(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 228
บทที่ 228 คุณรับบุญของคุณไป ฉันจะรับเงินของฉันเอง
"ให้เถ้าแก่ขายสัตว์ที่กำลังตกอยู่ในอันตรายให้พวกเราในราคาถูก"
"พวกเราจะได้ปล่อยสัตว์เพื่อสะสมบุญต่อไปได้ และยังช่วยลดภาระทางการเงินของทุกคนด้วย แบบนี้ไม่เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวหรือไง"
เมื่อก่อนตอนที่สกัดรถบรรทุกเพื่อปล่อยสัตว์ คนขับรถมักจะขูดรีดเรียกร้องเงินก้อนโต
เพื่อลดภาระทางการเงินของทุกคน ฉือหางผู่ตู้จึงขอเบอร์โทรศัพท์ของคนขับรถวัยกลางคนเอาไว้
และได้รู้จักกับเถ้าแก่ที่นี่ผ่านการแนะนำของเขา
พวกเขาตกลงซื้อสัตว์ที่รอการเชือดในราคาส่ง แล้วค่อยนำพวกมันไปปล่อย
ชาวเน็ตในห้องถ่ายทอดสดทุกคนต่างตกตะลึงกับความไร้ยางอายของฉือหาง
หน้าไม่อาย ไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด
พ่นเรื่องไร้สาระที่ฟังดูเหมือนจะใช่แต่ก็ไม่ใช่มาตั้งยืดยาว คิดว่าทุกคนเพิ่งเรียนจบประถมหรือไง
ไม่เคยเห็นโลกกว้างหรือไง
อาฮุ่ยเองก็ไม่เชื่อคำแก้ตัวของฉือหางผู่ตู้ เธอจ้องมองก้นบุหรี่บนพื้นแล้วพูดว่า "คุณเป็นนักบวช ทำไมถึงสูบบุหรี่"
"คนขับรถวัยกลางคนคนนั้นพูดเองว่าไม่ได้ร่วมมือกับคุณเป็นครั้งแรก คุณจะอธิบายเรื่องนี้ยังไง"
"อาฮุ่ย คุณฟังผิดแล้ว เขาบอกว่าร่วมมือกันเป็นครั้งแรกต่างหาก"
"ส่วนเรื่องก้นบุหรี่... อมิตาภพุทธ"
"การจะให้เถ้าแก่ที่นี่ขายไก่ เป็ด ห่าน หมา หรือสัตว์อื่นๆ ที่รอการเชือดให้พวกเราในราคาถูก ก็ต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเขาก่อน"
ฉือหางผู่ตู้พูดอย่างคล่องแคล่วว่า "พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า หากอาตมาไม่ตกนรก แล้วใครจะตกนรก"
"การสูบบุหรี่เพื่อกระชับความสัมพันธ์ จะนำไปสู่การบรรลุข้อตกลง"
"หากพระพุทธองค์จะลงโทษ ก็จะลงโทษแค่อาตมา ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ศรัทธาอย่างพวกคุณ"
ความไร้ยางอายและหน้าหนาของฉือหางผู่ตู้ ทำลายบรรทัดฐานความถูกต้องของชาวเน็ตไปอีกครั้ง
ฝีปากแบบนี้ถ้าไม่ไปทำธุรกิจเครือข่าย ก็ถือว่าเสียของเปล่าๆ
นอกจากฝีปากจะเก่งกาจแล้ว หน้ายังหนาเป็นกำแพงเมืองอีก
คอมเมนต์ของชาวเน็ตแบ่งออกเป็นสองฝ่าย
ฝ่ายหนึ่งสรรหาวิธีมาเยาะเย้ยฉือหางผู่ตู้สารพัดรูปแบบ
อีกฝ่ายพยายามเกลี้ยกล่อมอาฮุ่ยว่าอย่าไปเชื่อคำโกหกของเขาเด็ดขาด
เมื่อเห็นใบหน้าสวยที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและเสียใจของอาฮุ่ย ฉือหางผู่ตู้ก็ลดเสียงลงแล้วพูดว่า "อาฮุ่ย ในบรรดาผู้ศรัทธามากมาย อาตมาเชื่อใจคุณที่สุด เพราะคุณมีรากแห่งปัญญามากที่สุด"
"ตอนนี้อาตมาบอกความจริงกับคุณแล้ว ขอให้คุณช่วยเก็บเป็นความลับให้อาตมาด้วย"
"แม้อาตมาจะไม่เคยทำเรื่องที่ผิดต่อมโนธรรม แต่เรื่องนี้มันก็ค่อนข้างซับซ้อน"
"ถ้าแพร่งพรายออกไป อาจจะมีคนใส่สีตีไข่ เอามาโจมตีการทำความดีของพวกเราได้"
"คุณส่งโทรศัพท์มือถือมาให้อาตมาเถอะ หลังจากนี้อาตมาจะสวดมนต์ขอพรให้คุณและครอบครัวมากๆ เพื่อให้ครอบครัวของคุณได้ไปสู่แดนสุขาวดีและรับผลบุญโดยเร็ว"
ขณะที่พูดจาหว่านล้อมด้วยตรรกะวิบัติ ฉือหางผู่ตู้ก็ยื่นมือออกไปจะหยิบโทรศัพท์มือถือ
อาฮุ่ยสะดุ้งเฮือก รีบถอยหลังกลับไปเพื่อรักษาระยะห่างจากฉือหางผู่ตู้
"จนป่านนี้คุณก็ยังหลอกฉันอีก คุณมันเกินไปแล้ว!"
