เมื่อทุกคนในคฤหาสน์ฟื้นตัวจากคลื่นเสียงกระแทก ก็เห็นว่ายัยแมงมุมสิ้นใจอยู่ริมหน้าต่างแล้ว
เขาทำได้อย่างไร? ผู้พเนจรทางการทั้งตกใจและดีใจ
ยัยแมงมุมมีพลังชีวิตแข็งแกร่งและมีพลังเยียวยาตัวเอง การโจมตีทั่วไปแทบไม่ได้ผล ทำได้เพียงค่อยๆ บั่นทอนให้ตายไปอย่างช้าๆ
แต่เพื่อนร่วมงานของพวกเขาคนนี้ กลับฟาดฟันเพียงสองสามดาบก็สังหารนางลงได้คาที่
เขาไม่ใช่หน้าใหม่หรอกหรือ ทำไมถึงเก่งขนาดนี้... เหล่าผู้พเนจรระดับ 2 นอกจากจะเซอร์ไพรส์แล้ว ในหัวก็มีความสับสนวาบผ่านเข้ามา
"ดี ดีมาก!" หลี่ตงเจ๋อกุมไหล่ ยันไม้เท้าซ่อนตัวอยู่ทางฝั่งห้องครัวและตะโกนเสียงดัง
"กวนหย่า สนับสนุนมังกรขาวกับจ้าวแห่งกล้ามเต็มกำลัง ไม่ต้องสนใจคนอื่น หยวนสื่อ พวกนายร่วมมือกับกัปตันเถาวัลย์เขียวฆ่าแมลงตัวนั้นซะ ถังกั๋วเฉียง นายทนอีกหน่อยนะ"
สมกับที่เป็นหน่วยสอดแนม คอยวางแผนอยู่เบื้องหลังจริงๆ
มังกรขาว จ้าวแห่งกล้ามที่อยู่ชั้นบน และกัปตันเถาวัลย์เขียวที่อยู่ชั้นล่างต่างฮึกเหิมขึ้นมาทันที หากไม่ใช่เพราะละสายตาไม่ได้ พวกเขาคงต้องเอ่ยปากชมไอ้หนุ่มเทพบรรพกาลอย่างหนักแน่นอน
แม้จะเป็นหน้าใหม่ แต่พลังรบไม่ด้อยเลยสักนิด พึ่งพาได้มากกว่าผู้กองของเขาเสียอีก
ถังกั๋วเฉียงที่กอดหางงูยักษ์ไว้แน่นและถูกลำตัวงูรัดไว้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก หันมาตั้งสมาธิสู้แรงกับงูยักษ์ต่อ
สมกับที่ปีศาจล่อลวงเป็นอาชีพที่เกิดมาเพื่อการเข่นฆ่า... จางหยวนชิงสัมผัสได้ถึงพลังที่สะท้อนกลับมาหลังจากดาบกระหายเลือดได้ดื่มเลือด จิตวิญญาณการต่อสู้และจิตสังหารก็พลุ่งพล่านขึ้นในใจ เขารีบพุ่งตัวไปหาตัวประหลาดแมลงทันที
หลังจากดาบกระหายเลือดดื่มเลือด มันจะแย่งชิงแก่นเลือดของศพส่งกลับมาให้ผู้เป็นนาย ปีศาจล่อลวงก็มีสกิลติดตัวที่คล้ายคลึงกัน ดังนั้นยิ่งสู้จึงยิ่งดุดัน
กวนหย่าสไลด์ตัวหลบ สวนทางกับจางหยวนชิงพลางยิ้ม "ทำได้ไม่เลวเลย"
ทั้งสองสลับตำแหน่งกัน สาวนักซิ่งรุ่นเก๋าเปลี่ยนแม็กกาซีน สาดกระสุนปูพรมไปยังระเบียงชั้นสองจนเกิดเป็นหลุมกระสุนบนกำแพง เพิ่มแรงกดดันให้เฮิงสิงอู๋จี้อย่างมาก
เฮิงสิงอู๋จี้กวาดตามองสถานการณ์ชั้นล่าง ไม่สนใจงูยักษ์ แต่ตะโกนบอกเพื่อนร่วมทีมอีกคนว่า
"ขึ้นมาช่วยหน่อย!"
