บนท้องฟ้า ถ้ำสวรรค์ของผู้แข็งแกร่งทั้งห้าสิบสามคนถูกตัดขาดไปจนหมดสิ้น ถ้ำสวรรค์เหล่านี้คือสิ่งที่พวกเขาลอกคราบเซียนนั่ว เฉือนออกมาจากร่างเซียนนั่ว แล้วนำมาปลูกถ่ายใส่ร่างของตัวเอง
บัดนี้เมื่อเผชิญหน้ากับหกปรมาจารย์นั่ว ถ้ำสวรรค์เหล่านี้ก็เป็นเพียงจอกแหนไร้ราก หกปรมาจารย์นั่วเพียงแค่ตวัดฟันเบาๆ ก็สามารถตัดถ้ำสวรรค์เหล่านี้ให้ร่วงหล่นลงมาได้
ทว่านอกจากเรื่องถ้ำสวรรค์แล้ว คนทั้งห้าสิบสามคนนี้ก็ยังคงเป็นผู้บำเพ็ญปราณที่ยอดเยี่ยมที่สุด เมื่อพวกเขาเข้าปิดล้อมโจมตีหกปรมาจารย์นั่ว ต่อให้หกปรมาจารย์นั่วจะมีตบะลึกล้ำ และสามารถลอกถ้ำสวรรค์ของพวกเขาออกไปได้ แต่ก็ยังถูกโจมตีจนกระอักเลือดไม่หยุดหย่อนกันถ้วนหน้า!
เบื้องหน้าหุบเหวลึก เลือดเนื้อสาดกระเซ็น เป็นภาพที่น่าสยดสยองหาใดเปรียบ
รูปลักษณ์มรรคที่หกปรมาจารย์นั่วบำเพ็ญเพียรมาด้วยตนเอง ถูกผู้บำเพ็ญปราณเหล่านี้บดขยี้ทำลาย แม้พวกเขาจะครอบครองโอสถเซียนจำนวนนับไม่ถ้วน สามารถรักษาอาการบาดเจ็บของร่างกายและจิตวิญญาณได้จนเป็นอมตะไม่มีวันตายก็ตาม
ทว่ารูปลักษณ์มรรคไม่สามารถรักษาเยียวยาได้
รูปลักษณ์มรรคจำเป็นต้องอาศัยการเพ่งจิตขัดเกลาอย่างต่อเนื่องจึงจะก่อกำเนิดขึ้นมาได้ และต้องใช้เวลานานจึงจะแข็งแกร่ง เมื่อรูปลักษณ์มรรคถูกทำลาย การจะฝึกฝนให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมย่อมต้องใช้เวลา
ทันใดนั้น ศีรษะของนั่วหยางเกือบจะถูกคนโจมตีทะลุ งูยักษ์สีเขียวที่เกิดจากปราณเซียนก็หม่นแสงลง เขาร้องตะโกนว่า "ไอ้พวกรุ่นเยาว์พวกนี้ มันกำเริบเสิบสานเกินไปแล้ว! สังเวยถ้ำสวรรค์!"
"ครืน!"
ความผันผวนอันน่าสะพรึงกลัวสุดขีดแผ่ซ่านมาจากเบื้องหลังเขา ถ้ำสวรรค์หวงถิงแห่งหนึ่งปรากฏขึ้น จวนหวงถิงตั้งตระหง่านอยู่ ณ สุดปลายถ้ำสวรรค์!
พลังเวทของนั่วหยางพุ่งพรวด ร่างกายเข้าปะทะกับวิชาศักดิ์สิทธิ์ของนายแห่งวังหนีหวาน ทว่ากลับไร้รอยขีดข่วน!
เขาสะบัดมือฟันลงกลางอากาศ ท้องฟ้าพลันปริแตก นายแห่งวังหนีหวานรีบต้านรับ แต่กลับกระอักเลือดคำโต ต้องม้วนตัวถอยร่น หลบเลี่ยงความคมกล้าของมันอย่างเสียไม่ได้
"สังเวยถ้ำสวรรค์!"
นั่วหลี่ใบหน้าเหี้ยมเกรียม ภาพลักษณ์ของท่านเซียนเฒ่าผู้มีกระดูกมรรควิถีเซียนในอดีตมลายหายไปสิ้น เขาร้องตะโกน "ฆ่าพวกมันให้หมด แล้วค่อยจัดระเบียบฟ้าดินใหม่!"
