หลังลาออกจากเสี่ยวมี่ ผมก็กลายเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของวงการทันที · khram
ตอนที่ 136
บทที่ 136 วีอะไรเหลียว จะตีกันอยู่ ไม่มีเวลา!
พูดจบ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ก็ยื่นโทรศัพท์ในมือให้
จางเสี่ยวหลงเหลือบมองแวบเดียว “นี่มันก็ QQ เวอร์ชันมือถือ นี่นะ? ไม่สิ QQ ไม่มีสกินแบบนี้ เอ๊ะ? ทำไมฟังก์ชันน้อยจังล่ะ! แอปอะไรเนี่ย?”
“วีแชต!”
“วีแชต? วีแชต!”
จางเสี่ยวหลงเหมือนถูกสายฟ้าฟาด เขายืนนิ่งอึ้งไป ปากก็พึมพำกับตัวเองไม่หยุด
เกือบหนึ่งนาที เขาก็ได้สติกลับมา แล้วคว้าโทรศัพท์จากมืออีกฝ่ายไป ทดลองใช้งานแอปนี้อย่างหิวโหย ราวกับขอทานที่อดมาสามวัน
ดีไซน์มินิมอลสุดๆ การโต้ตอบเรียบง่ายสะดวก ใช้ครั้งแรกก็แทบไม่ต้องเรียนรู้อะไรเลย
ฟังก์ชันในวีแชตไม่ซับซ้อน เทียบกับ QQ เวอร์ชันมือถือแล้ว ก็เหมือนไม่มีอะไรเลย
แต่ก็เพราะมีแค่นิดหน่อยนี่แหละที่ทำให้จางเสี่ยวหลงหลงใหลจนวางไม่ลง เหมือนเมียสวยของคนอื่น ยิ่งมองยิ่งถูกใจ
ผ่านไปครึ่งชั่วโมง
ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ที่ถูกสั่งให้ยืนรอครึ่งชั่วโมงขยับขาที่ชาๆ นิดหน่อย กลืนน้ำลาย แล้วเตือนว่า “หัวหน้า มือถือผม..!”
มองดูแอปในเครื่อง จางเสี่ยวหลงรู้สึกเหมือนเส้นลมปราณถูกเปิดทั้งหมด
เขารู้แล้วว่าต่อไปต้องทำอะไร!
นั่นคือทำแอปบนมือถือที่จะมาแทนที่ QQ อย่างเบ็ดเสร็จ หากทำสำเร็จ เขาจะกลายเป็นผู้มีอิทธิพลตัวจริงอย่างยิ่งในเถิงซุ่นกรุ๊ป!
“หัวหน้า?”
“อ๋อ เอ่อ~ ซอฟต์แวร์นี้คุณไปรู้มาจากไหน?”
“เพื่อนร่วมชั้นที่อู่ฮั่นเจอในใบปลิวหน้าตึกบริษัทครับ”
จางเสี่ยวหลงทำหน้าไม่อยากเชื่อ “ใบปลิว? แล้วไม่มีในสโตร์แอปเหรอ?”
“เอ่อ ก็มีนะครับ...แต่แอปนี้บนเน็ตแทบไม่มีข่าวเลย เหมือนโผล่มาแบบเงียบๆ การโปรโมตออฟไลน์ตามที่เพื่อนผมบอกนี่ดุเดือดมาก ทางโน้นมีคนแจกใบปลิวแบบนี้เพียบ ผมลองถามเพื่อนร่วมงานเราแล้วไม่มีใครได้รับใบปลิวคล้ายๆ กันเลย แปลกมาก”
ไม่โปรโมตออนไลน์แต่ไปออฟไลน์แทน ยังทำการตลาดกันแบบนี้ด้วย? ไม่รู้ทีมเทคนิคของวีแชตคิดอะไรอยู่ กำลังกันใครกันแน่?