ผู้พเนจรทางการแบ่งแยกสนามรบ หวังจะจัดการไปทีละคน เฮิงสิงอู๋จี้เองก็คิดแบบเดียวกัน เพียงแต่ยัยแมงมุมตายเร็วเกินไป ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงฉับพลัน
เวลานี้จะต่างคนต่างสู้ไม่ได้แล้ว
ส่วนเหตุผลที่ไม่ลงไปเอง เป็นเพราะชั้นล่างมีผู้พเนจรทางการเยอะเกินไป หากเขาลงไป ผู้ใช้ไฟกับผีพรายน้ำก็จะตามลงมาด้วย ถึงตอนนั้นเขาคงตกอยู่ในวงล้อมศัตรู
เมื่อได้ยินเสียงเรียก ตัวประหลาดแมลงก็งอข้อเข่าที่โค้งไปด้านหลัง ถีบขาทั้งสองข้างจนกระเบื้องปูพื้นแตก "กร๊อบ" ร่างสูงใหญ่พุ่งทะยานราวกับรถยนต์ที่แล่นฉิว ชนร่างอวบอิ่มของหญิงงามในชุดกี่เพ้ากระเด็นไปอย่างแรง
จางหยวนชิงที่กำลังพุ่งมาทางนี้ รีบเก็บมีดหลิวและอ้าแขนรับสาวงามอวบอั๋นที่ลอยละลิ่วมา
แต่เขาประเมินแรงกระแทกครั้งนี้ต่ำไป ร่างสองร่างกระแทกกันดังพลั่ก กลิ้งไปจนถึงตู้กระจกใต้ทีวีจึงหยุดลง จางหยวนชิงรู้สึกเลือนรางเหมือนได้ยินเสียงกระดูกของตัวเองลั่นจวนจะหัก หัวใจหยุดเต้นไปหลายวินาที
ตัวประหลาดแมลงที่ชนศัตรูกระเด็นดีดตัวขึ้น กางปีกแข็งกลางอากาศ ปีกที่บางราวปีกจักจั่นสั่นไหว ก่อให้เกิดลมกระโชกแรง
กัปตันเถาวัลย์เขียวที่นอนอยู่ในอ้อมแขนจางหยวนชิง คว้าเถาวัลย์เส้นหนึ่งออกมาจากความว่างเปล่าแล้วสะบัดมือฟาดออกไป
เถาวัลย์สีน้ำตาลพุ่งแหวกอากาศไปรัดข้อเท้าของตัวประหลาดแมลง แขวนเขาไว้กลางอากาศเหมือนว่าว
ภูตพฤกษาแรงเยอะขนาดนี้เลยเหรอ? จางหยวนชิงอดไม่ได้ที่จะพิจารณาผู้หญิงที่ดูอายุไม่ออกคนนี้ แล้วจู่ๆ ก็พบว่าจากการกระแทกเมื่อครู่ กระดุมตรงหน้าอกของเธอหลุดออก คอเสื้อเปิดอ้าออกเฉียงๆ เผยให้เห็นลูกไม้สีดำรองรับเนินอกขาวเนียนครึ่งวงกลม เป็นภาพที่กระแทกตาอย่างรุนแรง
กัปตันเถาวัลย์เขียว คอเสื้อคุณเปิดแล้ว... จางหยวนชิงเตือนเบาๆ ในใจแล้วดึงสายตากลับ เขาเป็นแค่เด็ก จะไม่มีวันแอบดูภาพที่ไม่เหมาะสมแบบนี้เด็ดขาด
"เผาปีกมัน!"