เขาสังเวยถ้ำสวรรค์แห่งหนึ่ง สุดปลายถ้ำสวรรค์นั้นเชื่อมต่อกับโลกหน้าของถ้ำสวรรค์สระหยก ประจันหน้ากับวังอวี้ซวีพอดี
นั่วเผิงก็แค่นเสียงหัวเราะเย็นชา "ให้พวกมันได้เห็นถ้ำสวรรค์ที่แท้จริงหน่อย จะได้ตายตาหลับ!"
นางสังเวยถ้ำสวรรค์แห่งหนึ่ง เชื่อมต่อกับทะเลโกลาหลวังหนีหวาน
นั่วเซี่ยงเองก็สังเวยถ้ำสวรรค์แห่งหนึ่ง เชื่อมต่อกับทะเลปรโลก ร้องตะโกนว่า "ต่อให้ความลับแตกก็ไม่กลัว อย่างมากก็แค่ล้างบางครั้งใหญ่อีกรอบ!"
นั่วตี่ก็สังเวยถ้ำสวรรค์แห่งหนึ่ง เชื่อมต่อกับอวี้จิง
นั่วฝานสังเวยถ้ำสวรรค์เจี้ยงกง เชื่อมต่อกับเจียงกง
หกปรมาจารย์นั่วเหล่านี้แตกต่างจากคนอื่นๆ คนอื่นๆ ล้วนหวังจะเปิดขุมทรัพย์ลับทั้งหกให้ครบ ยิ่งเปิดขุมทรัพย์ลับได้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี แต่พวกเขากลับมีขุมทรัพย์ลับกันคนละแห่งเดียวเท่านั้น และประเภทของขุมทรัพย์ลับก็แตกต่างกันออกไป
สวี่อิงมองเห็นภาพนี้ พลางคิดในใจว่า "คนอื่นๆ ต่อให้เป็นพวกคนตกปลาหรือคนเกี่ยวผักกุยช่าย ล้วนหวังจะมีขุมทรัพย์ลับให้มากที่สุด อย่างมากก็แค่หลอมรวมขุมทรัพย์ลับเข้าด้วยกัน แต่ขุมทรัพย์ลับของหกปรมาจารย์นั่วกลับมีเพียงคนละแห่ง ทว่าขุมทรัพย์ลับเพียงแห่งเดียวนี้ กลับช่วยยกระดับพลังเวทได้น่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว! หรือว่าพวกเขาจะเป็นปรมาจารย์นั่วผู้บุกเบิกขุมทรัพย์ลับทั้งหกจริงๆ?"
หากจุดประสงค์ที่ปรมาจารย์ผู้ให้กำเนิดวิชานั่วบำเพ็ญเพียรสร้างวิชานี้ขึ้นมา ก็เพื่อเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากคนทั้งใต้หล้า เช่นนั้นวิชานั่วก็คือวิชามาร
หกปรมาจารย์นั่วต่างกระตุ้นถ้ำสวรรค์ของตน พลังฝีมือพุ่งพรวด ผู้บำเพ็ญปราณเหล่านั้นถูกพวกเขาสังหารติดๆ กันไปหลายคน ชั่วขณะนั้น ผู้บำเพ็ญปราณคนอื่นๆ เริ่มจิตใจว้าวุ่น และเกิดความคิดที่จะหลบหนี
ปรมาจารย์นั่วนั่วหยางทำร้ายชายสวมหมวกฟางจนบาดเจ็บสาหัส ขณะกำลังจะลงมือสังหารเขา ภูเขาเซียนขนาดเท่าฟางจ้างลูกหนึ่งก็พุ่งเข้ามาอย่างกะทันหัน กระแทกเข้าใส่ร่างของเขาอย่างจัง
นั่วหยางถูกกระแทกจนปลิวละลิ่ว ทั้งตกใจทั้งโกรธแค้น เขาเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นเพียงบนภูเขาเซียนขนาดไม่ใหญ่นักลูกนั้น มีร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งยืนตระหง่านอยู่เหนือเขา ทอดสายตามองต่ำลงมาอย่างหยิ่งผยอง!