“พอแล้ว วีแชตตัวนี้ฟีดแบ็กดี คุณไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันขอศึกษาอีกหน่อย”
จางเสี่ยวหลงเปิดสโตร์แอปของวันโตวจยา แล้วค้นหาวีแชต เห็นยอดดาวน์โหลดมีแค่ไม่กี่หมื่น
แล้วก็เพิ่งอัปขึ้นได้เดือนเดียว ทุกอย่างกำลังเข้าทางพอดี
แต่พอเห็นข้อมูลแอปว่าบริษัทคือ Xiaomi ก็มีงงๆ อยู่บ้าง
เหลยจวิน ไม่ใช่กำลังทำมือถืออยู่เหรอ ทำไมจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มาทำอันนี้อีก?
คิดไม่ออกก็ช่างมัน เขากดดาวน์โหลดวีแชตไปอย่างง่ายๆ
หนึ่งชั่วโมงต่อมา จางเสี่ยวหลงลองใช้งานวีแชตแบบครบทุกซอกทุกมุมซ้ำไปซ้ำมา
ยิ่งยืนยันว่า นี่แหละทิศทางที่เขาต้องเทแรงใส่ต่อไป
พอแตกฉานแล้ว จางเสี่ยวหลงยิ่งคิดก็ยิ่งตื่นเต้นจนฉายชัดบนใบหน้า
คนอื่นอาจไม่รู้ แต่เขารู้ดีว่าอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่นั้นเน้นแนวคิด “สั้น-เร็ว-แรง” ไม่ใช่ว่า QQ เวอร์ชันมือถือไม่ดี เพียงแต่มันยังคิดด้วยมายด์เซ็ตอินเทอร์เน็ตแบบดั้งเดิมมาทำผลิตภัณฑ์บนมือถือ รสชาติมันเลยไม่ใช่
ยิ่งไปกว่านั้น ทีม QQ เวอร์ชันมือถือเป็นแผนกที่ใหญ่โตมาก ภายในซับซ้อนซ่อนผลประโยชน์สารพัด
จะดันให้ฟีเจอร์ไหนอัปเวอร์ชันยังยาก การประสานงานข้ามแผนกยิ่งไม่ต้องพูดถึง
ประสิทธิภาพต่ำมาก
ดังนั้น ตัวที่จะล้ม QQ ได้ แน่นอนว่าไม่ใช่ QQ เอง แต่เป็นผลิตภัณฑ์อื่น
วีแชตเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีจริงๆ น่าเสียดาย ตอนนี้มันเป็นของฉันแล้ว
ฉันมีทีมเทคนิคของศูนย์วิจัยและพัฒนากว่างโจว แถมยังอิงทรัพยากรของเทนเซ็นต์ การทำผลิตภัณฑ์ที่คล้ายวีแชตออกมาน่ะ ง่ายยิ่งกว่าง่าย
เธอชื่อวีแชตใช่ไหม? งั้นฉันจะตั้งชื่อว่า วีเหลียว!
