สวี่อิงเงยหน้ามองฟ้า ในใจรู้สึกฉงนสงสัย เมื่อครู่ตอนที่เขาก้มลงมองผิวน้ำในบึงจันทร์เสี้ยว เขารู้สึกอยู่ตลอดว่าหลังศีรษะที่อยู่ในน้ำนั้นคือหลังศีรษะของตนเอง ทว่า ในบึงจันทร์เสี้ยวจะปรากฏหลังศีรษะของเขาได้อย่างไร?
สวี่อิงก้มลงมองผิวน้ำ ก็เห็นเงาสะท้อนบนผิวน้ำเป็นหลังศีรษะอีกครั้ง
เขามองไปบนท้องฟ้า ท้องฟ้ายังคงไม่มีความผิดปกติใดๆ บนอากาศไม่มีดวงตาคู่ใดกำลังจ้องมองเขาอยู่
อีกด้านหนึ่ง หยวนชีก็มาถึงริมบึงจันทร์เสี้ยวและจ้องมองผิวน้ำ
เขาไม่เห็นเงาสะท้อนของตัวเองในบึงจันทร์เสี้ยว แต่กลับเห็นสวี่อิง!
ตอนที่สวี่อิงก้มหน้า เขาเห็นหลังศีรษะของสวี่อิงในน้ำ ตอนที่สวี่อิงเงยหน้าขึ้นมอง เขาเห็นใบหน้าอันฉงนของสวี่อิงในน้ำ
งูใหญ่ตกใจสะดุ้ง ในหัวดังก้อง "หรือว่าอาอิ้งก็คือจอมมารเฒ่า คนโฉดชั่วผู้นั้น?"
เขามองไปทางสวี่อิง เห็นเพียงเสี้ยวหน้าของสวี่อิง ในแววตาของเด็กหนุ่มผู้นี้มีความสับสนอยู่บ้าง ทั้งยังหม่นหมองอยู่เล็กน้อย
"ข้าคิดว่าข้าเป็นหนึ่งในขุนพลทหารเหล่านี้ นึกไม่ถึงเลยว่าข้าจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับพวกเขา" สวี่อิงกล่าวเสียงเบา
หยวนชีกล่าว "อาอิ้ง ไม่ว่าเจ้าจะยืนอยู่ฝั่งไหน ข้าก็จะยืนอยู่ข้างเจ้า"
สวี่อิงเผยรอยยิ้ม ปลุกเร้าจิตใจให้ฮึกเหิมแล้วพูดพลางหัวเราะ "ท่านเจ็ดพูดถูก! ข้าในวันวาน ก็คือข้าในอดีต! ข้าในวันวาน ต่อให้เป็นศัตรูกับคนทั้งใต้หล้า ก็ไม่มีสหายที่ยอดเยี่ยมอย่างท่านเจ็ด! แต่ข้ามี!"
เซวียอิ๋งอันอ่านเนื้อหาบนป้ายหินจบก็ก้าวเดินมา พูดพลางหัวเราะ "เวลาผ่านไปเนิ่นนานเพียงนี้ แม้แต่ผู้บำเพ็ญเพียรอย่างเทียนชิงจื่อยังแก่ตาย จอมมารนั่นก็คงตายไปตั้งนานแล้วกระมัง? พี่สวี่อิง ท่านว่ารากวิญญาณวิถีเซียนจะซ่อนอยู่ที่ไหน?"
ในตอนนั้นเอง ศพโบราณคิ้วขาวที่นั่งตัวตรงนิ่งงันและแก่ตายไปนานเท่าใดแล้วก็ไม่ทราบซึ่งอยู่ด้านหลังสวี่อิงและหยวนชี จู่ๆ ก็ขยับเขยื้อน แล้วลุกพรวดขึ้นมายืนตรงแหน่ว
สีหน้าของเซวียอิ๋งอันเปลี่ยนไปทันที รีบตะโกน "ระวัง! ศพเทียนชิงจื่อคืนชีพ!"
สวี่อิงหันขวับ ก็เห็นศพโบราณผมขาวคิ้วขาวยืนตัวตรงแหน่วอยู่ตรงหน้าตน ร่างนั้นสูงใหญ่เป็นอย่างยิ่ง กำลังก้มมองเขาจากมุมสูง
ดวงตาของศพโบราณเหือดแห้งไปแล้ว ผิวหนังก็ขาดน้ำจนแห้งกร้าน เหี่ยวเฉาราวกับท่อนฟืน
ทว่าจากร่างของศพโบราณนี้ กลับแผ่ซ่านจิตสังหารอันท่วมท้นฟ้าดินออกมา!
เทียนชิงจื่อไม่ได้ตายในการต่อสู้ หากเขาสิ้นชีพในสนามรบ คงไม่ถึงขั้นมีจิตสังหารมากมายเพียงนี้ เป็นเพราะเขาแก่ตายอยู่ที่นี่ วันแล้ววันเล่าคืนแล้วคืนเล่าเฝ้ามองจอมมารผ่านบึงจันทร์เสี้ยว ความเคียดแค้นในใจจึงผูกพันไม่ขาดสาย ทำให้หลังจากตายไปแล้วก็ยังคงรักษาจิตสังหารและรังสีอำมหิตอันแข็งแกร่งเช่นนี้ไว้ได้!