เบื้องหลังร่างนั้น คือต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เจ็ดสีที่ปกคลุมดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ แผ่ซ่านปราณมงคลออกมาเป็นสาย รากและกิ่งก้านขยับไหวไปมาอย่างเชื่องช้า
นั่วหยางมองเห็นร่างใต้ต้นไม้ ถึงกับทำให้เขาเหม่อลอยไปชั่วขณะ ร้องเสียงหลง "เป็นเจ้า! เจ้ากลับมาแล้ว! เป็นไปไม่ได้ เจ้าเห็นๆ อยู่ว่า..."
ในชั่วพริบตาที่เขามีสีหน้าเหม่อลอย ต้นไม้ยักษ์ก็สาดแสงศักดิ์สิทธิ์เจ็ดสีพุ่งวาบลงมา นั่วหยางกระตุ้นงูเซียนสีเขียว พยายามต้านทานสุดชีวิต ทว่ากิ่งก้านและรากไม้แต่ละเส้นกลับทะลวงผ่านการป้องกันของกระบวนท่าเขา ฟาดเข้าใส่ร่างของเขาโดยตรง!
การเฆี่ยนตีแต่ละครั้งล้วนเจ็บปวดลึกถึงกระดูกดำ!
ชั่วพริบตา นั่วหยางก็บาดเจ็บสาหัสไปทั้งตัว ถูกวิชาศักดิ์สิทธิ์ของต้นไม้ยักษ์ต้นนั้นบดขยี้ กระอักเลือดคำโต ลอยละลิ่วถอยหลังไป ในใจตื่นตระหนกว้าวุ่น!
"เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้... เขาไม่มีทางกลับมาได้!"
ตอนนี้เอง เขาถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าร่างบนภูเขาเซียนฟางจ้าง ไม่ใช่คนคนนั้นอย่างที่เขาคิด แต่เป็นคนที่มีท่วงท่าและบุคลิกคล้ายคลึงกับคนคนนั้นอยู่บ้าง อีกทั้งยังใช้วิชาศักดิ์สิทธิ์แบบเดียวกัน ประกอบกับยืนอยู่สูงกว่า ด้วยเหตุนี้ในยามที่เขาเหม่อลอยจึงหลงคิดไปว่าคนคนนั้นหวนกลับมา ทำให้ตกใจจนเสียเปรียบไปก่อน
ทว่าในการต่อสู้ชี้ชะตา เมื่อเสียเปรียบไปก่อน ย่อมหมายความว่าต้องเป็นฝ่ายถูกโจมตี
สวีฝูทำท่าโอบกอดกลางอากาศ พลันปรากฏเตาหลอมขนาดยักษ์ที่บรรจุดวงอาทิตย์แต่ละดวงพุ่งออกมา ดูดกลืนนั่วหยางที่ยังยืนไม่มั่นคงเข้าไปในเตาหลอม!
"ปัง!"
เตาหลอมระเบิดออก ทั่วร่างนั่วหยางลุกโชนด้วยเปลวเพลิงโหมกระหน่ำ ร่วงหล่นจากหุบเหวลึก ตกลงสู่เขาคุนหลุน
ร่างของสวีฝูวาบไหว วินาทีต่อมานั่วเผิงก็ต้องเผชิญเคราะห์กรรม จิตใจถูกวิชาศักดิ์สิทธิ์ของสวีฝูช่วงชิงไป กว่าจะรู้สึกตัว วิชาศักดิ์สิทธิ์ของสวีฝูก็ตกลงบนร่างของนางแล้ว
นั่นคือยอดเขาสัมฤทธิ์ลูกหนึ่ง ในยามที่พุ่งชนนั่วเผิง พลังอันมหาศาลทะลวงผ่านร่างของนาง ผนึกและสะกดข่มตบะพลังเวทของนางไว้
นั่วเผิงกำลังต้านทาน ทันใดนั้นยอดเขาสัมฤทธิ์ก็แตกแยกออก กลายเป็นปราณกระบี่สัมฤทธิ์นับไม่ถ้วน พุ่งฉัวะๆๆ ทะลวงร่างของนางจนพรุน!
นั่วเผิงรีบดึงพลังจากถ้ำสวรรค์ทะเลโกลาหลวังหนีหวานมารักษาอาการบาดเจ็บ ทะเลดวงดาวอันยุ่งเหยิงสายหนึ่งถาโถมเข้าท่วมท้นร่างนาง ดวงดาวนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าชนร่างนางดังปังๆๆ
"วิชาศักดิ์สิทธิ์ของเขา!"
