หากเป็นเพียงผู้ใช้กู่ระดับ 3 ต่อให้ค่าประสบการณ์ของอีกฝ่ายจะสูงถึง 90% แต่ด้วย "ยุทธวิธีคลื่นมนุษย์" ผู้ใช้พลังทางการก็ยังสามารถสังหารได้ การจับเป็นอาจจะยากหน่อย แต่ก็สามารถทำได้เช่นกัน
ทว่าตอนนี้ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งถึงสี่คน สถานการณ์จึงต่างออกไป ใครคือผู้ล่า ใครคือเหยื่อ ยากที่จะบอกได้จริงๆ
จางหยวนชิงระแวดระวังอยู่ในใจ เขาสัมผัสได้ถึงความตึงมือของเรื่องนี้ แต่ก็ไม่ได้ตื่นตระหนก ค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้หลี่ตงเจ๋อและกวนหย่าอย่างเงียบๆ เขามีไพ่ตายมากมายให้พลิกแพลง หากสถานการณ์เลวร้ายลงกะทันหัน เขาจะปกป้องทั้งสองคนนี้ก่อนเป็นอันดับแรก
กัปตันเถาวัลย์เขียวมีสีหน้าเคร่งเครียด กวาดสายตามอง "สัตว์กู่" ทั้งสี่ตัว แล้วกล่าวเสียงต่ำว่า
"มังกรขาว จ้าวแห่งกล้าม พวกคุณสองคนร่วมมือกันพัวพันเฮิงสิงอู๋จี้เอาไว้ หลี่ตงเจ๋อ คุณหลบหลีกเก่ง จัดการกับยัยแมงมุมนั่น ฉันจะจัดการกับแมลงตัวนั้นเอง ถังกั๋วเฉียง เจ้างูตัวนั้นมอบให้คุณ
"กวนหย่า คุณยิงปืนแม่น รับหน้าที่ยิงสนับสนุน หยวนสื่อ คุณรับหน้าที่ลอบโจมตี พลิกแพลงได้ตามอิสระ ส่วนคนอื่นๆ ให้เลือกช่วยเหลือหัวหน้าทีมแต่ละคน สังเกตการจัดรูปแบบขบวนด้วย
"รอจัดการสัตว์ประหลาดสามตัวนั้นได้แล้ว ค่อยร่วมมือกันรุมสังหารเฮิงสิงอู๋จี้"
ทุกคนตอบพร้อมกัน "เข้าใจแล้ว"
จ้าวแห่งกล้ามลงมือเป็นคนแรก กลางฝ่ามือปรากฏลูกไฟขึ้นมาหนึ่งลูก เขาคว้าลูกไฟนั้นไว้ ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แล้วขว้างออกไปสุดแรง
เฮิงสิงอู๋จี้ยืนนิ่งอยู่กับที่ เพียงแค่เอียงคอ ลูกไฟที่แฝงความร้อนสูงลูกนั้นก็เฉียดคอของเขาไปกระแทกแตกกระจายกับกำแพงด้านหลัง
ประกายไฟแตกกระจายเสียงดัง "ตู้ม" ทว่ามันไม่ได้สลายไป แต่กลับรวมตัวกันกลายเป็นร่างกำยำร่างหนึ่ง นั่นคือจ้าวแห่งกล้าม
นี่คือทักษะกดใช้ของผู้ใช้ไฟระดับ 3 ย่างก้าวอัคคี!
ในระยะยี่สิบเมตร สามารถอาศัยเปลวไฟในการเคลื่อนที่ ทำให้เกิดผลลัพธ์คล้ายกับการเทเลพอร์ต
เมื่อใช้ทักษะประชิดตัวแล้ว บนร่างของจ้าวแห่งกล้ามก็ลุกโชนด้วยเปลวไฟร้อนระอุ กลิ่นอายเปลี่ยนเป็นบ้าคลั่งในพริบตา เขาแนบชิดตัวเฮิงสิงอู๋จี้แล้วรัวหมัดเข้าใส่ทันที
ปัง ปัง ปัง!