"ที่ข้าเก็บรักษากายหยาบอันมีประโยชน์นี้ไว้ ก็เพื่อวันนี้!"
ความยึดติดอันรุนแรงของเขาระเบิดออก ด้านหลังปรากฏดินแดนซีอี๋ขึ้นมาฉับพลัน โลกภายในร่างกายอันใหญ่โตแผ่ขยาย ดึงตัวเซวียอิ๋งอันเข้าไปในดินแดนซีอี๋ทันที!
ดินแดนซีอี๋ของเขายังคงสมบูรณ์ดี เพียงแต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป น้ำในสระเหยาฉือของเขาก็เหือดแห้งไปบ้าง!
ทว่าในพริบตาที่ความยึดติดของเขาระเบิดออก รากวิญญาณต้นหนึ่งก็หยั่งราก แตกหน่อ และผลิกิ่งก้านออกมาจากสระเหยาฉือ นั่นคือหญ้าเซียนอีกต้นหนึ่ง รูปกายราวกับต้นถั่วแดงขนาดเล็ก บนกิ่งก้านมีเมล็ดถั่วแดงห้อยอยู่เต็มไปหมด ถ่วงจนกิ่งก้านโน้มต่ำลง!
เมล็ดถั่วแดงเหล่านั้นสดใหม่ยิ่งนัก พวกมันแตกออกทีละเม็ด ชั่วพริบตาน้ำเลี้ยงของถั่วแดงหญ้าเซียนก็กลายเป็นกระแสพลังเวทอันบ้าคลั่งหลากทะลัก เติมเต็มสระเหยาฉือจนปริ่ม!
ปราณแท้อันเดือดพล่าน ไหลบ่าไปทั่วสารทิศ
มันเอ่อล้นจากสระเหยาฉือ พุ่งทะลวงเข้าใต้สะพานเทวะ จุดประกายดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ที่ดับมอดให้สว่างไสว!
สวี่อิงใจหายวาบ ถอยร่นอย่างรวดเร็ว "ที่แท้รากวิญญาณวิถีเซียนก็ซ่อนอยู่ในดินแดนซีอี๋ของเขานี่เอง มิน่าเล่าถึงหาไม่พบ!"
ดวงตาทั้งสองของเทียนชิงจื่อสว่างวาบขึ้นทันที หอคอยสิบสองชั้นเปิดออกตามลำดับ ปราณแท้อันกว้างใหญ่ไพศาลร่วงหล่นจากฟากฟ้า ทำให้แม่น้ำสวรรค์ฟื้นคืนชีพ ภูเขาสวรรค์สะอาดหมดจด ไหลผ่านภูเขาเซียนห้าขุนเขา ทำให้ภูเขาเซียนกลับมาเปล่งประกายชีวิตชีวาอีกครั้ง!
"คนบาป!"
เทียนชิงจื่อคำรามก้อง ราวกับคืนชีพกลับมาสู่โลกมนุษย์อีกครา ปราณโลหิตของเขาพุ่งพล่าน ไหลทะลักอยู่ภายในร่าง เส้นผมสีขาวชี้ชันขึ้นฟ้า เอ่ยเสียงกร้าว "ข้ารอคอยจนถึงวันนี้ ในที่สุดก็สามารถแก้แค้นได้เสียที!"
สวี่อิงพาหยวนชีบินถอยหลังไปก่อนแล้ว ร่างของเขาเหินผ่านเหนือผิวน้ำบึงจันทร์เสี้ยว ตะโกนว่า "ท่านระฆัง!"
ระฆังใหญ่จิตใจห่อเหี่ยว ซุกตัวอยู่ในทะเลปรโลกในดินแดนซีอี๋ของเขา ไม่มีเสียงตอบรับ
ใต้เท้าของสวี่อิง ผิวน้ำอันเงียบสงบของบึงจันทร์เสี้ยวจู่ๆ ก็มีเสียงปุดปุดดังขึ้น ผิวน้ำกลายเป็นดวงตาขนาดใหญ่ทีละดวง ลูกตาเบียดเสียดกันหนาแน่นนับได้ราวห้าร้อยกว่าดวง!
ยามนี้ดวงตาทั้งห้าร้อยกว่าดวงกลอกกลิ้งพร้อมกัน เพ่งเล็งมาที่ร่างของสวี่อิง!
ดวงตาเหล่านี้ ก็คือดวงตาของเซียน!
ในเวลาเดียวกัน ศพเซียนแต่ละร่างที่ยืนอยู่ริมบึงจันทร์เสี้ยวก็พากันหันศีรษะ ใบหน้าที่ไร้ดวงตาต่างมองตรงมาอย่างพร้อมเพรียง
หยวนชีขนหัวลุกซู่ อยากจะร้อง แต่ก็ไม่กล้าร้องออกมา
เทียนชิงจื่อชกหมัดออกไป ท้องฟ้าพลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง สวี่อิงก็เห็นตนเองปลิวเข้าไปหาหมัดของอีกฝ่ายอย่างควบคุมไม่ได้ ไม่อาจหลบหลีกหนีพ้นได้เลย!