นั่วเผิงขวัญหนีดีฝ่อ ไร้ซึ่งจิตวิญญาณการต่อสู้อีกต่อไป รีบหนีหัวซุกหัวซุน
สวีฝูพุ่งเข้าสังหารนั่วเซี่ยง ผ่านไปไม่กี่กระบวนท่า นั่วเซี่ยงก็กระอักเลือด จากนั้นก็ทำร้ายนั่วหลี่จนบาดเจ็บสาหัส ใช้สามกระบวนท่าเด็ดศีรษะนั่วตี่ ใช้สองกระบวนท่าพิชิตนั่วฝาน ตัดแขนขาทั้งสี่ของเขาขาดกระเด็น
หกปรมาจารย์นั่ว กลับไม่อาจต้านทานได้เลย!
เพียงแค่การปะทะกันสั้นๆ ไม่กี่ครั้ง หกปรมาจารย์นั่วก็มีทั้งบาดเจ็บและหลบหนี
ปรมาจารย์นั่วที่ถูกเขาทำร้าย อาการบาดเจ็บไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้เลย ในบาดแผลซุกซ่อนรูปลักษณ์มรรคแห่งวิชาศักดิ์สิทธิ์ของเขาเอาไว้ คอยขัดขวางไม่ให้บาดแผลสมานตัว ต่อให้เป็นหกปรมาจารย์นั่ว ก็ไม่อาจคลี่คลายวิชาศักดิ์สิทธิ์ของเขาได้!
นั่วตี่มือหนึ่งหิ้วศีรษะของตัวเอง ต่อสู้อย่างสุดชีวิต พยายามจะหนีเอาตัวรอด วินาทีต่อมาศีรษะก็ถูกสวีฝูต่อยจนแหลกละเอียด
นั่วตี่ไม่สามารถงอกศีรษะใหม่ได้ จึงยกมือขึ้นฉีกเสื้อผ้าจนขาดวิ่น หน้าอกกลายเป็นดวงตา หน้าท้องงอกปากออกมา กลางฝ่ามือทั้งสองข้างงอกดวงตาออกมาข้างละดวง เข้าต่อสู้กับเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย!
ปรมาจารย์นั่วนั่วฝานถูกตัดแขนขาทั้งสี่ ก็ไม่สามารถงอกใหม่ได้เช่นกัน กลายเป็นตัวประหลาดไร้แขนไร้ขาเหลือเพียงศีรษะเดียว ทว่าเขาก็แข็งแกร่งหาใดเปรียบ รีบพลิกตัวเอาหน้าท้องหงายขึ้นฟ้า แผ่นหลังงอกขาออกมา หน้าอกงอกแขนออกมา ร่วมมือกับนั่วตี่ปะทะกับสวีฝู
ส่วนนั่วหลี่และนั่วเซี่ยงนั้นหลบหนีไปแล้ว เหลือเพียงปรมาจารย์นั่วสองคนนี้เท่านั้น
นายแห่งวังหนีหวานพุ่งเข้าสังหาร ฟันเข้าใส่ถ้ำสวรรค์เจี้ยงกงเบื้องหลังนั่วฝาน เมื่อโจมตีสำเร็จ ก็ยากจะปิดบังความปีติยินดีในใจ ทันใดนั้น กลางหลังของเขาก็ถูกฝ่ามือซัดเข้าใส่จนกระอักเลือด เขารีบพุ่งทะยานไปข้างหน้า หันกลับไปมอง ก็พบว่าเป็นสวีฝูที่ลงมือทำร้ายเขาจนบาดเจ็บสาหัส
"สหายเต๋าสวี ข้านึกว่าพวกเราร่วมมือกัน สมควรจะร่วมแรงร่วมใจจัดการศัตรูสิ!" นายแห่งวังหนีหวานกล่าวอย่างระแวดระวัง
สวีฝูสะบัดแขนเสื้อ ระฆังใหญ่สัมฤทธิ์ใบหนึ่งครอบลงมา ขังนั่วฝานไว้ใต้ระฆัง เอ่ยเสียงเรียบ "เวลาเปลี่ยน สถานการณ์ก็เปลี่ยน ตอนนั้นพวกเจ้ามีประโยชน์ให้หลอกใช้ ข้าถึงได้ร่วมมือกับพวกเจ้า แต่ตอนนี้พวกเจ้าไม่มีประโยชน์อะไรต่อข้าอีกแล้ว"