เถาวัลย์เขียวพิงตัวอยู่ในอ้อมแขนของจางหยวนชิง เกร็งแขนแน่น ออกแรงงัดข้อเต็มที่
ผู้ใช้ไฟสองคนได้ยินดังนั้น ก็อ้าปากทำท่าสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ทันใดนั้น ตรงหว่างขาของตัวประหลาดแมลงก็มีเสียง "ปู้ด ปู้ด" ดังขึ้นสองครั้ง ก่อนจะพ่นก๊าซสีเหลืองหม่นออกมาปกคลุมผู้ใช้ไฟที่อยู่ด้านล่าง
ชายฉกรรจ์กล้ามโตสองคนร่างแข็งทื่อกะทันหัน จากนั้นก็ล้มลุกคลุกคลานเหมือนคนเมาเหล้าปลอมแล้วล้มลง น้ำลายฟูมปาก
จางหยวนชิงอยู่ห่างออกไปตั้งไกล ยังคงได้กลิ่นก๊าซฉุนอมเปรี้ยวจางๆ ลิ้นชาหนึบทันที เขารีบกลั้นหายใจ ยาลูกกลอนที่อมไว้ในปากก่อนหน้านี้ออกฤทธิ์แล้ว พิษอ่อนๆ ถูกสลายไปอย่างรวดเร็ว
ตัวประหลาดแมลงดิ้นรนอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็สลัดเถาวัลย์ไม่หลุดเสียที เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ มันก้มมองข้อเท้าตัวเอง วินาทีต่อมา น่องตั้งแต่ใต้เข่าลงไปก็สลายกลายเป็นสายน้ำที่ไหลทะลัก
เถาวัลย์ไม่อาจรัดสายน้ำได้ จึงร่วงหล่นลงมาอย่างไร้เรี่ยวแรง
ด้วยแรงเฉื่อย กัปตันเถาวัลย์เขียวจึงล้มกระแทกเข้าใส่อ้อมแขนจางหยวนชิงอย่างแรง สีหน้าเธอซีดเผือด "แย่แล้ว..."
ทันใดนั้น ตัวประหลาดแมลงที่กำลังจะพุ่งขึ้นไปชั้นสองเพื่อช่วยเฮิงสิงอู๋จี้ ก็เริ่มหลบหลีกกลางอากาศกะทันหัน ราวกับกำลังต่อสู้ชิงไหวชิงพริบกับอากาศธาตุ
เถาวัลย์เขียวหันขวับไปมอง เห็นในดวงตาของเด็กหนุ่มด้านหลังมีสสารสีดำสนิทเหนียวหนืดกำลังพลุ่งพล่าน
วิชาลวงตา! เธอเข้าใจทันที
โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย เถาวัลย์เขียวสะบัดเถาวัลย์อีกครั้ง รัดข้อเท้าตัวประหลาดแมลงไว้
ตามสัญชาตญาณการต่อสู้ ตัวประหลาดแมลงเปลี่ยนอวัยวะตั้งแต่เหนือเข่าขึ้นไปให้กลายเป็นสายน้ำอีกครั้ง เถาวัลย์เขียวตะโกนขึ้น
"ตอนนี้แหละ!"
ปีศาจดินสองคนรู้ใจกัน คุกเข่าข้างหนึ่งลง ประทับฝ่ามือทั้งสองลงบนพื้น พื้นห้องนั่งเล่นแตกออก ดินทรายพุ่งทะลุกระเบื้องปูพื้น กลืนกินตัวประหลาดแมลงเข้าไป
วิชาควบคุมทรายของปีศาจดิน วิชาควบคุมน้ำของผีพรายน้ำ วิชาควบคุมไฟของผู้ใช้ไฟ ล้วนเป็นสกิลที่เรียนรู้ได้ตอนระดับ 2 และยังเป็นสกิลไม้ตายของทั้งสามอาชีพนี้ด้วย
ตัวประหลาดแมลงร่วงหล่นลงมาจากกลางอากาศ ใต้เข่าของมันว่างเปล่า โคลนขุ่นคลั่กก้อนหนึ่งกำลังขยับเขยื้อนอย่างยากลำบากอยู่ไม่ไกล หมายจะกลับคืนสู่ร่าง แต่เพราะมีดินทรายปะปนอยู่ จึงไม่อาจกลับคืนได้อีก
ดินข่มน้ำ
เถาวัลย์เขียวคว้าโอกาส บิดเอวดีดตัวขึ้นอย่างแรง วิ่งกระโจน ทิ้งเข่าทั้งสองข้างทับร่างตัวประหลาดแมลงไว้
ปีศาจดินสองคน ภูตพฤกษาสองคนพุ่งเข้ามาพร้อมกัน ล็อกแขนขาตัวประหลาดแมลงไว้
เถาวัลย์เขียวกำหมัดขวาดึงไปด้านหลัง แอ่นอกไปข้างหน้า ท่อนบนเกร็งตึงราวกับคันธนูที่ง้างจนสุด ก่อนจะทุบหมัดลงไปอย่างแรง
คนเมาตีเสือก็คงไม่ต่างจากนี้
ปึ้ก ปึ้ก ปึ้ก... ภายใต้การทุบตีอย่างหนักหน่วงทีละหมัด หัวของตัวประหลาดแมลงก็แตกกระจาย เนื้อสมองสีเทาขาวและเลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นไปทั่วพื้น พร้อมกับของเหลวเหม็นเน่าสีเขียวเข้ม
ฆ่าได้อีกหนึ่ง ชนะแน่... จางหยวนชิงดีใจลึกๆ
ฝ่ายศัตรูเสียสัตว์ประหลาดไปสองตัว ส่วนฝ่ายตัวเองเสียหน่วยสอดแนมระดับ 3 ไปหนึ่งคน ผู้ใช้ไฟอีกสองคน หากไม่มีอะไรผิดพลาด ตราชั่งแห่งชัยชนะก็ได้เอนเอียงมาทางฝั่งทางการแล้ว
แม้จะหวาดเสียว แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ฉันไม่ต้องใช้ไพ่ตายแล้ว!