ศพโบราณนั่นคืนชีพ ผมขาวที่ยาวหลายจั้งปลิวไสวกลางอากาศ สัมผัสเทวะอันเก่าแก่พลุ่งพล่าน กลายเป็นเสียงระเบิดดังลั่น "ข้าจะล้างแค้นหนี้เลือดนี้ ให้แก่สหายร่วมรบของข้า!"
เซวียอิ๋งอันพุ่งเข้าไปในสระเหยาฉือในดินแดนซีอี๋ของศพโบราณเทียนชิงจื่อแล้ว เขาคว้าตัวรากเซียนถั่วแดงด้วยความตื่นเต้น ออกแรงดึงขึ้นมาพร้อมกับหัวเราะฮ่าๆ "วาสนาเซียนของข้า ได้มาอยู่ในมือแล้ว!"
สวี่อิงพุ่งเข้าชนหมัดของเทียนชิงจื่ออย่างไม่อาจควบคุมตัวเองได้ เขาไม่สนใจความแตกต่างของระดับบำเพ็ญเพียรอีกต่อไป เรียกมีดหักออกมา คำรามลั่นแล้วฟันฉับลงไป
ทันใดนั้น กลิ่นอายอันสะเทือนเลื่อนลั่นทั่วร่างของเทียนชิงจื่อก็เสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็ว ดวงตาที่เมื่อครู่ยังสว่างไสวก็หม่นหมองลง ผิวพรรณที่กลับมาเต่งตึงก็เหี่ยวแห้งซูบซีดลงอย่างรวดเร็ว
เส้นผมสีขาวที่ปลิวไสวของเขาร่วงหล่นลงมา กลิ่นอายของทั้งร่างดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็ง เปล่งเสียงโอดครวญสุดท้ายออกมา "ข้าแค้นนัก! ข้าไม่ยินยอม "
"ฉัวะ!"
ประกายดาบของสวี่อิงฟาดฟันลงมา ตัดศีรษะของเขาจนขาดกระเด็น
ศีรษะของเทียนชิงจื่อกลิ้งตกลงไปในบึงจันทร์เสี้ยว ดวงตาทั้งสองเบิกกว้าง ตายตาไม่หลับ
สวี่อิงร่วงลงสู่พื้น ตกลงตรงหน้าเทียนชิงจื่อ มีดหักหลุดมือร่วงหล่นอยู่ด้านข้าง
เด็กหนุ่มที่เคยถือมีดหัก กล้ามเนื้อทั่วร่างยังคงกระตุกอย่างบ้าคลั่ง
ร่างไร้ศีรษะของเทียนชิงจื่อคุกเข่าลงเบื้องหน้าสวี่อิงดังตุบ มันโงนเงนไปมาแล้วล้มคว่ำลง ก่อให้เกิดฝุ่นคลุ้งตลบ
การที่เขาปลูกรากวิญญาณวิถีเซียนต้นนี้ไว้ในสระเหยาฉือในดินแดนซีอี๋ของตนเอง ก็เพราะคิดว่าสักวันหนึ่ง คนโฉดชั่วผู้นั้นน่าจะหวนกลับมายังถิ่นเดิม มาที่นี่เพื่อตรวจสอบการกระทำอันชั่วร้ายของตนในอดีต
ถึงเวลานั้น ขอเพียงบึงจันทร์เสี้ยวถูกกระตุ้น เขาก็จะอาศัยรากวิญญาณวิถีเซียนมากระตุ้นความยึดติดเฮือกสุดท้ายของตนเอง ใช้ร่างที่เหลืออยู่นี้ พาคนโฉดชั่วผู้นั้นลงนรกไปด้วยกัน!
เพียงแต่เขาคำนวณแล้วคำนวณเล่า กลับไม่ได้คำนวณว่าเซวียอิ๋งอันจะยืนอยู่ข้างหลังเขา และในจังหวะที่เขากำลังจะสังหารคนโฉดชั่ว กลับดึงรากวิญญาณวิถีเซียนถอนรากถอนโคนออกมาเสียก่อน
หน้าผากของสวี่อิงเต็มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ มือที่กำมีดหักยังคงสั่นเทา ช่วงเวลาเมื่อครู่นี้ เขาคิดว่าตัวเองต้องตายแน่แล้วจริงๆ!
หยวนชีซึ่งอยู่อีกฝั่งของบึงจันทร์เสี้ยวก็ตกใจจนตัวสั่นเทาไปทั้งร่างเช่นกัน เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีของเทียนชิงจื่อ ไม่ว่าใครก็ย่อมเกิดความสิ้นหวังอันไร้ที่สิ้นสุด
เซวียอิ๋งอันกำรากเซียนถั่วแดงต้นนั้นไว้ สีหน้าเหม่อลอย ไม่รู้ตัวเลยว่าการที่ตนดึงรากเซียนขึ้นมา จะทำให้เกิดเรื่องราวมากมายถึงเพียงนี้
สวี่อิงเดินเข้าไปหา ประสานมือคารวะจรดพื้น "ขอบคุณพี่เซวียสำหรับบุญคุณช่วยชีวิต!"