เสียงระฆังสั่นสะเทือน หลอมร่างของนั่วฝานจนแหลกสลายอย่างต่อเนื่อง เสียงร้องโหยหวนดังก้องมาจากใต้ระฆัง เลือดสาดกระเซ็นดั่งน้ำตก
นายแห่งวังหนีหวานใจสั่นสะท้าน เอ่ยว่า "พวกเรามีคนมากกว่า"
สวีฝูกวาดสายตามองผู้บำเพ็ญปราณยุคโบราณและดึกดำบรรพ์ที่กรูกันเข้ามาเหล่านี้แวบหนึ่งอย่างไม่ใส่ใจ เอ่ยว่า "ก็แค่พวกสวะรวมตัวกัน ฆ่าให้หมดก็สิ้นเรื่อง"
นายแห่งวังหนีหวานกัดฟัน มองไปยังถ้ำสวรรค์ปรมาจารย์นั่วที่ลอยอยู่ข้างกายสวีฝู ทันใดนั้นก็หันหลังเดินจากไป
ร่างของเขาวาบไหวดั่งภูตผี คว้าถ้ำสวรรค์ทั้งหกแห่งจากในหุบเหวลึก แล้วหลบหนีเข้าไปในเขาคุนหลุน
ผู้บำเพ็ญปราณยุคโบราณและดึกดำบรรพ์คนอื่นๆ เห็นดังนั้น ก็พากันไล่ตามถ้ำสวรรค์แห่งอื่นๆ ไป แล้วหลบหนีไปไกลลับตา
ส่วนปรมาจารย์นั่วอีกคน นั่วตี่ อาศัยจังหวะที่สวีฝูรับมือกับนายแห่งวังหนีหวาน แอบหลบหนีไปแล้ว
"นั่วฝาน เจ้าปัญญาไหมว่าพวกมันไปทำอะไรกัน?"
สวีฝูยืนอยู่บนภูเขาเซียนฟางจ้าง มุมปากพลันมีเลือดไหลซึมออกมา เขาฝืนสะกดกลั้นอาการบาดเจ็บไว้ เอ่ยกับปรมาจารย์นั่ววิชานั่วใต้ระฆังใหญ่สัมฤทธิ์ว่า "พวกมันไปไล่ล่าปรมาจารย์นั่วอีกห้าคน หวังจะแย่งชิงถ้ำสวรรค์ปรมาจารย์นั่วบนร่างของพวกเจ้า พวกมันเตรียมจะปลูกถ่ายถ้ำสวรรค์ปรมาจารย์นั่วของพวกเจ้าไงล่ะ"
เขานั่งขัดสมาธิ นั่งเงียบๆ อยู่หน้าระฆังใหญ่สัมฤทธิ์ ดึงพลังเวทของตนเองออกมา เตรียมจะหลอมปรมาจารย์นั่วผู้นี้ทั้งเป็น!
การเอาชนะหกปรมาจารย์นั่วได้ ก็สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วหล้าแล้ว เป็นการเปิดโปงความจริงของวิชานั่วอย่างเลือดเย็น และบรรลุเป้าหมายในการฟื้นฟูผู้บำเพ็ญปราณของเขาแล้วเช่นกัน
"แต่ถ้าทำแค่นี้ ก็ไม่ใช่การกระทำของสวี่อิงคนที่ข้ามสมุทรมาด้วยกันกับข้า สวี่อิงคนนั้นกำจัดความชั่วร้ายต้องถอนรากถอนโคน เขาจะต้องสังหารปรมาจารย์นั่วอย่างแน่นอน"
นั่วฝานในฐานะปรมาจารย์นั่ว ได้สะสมโอสถเซียนไว้มากมายมหาศาล การจะหลอมตัวตนเช่นนี้ให้ตาย ย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สวีฝูก็ต้องการจะลองดู หลอมนั่วฝานให้กลายเป็นเถ้าธุลี!
