(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 375
บทที่ 375 มีคนลวนลาม จับอีกฝ่ายกด บน ซ้าย ล่าง ขวา บน หมัด รัวๆ
"คุณรักษาโรคให้ผม แถมยังช่วยชีวิตผมไว้อีก หมอเฉิน ผมต้องตอบแทนคุณให้ได้"
ลุงคนขับตบหน้าอกตัวเองด้วยความรู้สึกหวาดผวาไม่หาย
โชคดีที่นอกจากเขาจะเป็นคนปากเสียแล้ว ก็ไม่เคยทำเรื่องเลวร้ายอะไรอีก
ไม่อย่างนั้น สวรรค์คงไม่คุ้มครองให้เขามาเจอเฉินหยูกลางดึกแบบนี้หรอก
ด้วยคำชี้แนะของเฉินหยู เขาถึงรอดตายมาได้
เฉินหยูพูดพลางหัวเราะ "ได้พบกันถือเป็นวาสนา ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับลูกพี่ พวกเราออกเดินทางกันต่อได้หรือยังครับ?"
"ได้ๆๆ ออกเดินทาง"
ลุงคนขับจับพวงมาลัย เหยียบคันเร่งพารถแล่นไปบนถนนอีกครั้ง
กว่าหนึ่งชั่วโมงต่อมา รถแท็กซี่ก็เข้าสู่เขตเมือง
ลุงคนขับชะลอความเร็วรถ แล้วกวาดสายตามองออกไปข้างนอก
"หมอเฉิน บุญคุณช่วยชีวิตไม่ตอบแทนไม่ได้ เอาอย่างนี้ไหม ผมเลี้ยงนวดเท้าคุณเอง?"
"..."
เฉินหยูถึงกับมีเส้นดำพาดผ่านหน้าผาก
ร้านค้าแถวนี้หลายร้านยังเปิดให้บริการอยู่
ด้านในมีแสงไฟสีชมพูส่องลอดออกมาให้เห็นวับๆ แวมๆ
พี่สาวหลายคนสวมเสื้อผ้าน้อยชิ้น นั่งรับลมเย็นๆ อยู่หน้าร้าน
"ลูกพี่ จอดส่งผมตรงนี้แหละครับ"
เพราะกลัวว่าคนขับจะพาเขาไปร้านนวดเท้าจริงๆ เฉินหยูจึงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเตรียมจ่ายเงิน
"หมอเฉิน คุณทำอะไรน่ะ? เงินของคุณผมรับไว้ไม่ได้หรอก"
ลุงคนขับดึงคิวอาร์โค้ดรับเงินจากเบาะหลังมายัดใส่กระเป๋าตัวเอง
หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ยอมรับเงิน
เมื่อทนความดื้อดึงของลุงคนขับไม่ไหว เฉินหยูก็ยิ้มและไม่ได้พูดอะไรอีก
เขาก้าวเดินเข้าไปในตรอกข้างๆ
วินาทีต่อมา เฉินหยูก็มาโผล่ที่คลินิกจิตเวช
วันนี้เรียกได้ว่าเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
เริ่มจากคืนความเป็นธรรมให้ผู้ตาย แล้วก็ยังช่วยชีวิตคนบริสุทธิ์ไว้ได้อีกหนึ่งคน
แถมยังได้ส่งวิญญาณเร่ร่อนไปสู่สุคติอีกหนึ่งดวง
เขานั่งขัดสมาธิอยู่บนชั้นสอง พลังบุญบารมีจำนวนมหาศาลไหลเข้าสู่ร่างกาย
มันช่างเป็นความรู้สึกที่คำว่าฟินคำเดียวไม่อาจบรรยายได้หมด
วันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ โจวเข่อซินหยุดพักผ่อน
เฉินหยูตื่นเช้าเดินเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าแปรงฟัน
เมื่อมานั่งหน้าคอมพิวเตอร์ เฉินหยูก็ยื่นนิ้วออกมาคำนวณอยู่สองสามที
เขาส่ายหน้ายิ้มๆ
ในห้องไลฟ์ที่ยังไม่ได้เริ่มสตรีม มีเพื่อนชาวเน็ตมารวมตัวกันอยู่เป็นจำนวนมาก
เดิมทีคิดว่าเมื่อวานเฉินหยูไปแก้ปัญหาให้โจวคังแล้วจะเปิดไลฟ์สดสถานที่จริงเสียอีก
ไม่คิดเลยว่าทุกคนรอมาทั้งวันก็ยังไม่เห็นเฉินหยูเปิดไลฟ์
ในขณะที่เพื่อนชาวเน็ตกำลังบ่นว่าเฉินหยูไม่เห็นพวกเขาเป็นคนกันเอง ระบบก็แจ้งเตือนว่าสตรีมเมอร์เริ่มไลฟ์แล้ว
"หมอเฉิน ในที่สุดคุณก็ออนไลน์ เมื่อวานทำไมไม่ไลฟ์ล่ะ?"