เซวียอิ๋งอันกำรากเซียนไว้ ทำอะไรไม่ถูก รากเซียนต้นนั้นดิ้นพล่านราวกับปลาที่ถูกจับหาง พยายามจะหนีออกจากการควบคุมของเขา
"ก่อนหน้านี้ท่านช่วยชีวิตข้าไว้ ท่านบอกว่าที่ช่วยข้ามีเหตุผล ข้าช่วยชีวิตพวกท่านไว้ ก็เป็นเพียงความไม่ตั้งใจเช่นกัน"
เซวียอิ๋งอันไม่มีท่าทีจะถือเอาความดีความชอบเลยแม้แต่น้อย เขาหนีบรากเซียนไว้ใต้รักแร้ ประคองอีกฝ่ายให้ลุกขึ้น แล้วพูดพลางหัวเราะ "พวกเราถือว่าหายกันแล้ว อ้อ นี่ถือว่าเป็นมิตรภาพร่วมเป็นร่วมตายหรือไม่?"
สวี่อิงซาบซึ้งใจ กล่าวว่า "นี่คือมิตรภาพร่วมเป็นร่วมตาย!"
เซวียอิ๋งอันก็หัวเราะออกมาเช่นกัน เขาซื่อสัตย์จริงใจเป็นอย่างยิ่ง ในใจรู้สึกเพียงว่าการมีสหายเช่นนี้ ช่างน่าดีใจนัก
ทันใดนั้น ท้องฟ้าก็ค่อยๆ สว่างขึ้น สวี่อิงเงยหน้ามอง ก็เห็นลำแสงแต่ละสายร่วงหล่นจากฟากฟ้า สาดส่องไปยังที่ไกลโพ้น
ใจเขาหวั่นไหวเล็กน้อย กล่าวว่า "อิ๋งอัน รากวิญญาณวิถีเซียนของเจ้าต้นนั้น ใช่รากวิญญาณของไท่อี๋เสี่ยวเสวียนเทียนแห่งนี้หรือไม่?"
เซวียอิ๋งอันหิ้วกิ่งใบของรากเซียนต้นนั้นขึ้นมา ราวกับกำลังกำเส้นผมฟ่อนหนึ่ง รากฝอยนับไม่ถ้วนของรากเซียนต้นนั้นราวกับแขนขานับไม่ถ้วน ปีนป่ายขึ้นมาบนใบหน้าของเขา เพื่อจะแคะจมูกและควักลูกตาของเขา
เซวียอิ๋งอันสู้รบตบมือกับรากเซียนถั่วแดงไปพลาง กล่าวอย่างยากลำบากไปพลาง "ไม่ใช่! รากวิญญาณของไท่อี๋เสี่ยวเสวียนเทียนถูกจอมมารหักโค่นไปแล้ว รากเซียนถั่วแดงต้นนี้ น่าจะกลายสภาพมาจากรากเซียนชิ้นเล็กๆ เพียงท่อนเดียวเท่านั้น!"
ในที่สุดเขาก็ดึงรากฝอยของรากเซียนต้นนั้นออก ยัดรากเซียนเข้าไปในดินแดนซีอี๋ของตนเอง
รากเซียนต้นนั้นจะยอมอาศัยอยู่ในดินแดนซีอี๋ของผู้บำเพ็ญเพียรขั้นเจียวเลี่ยนอย่างเขาได้อย่างไร มันกระโดดโลดเต้นวิ่งขึ้นไปข้างบนทันที ไม่นานก็มาถึงดินแดนที่ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ลอยอยู่ของดินแดนซีอี๋
ในตา หู ปาก และจมูกของเซวียอิ๋งอัน มีรากฝอยนับไม่ถ้วนชอนไชออกมา โบกสะบัดไปมาไม่หยุดหย่อน
เด็กหนุ่มร้องลั่น รีบเรียกแก่นทองคำออกมา เพื่อจัดการกับรากเซียนที่รับมือยากต้นนี้
สวี่อิงเห็นดังนั้น ก็ส่งสายตาให้หยวนชี หยวนชีเข้าใจความหมาย ตวัดหางอันใหญ่โตออกไป ฟาดป้ายหินที่จารึกเรื่องราวของจอมมารจนแหลกละเอียด!