หมัดพุ่งกระหน่ำดั่งห่าฝนกระแทกเข้าที่หน้าอก หน้าท้อง และพวงแก้มของเฮิงสิงอู๋จี้ ต่อยจนประกายไฟแตกกระจาย ต่อยจนผู้ใช้กู่คนนี้ต้องซวนเซถอยหลัง
ตึก ตึก ตึก... เฮิงสิงอู๋จี้ยืนหยัดอย่างมั่นคง ยื่นมือออกไปบีบข้อมือของจ้าวแห่งกล้ามไว้แน่น แสยะยิ้มพูดว่า
"เพลงหมัดไม่เลว เจ็บนิดหน่อยนะ!"
พูดจบก็เตะเข้าที่ท้องน้อยของอีกฝ่าย
จ้าวแห่งกล้ามลอยกระเด็นออกไปเฉียงๆ ราวกับลูกฟุตบอลใต้ฝ่าเท้าของนักเตะทีมชาติ กระแทกเข้ากับกำแพงอีกด้านของทางเดินอย่างแรง กำแพงสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น
นี่ไม่ใช่ความบกพร่องทางด้านทักษะ แต่เป็นความแตกต่างทางด้านพละกำลัง แมลงกู่ที่เฮิงสิงอู๋จี้หลอมรวมด้วยนั้น มีจุดเด่นคือพลังป้องกันและพละกำลัง
ในเวลาเดียวกับที่จ้าวแห่งกล้ามถูกเตะกระเด็นไป มังกรขาวก็เหยียบสายน้ำใส ภายใต้การม้วนตัวของกระแสน้ำ เธอพุ่งทะยานขึ้นไปยังชั้นสอง
เธอไม่ได้ใช้ดาบยาวที่หลังมือ แต่ควบคุมลูกน้ำสองลูกด้วยฝ่ามือ แล้วซัดเข้าใส่ร่างของเฮิงสิงอู๋จี้
"รนหาที่ตาย!"
ในสายตาของเฮิงสิงอู๋จี้ รูปแบบการโจมตีเช่นนี้มีช่องโหว่มากเกินไป ช่างเป็นการรนหาที่ตายชัดๆ
เขาดึงแขนที่กำหมัดแน่นไปด้านหลัง รวบรวมพลังเพียงชั่วครู่ กล้ามเนื้อทั่วร่างก็ปูดโปน ดันหมัดให้พุ่งออกไป เล็งเป้าไปที่ศีรษะของมังกรขาว
"โผล๊ะ!"
ศีรษะของมังกรขาวระเบิดออก กลายเป็นหยดน้ำที่สาดกระเซ็น ก่อนจะรวมตัวกันใหม่ในวินาทีต่อมา
เธอพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วที่ไม่ลดลง ผลักลูกน้ำในฝ่ามือเข้าที่หน้าอกของเฮิงสิงอู๋จี้
เสียง "ฉ่าๆ" ดังขึ้นต่อเนื่อง เกล็ดที่เพิ่งถูกจ้าวแห่งกล้ามเผาจนแดงและร้อนระอุเมื่อครู่ มีควันสีขาวลอยกรุ่นขึ้นมา
ปัง ปัง! เสียงปืนสองนัดดังตามมาติดๆ
เฮิงสิงอู๋จี้รู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอก เกล็ดที่แข็งแกร่งทนทาน กลับถูกกระสุนยิงจนเกิดรอยร้าว
หลังจากสลับเย็นและร้อน เกล็ดก็เปราะบางลง
"นังผู้หญิงบัดซบ..."
เขาโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ม่านตาแนวตั้งสีอำพันจ้องเขม็งไปยังกวนหย่าที่อยู่ตรงห้องนั่งเล่น
กวนหย่าไม่ได้สนใจเขา และไม่ได้ยิงปืนต่อ เพราะคนอื่นๆ ยังต้องการการยิงสนับสนุนจากเธอ
ขณะนี้ ภายในห้องนั่งเล่นอันกว้างขวาง สถานการณ์กำลังวุ่นวายโกลาหล
เทพท่องราตรีเพียงคนเดียวหลบซ่อนตัวอยู่ที่มุมห้อง สังเกตสถานการณ์การต่อสู้อย่างเยือกเย็น ไม่ได้รีบร้อนลงมือ รักษาระดับความอดทนที่นักฆ่าพึงมี
ทางทิศตะวันตกของห้องนั่งเล่น คู่ต่อสู้ของยัยแมงมุมคือหลี่ตงเจ๋อและปีศาจดินสองตน ปีศาจไม้สองตน
ขาสี่ข้างของยัยแมงมุมค้ำยันร่างกายให้ชูชันขึ้น ขาอีกสี่ข้างที่เหลือราวกับหอกยาว พุ่งแทงอย่างรวดเร็วจนเกิดภาพติดตา
หลี่ตงเจ๋อรับหน้าที่พัวพันเธอจากด้านหน้า ไม้เท้าของเขาไม่ว่าจะใช้ปัดป้อง แกว่งไกว หรือแทงออกไป กลับสามารถอาศัยเพียงไม้เท้าอันเดียว ป้องกันการโจมตีจาก "หอกยาว" ทั้งสี่ด้ามที่พุ่งเข้ามาจากทุกทิศทางได้
เขาดูเหมือนจะคาดเดาวิถีการโจมตีของยัยแมงมุมล่วงหน้าได้ ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถปัดป้องได้จริงๆ ก็อาศัยการเคลื่อนไหวอันพลิ้วไหวในการหลบหลีก
แม้จะดูอันตราย แต่เขาก็สามารถรอดพ้นวิกฤตไปได้ทุกครั้ง
ปีศาจไม้สองตนที่ขึ้นชื่อเรื่องความปราดเปรียวและพลิ้วไหว เคลื่อนที่วนรอบตัวยัยแมงมุม ยิงปืนใส่ส่วนท้องและศีรษะของเธอ พวกเขายิงเข้าเป้าทุกครั้ง กระสุนฉีกกระชากส่วนท้องอันดำมืดและบวมเป่งจนของเหลวสีเหลืองอมเขียวพุ่งกระฉูดออกมา
ยัยแมงมุมไม่มีพลังป้องกันที่แข็งแกร่ง แต่กลับมีความสามารถในการฟื้นฟูตัวเองที่น่ากลัว รวมถึงความปราดเปรียวที่ไม่เลว บาดแผลที่ถูกกระสุนฉีกขาดกลับฟื้นฟูเป็นปกติภายในเวลาไม่กี่วินาที
ความสามารถในการต่อสู้ระยะประชิดของผู้กองแข็งแกร่งขนาดนี้เลยเหรอ? ขอโทษครับผู้กอง ผมไม่ควรพูดว่าคุณเป็นดวงตาราคา 75 เหรียญทองเลย... จางหยวนชิงมองจนแทบจะตกตะลึง
ทางทิศใต้ของห้องนั่งเล่นคือเถาวัลย์เขียวที่เป็นปีศาจไม้ระดับ 3 เธอนำพรายน้ำสองตน ผู้ใช้ไฟสองคน ต่อสู้กับมนุษย์แมลงอย่างดุเดือด หมัดและเท้าที่ปะทะกันทำให้โต๊ะเก้าอี้แตกกระจาย พื้นแตกร้าว
หญิงงามในชุดกี่เพ้าผู้นี้มีพละกำลังที่น่ากลัว เมื่อประลองกำลังก็ไม่ตกเป็นรองเลยแม้แต่น้อย เมื่อร่วมมือกับลูกทีมอีกหลายคน ถึงขั้นสามารถกดดันมนุษย์แมลงเอาไว้ได้