สามวันต่อมา ทันใดนั้นเสียงระฆังก็ดังขึ้น นั่วฝานที่อยู่ใต้ระฆังกลายเป็นเถ้าธุลี ร่างกายและจิตวิญญาณดับสูญไปสิ้น!
สวีฝูลุกขึ้นยืน มองไปรอบๆ ก็เห็นเพียงว่ารอบด้านไม่มีใครอยู่แล้ว รอยแยกบนท้องฟ้าหายไป หุบเหวลึกไร้ร่องรอย เหลือเพียงเศษซากแขนขาขาดลอยอยู่บนท้องฟ้า
ถ้ำสวรรค์ที่ถูกตัดร่วงหล่นลงมาเหล่านั้น นอกจากถ้ำสวรรค์ที่ตกลงไปในหุบเหวลึกแล้ว ถ้ำสวรรค์อื่นๆ ส่วนใหญ่ถูกคนเก็บไปแล้ว
ยังมีอีกบางส่วนที่กระจัดกระจายอยู่ท่ามกลางทิวเขาของเขาคุนหลุน ไม่มีใครเก็บไป ค่อยๆ หม่นแสงลง
กลางอากาศ มีเพียงถ้ำสวรรค์เจี้ยงกงของปรมาจารย์นั่วนั่วฝานแห่งนั้น ที่ยังคงทอประกายเจิดจรัส สว่างไสวยิ่งกว่าดวงอาทิตย์
ตลอดสามวันที่ผ่านมา พวกคนตกปลาและคนเกี่ยวผักกุยช่ายเหล่านั้นต่างมุ่งหน้าไปไล่ล่าปรมาจารย์นั่วอีกห้าคน ไม่มีใครกล้าหันกลับมาหมายตาถ้ำสวรรค์เจี้ยงกงแห่งนี้เลย
สวีฝูเก็บถ้ำสวรรค์เจี้ยงกงแห่งนี้ขึ้นมา เอ่ยเสียงแผ่ว "ท่านสวี่ ท่านรู้หรือไม่ว่า ตอนที่ข้าเห็นวิชาศักดิ์สิทธิ์ของท่านในปีนั้น ข้าตกตะลึงราวกับเห็นมนุษย์สวรรค์? วันนี้ ข้าใช้วิชาศักดิ์สิทธิ์ของท่าน ก็สามารถทำได้ถึงขั้นนี้เช่นกัน! หึๆ วิชานั่ว..."
เขายืนโซเซขึ้นมา ยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนภูเขาเซียนฟางจ้าง บินลงไปยังเขาคุนหลุนเบื้องล่าง อาภรณ์สีดำเปื้อนคราบเลือดแห้งกรังปลิวไสวไปด้านหลัง
"ข้าเคยเห็นมนุษย์สวรรค์มาแล้ว จะยอมให้วิชานั่วมาแปดเปื้อนมนุษย์สวรรค์ได้อย่างไร? ท่านสวี่ วันนี้ข้าได้กอบกู้ชื่อเสียงให้ผู้บำเพ็ญปราณแล้ว นับแต่วันนี้เป็นต้นไป บนโลกนี้จะไม่มีวิชานั่วอีกต่อไป!"
จิตใจเขาปลอดโปร่ง เอ่ยเสียงแผ่ว "ต่อจากนี้ไป จะไม่มีใครสามารถใช้วิชานั่วเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากผู้อื่นได้อีก! ท่านสวี่ สองสิ่งแรกที่ข้าต้องการทำ ข้าทำสำเร็จแล้ว และสิ่งที่สามที่ข้าต้องการทำ ก็คือการกลายเป็นมนุษย์สวรรค์ นับแตนี้เป็นต้นไป ไม่ว่าท่านจะประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่เพียงใด ก็จะต้องอยู่ภายใต้ร่มเงาของข้าสวีฝู ข้าจะเป็นเขาคุนหลุนที่ท่านไม่อาจปีนป่ายข้ามผ่านไปได้!"
