"วันนี้ฉันต้องได้เงิน"
"บอกเขาด้วยว่าอย่ามาเล่นตุกติกกับฉัน"
"ฉันสร้างเครือข่ายใหญ่โตขนาดนี้ได้ ก็ไม่กลัวเขาจะเบี้ยวหนี้หรอก"
เมื่อเห็นว่าฉือหางผู่ตู้เริ่มหมดความอดทน คนขับรถวัยกลางคนก็ฉีกยิ้มเอาใจแล้วพูดว่า "เถ้าแก่เจี่ยใจเย็นๆ ก่อน เจ้านายของเราก็ไม่ได้ร่วมงานกับคุณแค่ครั้งสองครั้งซะหน่อย"
"ปกติก็จ่ายตรงเวลาทุกไตรมาส แต่ตอนนี้คุณอยากจะให้จ่ายเดือนต่อเดือน เจ้านายไม่มีเงินสดในมือเยอะขนาดนั้น กำลังหาวิธีหามาให้คุณอยู่นี่ไง"
"บอกให้เขาเร็วๆ หน่อย"
ฉือหางผู่ตู้โบกมือไล่คนขับรถวัยกลางคนให้ออกไปโทรศัพท์ติดต่อเจ้านายของพวกเขา
ตั้งแต่ถูกเฉินหยูแฉเรื่องสัตว์ที่เอามาปล่อย รวมถึงที่มาของตัวเอง ฉือหางผู่ตู้ก็รู้สึกว่าสถานการณ์เริ่มไม่สู้ดีนัก
ถ้าเกิดว่าเฉินหยูเป็นพวกชอบแส่เรื่องชาวบ้านแล้วโทรไปแจ้งความจับเขา เขาต้องรีบเตรียมรับมือให้เร็วที่สุด
อย่างอื่นมันของปลอมทั้งนั้น มีแต่เงินนี่แหละที่เป็นของจริง
มีเงินอยู่ในมือ ปัญหาอะไรก็ไม่ใช่ปัญหาทั้งนั้น
"พี่สาว ตอนนี้คุณเชื่อหรือยัง?"
"นักบวชสูบบุหรี่คล่องปานนี้ มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นสิงห์อมควัน พระปลอมร้อยเปอร์เซ็นต์"
"สาวน้อย จิตใจของเธอน่ะดีนะ น่าเสียดายที่ดันไปเจอคนไม่ดี"
เมื่อเห็นคอมเมนต์ที่ชาวเน็ตส่งมา อาฮุ่ยก็รู้สึกปวดใจเจียนตาย
ความจริงย่อมเหนือกว่าคำแก้ตัว
บทสนทนาระหว่างสองคนนั้นชัดเจนพอแล้ว
ฉือหางผู่ตู้ที่เธอถือเป็นที่พึ่งทางใจ ตัวตนที่แท้จริงก็เป็นอย่างที่ทุกคนบอก
เขาเป็นพระปลอม
แถมยังใช้ความใจดีของทุกคนมาหาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองอีก
"ฮือๆๆ..."
ที่พึ่งทางใจพังทลายลงในพริบตา อาฮุ่ยจึงอดไม่ได้ที่จะร้องไห้ออกมา
เมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ ฉือหางผู่ตู้ก็พูดเสียงเข้มว่า "ใครอยู่ตรงนั้น?"
เมื่อเห็นว่าตัวเองถูกฉือหางผู่ตู้จับได้ อาฮุ่ยก็เดินออกไปตรงๆ
ฉือหางผู่ตู้เบิกตากว้าง พูดราวกับเห็นผีว่า "อาฮุ่ย ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ได้?"
"ทำไมคุณถึงต้องทำเรื่องแบบนี้ด้วย? ทำไมถึงต้องหลอกพวกเรา?"