จุดที่มีความเคลื่อนไหวน้อยที่สุดคือถังกั๋วเฉียงและสัตว์ประหลาดหัวคนตัวเป็นงู ชายวัยกลางคนที่สวมหมวกคนงานเหมืองกอดหางงูเอาไว้ สองเท้าเหยียบลงบนพื้น กอบโกยพลังแห่งผืนดินอย่างต่อเนื่องโดยไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
งูยักษ์รัดพันเขาด้วยความโกรธเกรี้ยว ลำตัวงูค่อยๆ รัดแน่นขึ้น กล้ามเนื้อปูดโปน พยายามจะบดขยี้กระดูกของศัตรูให้แหลกละเอียด ทว่าปีศาจดินกลับมีผิวหนังที่หยาบกระด้างและหนาเตอะ ราวกับก้อนเหล็กก้อนหนึ่ง
มันพยายามพุ่งกัดอีกฝ่าย โจมตีด้วยเขี้ยวแหลมคมที่อาบไปด้วยพิษ ทว่าหมวกคนงานเหมืองที่อีกฝ่ายสวมอยู่ กลับสามารถสร้างม่านแสงสีเหลืองดินขึ้นมาป้องกันการพุ่งโจมตีของมันได้ทุกครั้ง
ทั้งสองฝ่ายต่างคุมเชิงกันอยู่ชั่วขณะ
กวนหย่ากางแขนออก บางครั้งก็ยิงยัยแมงมุม บางครั้งก็ยิงมนุษย์แมลง เปลี่ยนท่าทางอย่างต่อเนื่อง สนับสนุนการต่อสู้ไปทั่วทั้งสนาม
จ้าวแห่งกล้ามและมังกรขาวร่วมมือกันยังถูกกดดัน พวกเขาคงยืนหยัดได้อีกไม่นาน ต้องรีบจัดการสัตว์กู่สามตัวนี้ให้เร็วที่สุด... จางหยวนชิงสังเกตลักษณะของศัตรู พลางครุ่นคิดว่าจะใช้ไอเทมชิ้นไหนดี
ยันต์หยกเข้าฝันมีไว้สำหรับรักษาชีวิต ทั้งเป้าหมายที่อัญเชิญออกมายังเป็นอาชีพสายความชั่วร้ายระดับผู้ครอบครอง หากไม่ถึงสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด จะนำมาใช้สุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้
ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดงใช้หนึ่งครั้งก็ลดลงหนึ่งครั้ง เป็นไอเทมก้นหีบเช่นเดียวกัน
ส่วนรองเท้าเต้นรำสีแดงนั้น สัตว์ประหลาดพวกนี้หากไม่มีพลังป้องกันสูงส่ง ก็มีความสามารถในการฟื้นฟูตัวเอง รองเท้าเต้นรำสีแดงสามารถกดดันพวกมันได้ แต่ไม่สามารถสังหารได้ในเวลาอันสั้น แถมยังจะทำให้ความลับที่ผมมีไอเทมประเภทกฎเกณฑ์เปิดเผยอีกด้วย...
ตอนที่สังหารโอวเซี่ยงหรง รองเท้าเต้นรำสีแดงก็กดดันปีศาจล่อลวงตนน้ันเอาไว้แน่น แล้วค่อยๆ บั่นทอนอีกฝ่ายจนตาย
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของไอเทมประเภทกฎเกณฑ์ชิ้นนี้ไม่ใช่พลังทำลายล้าง แต่เป็นความสามารถในการไล่ล่าสังหารอย่างไม่หยุดหย่อนและไม่อาจต้านทานได้
ตอนนี้ยังไม่เห็นพวกมันใช้ไอเทมเลย... ก็จริงนะ ไม่ใช่ผู้ใช้พลังแดนวิญญาณทุกคนที่จะมีไอเทม ไอเทมของผมล้วนแลกมาด้วยชีวิต เซี่ยหลิงซีมีไอเทมสามชิ้น แต่เธอก็ผ่านระดับ S มาแล้วครั้งหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นคุณหนูใหญ่ของตระกูลแดนวิญญาณ...