"ปัญหาของโจวคังแก้ได้หรือยัง?"
"เขาโดนผีหลอกหรือว่าหลอกตัวเองกันแน่?"
"หมอเฉิน คุณรีบเล่าให้ทุกคนฟังหน่อยสิ ว่าเมื่อวานเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
เพื่อนชาวเน็ตแต่ละคนอยากรู้อยากเห็นกันสุดๆ ส่งคอมเมนต์กันมาอย่างล้นหลาม
ถามว่าทำไมโจวคังถึงฝันร้าย
ทำไมในฝันถึงมีผีมาไล่ตามเขา
เฉินหยูยิ้มบางๆ แล้วอธิบายเรื่องเมื่อวานให้ฟังอย่างรวบรัด
เพื่อนชาวเน็ตพากันสูดลมหายใจเข้าลึก
เป็นคดีแต่งงานต้องระวัง ผู้ชายเฮงซวยทำคนตายอีกคดีแล้ว
การไลฟ์ครั้งนี้เฉินหยูเลือกช่วงเช้า ประกอบกับวันนี้เป็นวันอาทิตย์ จำนวนคนในห้องไลฟ์จึงมีเพียงแค่ล้านกว่าคนเท่านั้น
ทีมช่างเทคนิคของแพลตฟอร์มหูอวี๋ที่คอยดูแลความเรียบร้อยให้เฉินหยูมาตลอด
ได้ถอนหายใจอย่างโล่งอกเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน
ก่อนหน้านี้เวลาเฉินหยูไลฟ์สด ช่างเทคนิคต้องเตรียมเซิร์ฟเวอร์ไว้ให้เขาต่างหาก
ไม่เหมือนกับสตรีมเมอร์คนอื่นๆ
ทันทีที่เฉินหยูเริ่มไลฟ์ เพื่อนชาวเน็ตที่กระจายอยู่ตามห้องไลฟ์ต่างๆ จะพากันแห่มาเหมือนม้าป่าหลุดที่คุมไม่อยู่
หลั่งไหลเข้ามาในห้องไลฟ์ของเฉินหยูแทบจะในพริบตาเดียว
ในเวลาสั้นๆ มีคนหลั่งไหลเข้ามาในห้องไลฟ์หลายล้านคน เซิร์ฟเวอร์แค่ตัวเดียวจึงไม่พอใช้เลยสักนิด
"อาชญากรคนนั้นถูกจับแล้ว อีกไม่นานก็จะถูกกฎหมายลงโทษ"
"ทุกคนไม่ต้องพูดถึงเรื่องนี้กันแล้วล่ะ"
"ยังคงเป็นกฎเดิม โควตาสามคน อั่งเปาร้อยหยวน"
เฉินหยูคลิกเมาส์ แจกอั่งเปาร้อยหยวน
ไม่นาน ผู้โชคดีสามคนก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอสาธารณะ
เฉินหยูพูดด้วยรอยยิ้ม "ขอเชิญเพื่อนชาวเน็ตท่านแรกขึ้นไมค์ครับ"
วินาทีต่อมา เพื่อนชาวเน็ตหนุ่มที่ใช้ชื่อว่า 'ความกระตือรือร้นสามนาที' ก็ปรากฏตัวขึ้นบนหน้าจอ
"ชื่อดีนี่ คนก็สมชื่อเลย"
"เวลาคุณลดน้ำหนัก ความกระตือรือร้นมีแค่สามนาทีทุกครั้งเลยใช่ไหม?"