หน้าของเซวียอิ๋งอันไถลไปกับพื้น รากฝอยของรากเซียนยึดเกาะพื้นดิน วิ่งฉิวไปข้างหน้า สวี่อิงมองไป ก็เห็นเซวียอิ๋งอันนอนคว่ำอยู่บนพื้น ราวกับปลาเค็มที่ถูกลากให้วิ่งตะบึงไปในทะเลทราย
แววตาของสวี่อิงวูบไหว หยิบเพลิงวิเศษหยางบริสุทธิ์ออกมา เป่าลมเบาๆ หนึ่งที บึงจันทร์เสี้ยวก็ถูกจุดไฟลุกพรึบทันที
ในบึงจันทร์เสี้ยว ดวงตาแต่ละคู่เหล่านั้นถูกเผาจนส่งเสียงร้องแหลมประหลาด พากันกระโดดออกจากน้ำในบึง วิ่งพล่านไปทั่วพื้น
ศพเซียนที่ล้อมรอบบึงจันทร์เสี้ยวเหล่านั้นก็พากันร้องโหยหวน ยื่นมือทั้งสองข้างวิ่งพล่านไปทั่ว ราวกับว่าตัวเองก็ติดไฟไปด้วย
สวี่อิงเรียกมีดหักออกมา ฟันดวงตาที่ติดไฟเหล่านั้นขาดสะบั้นทีละดวงๆ
ศพเซียนเหล่านั้นจึงพากันหยุดชะงัก ทำท่าทางเหมือนกำลังมองหา คล้ายกำลังเงี่ยหูฟังความเคลื่อนไหวรอบด้าน
สวี่อิงตามไปทันดวงตาดวงสุดท้าย ฟันดวงตานั้นออกเป็นสองซีก เก็บมีดหัก เรียกหยวนชี แล้วก้าวยาวๆ มุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่แสงสว่างร่วงหล่นลงมา
เบื้องหน้า เซวียอิ๋งอันยังคงถูกลากไถลไปกับพื้น เขาไม่ตัดใจทำร้ายรากเซียนต้นนั้น และไม่ตัดใจกัดรากฝอยของรากเซียนให้ขาด ตอนนี้จึงตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างมาก
"คุณชายเซวีย ขืนปล่อยให้ลากต่อไป หน้าท่านจะถลอกปอกเปิกหมดแล้ว!"
หยวนชีตะโกนเตือน "ท่านปลูกมันลงไปสิ! ข้าเห็นศพของเทียนชิงจื่อ ปลูกมันไว้ในสระเหยาฉือนะ!"
เซวียอิ๋งอันได้สติทันที รีบเรียกเตาหลอมยาของตนออกมา เก็บรากเซียนถั่วแดงเข้าไปในเตาหลอมยาก่อน รากเซียนถั่วแดงเกาะตา หู ปาก จมูกของเขาไว้แน่น ไม่ยอมตกลงไปในเตาหลอมยาเป็นอันขาด ดึงรั้งเขาจนตาเหล่จมูกเบี้ยว
เซวียอิ๋งอันต้องลงแรงไปไม่น้อย กว่าจะเก็บรากเซียนถั่วแดงเข้าไปในเตาหลอมยาได้ ใช้เตาหลอมยาสะกดไว้ แล้วค่อยๆ ส่งรากเซียนต้นนี้เข้าไปในสระเหยาฉือของตนอย่างระมัดระวัง เพื่อปลูกลงในสระ
รากเซียนถั่วแดงหยั่งรากลงในสระเหยาฉือ ก็สงบเสงี่ยมลงมากอย่างที่คิด
เซวียอิ๋งอันเพิ่งจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก กลับเห็นรากเซียนต้นนี้วิ่งออกมาอีกแล้ว มันมาอยู่หลังดวงตาของเขา ยกปลายรากเส้นหนึ่งขึ้นเคาะดวงตาของเขา ดังก๊อกๆ
ลูกตาขวาของเซวียอิ๋งอันกระตุกรัว แทบจะกระเด็นหลุดออกจากเบ้า
หยวนชีหัวเราะ "อาอิ้งคิดค้นเคล็ดวิชาหลอมรากเซียนขึ้นมาวิชาหนึ่ง ท่านให้เขาถ่ายทอดให้สิ หลอมสักหน่อย ก็สามารถเรียกใช้รากเซียนได้แล้ว อาอิ้งบอกว่า ของสิ่งนี้คือของวิเศษที่มีชีวิตอย่างแท้จริง น่าอิจฉาจะตายชัก!"
เซวียอิ๋งอันมองไปทางสวี่อิง อ้าปากค้าง พูดไม่ออก ไม่กล้าเอ่ยปากขอให้อีกฝ่ายถ่ายทอดวิชาให้
เพราะถึงอย่างไรเคล็ดวิชาประเภทนี้ล้วนเป็นความลับที่ไม่ถ่ายทอดให้คนนอก มักถูกคนในสำนักมองว่าเป็นของล้ำค่า
สวี่อิงยิ้มกล่าว "ข้าก็แค่คิดค้นเคล็ดวิชาหลอมขึ้นมาส่งเดช ไม่คู่ควรให้กล่าวถึง ถ่ายทอดให้ท่านก็สิ้นเรื่อง" พูดจบ เขาก็อธิบายเคล็ดวิชาหลอมที่ตนคิดค้นขึ้นในหมู่บ้านเล็กๆ นอกเมืองสือเฉิงให้ฟังรอบหนึ่ง
แม้เซวียอิ๋งอันจะไม่มีประสบการณ์ท่องยุทธภพมากนัก แต่พรสวรรค์กลับสูงล้ำ ไม่นานก็เรียนรู้เคล็ดวิชาหลอมจนเป็น และทำการหลอมรากวิญญาณวิถีเซียนต้นนี้
ไม่นาน รากเซียนถั่วแดงก็สงบเสงี่ยมลง ไม่ก่อกวนอีก
เซวียอิ๋งอันปักรากเซียนลงในสระเหยาฉือ พลันรู้สึกได้ถึงระดับบำเพ็ญเพียรที่ยกระดับขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย ทั้งกายหยาบ แก่นทองคำ ปราณแท้ และสัมผัสเทวะล้วนได้รับการขัดเกลาให้ก้าวหน้าอยู่ตลอดเวลา ในใจปีติยินดี กล่าวขอบคุณสวี่อิงและหยวนชีครั้งแล้วครั้งเล่า
เขารู้สึกคันไม้คันมือจนทนไม่ไหว จึงเรียกรากเซียนถั่วแดงขึ้นมาอีกครั้ง ก็เห็นรากเซียนถั่วแดงลอยอยู่กลางอากาศ เปล่งแสงวิเศษเจิดจ้า เพียงกวาดเบาๆ ก็ปัดเป่าเศษเสี้ยววิชาเทวะที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหน้าจนแหลกละเอียด!