คิดปุ๊บทำปั๊บ แต่ก่อนทำต้องไปรายงานเจ้านายก่อน
ก่อนรายงานเจ้านายต้องทำอะไรล่ะ? ก็ต้องทำ PPT สิ
ถ้าคนทำงานคนหนึ่งยังมีสกิลทำ PPT ดีเด่นอีกล่ะก็ ในใจเจ้านาย เขาคนนั้นคือคนที่ไว้ใจให้ทำเรื่องใหญ่ได้แน่นอน
แม้ทักษะการทำ PPT ของจางเสี่ยวหลงจะไม่โดดเด่น แต่เขามีแนวคิดผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม
เขาใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงเต็ม กว่าจะทำ PPT เสร็จ ถึงภายนอกจะดูไม่มีเอฟเฟกต์อะไรเลย เป็นแค่รูปกับข้อความแปะลงไปเฉยๆ
แต่พอเปิดมาก็สรุปก่อนเลย อธิบายแนวโน้มตลาดและขนาดตลาดของซอฟต์แวร์การสื่อสารเคลื่อนที่ ใช้ฉากหลังนี้เล่าเชิงมหภาค วาดภาพอนาคตให้เห็นชัดๆ
ขั้นต่อมา พูดถึงภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกและวิกฤตที่เทนเซ็นต์กำลังเผชิญ เล่นกับอารมณ์คนอ่านทั้งบวกทั้งลบได้อย่างถึงแก่น
ถัดไปจึงชี้แจงความหมายและบทบาทของการที่พวกเขาจะทำวีเหลียว ว่าจะนำอะไรมาสู่เทนเซ็นต์ และจะสร้างประโยชน์ให้กลุ่มบริษัทได้มากเพียงใด
ท้ายสุดจึงค่อยลงรายละเอียดขั้นตอนการดำเนินงาน กลยุทธ์ และประเมินการใช้กำลังคนกับเม็ดเงิน
ร่ายยาวเป็นพันคำ แล้วเขายังใช้เวลาอีกชั่วโมงหนึ่ง ย่อเหลือ 300 คำ
จางเสี่ยวหลงทวนอีกรอบ ตรวจคำผิด แล้วพอใจมาก จึงส่งอีเมลฉบับหนึ่งให้เสี่ยวหม่าเกอ
จากนั้นเขาหยิบมือถือขึ้นอย่างคึกคัก แล้วกดโทรหาเสี่ยวหม่าเกอทันที
“ฮัลโหล เสี่ยวหม่า ฉันเสี่ยวหลงนะ ฉันเพิ่งส่งอีเมลให้คุณ วันนี้ฉันเห็นซอฟต์แวร์ตัวหนึ่งชื่อวีแชต ศักยภาพสูงมาก ฉันอยากพัฒนาวีเหลียวที่คล้ายกัน อยากคุยกับคุณ ”
“วีอะไรเหลียว? ฉันไม่มีเวลา เสี่ยวหลง นายก็รู้กติกาหน่อยสิ ไม่สนเรื่องบริษัท อย่างน้อยก็ดูข่าวบ้างเถอะ ช่วงนี้อย่าโทรมารบกวนฉัน!”
“ฮัลโหล? เสี่ยวหม่า? ฮัลโหล? ฮัลโหล? ผม ” ฟังเสียงตื๊ดๆ จากโทรศัพท์ รอยยิ้มบนหน้าจางเสี่ยวหลงก็ค้างนิ่ง
เดิมทีเขาคิดจะไปบอกหัวหน้าก่อน แค่ให้หัวหน้าเห็นอีเมล เขายังมั่นใจว่าจะโน้มน้าวให้หัวหน้าหยุดการทุ่มทรัพยากรใน QQ อีเมล แล้วหันมาพัฒนาวีเหลียวแทนได้
แต่ยังไม่ทันพูดจบสาย จางเสี่ยวหลงก็รู้สึกว่าโครงการใหญ่ของวีเหลียวยังไม่เกิดก็แท้งเสียแล้ว
ในเทนเซ็นต์มีขั้นตอนพัฒนาที่ครบถ้วน ต้องยื่นขอตั้งโครงการ ขออนุมัติ พออนุมัติแล้วจึงจะได้รับการอนุญาตที่เกี่ยวข้อง สำหรับไปทำแบบจำลอง ออกเอกสารความต้องการ รีวิวเทคนิค และกระบวนการซอฟต์แวร์อีกยกใหญ่
จะเอาอะไรไปสู้ล่ะ อย่างนี้รอให้กระแสศึก 3Q ซาๆ ก่อน รอให้เจ้านายอารมณ์ดีค่อยคุยไหม?
บางทีถ้าเป็นคนอื่นก็คงทำแบบนั้น
แต่พี่หลงเป็นใครกัน เขาเรียกประชุมด่วนกับลูกทีมทันที
เห็นจางเสี่ยวหลงถือมือถือไว้ในมือแล้วบอกกับทีมเทคนิคกว่าหนึ่งโหลที่อยู่ตรงหน้า “ซอฟต์แวร์แชตตัวนี้ในมือฉันชื่อ วีแชต!”