ยังมีอีกจุดที่แปลกมาก สัตว์ประหลาดพวกนี้ควรจะเป็นผู้ใช้พลังแดนวิญญาณ ทำไมถึงไม่เห็นพวกมันใช้ทักษะเลยล่ะ? เป็นผลข้างเคียงจากการถูกดัดแปลง หรือเพราะสูญเสียสติสัมปชัญญะ เลยยากที่จะควบคุมทักษะกันแน่? จางหยวนชิงคิดในใจ ทันใดนั้นก็เห็นว่าหลี่ตงเจ๋อกำลังตกอยู่ในอันตราย
หลี่ตงเจ๋อเห็นส่วนท้องของยัยแมงมุมกระตุกเกร็ง ก่อนจะชูศีรษะขึ้นสูง
เขารู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล สัญชาตญาณสั่งให้พุ่งตัวไปด้านข้าง ตำแหน่งที่เขายืนอยู่เมื่อครู่ ถูกปกคลุมไปด้วยใยแมงมุมที่เหนียวเหนอะหนะ
หลี่ตงเจ๋อกลิ้งตัวอย่างต่อเนื่อง กลุ่มใยแมงมุมพ่นไล่ตามเขาแต่พลาดเป้า ในที่สุด ใยแมงมุมกลุ่มหนึ่งก็ยิงโดนขาทั้งสองข้างของเขาจนสำเร็จ และยึดติดกับพื้นแน่น
ดวงตาของยัยแมงมุมเปล่งประกายสีแดงก่ำ ขาแมงมุมที่ราวกับเหล็กแหลมสองข้างยกขึ้น แล้วแทงลงมา
ปัง ปัง!
ปีศาจไม้สองตนเล็งไปที่ศีรษะของยัยแมงมุม แล้วลั่นไกปืน
ศีรษะของยัยแมงมุมราวกับถูกคนใช้ท่อนไม้ฟาดอย่างแรง มันเอียงไปด้านข้าง ร่างกายซวนเซตามไปด้วย
สิ่งนี้ช่วยชีวิตหลี่ตงเจ๋อเอาไว้ ขาแมงมุมสองข้าง ข้างหนึ่งแทงพลาดไปโดนไหล่ อีกข้างแทงลงบนพื้นข้างเอวของหลี่ตงเจ๋อ
"ฟ่อ ฟ่อ!"
ยัยแมงมุมโกรธจัด เธอทำตามสัญชาตญาณแห่งความอาฆาตแค้น ละทิ้งหลี่ตงเจ๋อ แล้วพุ่งเข้าใส่ปีศาจไม้ที่ยิงศีรษะของเธอ
ปีศาจดินอีกสองตนลากหลี่ตงเจ๋อถอยหลังไป
"ซี๊ด..." หลี่ตงเจ๋อสูดลมหายใจเข้าลึก หากบอกว่าที่ไหล่คือความเจ็บปวดอย่างรุนแรง เช่นนั้นที่ข้อเท้าก็เหมือนถูกคนเอาน้ำมันร้อนๆ ราดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ใยแมงมุมมีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง กระทั่งมีพิษ
"ผู้กอง ไม่เป็นไรใช่ไหม!" จางหยวนชิงขยับเข้าไปใกล้
หลี่ตงเจ๋อมองดูตัวเอง สภาพทุลักทุเล ทั่วร่างเต็มไปด้วยเลือด เขาพูดอย่างจนใจว่า
"ต้องเป็นอะไรอยู่แล้วสิ แบบนี้มันไม่สง่างามเอาซะเลย
"ฉันต่อสู้ต่อไม่ไหวแล้ว ปีศาจดินระดับ 2 ป้องกันการพุ่งแทงของเธอไม่ได้ หยวนสื่อ การหลบหลีกของคุณก็ยังแย่อยู่นิดหน่อย ทำได้แค่ลอบโจมตี ไม่สามารถพัวพันจากด้านหน้าได้"
เวลานี้ ปีศาจไม้สองตนถูกบีบคั้นจนตกอยู่ในอันตรายรอบด้าน พวกเขามีความปราดเปรียวเหนือคนทั่วไป แต่ไม่สามารถคาดเดาล่วงหน้าได้เหมือนหน่วยสอดแนม
ที่สามารถยืนหยัดมาได้จนถึงตอนนี้ ล้วนต้องพึ่งพาการยิงสนับสนุนของกวนหย่า