เซวียอิ๋งอันดีใจจนกลั้นไม่อยู่ เก็บรากเซียนเข้าไปในดินแดนซีอี๋
รากเซียนถั่วแดงต้นนั้นอาศัยจังหวะที่เขาไม่ทันระวัง แอบหลบออกจากดินแดนซีอี๋ โบกสะบัดแสงวิเศษ ฟาดใส่หยวนชีดังเพียะๆ อย่างบ้าคลั่ง ผ่านไปเพียงครู่เดียวก็ทุบตีหยวนชีจนหน้าตาบอบช้ำปูดบวม!
หยวนชีเรียกอาวุธมีดสัมฤทธิ์ออกมาปะทะกับรากเซียนต้นนั้นอย่างตาต่อตาฟันต่อฟัน แต่ไม่นานก็พ่ายแพ้ ถูกทุบตีจนอนาถกว่าเดิม ร้องโวยวายว่า "อาอิ้งเป็นคนถ่ายทอดเคล็ดวิชาหลอมให้เจ้านายเจ้าแท้ๆ ทำไมไม่ตีเขา กลับมาตีข้าเล่า?"
รากเซียนถั่วแดงเปลี่ยนทิศทางทันที โบกสะบัดแสงวิเศษ ฟาดใส่ร่างของสวี่อิงดังเพียะ
กายหยาบของสวี่อิงถูกตีจนปลิวออกไป เหลือเพียงวิญญาณที่ยืนอยู่กับที่ ทั่วร่างคือจิตแท้ไร้ดับดับ มีแสงวิเศษพันธนาการกายตามธรรมชาติ ถูกแสงวิเศษของรากเซียนตีจนสั่นไหวเล็กน้อย
แต่แสงวิเศษของรากเซียนถั่วแดงกลับแตกกระจายเกลื่อนพื้นเพราะเหตุนี้
รากเซียนต้นนี้พยายามจะต่อรากฝอยของตัวเองให้ติด แต่เก็บอย่างไรก็เก็บไม่ขึ้น จึงโมโหจัด พุ่งเข้าไปทุบตีหยวนชีอีกยกหนึ่ง
สวี่อิงเก็บกายหยาบของตัวเองขึ้นมา คิดในใจ "ข้าก็ต้องหารากเซียนมาสักต้นเหมือนกัน ของล้ำค่าเช่นนี้มีประโยชน์ต่อกายหยาบอย่างมาก กายหยาบของข้าอ่อนแอเกินไปจริงๆ"
เมื่อเทียบกับวิญญาณแล้ว ช่างอ่อนแอเกินไปจริงๆ
ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงสถานที่ที่ลำแสงแต่ละสายบนฟากฟ้าร่วงหล่นลงมา ก็เห็นแก้วหลากสีที่ถูกเผาไหม้เป็นวงๆ ทิ้งร่องรอยไว้ในทะเลทราย ก่อตัวเป็นลวดลายค่ายกล
สวี่อิงมองขึ้นไปบนฟ้า แสงสว่างบนท้องฟ้ากำลังค่อยๆ ขาดหายไป หม่นหมองลง และเลือนหายไป แสงเหล่านี้ไม่รู้ว่ามาจากไหน ประหลาดนัก
"อาอิ้ง เจ้าดูทางนั้น!" หยวนชีใช้หางชี้ไปเบื้องหน้าไกลๆ กล่าวด้วยความตื่นเต้น
สวี่อิงเงยหน้ามองไป ก็เห็นที่นั่นมีภูเขาหยกอยู่ลูกหนึ่ง บนภูเขาหยกมีตำหนัก เนื่องจากภูเขาหยกโปร่งใสจนแทบจะมองทะลุได้ ดังนั้นเมื่อมองจากที่ไกลๆ ตำหนักนั้นจึงราวกับล่องลอยอยู่กลางอากาศ สะดุดตายิ่งนัก
"ที่นั่นน่าจะเป็นจุดพักพิงของเซียนโบราณ"
สวี่อิงสำรวจรอบด้าน คาดเดาว่า "เซียนทะยานขึ้นฟ้า ที่นี่คือสถานีแรก พวกเขาแวะพักที่นี่เพื่อกินแก่นแท้วิถีดั้งเดิมของรากวิญญาณวิถีเซียน หลังจากเติมพลังจนเต็มเปี่ยมแล้ว จึงทำการทะยานขึ้นฟ้าครั้งที่สอง"
เขามองไปที่ยอดเขา ที่นั่นมีแสงวิเศษรวมตัวกัน สั่นกระเพื่อมเป็นระยะๆ น่าจะเป็นรากวิญญาณวิถีเซียนที่แตกสลายของไท่อี๋เสี่ยวเสวียนเทียนมารวมตัวกันอยู่ในภูเขาลูกนี้
ยอดเขาของภูเขาหยก ยังคงแผ่กลิ่นอายอันยิ่งใหญ่และเคร่งขรึมออกมาเป็นระลอก น่าจะเป็นกลิ่นอายของเซียนโบราณ
พวกเขาเดินไปข้างหน้า สังเกตเห็นว่าบนพื้นมีศพของปรมาจารย์นั๋วเพิ่มขึ้นมาหลายร่าง ยังไม่ถูกทะเลทรายกลืนกินไปจนหมด
สวี่อิงหยุดฝีเท้า สายตาจับจ้องไปที่ศพหนึ่งในนั้น ประหลาดใจเล็กน้อย ศพนี้เป็นชายหนุ่ม ทว่าไม่ใช่ปรมาจารย์นั๋ว
รูปร่างของคนผู้นี้สูงกว่าคนปกติถึงสองสามฉื่อ มีแขนสี่ข้าง แต่สวี่อิงกลับสัมผัสไม่ได้ถึงร่องรอยการทำงานของวิชานั๋ววังโคลน
"แปลกจริง หรือว่าจะมีคนเกิดมาเป็นแบบนี้ตั้งแต่กำเนิด?"