ยอดเขาอวี้ซวีเงียบสงบลงมาก ผู้บำเพ็ญปราณ ปรมาจารย์นั่ว และเซียนนั่วส่วนใหญ่ต่างเดินทางออกจากยอดเขาลูกนี้ไปแล้ว บ้างก็ท้อแท้หมดกำลังใจ กลับไปยังบ้านเกิดของตน บ้างก็ไปยังภูเขาศักดิ์สิทธิ์ลูกอื่นๆ ในเขาคุนหลุน เพื่อค้นหาวาสนาเซียนของตนเอง
หกปรมาจารย์นั่ว รวมถึงผู้แข็งแกร่งยุคโบราณที่คอยเก็บเกี่ยวและตกปลาทีละคนเหล่านั้น ทำเอาคนหนุ่มสาวเหล่านี้สะเทือนใจไปไม่น้อย วิชานั่ว คงไม่มีใครฝึกฝนอีกแล้ว
สวีฝูกวาดสัมผัสเทวะออกไป ผ่านไปครู่หนึ่ง ก็ค้นพบเฟิ่งเหยาและชิงหลวน เสี่ยวเฟิ่งเซียนก็อยู่ด้วย
"คุณหนูเฟิ่งเหยา ข้าสวีฝูโชคดีที่ทำภารกิจสำเร็จ คืนเขาคุนหลุนที่ไร้ซึ่งหกปรมาจารย์นั่วให้แก่ท่านแล้ว ถือว่ารักษาคำพูดแล้วใช่หรือไม่?" สวีฝูเอ่ยกลั้วหัวเราะ
เฟิ่งเหยารักษาอาการบาดเจ็บหายดีแล้ว นางค้อมกายขอบคุณเขาอย่างจริงใจ เอ่ยว่า "สหายเต๋าสวีตั้งใจจะปลูกถ่ายถ้ำสวรรค์ของหกปรมาจารย์หรือ?"
สวีฝูส่ายหน้า "ข้าเก็บถ้ำสวรรค์ของนั่วฝานมา ก็เพื่อเตือนสติสหายเก่าผู้นั้น อย่าได้หลงผิดเดินสู่เส้นทางสายมาร ข้าไม่มีทางปลูกถ่ายมันหรอก"
เฟิ่งเหยานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เอ่ยว่า "ข้าคือผู้เป็นอมตะแห่งคุนหลุน สหายเต๋าสวีมีบุญคุณอันใหญ่หลวงต่อผู้เป็นอมตะ ดังนั้นมีเรื่องหนึ่งที่ข้าสมควรบอกสหายเต๋าสวี เหตุที่ผู้เป็นอมตะแห่งคุนหลุนของข้ากลายเป็นผู้เป็นอมตะ ก็เพราะพวกเราฝึกฝนวิชานั่ว วิชานั่วที่ผู้เป็นอมตะฝึกฝน ไม่ใช่วิชาที่ได้รับการสืบทอดมาจากหกปรมาจารย์นั่วอย่างแน่นอน แต่เป็นสิ่งที่เก่าแก่ยิ่งกว่านั้น"
สวีฝูแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา "หรือว่าคุณหนูเฟิ่งเหยาอยากจะบอกว่า วิชานั่วไม่ใช่กับดัก? หากไม่ใช่กับดัก แล้วเหตุใดท่านถึงถูกนั่วหลี่ตัดถ้ำสวรรค์สระหยกร่วงหล่นลงมาได้ล่ะ?"
เฟิ่งเหยาอ้าปากค้าง พูดไม่ออก
สวีฝูสะบัดแขนเสื้อ หันหลังเดินจากไป เอ่ยว่า "เฟิ่งเซียนเอ๋อร์ ตามมาสิ ข้าจะพาเจ้าไปพบสหายเก่า"
เสี่ยวเฟิ่งเซียนรีบโบกมือให้ชิงหลวน แล้วก้าวฉับๆ ตามเขาไป
ชิงหลวนมองส่งพวกเขากระทั่งลับสายตา เอ่ยอย่างขุ่นเคืองเล็กน้อยว่า "คุณหนู ท่านอุตส่าห์หวังดีตักเตือนเขา แต่เขากลับดื้อรั้น ไม่รับน้ำใจเอาเสียเลย"
เฟิ่งเหยาเอ่ยว่า "ถ้ำสวรรค์สระหยกของข้าถูกนั่วหลี่ตัดร่วงหล่นลงมาอย่างง่ายดายจริงๆ เขาจะสงสัยก็โทษเขาไม่ได้ น่าเสียดายที่ประวัติศาสตร์ของผู้เป็นอมตะของข้าสูญหายไป ไม่รู้ว่าต้นกำเนิดของผู้เป็นอมตะคืออะไร มิเช่นนั้นก็คงจะเข้าใจได้ว่าเหตุใดปรมาจารย์นั่วจึงสามารถตัดถ้ำสวรรค์ของผู้อื่นให้ร่วงหล่นลงมาได้ และลบล้างความสงสัยของเขาได้"
ชิงหลวนเอ่ยอย่างตื่นเต้นว่า "คุณหนู ในเขาคุนหลุนอาจจะมีประวัติศาสตร์เช่นนี้อยู่ก็ได้ พวกเราลองไปค้นหาดูเถอะ!"