อาฮุ่ยหน้าแดงด้วยความโกรธ เธอตะโกนถามฉือหางผู่ตู้เสียงดัง
เงินที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นห้องนอนคืออะไรกันแน่
ในนั้นมีเงินสดตั้งร้อยกว่าหมื่นหยวน
อาฮุ่ยเป็นคนรับผิดชอบบัญชีของวัด เธอระบุที่มาของเงินทุกบาททุกสตางค์ไว้อย่างชัดเจน
เงินพวกนี้ไม่มีทางเป็นเงินบริจาคของวัดแน่ๆ
ผู้ศรัทธาที่เชื่อมั่นในฉือหางผู่ตู้ ล้วนเป็นคนธรรมดาที่ไม่ได้มีเงินทองมากมาย
เมื่อค่อยๆ หลุดพ้นจากการควบคุมจิตใจของฉือหางผู่ตู้ สติปัญญาที่คนปกติควรจะมีก็กลับมาครอบครองสมองของอาฮุ่ยอีกครั้ง
"เอ่อ..."
สีหน้าของฉือหางผู่ตู้เปลี่ยนไปอีกครั้ง ไอ้สารเลวหน้าไหนมันเอาเรื่องนี้ไปบอกอาฮุ่ยกันแน่
เรื่องที่เขาฝังเงินไว้ใต้ดินเนี่ย
เงินร้อยกว่าหมื่นหยวนนั้นเป็นเงินที่ฉือหางผู่ตู้อุตส่าห์เก็บหอมรอมริบมาตลอดสองปี
นอกจากตัวเขาเองแล้ว ก็ไม่มีทางที่ใครในโลกจะรู้เรื่องนี้ได้อีก
"เหล่าเจี่ย เงินที่คุณต้องการ ฉันเอามาให้แล้วนะ"
ในตอนนั้นเอง ชายอ้วนคนหนึ่งก็เดินหิ้วกระเป๋าสีดำเข้ามาจากข้างนอก
ชายอ้วนเดินเข้ามาพลางพูดแซวฉือหางผู่ตู้ว่าเป็นคนใจร้อน
เขาเพิ่งออกไปได้แป๊บเดียว อีกฝ่ายก็ให้คนโทรตามตั้งสามสี่รอบ
วินาทีนี้ ฉือหางผู่ตู้อยากจะตายให้รู้แล้วรู้รอด
ทำไมทุกเรื่องถึงต้องมาเกิดพร้อมกันด้วยเนี่ย
"เหล่าเจี่ย คุณเป็นอะไรไป ปวดฟันเหรอ"
ชายอ้วนหิ้วกระเป๋า ยืนห่างจากฉือหางผู่ตู้ไปไม่กี่เมตร
กล้ามเนื้อบนใบหน้าของฉือหางผู่ตู้กระตุก สีหน้าดูไม่ได้สุดๆ
ฉือหางผู่ตู้ขยิบตาให้ชายวัยกลางคนอย่างเอาเป็นเอาตาย
ดวงตากลมโตทั้งสองข้างกะพริบไม่หยุด
"นี่เหล่าเจี่ย พอได้แล้วมั้ง"
"ทุกครั้งที่คุณมารับเงิน ก็ต้องมาคอยหยั่งเชิงปฏิกิริยาของฉันตลอด ฉันไม่ใช่คนโง่นะ"
"คุณไม่ต้องมาคอยทดสอบฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนสอนเด็กหรอก"
"ทำธุรกิจมาตั้งหลายปี มีเรื่องไหนบ้างที่ฉันจะไม่เข้าใจ"
"ถ้าสถานการณ์ไม่ชอบมาพากล ฉันรู้ดีว่าควรจะพูดอะไร"
ชายอ้วนเดินเข้าไปหาฉือหางผู่ตู้ แล้ววางกระเป๋าในมือลง
"เงินอยู่ในถุงหมดแล้ว คุณลองนับดูสิ ทั้งหมดสองแสนสองหมื่นหยวน"
"รวมเงินของครั้งนี้กับครั้งก่อนๆ ด้วย"
แม้จะเห็นอาฮุ่ยยืนอยู่ข้างหลังฉือหางผู่ตู้ ชายอ้วนก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ
ตามข้อตกลงระหว่างเขากับฉือหางผู่ตู้
ทันทีที่ฉือหางผู่ตู้ขยิบตาให้ ชายอ้วนจะต้องรีบตัดความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาทันที
