(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 219
บทที่ 219 ปล่อยหอยเชอรี่ เพียงเพราะมีคำว่าฝูโช่ว
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ในประเทศเริ่มฮิตสิ่งที่เรียกว่าการปล่อยสัตว์สร้างบุญ
มักจะมีข่าวออกมาให้เห็นอยู่บ่อยๆ ว่าบางพื้นที่มีสายพันธุ์ต่างถิ่นรุกรานปรากฏขึ้นเป็นจำนวนมาก
หรือไม่ก็เป็นสัตว์ที่เป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อมนุษย์
การนำงูกะปะที่มีพิษร้ายแรงหลายร้อยตัวไปปล่อยในสวนพฤกษศาสตร์ทั้งหมด
นี่แม่งไม่ใช่การสะสมบุญแล้ว แต่เป็นการสร้างบาปหนาชัดๆ
ใครที่เคยไปสวนพฤกษศาสตร์ต่างก็รู้ดีว่านักท่องเที่ยวหลักในนั้นคือเด็กๆ
"พ่อฉันก็หมกมุ่นอยู่กับการปล่อยสัตว์สร้างบุญ เถียงกันตั้งหลายรอบก็ยังไม่ฟัง กลุ้มใจจริงๆ"
"ยินดีด้วย คุณกำลังจะถูกเตะออกจากกลุ่มครอบครัวสุขสันต์แล้ว"
"ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ไปปล่อยน้ำแร่เถอะ อย่างน้อยก็ไม่มีอันตราย"
"ก่อนหน้านี้เหมือนจะมีคนเคยปล่อยน้ำแร่ด้วยใช่ไหม?"
"หัวล้านเฒ่าปากท่องอมิตาภพุทธ แต่สิ่งที่ทำกลับเป็นเรื่องไร้ยางอายสิ้นดี!"
"ในเมื่อสรรพสิ่งล้วนมีจิตวิญญาณ ทำไมแกไม่เอาตัวเองไปปล่อยลงแม่น้ำซะล่ะ"
"หมอเฉิน เรื่องเลวทรามที่ตาเฒ่าคนนี้เคยทำ คงไม่ได้มีแค่นี้ใช่ไหม?"
ชาวเน็ตบางคนที่หัวไวก็ตอบสนองกลับมาทันที
เฉินหยูบอกว่ามีคนหลายร้อยคนกำลังจะมาคิดบัญชีกับฉือหางผู่ตู้
เห็นได้ชัดว่าเรื่องเลวทรามที่เขาใช้ข้ออ้างเรื่องการปล่อยสัตว์สร้างบุญทำลงไปนั้น จะต้องไม่ได้มีแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวแน่
เมื่อเห็นคำถามจากชาวเน็ต เฉินหยูก็พยักหน้าและพูดว่า "พวกคุณลองค้นหาเมืองตามที่อยู่ไอพีของเขา แล้วเติมคำว่าปลาอัลลิเกเตอร์การ์ลงไปสิครับ"
"ไป่ตู้จะบอกคำตอบพวกคุณเอง"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ผู้คนนับไม่ถ้วนก็พากันเปิดไป่ตู้ขึ้นมา
ครู่ต่อมา ชาวเน็ตก็แทบจะโกรธจนปอดระเบิด
ไม่ค้นก็ไม่รู้ พอค้นดูถึงกับสะดุ้ง
เมื่อไม่กี่วันก่อน สวนสาธารณะแห่งหนึ่งในเมืองที่ฉือหางผู่ตู้อยู่ ได้ดำเนินการสูบน้ำออกจากทะเลสาบครั้งใหญ่
ทางสวนสาธารณะระดมเจ้าหน้าที่กว่าร้อยคน และรถสูบน้ำอีกสิบกว่าคัน
สูบน้ำในทะเลสาบเทียมของสวนสาธารณะที่มีปริมาณเกือบสามแสนลูกบาศก์เมตรออกจนแห้งขอด
เพียงเพื่อจับปลาประหลาดไม่กี่ตัว