ความคิดเพิ่งแล่นผ่าน จางหยวนชิงก็พลันเห็นเงาดำสายหนึ่งลอยผ่านสายตา พุ่งชนร่างอรชรเว้าโค้งของเถาวัลย์เขียวราวกับลูกปืนใหญ่
นั่นคือถังกั๋วเฉียงที่สวมหมวกคนงานเหมือง ทั้งสองกระเด็นออกไปพร้อมกัน เฟอร์นิเจอร์ตามทางถูกชนจนแหลกละเอียด
"พรวด..." กัปตันเถาวัลย์เขียวหน้าซีดเผือด กระอักเลือดกองโตออกมา
เกิดอะไรขึ้น? ผู้รับเหมาทนงูประหลาดไม่ไหวแล้วเหรอ? จางหยวนชิงเพิ่งคิดเช่นนี้ในใจ จู่ๆ ก็รู้สึกคันคอและไออย่างรุนแรง ขณะเดียวกัน มือเท้าก็ปวดเมื่อยเป็นระลอก เหมือนกรดแลคติกหลั่งออกมาหลังออกกำลังกายอย่างหนัก
ขาทั้งสองข้างของเขาอ่อนแรง ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ไม่รู้เลยว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้
ตอนนั้นเอง จางหยวนชิงได้ยินกวนหย่าครางเบาๆ ยันเสาไว้แล้วค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น
แทบจะพร้อมกัน หลี่ตงเจ๋อที่อยู่ในครัวแบบเปิด สมาชิกชั้นยอดสี่คนที่อยู่ข้างศพตัวประหลาดแมลง ถังกั๋วเฉียงและเถาวัลย์เขียวที่อยู่ริมกำแพง ล้วนมีอาการไอในระดับที่แตกต่างกัน และแสดงอาการอ่อนแรงหมดสภาพ
งูยักษ์ที่เหวี่ยงถังกั๋วเฉียงกระเด็นมา หางของมันห้อยต่องแต่งอยู่บนราวระเบียงชั้นสองอย่างอ่อนล้าไร้เรี่ยวแรง ดูเหมือนจะได้รับผลกระทบเช่นกัน
"พวกเราโดนพิษ... แค่กๆ..."
กัปตันเถาวัลย์เขียวหน้าซีดเซียว
โดนพิษเหรอ? ตั้งแต่เมื่อไหร่? จางหยวนชิงใจหายวาบ ก่อนหน้านี้เขาไม่รู้สึกถึงความผิดปกติของร่างกายเลยแม้แต่น้อย ในฐานะเทพท่องราตรีที่มีพลังชีวิตเปี่ยมล้น หากร่างกายถูกพิษแทรกซึม เขาจะรู้ตัวทันที
อีกอย่าง ภูตพฤกษาของสมาคมร้อยบุปผาก็มีสกิลสายชีวิต พวกเขาน่าจะไวต่อสิ่งของจำพวกพิษที่สุดสิ
แต่ภูตพฤกษาทั้งสามคน รวมถึงกัปตันเถาวัลย์เขียว เห็นได้ชัดว่าไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติใดๆ
"แกรก!"