พูดจบ เขาก็ฉายโปรเจ็กเตอร์สาธิตฟังก์ชันในวีแชตให้ดูคร่าวๆ จากนั้นจางเสี่ยวหลงพูดต่อว่า
“ฉันอยากทำผลิตภัณฑ์ที่คล้ายกัน ไม่ว่าพวกนายจะเรียกว่าลอกหรือเลียนแบบก็ตาม เราจะทำตัวนี้ มีใครมีปัญหาไหม?”
“มีครับ!” ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ยกมือ
“อะไร?”
“เอ่อ งานตั้งโครงการของผลิตภัณฑ์นี้ ทางสำนักงานใหญ่เขาอนุมัติหรือยังครับ?”
ดันมาจี้ใจดำกันได้ จางเสี่ยวหลงถลึงตาใส่อีกฝ่าย “คำถามต่อไป”
“ผลิตภัณฑ์นี้จะทำแพลตฟอร์มไหน? Symbian? แอนดรอยด์? iOS?”
“เอาหมด!”
“แล้วโปรเจ็กต์นี้มีเดดไลน์ไหมครับ?”
“หนึ่งเดือน ฉันอยากเห็นทั้งสามแพลตฟอร์มออนไลน์!”
พูดยังไม่ทันขาดคำ ฝั่งเทคนิคด้านล่างก็อุทานอย่างเหลือเชื่อ พร้อมเริ่มซุบซิบกัน
ช่างเทคนิคบางคนยกมือถาม “ฝั่ง iOS กำลังพัฒนา QQ สมุดบันทึกที่วางแผนไว้ก่อนหน้า ทำไปครึ่งทางแล้ว ไม่มีคนพอมาทำตัวนี้จริงๆ!”
จางเสี่ยวหลงคิดแค่สองสามวินาที ก็ตัดสินใจฉับไว “โปรเจ็กต์สมุดบันทึกพักก่อน บันทึกโค้ดทั้งหมดเก็บเข้าคลังปิดผนึก ทุกอย่างจัดลำดับความสำคัญให้ผลิตภัณฑ์นี้เป็นลำดับหนึ่ง”
“ฝั่งแอนดรอยด์ก็กำลังทำ QQ อีเมล เวอร์ชันมือถืออยู่”
“พัก!”
“Symbian”
“โปรเจ็กต์ทุกอย่างที่พวกนายถืออยู่พักทั้งหมด โอเคไหม?”
“แล้วทำไมเราต้องทำตัวนี้ มือถือ QQ ก็มีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ? เราดึงของข้างในออกมาชุดหนึ่ง จากนั้นลบและตัดโค้ดในนั้น แล้วแก้ให้เป็นแบบที่เราต้องการก็พอไม่ใช่เหรอ”
“มุกนี้ไม่ตลกเลยสักนิด ยังมีคำถามอื่นไหม?”
คำถามเมื่อกี้เข้าใจผิดไปไกล ตอนนี้ QQ มันใหญ่เกินไปแล้ว โค้ดข้างในผ่านมือคนมานับไม่ถ้วน จะบอกว่าเป็นเหมือนนางโลมชื่อดังที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาโชกโชนก็ไม่เกินจริงเลย ซับซ้อนและเปราะบางอย่างยิ่ง แถมดึงเส้นหนึ่งก็กระเทือนทั้งตัว เหมือนกับการกู้ระเบิดบนภูเขาขี้ พลาดนิดเดียวก็โดนขี้สาดเต็มตัว
อัตราส่วนต้นทุนต่อผลลัพธ์ไม่คุ้มเอาเสียเลย ลดความอ้วนให้ QQ สักปีหนึ่งก็ยังไม่แน่ว่าจะลดสำเร็จ สุดท้ายไม่ใช่ใครๆ จะมีทุนบ้าพลังเอาเทคโนโลยีมาซัดแบบเอาเป็นเอาตาย
ท้ายการประชุม แม้จะถูกหัวหน้าถลึงตาใส่ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ก็ยังรื้อเรื่องเดิมขึ้นมา “ไม่ผ่านกระบวนการอนุมัติตั้งโครงการ แถมยังหยุดโปรเจ็กต์ที่กำลังรันอยู่ดื้อๆ ทางสำนักงานใหญ่ต้องถามหาความแน่”
ช่างเทคนิคบางคนก็เริ่มได้สติขึ้นมา แล้วออกอาการกังวล “ใช่ครับพี่หลง ผลิตภัณฑ์ยังไม่ได้ยื่นตั้งโครงการ พวกเราก็ไม่มีสิทธิ์สร้างโปรเจ็กต์ แบบนี้จะทำยังไง?”