เขามองไปทางภูเขาหยก แววตาประหลาดใจ "หรือจะบอกว่า คนที่เข้ามาในไท่อี๋เสี่ยวเสวียนเทียนไม่ได้มีแค่พวกเรา?"
เซวียอิ๋งอันพุ่งไปข้างหน้า ตะโกนเสียงดัง "พวกท่านรีบตามมาเร็วเข้า! อันตรายระหว่างทาง ถูกคนข้างหน้ากวาดล้างไปหมดแล้ว! ต้องมีคนขึ้นเขาไปไม่น้อยแน่ พวกเรารีบไปเถอะ มิฉะนั้นวาสนาเซียนจะหลุดมือไป!"
สวี่อิงก้าวฉับๆ ตามเขาไป ไม่นานก็เห็นตอไม้ปักอยู่กลางทะเลทรายเป็นระยะๆ ปลายด้านหนึ่งของตอไม้ถูกเหลาจนแหลมเฟี้ยว มีศีรษะของปรมาจารย์นั๋วเสียบอยู่บนนั้น
อีกฝ่ายใช้วิชาอาคมที่ประหลาดมากชนิดหนึ่ง ทำให้ตอไม้กับปรมาจารย์นั๋วเหล่านั้นเติบโตเป็นเนื้อเดียวกัน ดังนั้นศีรษะเหล่านี้จึงยังมีชีวิตอยู่
เพียงแต่ทะเลทรายอันรกร้างว่างเปล่า ไม่มีน้ำ ภายใต้การตากแดดเช่นนี้ ท้ายที่สุดตอไม้และปรมาจารย์นั๋วก็จะค่อยๆ ตายไป
พวกสวี่อิงเดินผ่านไป ปรมาจารย์นั๋วเหล่านั้นกลอกลูกตาอย่างยากลำบาก มองดูพวกเขา
"ประหลาดนัก แผ่นดินเสินโจวดูเหมือนว่าไม่ว่าจะเป็นผู้บำเพ็ญเพียรหรือปรมาจารย์นั๋ว ต่างก็ไม่มีธรรมเนียมเช่นนี้"
สวี่อิงตรวจสอบตอไม้ แกะเปลือกไม้ออกเล็กน้อย ก็เห็นเลือดไหลซึมออกมาจากเปลือกไม้ วิชาอาคมชนิดนี้แปลกมาก คล้ายคลึงกับวิชาอาคมของหอเหม่อมองบ้านเกิดอยู่บ้าง
วิชาอาคมชนิดนี้ เปลี่ยนแปลงโครงสร้างของกายหยาบ ทำให้คนกับตอไม้เติบโตเป็นเนื้อเดียวกัน แตกต่างจากวิชานั๋วของตระกูลโจว
วิชานั๋วของตระกูลโจวอาศัยการเพ่งจิตเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกายหยาบ อาศัยพลังชีวิตกระตุ้นสิ่งมีชีวิตต่างๆ จนกลายเป็นวิชาเทวะ
แต่วิชาอาคมที่นำสิ่งมีชีวิตต่างสายพันธุ์มาผสานเข้าด้วยกันเช่นนี้ สวี่อิงไม่เคยเห็นมาก่อนเลย
หยวนชีสังเกตดูและค้นพบอะไรบางอย่าง กล่าวว่า "อาอิ้ง พลังชนิดนี้คล้ายคลึงกับพลังก่อกำเนิดตอนที่ข้าลอกคราบจำแลงกาย เพียงแต่พลังชนิดนี้ แข็งแกร่งกว่าพลังก่อกำเนิด สามารถเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ได้"
สวี่อิงจู่ๆ ก็ใจหวั่นไหวเล็กน้อย กล่าวเสียงเบา "วิชารังสรรค์"
หยวนชีชะงักไป "อะไรนะ?"