"ชื่อในเน็ตนี่เปิดเผยนิสัยสุดๆ"
ความกระตือรือร้นสามนาทีที่ถูกเพื่อนชาวเน็ตแซว เป็นเด็กหนุ่มร่างอวบอ้วน
เพื่อนชาวเน็ตคิดไปเองตามสัญชาตญาณว่า พี่ชายคนนี้ต้องลดน้ำหนักบ่อยแน่ๆ แล้วก็คงทำได้ไม่นาน
เพราะงั้นถึงตั้งชื่อตัวเองว่าความกระตือรือร้นสามนาที
"แฮะๆๆ เขาว่ากันว่าเพื่อนชาวเน็ตฉลาดเหมือนลิง คำพูดนี้ไม่ผิดจริงๆ"
ความกระตือรือร้นสามนาทีเผยรอยยิ้มซื่อๆ เอื้อมมือไปเกาหัว
"พี่น้องทั้งหลาย ฉันรู้สึกว่าเขากำลังประชดประชันพวกเราอยู่นะ ใครมีหลักฐานบ้าง?"
"นายนั่นแหละที่เป็นลิง เป็นลิงกันทั้งบ้านเลย"
"พี่ชายคนนี้ดูนิสัยร่าเริงดีนะ บนหน้ามีรอยยิ้มตลอดเวลา สงสัยจะแค่พูดล้อเล่นเฉยๆ"
"ทำไมถึงร้อนรนกันล่ะ"
"พี่ชาย เชื่อฉันสักคำเถอะ ชีวิตคนเราต้องหาความสุขใส่ตัวให้เต็มที่ เรื่องลดน้ำหนักอะไรนั่น ปล่อยให้มันไปลงนรกซะเถอะ"
เพื่อนชาวเน็ตส่งคอมเมนต์แซวกันมาสารพัดรูปแบบ
ความกระตือรือร้นสามนาทีหัวเราะฮ่าๆ แล้วพูดว่า "เพื่อนชาวเน็ตคนเมื่อกี้พูดไม่ผิดหรอก ผมเป็นลิงจริงๆ เพราะผมเกิดปีวอก"
"พ่อกับแม่ผมก็เกิดปีวอกเหมือนกัน พวกคุณว่าบังเอิญไหมล่ะ"
"ส่วนเรื่องลดน้ำหนัก ผมตัดใจไปตั้งนานแล้วล่ะ"
"บนโลกนี้มีแค่อาหารอร่อยกับสาวสวยเท่านั้นที่ไม่ควรพลาด"
พอคำพูดนี้หลุดออกไป บนหน้าจอก็ปรากฏอีโมจิยกนิ้วโป้งขึ้นมาเพียบ
เฉินหยูพูดว่า "สวัสดีครับคุณคนไข้ ไม่ทราบว่ามีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ?"