จางเสี่ยวหลงเห็นได้ชัดว่าเตรียมคำตอบไว้แล้ว โบกมือฉับ “ไม่มีสิทธิ์ก็ทำกันเองแบบออฟไลน์ไปเลย! เรื่องนี้ไม่ต้องถกแล้ว เกิดปัญหาอะไร ฉันรับผิดชอบทั้งหมด! แยกย้ายไปลุยงาน!”
“ว่าแต่พี่หลง ชื่อผลิตภัณฑ์นี้เรียกว่าอะไรนะ?”
“วีเหลียว คำว่า ‘เหลียว’ ที่แปลว่าแชต!”
มองดูทุกคนเดินออกไป จางเสี่ยวหลงก็ยกมือขยี้ขมับ
ไม่ว่ายังไงวีเหลียวเขาต้องทำให้ได้ เขารู้สึกว่านี่คือเส้นแบ่งสายอาชีพของตัวเอง
ถ้าล้มเหลว เขาก็เตรียมใจรับผลเลวร้ายที่สุดไว้แล้ว ไม่ไหวก็ลาจาก
แต่ถ้าสำเร็จล่ะก็ เท่ากับได้ประสบความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ คุ้มค่าที่จะเสี่ยงสักตั้ง!
งั้นก็สู้!
นี่เป็นครั้งแรกที่จางเสี่ยวหลงขัดกับความเห็นของเสี่ยวหม่าเกอ เลือกเดิมพันด้วยตัวเอง
ฝั่งเสี่ยวหม่าเกอเองก็ยุ่งหัวหมุน ต่อเนื่องหลายวันไม่กลับบ้าน ถึงขั้นนอนค้างที่บริษัทเป็นครั้งแรกในประวัติชีวิต
ตอนที่รับโทรศัพท์จากจางเสี่ยวหลง เขากำลังตัดสินใจครั้งสำคัญ ไม่อย่างนั้นด้วยนิสัยเขา คงไม่วางสายทิ้งโต้งๆ
เพราะใจของเสี่ยวหม่าเกอไม่ได้อยู่ที่เรื่องอื่นเลย เขากำลังทำการเลือกที่อาจจะสำคัญที่สุดในชีวิตนี้
พอมองดูคำแถลงที่ส่งมาให้เขายืนยันขั้นสุดท้ายบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ในที่สุดเสี่ยวหม่าเกอก็ตัดสินใจเห็นชอบตามแผน
นี่แหละ เหตุการณ์ “สองเลือกหนึ่ง” ที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์อินเทอร์เน็ตหัวเซี่ย
แม้หลังจากนั้นจะมี “สองเลือกหนึ่ง” โผล่มาเรื่อยๆ หลายครั้ง แต่เรื่องของครั้งนั้นส่งผลกระทบกินขาด
จริงๆ เหตุที่เสี่ยวหม่าเกอยอม ก็เพราะมั่นใจในผลิตภัณฑ์ของตัวเองมาก ท้ายสุดแล้วซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัย คนอาจใช้แค่ไม่กี่วันครั้งหรืออาทิตย์ละครั้ง แต่ IM แบบนี้เป็นแทบจะของจำเป็นสำหรับชาวเน็ต
ก็เหมือนความสัมพันธ์ระหว่างโทรศัพท์กับบอดี้การ์ด บอดี้การ์ดจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อเกิดปัญหาความปลอดภัย แต่การสื่อสารผ่านมือถือคือใช้ทุกวัน
ดังนั้นพอเข้าสู่สถานการณ์ “สองเลือกหนึ่ง” ผู้ใช้จะเลือกอะไร มันก็เห็นชัดอยู่แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ตามสถิติของฝ่ายเทคนิค อัตราผู้ใช้ทับซ้อนกันของทั้งสองฝั่งราวๆ 60% ฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูลประเมินว่า ในทางทฤษฎีสูงสุดแล้วฝั่งพวกเขาจะเสียผู้ใช้ประมาณ 10%
แล้วทาง 360 ล่ะ? พวกเขาจะเสียถึง 80% นั่นถือเป็นการทำลายล้าง
สุดท้ายเมื่อศึกเดินมาถึงจุดนี้ การตัดสินผลแพ้ชนะก็อยู่ที่ฐานรากของทั้งสองฝ่าย
เพราะฉะนั้นพอแผนนี้ออกมา เสี่ยวหม่าเกอก็รู้สึกว่าผลลัพธ์ถูกกำหนดไว้แล้ว!