สวี่อิงกล่าว "คือวิชารังสรรค์ คนที่ฆ่าพวกเขา ใช้วิชารังสรรค์ นำสายพันธุ์ที่แตกต่างกันมาผสานเข้ากับพวกเขา นี่คือการข่มขวัญ แสดงให้เห็นว่าตนเองไม่ใช่ที่ใครจะมาตอแยได้ง่ายๆ!"
หยวนชีไม่เข้าใจ "หรือว่าตระกูลใดที่เข้ามาในที่แห่งนี้จะฝึกฝนวิชารังสรรค์? แต่ทว่า ในหกความลับไม่มีความลับแห่งการรังสรรค์นี่นา"
สวี่อิงเงยหน้ามองไปที่ภูเขาหยก คาดเดาว่า "บางที พวกเขาอาจไม่ใช่คนของโลกเราก็เป็นได้ ถึงอย่างไร เส้นทางสวรรค์แม้จะขาดสะบั้นไปแล้ว แต่พวกเราก็ยังสามารถมาถึงเสี่ยวเสวียนเทียนได้ แสดงว่าเส้นทางที่มุ่งหน้าไปยังเสี่ยวเสวียนเทียนยังไม่ได้ขาดสะบั้นไปอย่างสิ้นเชิง"
เขาเดินเข้าไปในภูเขา กล่าวว่า "ไม่แน่ว่า อาจจะมีโลกสวรรค์อื่น ที่ค้นพบเส้นทางมุ่งหน้าไปยังเสี่ยวเสวียนเทียน"
หยวนชีได้ยินดังนั้นก็หนาวสะท้าน "ถ้าพวกเขาค้นพบเมืองสือเฉิง ก็เท่ากับค้นพบเส้นทางไปสู่แผ่นดินเสินโจวของเราน่ะสิ! พวกนี้ชอบเสียบหัวคนขนาดนี้..."
ทันใดนั้น เบื้องหน้าก็มีเสียงอุทานด้วยความตกใจของเซวียอิ๋งอันดังขึ้น
สวี่อิงรีบพุ่งไปข้างหน้า ก็เห็นเซวียอิ๋งอันถูกหญิงสาวสี่แขนชกจนกระเด็น ไปกระแทกเข้ากับหน้าผาอย่างแรง!
บนศีรษะของหญิงสาวผู้นั้นปักขนนกยาวสยาย ใบหน้ามีความงดงามอยู่บ้าง ทว่ากลับดุดันกล้าหาญผิดปกติ ด้านหลังปรากฏนิมิตเทพมารสี่แขน ทรงอำนาจเหนือธรรมดา
ดินแดนซีอี๋ของนางเปิดด่านลี้ลับที่สอง ด่านลี้ลับเจียจี๋ไปแล้ว แก่นทองคำส่องสว่างด่านลี้ลับ ล่องลอยอยู่บนภูเขาสวรรค์ชั้นที่สิบสาม
ระดับบำเพ็ญเพียรของเซวียอิ๋งอันกับนางแตกต่างกันมากเกินไป จึงถูกฝ่ามือเดียวซัดจนกระอักเลือด
หญิงสาวผู้นั้นพุ่งทะยานตามมาติดๆ มือข้างหนึ่งคว้าศีรษะของเซวียอิ๋งอันไว้ มืออีกสองข้างคว้าแขนทั้งสองของเขา และยังมีมืออีกข้างหนึ่งชักดาบโค้งออกมา หมายจะบั่นศีรษะของเขา!
สวี่อิงแค่นเสียงเย็นชา กางนิ้วทั้งห้าออก ก้าวยาวๆ เข้ามา
สีหน้าของหญิงผู้นั้นเปลี่ยนไปทันที เห็นมือทั้งสี่ของตนเหี่ยวเฉาลงอย่างรวดเร็ว ผิวพรรณที่เนียนนุ่มเกิดริ้วรอยขึ้นในพริบตา สูญเสียความเต่งตึง พลังชีวิตภายในร่างของตนก็กำลังไหลทะลักออกไปอย่างรวดเร็ว!
"จงไป!"
ดาบโค้งในมือของนางส่งเสียงหวีดหวิวพุ่งออกไป หมุนควงฟาดฟันไปที่ลำคอของสวี่อิง มีดหักพุ่งออกไป ฟันดาบโค้งเล่มนั้นจนขาดสะบั้นเสียงดังเคร้ง!
หญิงสาวผู้นั้นไม่กล้ารั้งอยู่ รีบกระโจนขึ้นฟ้า เรียกแก่นทองคำออกมาสะกดวิชานั๋ววังโคลนที่ถาโถมมาจากด้านหลัง แล้วพุ่งขึ้นไปยังภูเขาหยก
สวี่อิงขับเคลื่อนวิชานั๋วเข้าปะทะแก่นทองคำของนาง พยายามจะลบล้างแก่นทองคำไปด้วยเลย ทว่ากลับถูกพลังประหลาดขุมหนึ่งในแก่นทองคำสะท้อนกลับมา ทำให้เขาประหลาดใจไม่น้อยเช่นกัน
"ไม่ใช่วิชาอาคมเทวะของดินแดนนี้จริงๆ ด้วย!"