"รีบไปช่วยพวกเขาเถอะ" หลี่ตงเจ๋อขมวดคิ้วแน่น
ความเปลี่ยนแปลงทางฝั่งนี้ ดึงดูดความสนใจของถังกั๋วเฉียง เถาวัลย์เขียว และคนอื่นๆ ผู้ใช้พลังทางการเหล่านี้ใจหายวาบ
เมื่อสูญเสียการพัวพันจากหน่วยสอดแนมระดับ 3 อย่างหลี่ตงเจ๋อไป ผู้ใช้พลังระดับ 2 ไม่กี่คนย่อมไม่สามารถพัวพันศัตรูได้อีกต่อไป สิ่งนี้จะนำไปสู่การเสียสมดุล พวกเขาไม่เพียงแต่ต้องรับมือกับศัตรูตรงหน้า แต่ยังต้องระวังการลอบโจมตีจากยัยแมงมุมอีกด้วย
หากถูกลอบโจมตีจนสำเร็จและมีคนตายไปสองสามคน ตาชั่งแห่งชัยชนะก็จะเอนเอียงทันที
นอกจากนี้ สถานการณ์การต่อสู้บนชั้นสองก็ดุเดือดมาก มังกรขาวและจ้าวแห่งกล้ามไม่รู้ว่าจะทนได้อีกนานแค่ไหน
"ผู้กอง มอบให้ผมจัดการเอง" จางหยวนชิงพูดด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม "ผมมองทะลุรูปแบบการต่อสู้ของศัตรูแล้ว"
จางหยวนชิงเปิดช่องเก็บของ หยิบมีดหลิ่วเริ่นเรียวยาวออกมาเล่มหนึ่ง ตัวมีดยาวสี่สิบเซนติเมตร ส่องประกายเย็นเยียบ
ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของหลี่ตงเจ๋อ จางหยวนชิงตวัดมีดแทงเข้าที่ต้นขาของตัวเอง
ชั่วพริบตานั้น ไอเทมที่มาจากปีศาจล่อลวงชิ้นนี้ก็ฟื้นคืนชีพขึ้นมา มันดูดกลืนเลือดเนื้อของผู้เป็นนายอย่างตะกละตะกลาม จางหยวนชิงรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแรงลงอย่างรวดเร็ว...
ยัยแมงมุมมีความสามารถในการฟื้นฟูตัวเอง การโจมตีทั่วไปสร้างความเสียหายให้เธอได้จำกัด
ผลของสถานะเลือดไหลจากดาบกระหายเลือด สามารถสะกดข่มการฟื้นฟูตัวเองได้เป็นอย่างดี
"กวนหย่า คุ้มกันผมด้วย!"
จางหยวนชิงตะโกน เขาเข้าสู่สถานะท่องราตรี ร่างกายค่อยๆ เลือนหายไปทีละนิ้ว
กวนหย่าที่กำลังยิงสนับสนุน 'เฮิงสิงอู๋จี้' หมุนปลายเท้า บิดเอว ขยับแขนทั้งสองข้าง เล็งปากกระบอกปืนไปที่ยัยแมงมุม แล้วลั่นไกอย่างเด็ดขาด
เมื่อเทียบกับฝีมือการยิงปืนแบบตามมีตามเกิดของพวกปีศาจไม้แล้ว ระดับการยิงของกวนหย่าเรียกได้ว่าแม่นยำราวจับวาง กระสุนแต่ละนัดยิงเข้าที่ศีรษะ ไหล่ และหน้าอกของยัยแมงมุม ยิงจนเลือดสาดกระเซ็น ผิวหนังปริแตก
ยิงจนเธอซวนเซไปมา
ปีศาจไม้สองตนโล่งอกราวกับยกภูเขาออกจากอก รีบหนีออกมาอย่างทุลักทุเล พวกเขาแทบจะทนไม่ไหวแล้ว
พวกเขาวิ่งหนีพลางหันกลับไปยิงยัยแมงมุม ทันใดนั้น ทั้งสองก็เห็นว่าลำคอขาวผ่องเรียวยาวของยัยแมงมุม ปริแตกออกทางด้านข้างอย่างน่าประหลาด ราวกับถูกของมีคมบางอย่างปาดคอ