รอยยิ้มบนใบหน้าของความกระตือรือร้นสามนาทีหายไป น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความกลัดกลุ้ม "หมอเฉิน สังคมนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับ"
"เกิดมาอ้วน ทำไมถึงได้ซวยขนาดนี้เนี่ย"
"ตอนเรียน เพื่อนก็ด่าผมว่าไอ้อ้วน ไอ้หมูตอน"
"ผมอยู่แต่ที่บ้านเป็นโอตาคุ พ่อแม่ก็ไล่ให้ผมออกไปออกกำลังกายทุกวัน แถมยังบอกว่าถ้าผมไม่ออกจากบ้าน อีกไม่กี่วันก็คงจะเสื่อมสภาพแล้ว"
"พอทำงาน ก็มีคนมาน้ำลายหกใส่หน้าตาผม ตามลวนลามผมทุกวัน ทำไมชีวิตผมมันถึงได้รันทดขนาดนี้?"
พอได้ยินว่ามีคนลวนลามความกระตือรือร้นสามนาที เพื่อนชาวเน็ตก็กลั้นขำไว้ไม่อยู่แทบจะพ่นน้ำลายออกมา
ความกระตือรือร้นสามนาทีหน้าตากลมดิ๊ก ดูน่ารักดี
แต่ถ้าจะบอกว่ามาน้ำลายหกใส่หน้าตาเขา จนถึงขั้นตามลวนลามล่ะก็
ความมั่นใจแบบงงๆ ของพี่ชายคนนี้คงสูสีกับพวกลูกอีช่างมั่นเลยทีเดียว
"พี่ชาย นายมาเอาฮาใช่ไหมเนี่ย? น้ำหนักระดับนาย ใครจะกล้าไปลวนลามล่ะ?"
"ถ้ามีคนลวนลามนายจริงๆ ฉันสอนกระบวนท่าให้ เอาแบบว่านายจับอีกฝ่ายกด บน ซ้าย ล่าง ขวา บน หมัด รัวๆ เลย"
"ควงสว่านทุ่ม วิธีนี้มันน่าโดนข้อหาชะมัดเลย"
"ลางเนื้อชอบลางยา ไม่แน่อาจจะมีคนชอบกินมันหมูก็ได้นะ"
การถูกคนรอบข้างแซวบ่อยๆ ทำให้ความกระตือรือร้นสามนาทีชินชาไปเสียแล้ว
รอจนคอมเมนต์เริ่มน้อยลง ความกระตือรือร้นสามนาทีก็ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ แล้วพูดว่า "ไอ้หมอนั่นมันเป็นโรคจิต หมอเฉิน คุณว่าผมควรทำยังไงดีครับ?"
"เขาเป็นเจ้านายที่บริษัทผม ตอนที่ผมสมัครงาน ผมกรอกข้อมูลในเรซูเม่ไปซะครบถ้วนเลย"
"แม้กระทั่งว่าพ่อแม่ผมทำงานที่ไหน ก็ยังเขียนลงไปในนั้นด้วย"
"ถ้าผมลาออก ไอ้โรคจิตนั่นอาจจะตามมาที่บ้านผม แล้วก็ลวนลามผมต่อ"
"แต่ถ้าไม่ลาออก ผมคงจะประสาทเสียเข้าจริงๆ"
เพื่อนชาวเน็ตที่รอเผือกพากันเบิกตากว้าง
ไอ้โรคจิต?
ฟังจากความหมายนี้ แสดงว่ามีคนลวนลามความกระตือรือร้นสามนาทีจริงๆ
แถมยังเป็นผู้ชายอีกด้วย
เรื่องเผือกเรื่องแรกของการเปิดสตรีม ไม่เสียแรงที่ทุกคนอุตส่าห์ตื่นมาแต่เช้า
เฉินหยูประสานมือเข้าด้วยกัน แล้วพูดว่า "ที่คุณไม่อยากลาออก ไม่ใช่แค่เพราะเขารู้ที่อยู่บ้านคุณ หรือรู้ที่ทำงานของพ่อแม่คุณหรอกนะ"
"แต่ลึกๆ แล้วคุณก็ยังเสียดายเงินเดือนอยู่บ้างใช่ไหมล่ะ?"