เขาต้องให้พวกอันธพาลรู้ไว้ว่า คนสุภาพเวลาป่าเถื่อนขึ้นมา จะกลายเป็นอันธพาลยิ่งกว่า!
วันที่ 3 เดือน 11 ปี 2010 เวลา 18:19 น. ศึก 3Q ขึ้นสู่จุดพีก บทสุดท้ายอันอลังการเริ่มเปิดฉาก
เว็บไซต์ทางการของ TX ออกคำแถลง “การตัดสินใจที่ยากลำบาก” ประกาศว่าจะหยุดการทำงานของซอฟต์แวร์ QQ บนคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้ง 360 เซฟการ์ด
ผู้ใช้ 360 และ QQ ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่มีตัวเลือกอื่น!
แน่นอน เรื่องเป็นแบบนี้ก็จริง แต่อธิบายตรงๆ แบบนั้นไม่ได้ ต้องยืนบนที่สูงทางศีลธรรมไว้เพื่อโจมตีคู่แข่ง
ในแถลงการณ์ระบุว่า หลังจากไตร่ตรองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในที่สุดก็ถูกบีบให้ต้องทำการเลือกที่เจ็บปวด เช่น “ในสภาพแวดล้อมที่ติดตั้งซอฟต์แวร์ 360 ไม่อาจรับประกันความปลอดภัยของบัญชีผู้ใช้ได้!” “หน้าบ้านของผู้ใช้ทุกคนมีบอดี้การ์ดที่ไม่ได้รับเชิญมายืนอยู่ และทุกครั้งที่เข้าบ้านยังถูกบังคับให้ค้นตัวแบบไม่สมัครใจ”
“ดังนั้น เราจึงตัดสินใจว่าจะไม่ยอมให้เดสก์ท็อปคอมพิวเตอร์ของคุณกลายเป็นสมรภูมิรูปแบบประหลาด เราจึงมอบสิทธิ์ในการเลือกให้กับคุณ”
ท้ายแถลงการณ์ ยังเขียนทิ้งท้ายอย่างปลุกเร้าอารมณ์มากๆ ว่า
“ตลอด 12 ปีที่ผ่านมา เราโชคดีที่ได้เติบโตไปพร้อมคุณ ในวันข้างหน้า เราหวังจะเดินเคียงข้างคุณ!”
ตึกหลี่เซียงกั๋วจี้ ชั้น 15
“ข้างล่างเตรียมพร้อมกันหมดแล้วใช่ไหม? ตอนนี้ไม่ต้องรีบ น่าจะใกล้แล้ว เธอรอสายฉัน!”