ตึก ตึก ตึก! ยัยแมงมุมที่ร่างกายกำลังเอียง ขาทั้งแปดข้างขยับด้วยความเร็วที่ทำให้ตาลาย ขยับเขยื้อนไปด้านข้างสิบกว่าเซนติเมตรอย่างดื้อๆ รอดพ้นจากชะตากรรมที่ต้องถูกบั่นคอไปได้
ร่างที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศปรากฏขึ้นตรงหน้ายัยแมงมุม
กวนหย่าสไลด์เท้า ปรับมุม กำลังจะลั่นไกปืนเพื่อคุ้มกันจางหยวนชิง
ทว่าในตอนนั้นเอง ยัยแมงมุมที่ถูกปาดหลอดเลือดแดงที่คอ ก็อ้าปากเล็กๆ สีแดงสด ฉีกกว้างไปจนถึงใบหู ชูคอแผดเสียงคำรามอย่างโหยหวน
คลื่นเสียงดังกึกก้องสะท้อนไปมา ทุกคนในคฤหาสน์ รวมถึงสัตว์กู่ทั้งสามตัว สมองดัง "วิ้ง" สีหน้าเหม่อลอย ความคิดว่างเปล่า
ยัยแมงมุมชูท่อนบนขึ้นสูง ยกขาหน้าสองข้างขึ้น แล้วกระแทกลงมาอย่างแรง
บัดซบ ผู้หญิงคนนี้คือนักดนตรีนี่เอง... ในช่วงเวลาความเป็นความตาย จางหยวนชิงได้ถ่ายโอนผลกระทบด้านลบที่ทำให้วิงเวียนศีรษะ ไปให้เจ้าเปิ่นน้อยในร่างกาย
วิญญาณทารกที่นอนขดตัวหลับใหลถีบขาสองข้าง ราวกับฝันร้าย
ร่างที่อยู่กลางอากาศไม่สามารถหลบหลีกได้ จางหยวนชิงเปิดช่องเก็บของอย่างเยือกเย็น อัญเชิญลูกแก้ว "ผู้มั่นคง" ออกมา
ขาแมงมุมอันแหลมคมกระแทกเข้าที่ร่าง แต่ถูกรัศมีสีเหลืองดินที่แผ่ออกมาจากร่างกายป้องกันเอาไว้
จางหยวนชิงร่วงลงสู่พื้นทันที รีบเก็บลูกแก้วกลับเข้าช่องเก็บของ กลิ้งตัวไปด้านข้าง แล้วหายตัวไป เข้าสู่สถานะท่องราตรีอีกครั้ง
เขามั่นใจเรื่องหนึ่งแล้ว สัตว์ประหลาดพวกนี้ยังมีทักษะเดิมอยู่ แต่เมื่อสูญเสียสติสัมปชัญญะไป พวกมันก็ทำได้เพียงอาศัยสัญชาตญาณในการใช้พลัง ไม่สามารถควบคุมอย่างละเอียดอ่อนได้
จางหยวนชิงดีดตัวขึ้น อ้อมไปด้านหลังยัยแมงมุม ดาบกระหายเลือดแทงทะลุเข้าไปในส่วนท้องที่บวมเป่งและอ้วนท้วนอย่างแรง แล้วออกแรงกรีด
ส่วนท้องที่เต็มไปด้วยลวดลายน่าเกลียดปริแตก ของเหลวสีเหลืองอมเขียวทะลักออกมาเป็นสาย พร้อมกับอวัยวะภายในที่น่าสะอิดสะเอียน
ยัยแมงมุมกรีดร้องพลางดีดตัวออกไป ชูคอแผดเสียงคำรามโหยหวนอีกครั้ง คลื่นเสียงดังกึกก้อง
หลอดเลือดแดงของเธอยังคงพ่นเลือดสดๆ ออกมา ส่วนท้องของเธอกระตุกเกร็งและขยับไปมา พยายามจะซ่อมแซมบาดแผลอย่างสุดชีวิต แต่ผลของสถานะเลือดไหลได้ยับยั้งการฟื้นฟูเอาไว้ เธอทำได้เพียงสัมผัสถึงพลังชีวิตที่ไหลออกไปอย่างสิ้นหวัง
หลังจากดิ้นรนเฮือกสุดท้ายด้วยการพุ่งชนสะเปะสะปะ เธอก็ล้มพับลงริมหน้าต่าง กระตุกอย่างหมดเรี่ยวแรง และสิ้นใจไปในที่สุด