ปลาประหลาดนั้นมีชื่อแปลกๆ ว่าปลาอัลลิเกเตอร์การ์
ตามข่าวระบุว่าปลาอัลลิเกเตอร์การ์จัดเป็นสิ่งมีชีวิตต่างถิ่นขนาดใหญ่
มีความยาวประมาณสามเมตร และมีนิสัยดุร้ายก้าวร้าวมาก
ในระหว่างการจับกุม มีเจ้าหน้าที่หลายคนถูกมันกัดจนได้รับบาดเจ็บ
เมื่อปลาอัลลิเกเตอร์การ์ลงไปในน้ำ มันแทบจะเป็นตัวตนที่ไร้เทียมทาน และสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศอย่างประเมินค่าไม่ได้
ในตัวมันยังมีสารพิษและปรสิตจำนวนมาก
หากจับมันมากินโดยที่ไม่รู้อะไรเลย หลังจากกินเข้าไปแล้วจะก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อร่างกายมนุษย์
นักข่าวที่รายงานเหตุการณ์ในครั้งนี้ ยังได้กล่าวถึงเหตุการณ์การรุกรานของปลาอัลลิเกเตอร์การ์ที่เกิดขึ้นในประเทศอีกหลายครั้ง
เหตุการณ์เหล่านี้มีลักษณะร่วมกันอยู่อย่างหนึ่ง
ปลาอัลลิเกเตอร์การ์ที่ปรากฏในแหล่งน้ำ ล้วนมาจากการที่มนุษย์นำมาปล่อยทั้งสิ้น
"นอกจากปลาอัลลิเกเตอร์การ์แล้ว ผู้ป่วยคนนี้ยังเคยจัดตั้งให้ประชาชนไปปล่อยหอยเชอรี่ในพื้นที่การเกษตรหลายครั้ง เพียงเพราะชื่อของมันมีคำว่า 'ฝูโช่ว' ที่แปลว่าโชคลาภอายุยืนครับ"
"ตั้งแต่เขาตั้งตัวเองเป็นเจ้าอาวาสวัด เขาก็จัดกิจกรรมการปล่อยสัตว์สร้างบุญมาแล้วไม่ต่ำกว่าหลายสิบครั้ง"
"ซึ่งครึ่งหนึ่งของการปล่อยสัตว์สร้างบุญเหล่านั้น ได้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในท้องถิ่นอย่างรุนแรง"
เฉินหยูเล่าถึงการจัดกิจกรรมการปล่อยสัตว์สร้างบุญของฉือหางผู่ตู้คร่าวๆ สองสามครั้ง
ชาวเน็ตที่อยู่ในพื้นที่เดียวกับเขา ต่างก็พากันโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
แทบจะรอไม่ไหวที่จะมุดสายแลนข้ามไปหา แล้วเปิดศึก PK กับฉือหางผู่ตู้นอกจอ
แม้จะไม่ใช่ชาวเน็ตในพื้นที่ ก็ยังมีความรู้สึกอยากจะตบหน้าฉือหางผู่ตู้ฉาดใหญ่เหมือนกัน
หอยเชอรี่ถูกนำเข้ามาในประเทศในฐานะหอยที่กินได้ แต่รสชาติของมันแย่เกินไปจริงๆ
ในขณะเดียวกัน หอยเชอรี่ยังแพร่พันธุ์จนกลายเป็นภัยพิบัติได้อย่างง่ายดาย โดยมันจะกัดกินพืชผลทางการเกษตรเป็นอาหาร
ชาวเน็ตที่บ้านทำนาต่างก็เกลียดชังหอยเชอรี่เข้ากระดูกดำ
เพราะหอยเชอรี่ชอบกินต้นข้าวเป็นพิเศษ
"อมิตาภพุทธ ชาวเน็ตทุกท่าน พวกท่านยึดติดกับรูปลักษณ์ภายนอกเกินไปแล้ว"