ราวระเบียงชั้นสองหักสะบั้น มังกรขาวในชุดแข่งรถร่วงตกลงมา พร้อมกับดาบยาวสีดำของเธอ
ตามติดมาด้วยเปลวเพลิงกลุ่มหนึ่งที่ลอยลงมา ก่อนจะขยายตัวพรึ่บ กลายเป็นเงาร่างที่กุมท้องน้อยเดินโซเซ นั่นคือจ้าวแห่งกล้าม
หน้าท้องของเขามีบาดแผลทะลุที่น่ากลัว เลือดทะลักออกมาเป็นสาย กุมไว้ก็ไม่อยู่ ร่างกำยำเต็มไปด้วยรอยกรงเล็บที่เลือดไหลโชก
หัวหน้าทั้งสองหน้าตาอิดโรย มือเท้าสั่นเทา ปวดเมื่อยไร้เรี่ยวแรง
เงาดำสูงใหญ่สายหนึ่งกระโดดลงมาจากชั้นสอง กระแทกพื้นจนสะเทือน
เกล็ดบนตัวเฮิงสิงอู๋จี้มีรอยแตกหลายแห่ง เลือดซึมออกมา เขาสาวเท้าพุ่งเข้าหาจ้าวแห่งกล้ามอย่างรวดเร็ว
ป้าบ! เขางอเข่าดีดตัวกระโดดขึ้น ลูกเตะดุดันราวกับดาบยาวที่ตวัดเสยขึ้น
หากเตะโดน คางของผู้ใช้ไฟระดับ 3 คงระเบิดเหมือนแตงโมแน่
ในช่วงเวลาคับขัน เถาวัลย์เขียวในฐานะผู้ใช้เวทฟื้นฟู ยังพอมีแรงเหลืออยู่บ้าง เธอสะบัดข้อมือ เถาวัลย์รัดข้อเท้าถังกั๋วเฉียงไว้ แล้วเหวี่ยงเขาเข้าใส่เฮิงสิงอู๋จี้เสียงดังขวับ
เฮิงสิงอู๋จี้เปลี่ยนจากลูกเตะเสยเป็นลูกเตะกวาด
ปึ้ก! ถังกั๋วเฉียงปลิวว่อนออกไปเหมือนลูกฟุตบอล
เห็นได้ชัดว่าจากสู้เมื่อครู่ เฮิงสิงอู๋จี้ผูกใจเจ็บจ้าวแห่งกล้ามเข้าแล้ว เขาไม่สนใจถังกั๋วเฉียง ก้าวเท้าย่อเข่าพุ่งเข้าไป หมัดพุ่งแหวกอากาศ สาบานว่าจะต้องฆ่าศัตรูคู่อาฆาตให้ได้
สีหน้าหัวหน้าทุกคนเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง ได้แต่มองเพื่อนร่วมงานสละชีพไปต่อหน้าต่อตาโดยไร้หนทางช่วย
เวลานี้ จางหยวนชิงที่มีพลังฟื้นตัวน่าทึ่ง รวบรวมเรี่ยวแรงวิ่งโซเซออกไป กอดถังกั๋วเฉียงที่ลอยมาเหมือนลูกฟุตบอลไว้ ขวางอยู่หน้าจ้าวแห่งกล้าม ใช้ผู้รับเหมาเป็นโล่กำบัง ยกขึ้นบังด้านหน้า
ปึ้ก ปึ้ก ปึ้ก! หมัดของเฮิงสิงอู๋จี้รัวเป็นพายุ กระหน่ำทุบลงบนร่างถังกั๋วเฉียงไม่ยั้ง
จางหยวนชิงชู "โล่" ถอยร่นไปเรื่อยๆ