วางสายแล้ว เฉินถงเดินเอื่อยไปที่หน้าต่างกระจกบานใหญ่ เปิดมู่ลี่ มองลงไปจากที่สูงเห็นรถบนถนนวงแหวนที่ห้าไหลเอื่อยไม่ขาดสาย ราวกับสายน้ำข้อมูลที่ค่อยๆ ไหลผ่าน
ช่วงนี้เขาแทบปักหลักอยู่ในออฟฟิศ คอยดูจุดพีกบทสุดท้ายของศึก 3Q ที่เฉินโม่พูดถึง และอาจจะเป็นม่านปิดฉากในอีกไม่นาน
เขายังรู้สึกช็อกกับแถลงการณ์ที่เทนเซ็นต์เพิ่งปล่อยบนเน็ตเมื่อครู่ “เสี่ยวหม่าเกอบ้าไปแล้วรึ?”
ในความทรงจำของเขา เสี่ยวหม่าเกอไม่น่าจะตัดสินใจบ้าบิ่นขนาดนี้ แต่เขาก็พอเข้าใจ สุดท้ายใครถูกกดดันจนมุมขนาดนี้ก็คงต้องบ้าเหมือนกัน
ไม่คาดคิดว่าโจวหงอี คนที่ปกติดูพูดติดๆ ขัดๆ ภายนอกดูเป็นคนถ่อมตน ที่แท้กลับเป็นมันฝรั่งระเบิด ระเบิดตูมทีเดียวทำเอาทุกคนผงะ
เฉินถงเปิดดูรายงานข่าวออนไลน์เกี่ยวกับศึก 3Q แล้วส่ายหัว พลางถอนใจว่า นักข่าวยุคนี้ยังสุภาพกันเกินไป กลิ่นดินปืนยังไม่เข้มพอ มีแต่ UC ที่ยังพอมีทรงอยู่บ้าง แต่ก็แค่ตรงพาดหัวเท่านั้น
จังหวะนั้นโทรศัพท์ในมือเขาดังขึ้น รับสาย “อืม ได้ เข้าใจแล้วว่าจะทำยังไง นายก็นั่งดูละครไปเถอะ!”
วางสายปุ๊บ เขาก็กดโทรกลับไปยังเบอร์เดิม “เริ่มลงมือได้แล้ว ครั้งนี้ขอให้จบในคราวเดียว”
จากนั้นบนพอร์ทัลใหญ่ๆ ทั้งหลาย ฟอรั่ม และ เวยป๋อ ก็จู่ๆ ก็โผล่คอมเมนต์แฉ โพสต์ แถลงข่าวปล่อย ข้อมูลแฉ ทุกรูปแบบพรั่งพรู เป้าหมายเล็งตรงไปที่เทนเซ็นต์
ตั้งแต่ซอฟต์แวร์ให้ดาวน์โหลด เกมออนไลน์ เสิร์ช อีคอมเมิร์ซ เวยป๋อ จนถึงความปลอดภัยตอนนี้ ไล่เรียง “สิบบาป” จนครบ สมควรจารึกโทษทัณฑ์ยืดยาวจนไม้ไผ่ยังเขียนไม่หมด
ผู้คนมักพูดว่า อินเทอร์เน็ตไม่มีความทรงจำ แต่จริงๆ ไม่ใช่แบบนั้น
ไม่ใช่ว่าทุกคนไม่มีความจำ เพียงแค่ต้องการให้มีคนไปกระตุ้น
ความทรงจำที่ตายไปแล้วผุดกลับขึ้นมาอีกครั้ง ปลุกระดมความทรงจำร่วมของชาวเน็ตวงกว้าง ทำให้ผู้คนที่เห็นล้วนเดือดดาล
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการแฉถึงบทความอ่อนไหวชิ้นนั้นที่เคยลงใน 《คอมพิวเตอร์เวิลด์》 รวมถึงชะตากรรมของผู้เขียนเบื้องหลังและผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ทำให้ชาวเน็ตพร้อมใจกันเดือดแค้น
มนุษย์ต่างก็มีความเห็นใจผู้ที่อ่อนแอและกระแสตามหมู่มาก กระแสสาธารณะก็มีแรงฉุดรั้งในตัวมันเอง
ชั่วขณะเดียว เทนเซ็นต์ก็กลายเป็นเพนกวินที่ใครผ่านก็รุมด่า