เฟิ่งเหยาส่ายหน้าเอ่ยว่า "อารยธรรมของคุนหลุนถูกทำลายจนย่อยยับ ศัตรูย่อมไม่มีทางทิ้งบันทึกตัวอักษรใดๆ ไว้แน่ ตอนนี้สิ่งเดียวที่หวังพึ่งได้ ก็คือการฟื้นคืนชีพของซีหวังหมู่"
นางมองทอดสายตาไปยังยอดเขาอวี้จู ที่นั่นมีพายุฟ้าคะนอง แสงกระบี่พาดผ่านไปมา ซีหวังหมู่ยังคงยากที่จะฟื้นฟูสัมผัสเทวะ
"ต้องรอให้ซีหวังหมู่ฟื้นคืนชีพเท่านั้น พวกเราถึงจะรู้ได้ว่า ในอดีตที่นี่เกิดอะไรขึ้น? ศัตรูของพวกเราคือใคร? แล้วยังมีประวัติศาสตร์ของพวกเราอีก..." นางรำพึงในใจ
สวีฝูพาเสี่ยวเฟิ่งเซียนบินขึ้นไปยังยอดเขาอวี้ซวี เดินผ่านซากปรักหักพังแห่งหนึ่ง แล้วหยุดลง มองเห็นมีคนขุดประตูที่ถูกฝังอยู่ใต้ดินขึ้นมาจากซากปรักหักพัง บนนั้นมีตัวอักษรคำว่า ที่ราบตระกูลสวี่
สวีฝูมองอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเดินต่อไป ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็มาถึงเบื้องหลังของชายหนุ่มผู้แข็งแกร่งคนหนึ่งที่กำลังวัดขนาดของยอดเขาอวี้ซวี
สวีฝูกระโดดลงมาจากภูเขาเซียนฟางจ้าง ค้อมกายคุกเข่าคำนับ เอ่ยว่า "กระหม่อมสวีฝูรับราชโองการข้ามสมุทร ค้นหาภูเขาเซียน โชคดีที่ทำภารกิจสำเร็จ ค้นพบภูเขาเซียนฟางจ้าง นำมาถวายแด่ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ"
บรรพชนมังกรจ้าวเจิ้งหยุดฝีเท้า ไม่ได้หันกลับมา เอ่ยเสียงเรียบ "สี่พันปีผ่านไปแล้ว ในที่สุดสวีอ้ายชิงก็นำภูเขาเซียนกลับมา ลุกขึ้นเถอะ"
สวีฝูลุกขึ้นยืน เอ่ยว่า "ฝ่าบาท กระหม่อมขอทูลลา"
บรรพชนมังกรยกมือขึ้น สวีฝูถอยออกไป เปลี่ยนเส้นทางมุ่งหน้าไปยังยอดเขาอวี้ซวี ที่นั่นมีตำหนักของหวงตี้ก่อนทะยานขึ้นเป็นเซียน
"สวีอ้ายชิง เจ้าคืนภูเขาเซียน เพื่อตัดขาดเหตุและผลอย่างนั้นหรือ?"
เสียงไต่ถามของบรรพชนมังกรดังมาจากเบื้องหลังเขา "เจ้าคิดว่าด้วยพลังฝีมือของเจ้าในตอนนี้ จะสามารถทะยานขึ้นเป็นเซียนได้งั้นหรือ?"
สวีฝูค้อมตัวลงเล็กน้อย ไม่ได้ตอบคำถาม เดินตรงไปยังตำหนักหวงตี้
เขาต้องการไปสะสางเหตุและผลครั้งสุดท้าย จึงจะสามารถทุ่มเทกายใจเผชิญด่านเคราะห์ทะยานขึ้นเป็นเซียนได้อย่างสมบูรณ์