ถึงจะพูดแบบนั้น แต่อาฮุ่ยก็ไม่ใช่คนนอก
ชายวัยกลางคนร่วมมือกับฉือหางผู่ตู้มาหลายครั้ง และเคยเจออาฮุ่ยมาก่อน
เขารู้ว่าอาฮุ่ยเป็นพนักงานบัญชีพาร์ตไทม์ของฉือหางผู่ตู้
ก็คนกันเองทั้งนั้น มีอะไรที่พูดไม่ได้ล่ะ
"เหล่าเจี่ย เห็นแก่ที่เราทำงานร่วมกันมาหลายปี ครั้งนี้ก็เอาตามนี้แล้วกัน"
"ครั้งหน้าถ้าคุณจะใช้เงิน ก็บอกล่วงหน้าสักสองสามวันหน่อย"
"ยุคสมัยนี้ไม่มีใครพกเงินสดเยอะๆ หรอก การจะถอนเงินสดก้อนใหญ่จากธนาคารในครั้งเดียว ต้องยื่นเรื่องขอล่วงหน้า"
"เพื่อเตรียมเงินพวกนี้ให้คุณ ฉันต้องไปหาเพื่อนร่วมอาชีพตั้งสิบกว่าราย เดินจนขาลากไปหมดแล้วเนี่ย"
"จะว่าไปคุณนี่ก็แปลกคนนะ สมัยนี้เขาใช้บัตรธนาคารไม่ก็จ่ายเงินผ่านเน็ตกันหมดแล้ว แต่คุณกลับรับแค่เงินสด"
"ถ้าเกิดเงินพวกนั้นถูกคนขโมยไป คุณจะไม่มีที่ให้ร้องไห้เอานะ"
"จริงสิ มีอีกเรื่องจะบอกคุณ"
ชายอ้วนไม่ทันสังเกตเห็นสีหน้าของฉือหางผู่ตู้ที่อยากจะบีบคอเขาให้ตายเลยสักนิด
เขาเอาแต่พูดถึงธุรกิจในขั้นต่อไป
ฟาร์มหมูแห่งหนึ่งเพิ่งเกิดเรื่องเมื่อไม่นานมานี้ หมูที่กำลังจะส่งขายลอตหนึ่งติดโรคติดต่อ
จะให้กำจัดทิ้ง เถ้าแก่ฟาร์มหมูก็ทำใจไม่ได้
พอเถ้าแก่อ้วนได้ข่าว ก็เลยโทรศัพท์ไปคุยกับเถ้าแก่ฟาร์มหมู
เขากดราคาลงมาเหลือตัวละห้าร้อยหยวน
หมูก็เป็นสัตว์เหมือนกัน
ถ้าซื้อพวกมันมาปล่อย ผู้ศรัทธาหน้าโง่พวกนั้นไม่มีทางคัดค้านแน่นอน
ผู้ศรัทธาได้รับการเติมเต็มทางจิตใจ ส่วนชายอ้วนกับฉือหางผู่ตู้ก็ได้รับเงิน
ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ได้บุญมหาศาล
"เหล่าเจี่ย นี่มันธุรกิจก้อนโตที่มาเสิร์ฟถึงที่เลยนะ คุณคงไม่ปฏิเสธหรอกใช่ไหม"
"ผู้ศรัทธาหน้าโง่ของคุณน่ะ คุณพูดอะไรพวกเขาก็เชื่อหมด กระต่ายป่วยพวกนั้น ราคาทุนแค่ตัวละห้าหยวน แต่พริบตาเดียวก็ถูกพวกเราขายไปได้ตั้งแสนกว่าหยวน"
"ถ้าพูดเรื่องหาเงิน คุณนี่มันร้ายกาจจริงๆ"
หลังจากร่ายยาวมาตั้งเยอะ เถ้าแก่อ้วนก็พบว่าฉือหางผู่ตู้ไม่พูดอะไรเลยสักคำ แถมสีหน้ายังดูพิลึกกว่าเมื่อกี้เสียอีก
"เหล่าเจี่ย ฉันพูดมาตั้งเยอะ ทำไมคุณถึงไม่พูดอะไรเลยล่ะ เป็นใบ้ไปแล้วเหรอ"
"รีบให้คำตอบมาสิ ตกลงจะรับงานนี้ไหม"
"ถ้าเอา ฉันจะได้ให้เถ้าแก่ฟาร์มหมูส่งหมูป่วยพวกนั้นมาให้หมดเลย"
"หมูพวกนี้ป่วยหนักมาก คาดว่าคงอยู่ได้อีกไม่กี่วัน ยิ่งตายเยอะ พวกเราก็ยิ่งได้เงินน้อยลงนะ"