"นาย นายทำเกินไปหน่อยแล้ว..." ถังกั๋วเฉียงพูดไปกระอักเลือดไป
เขาหนังเหนียวเนื้อหนา โดนไปสองสามหมัดก็ไม่ตายหรอก แค่รู้สึกแย่มากๆ เท่านั้นเอง
...จางหยวนชิงอธิบาย "ผมทำเพื่อหลบหลีกภัยฉุกเฉินต่างหาก"
สิ้นเสียง เขากับถังกั๋วเฉียงก็ถูกลูกเตะกวาดพุ่งแหวกอากาศซัดจนปลิวกระเด็น
"ดิ้นรนไปก็เปล่าประโยชน์!" เขากวาดตามองผู้พเนจรทางการที่นั่งหมดยก อ้าปากอันน่าเกลียดน่ากลัว พ่นคำพูดภาษามนุษย์ออกมา หัวเราะอย่างได้ใจ
"ฉันไม่เคยพูดสักคำว่าที่พึ่งของฉันคือไอ้โง่สามตัวนี้ ลำพังพวกมัน จะไปชนะผู้พเนจรทางการสิบห้าคนได้ยังไง ต่อให้ฉันดัดแปลงพวกมันแล้วก็เถอะ
"ฮ่าๆ พวกมันก็แค่ของหลอกตาเอาไว้ตบตาพวกแก ท่าไม้ตายที่แท้จริงคือไอเทมลับของฉันต่างหาก มันปล่อยก๊าซพิษไร้สีไร้กลิ่น ต่อให้เป็นผู้พเนจรขั้นนักบุญก็ยังได้รับผลกระทบ
"แต่มันก็มีข้อเสีย คือต้องอยู่ในพื้นที่ปิดทึบ และต้องให้เวลามันพอสมควร ฉันบอกแล้วไง นี่คืองานเลี้ยงแห่งการเข่นฆ่าที่ฉันเตรียมไว้ให้พวกแก ชอบไหมล่ะ"
หลี่ตงเจ๋อ เถาวัลย์เขียว มังกรขาว และหัวหน้าคนอื่นๆ ดูเหมือนจะหน้าซีดลงไปอีก
ที่แท้ตั้งแต่พวกเขาก้าวเข้ามาในคฤหาสน์ ก็ตกหลุมพรางแล้ว หลุมพรางที่เตรียมการมาอย่างดี
ผู้พเนจรระดับ 2 หลายคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ใบหน้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
เฮิงสิงอู๋จี้มองไปทางจางหยวนชิง สายตาหยุดอยู่ที่ดาบกระหายเลือดซึ่งเหน็บอยู่ข้างเอวเขา เดาะลิ้นพูดว่า
"นี่มันไอเทมของโอวเซี่ยงหรงไม่ใช่เหรอ หึ ฉันอยากได้มันมาตั้งนานแล้ว นึกว่าโอวเซี่ยงหรงตายไปแล้วจะไม่มีโอกาสได้มาครอบครองอีก ที่ไหนได้ กลับมาส่งให้ถึงที่เลย"
เขามองไปที่หมวกคนงานเหมืองของถังกั๋วเฉียง ดาบยาวสีดำของมังกรขาว ปืนพกของกวนหย่า เถาวัลย์ของเถาวัลย์เขียว ไม้เท้าของหลี่ตงเจ๋อ...