อาฮุ่ยร้องไห้น้ำตาอาบหน้าพลางเอ่ยถาม
หัวใจของฉือหางผู่ตู้กระตุกวูบ
เห็นได้ชัดว่าอาฮุ่ยแอบอยู่ข้างในมาสักพักแล้ว
และได้ยินคำพูดของเขากับคนขับรถวัยกลางคนทั้งหมด
"จบกัน จบเห่กันหมดคราวนี้"
พอเหลือบไปเห็นว่าอาฮุ่ยถือโทรศัพท์มือถืออยู่ในมือ ฉือหางผู่ตู้ก็ลนลานจนทำอะไรไม่ถูก
เป็นไปได้มากว่าอาฮุ่ยจะบันทึกภาพเหตุการณ์เมื่อครู่นี้เอาไว้หมดแล้ว
หากถูกแฉต่อหน้าสาธารณชน ตัวเขาไม่เพียงแต่จะเสียชื่อเสียงป่นปี้ แต่ยังอาจจะต้องติดคุกข้อหาฉ้อโกงอีกด้วย
เรื่องแอบอ้างเป็นพระจะว่าเป็นเรื่องใหญ่ก็ได้เรื่องเล็กก็ได้ ฉือหางผู่ตู้คิดหาวิธีแก้ปัญหาเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว
แต่เรื่องฉ้อโกงนั้นไม่เหมือนกัน
ต่อให้เอาเงินออกมามากแค่ไหน ก็ใช่ว่าจะมีคนกล้าช่วยให้เขาพ้นผิด
"ทุกคนดูสิ ขาของนักต้มตุ๋นเฒ่าสั่นพั่บๆ เลย เหมือนคนเป็นไข้จับสั่นไม่มีผิด"
"เปลี่ยนเป็นฉัน ฉันก็กลัวเหมือนกันแหละ"
"โดนจับได้คาหนังคาเขาขนาดนี้ ดูซิว่าเขาจะแถยังไงต่อ"
"พูดก็พูดเถอะ ฉันยังชอบดูท่าทางสำรวมน่าเลื่อมใสของนักต้มตุ๋นเฒ่าก่อนหน้านี้มากกว่านะ"
"ฮ่าๆๆ ความปากแจ๋วแถวบ้านนาย ถูกนายเหมาไปหมดแล้วใช่มั้ย?"
"ท่านอาจารย์ฉือหาง เริ่มการแสดงของคุณได้เลย"
ชาวเน็ตต่างพากันสนุกสนาน รอคอยที่จะดูว่าฉือหางผู่ตู้จะตอบคำถามของอาฮุ่ยอย่างไร
อาฮุ่ยเช็ดน้ำตา แล้วเดินเข้าไปหาฉือหางผู่ตู้ทีละก้าว
"คุณตอบฉันมาสิ ตอบฉันมา!"
"คุณกับคนพวกนี้ทำธุรกิจอะไรกันแน่?"
ฉือหางผู่ตู้ท่องบทสวดมนต์ สีหน้ากลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง
"อมิตาภพุทธ ในเมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว อาตมาก็จะไม่ปิดบังโยมอีก"
"โยมจงฟังอาตมาแถ... ฟังอาตมาอธิบายก่อน"
"พวกเราช่วยชีวิตสัตว์ครั้งแล้วครั้งเล่า เอาพวกมันไปปล่อย เป็นการทำความดีสะสมบุญบารมี"
"แต่ชาวโลกนั้นโง่เขลา ไม่อาจเข้าใจได้ว่าสรรพสัตว์ล้วนเท่าเทียม และทุกสรรพสิ่งล้วนมีจิตวิญญาณ"
"เอาแต่ทำเรื่องฆ่าไก่ขายหมาอยู่ทุกวัน"
"ผู้ศรัทธามีรายได้จำกัด หากต้องซื้อสัตว์มาปล่อยเป็นเวลานาน ย่อมส่งผลกระทบต่อการเงินของตัวเองและครอบครัวอย่างแน่นอน"
"อาตมาคิดไปคิดมา ก็เลยตั้งใจจะทำข้อตกลงกับเถ้าแก่ที่นี่สักหน่อย"
คำโกหกพกลมของฉือหางผู่ตู้พรั่งพรูออกมาอย่างลื่นไหล