"เป็นผลพลอยได้ที่อู้ฟู่จริงๆ ลูกพี่พูดถูก ฆ่าคนชิงสมบัติถึงจะเป็นหนทางสู่ความร่ำรวย เพื่อขอบคุณของขวัญจากพวกแกไอ้พวกโง่ ฉันจะสงเคราะห์ให้ตายสบายๆ ก็แล้วกัน อืม พวกเธอสามคนไม่ต้องตาย"
รูม่านตาแนวตั้งสีอำพันกวาดมองกวนหย่า เถาวัลย์เขียว และมังกรขาวทีละคน ลอบมองสัดส่วนโค้งเว้าของพวกเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผู้ใช้กู่ผู้ชั่วร้ายคนนี้ไม่ได้ปิดบังตัณหาของตัวเองเลยแม้แต่น้อย หัวเราะหึๆ พูดว่า
"ฉันจะดัดแปลงร่างกายพวกเธอสามคน พรากสติสัมปชัญญะไปซะ ทำให้พวกเธอกลายเป็นแค่สัตว์ตัวเมียที่เอาแต่กระดกตูดอ้อนวอนฉัน"
กัปตันเถาวัลย์เขียวสีหน้าเปลี่ยนไป หากเป็นเช่นนั้น เธอขอเลือกตายเสียดีกว่า
"ถุย!" มังกรขาวบ้วนฟองเลือดออกมา เลิกคิ้วยิ้มหยัน "ถึงตอนนั้น ฉันจะไม่ลืมกัดกล่องดวงใจแกให้ขาดเลยคอยดู"
เมื่อได้ยินคำพูดของเฮิงสิงอู๋จี้ กวนหย่าที่เดิมทีไม่ได้แสดงความหวาดกลัวต่อความตายออกมามากนัก ก็ค่อยๆ ตัวสั่นสะท้าน ความขยะแขยงและความหวาดกลัวอย่างรุนแรงพลุ่งพล่านขึ้นในใจ
เธอหันขวับไปมองจางหยวนชิง ในดวงตากลมโตแฝงความหวังไว้สายหนึ่ง
เธอรู้ว่าหยวนสื่อมีไอเทมประเภทกฎเกณฑ์อยู่ชิ้นหนึ่ง
เขายังมีไพ่ตายที่ไม่ได้งัดออกมาใช้ หากในที่นี้ยังมีใครสามารถพลิกสถานการณ์ได้ กวนหย่าคิดว่าต้องเป็นเขาคนนี้แหละ
อาชีพสายชั่วร้ายส่วนใหญ่ ล้วนเป็นพวกเศษสวะที่ตายร้อยรอบก็ไม่น่าเสียดาย... จางหยวนชิงแสยะยิ้ม ตอบรับสายตาของกวนหย่า ฝืนพยุงแขนขาที่อ่อนเปลี้ยลุกขึ้นยืน เรียกผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดงออกมาจากช่องเก็บของ
คิดไปคิดมา คนที่สามารถสังหารโจรชั่วคนนี้ได้อย่างรวดเร็ว ก็มีเพียงเจ้าสาวผีเท่านั้น
เขาไม่อยากใช้ไพ่ตายเร็วเกินไป แต่เมื่อถึงคราวจำเป็นจริงๆ ก็จะไม่ลังเลเช่นกัน
"หืม?" เฮิงสิงอู๋จี้ปากเก่งไปอย่างนั้น แต่ความจริงไม่ได้ลดความระแวดระวังลงเลย คอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของผู้พเนจรทางการทุกคนมาตลอด
เขามองไปที่จางหยวนชิงทันที จากนั้นสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดงปักดิ้นทองตรงขอบในมือของเขา
ปฏิกิริยาของเฮิงสิงอู๋จี้ ทำให้หัวหน้าหลายคนหันไปมองจางหยวนชิงเป็นตาเดียว เห็นเขาชูผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดงขึ้น
นี่มันของอะไรกัน? เขายังมีลูกไม้อะไรอีก? เถาวัลย์เขียว มังกรขาว และจ้าวแห่งกล้าม ทั้งงุนงงและคาดหวัง
ส่วนหลี่ตงเจ๋อกับกวนหย่ากลับแสดงสีหน้าตกตะลึงและผิดหวัง ของที่หยวนสื่อหยิบออกมา ไม่เหมือนกับที่พวกเขาจินตนาการไว้
จางหยวนชิงสบตาเฮิงสิงอู๋จี้ เผยรอยยิ้มพิลึกพิลั่นพลางพูดว่า
"อยากลองสัมผัสความรู้สึกของการเป็นเจ้าบ่าวดูไหมล่ะ!"
ลำโพงเอลวิสในกระเป๋าคาดเอวส่งเสียง "ซ่าๆ" สองสามครั้ง ก่อนจะมีเสียงปี่สั่วหน่าอันโหยหวนดังขึ้น
"เธอหัวเราะปนร้องไห้มา ลองทายดูสิว่าเธอหัวเราะปนร้องไห้มายังไง ร้องไห้มา ดูสิว่าเธอร้องไห้ปนหัวเราะมายังไง..."
เสียงปี่สั่วหน่าดังเป็นระลอก ทั้งแปลกประหลาด โหยหวน และแหลมสูง
พรึ่บ! เขาสะบัดมือคลี่ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดงออก ท่ามกลางสายตาสงสัยของทุกคน แล้วคลุมลงบนหัวตัวเอง
...