ฉือหางผู่ตู้พนมมือเข้าหากัน สีหน้าดูเคร่งขรึมและกล่าวว่า "สรรพสิ่งบนโลกล้วนมีอุปนิสัยที่แตกต่างกันไป พระพุทธองค์ทรงเปี่ยมด้วยความเมตตา โปรดสัตว์โลกทั้งปวง"
"จะปล่อยให้พวกมันตายโดยไม่ช่วยเหลือ เพียงเพราะอุปนิสัยของสิ่งมีชีวิตบางชนิดได้อย่างไร"
"การที่หอยเชอรี่ชอบกัดกินพืชผลทางการเกษตร ปลาอัลลิเกเตอร์การ์ชอบกินปลาในน้ำ ล้วนเป็นเพราะความลุ่มหลงงมงาย ดังนั้นจึงไม่มีบาปกรรม"
"อาตมานำพาผู้ศรัทธาไปทำการปล่อยสัตว์สร้างบุญ ด้านหนึ่งก็เพื่อสะสมบุญบารมีให้ตัวเอง อีกด้านหนึ่งก็เพื่อกระตุ้นจิตโพธิญาณของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้"
"มนุษย์คือสิ่งประเสริฐสุดในบรรดาสรรพสิ่ง ทว่าโดยเนื้อแท้แล้วกลับมีจิตอกุศลที่ลึกล้ำ"
"ปลาที่ถูกกินเหล่านั้น ล้วนเป็นผลกรรมที่เกิดจากการกระทำความชั่วของมนุษย์ในชาติที่แล้ว"
ชาวเน็ตที่ได้ยินต่างก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก
ตามคำพูดของฉือหางผู่ตู้ การที่พวกเขาปล่อยสายพันธุ์ต่างถิ่นที่เป็นอันตรายต่างๆ ไม่เพียงแต่ไม่ผิด แต่กลับกลายเป็นได้บุญเสียอีก
มนุษย์ที่ทำเรื่องผิดพลาด ชาติหน้าจะต้องกลายเป็นปลาหรือสัตว์เล็กสัตว์น้อยอื่นๆ เพื่อให้สายพันธุ์ต่างถิ่นเหล่านี้จับกิน
นี่คือผลกรรมของตัวเองงั้นเหรอ?
"ผู้ใจบุญเฉิน การที่คุณบอกว่าอาตมานำผู้ศรัทธาไปปล่อยสัตว์สร้างบุญ เป็นการกระทำที่ชั่วร้าย ถือเป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์"
"อาตมาปล่อยสัตว์ก็เพื่อช่วยผู้ศรัทธาสะสมบุญบารมี สรรพสัตว์ล้วนเท่าเทียมกัน สรรพสิ่งไม่ควรได้รับอคติ"
เมื่อเห็นว่าฉือหางผู่ตู้ยังคงพูดจาเหลวไหล พลิกดำเป็นขาวอยู่ที่นี่
ชาวเน็ตก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป
"การปล่อยสัตว์สร้างบุญไม่เพียงแต่ทำลายระบบนิเวศ แต่ยังทำร้ายคนอื่นอีก สะสมบุญงั้นเหรอ? ลงนรกขุมที่สิบแปดยังน้อยไปเลย!"
"ถ้าอยากสะสมบุญทำความดี ก็ไปเป็นอาสาสมัครสิ"
"คนพวกนี้แม่งจอมปลอมจริงๆ"
"เกร็ดความรู้: ปลาอัลลิเกเตอร์การ์จำนวนมากถูกเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง พอเลี้ยงไม่ไหวและตัดใจยกให้คนอื่นไม่ได้ ก็เลยเลือกที่จะเอาไปปล่อย"
"เสริมเกร็ดความรู้ การเลี้ยงปลาอัลลิเกเตอร์การ์ไม่ผิดกฎหมาย การนำเข้าก็ถูกกฎหมาย มันจัดเป็นสายพันธุ์ต่างถิ่น แต่ไม่จัดเป็นสายพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน"
"หลักๆ ก็คือบทลงโทษยังไม่เด็ดขาดพอ ไม่มีข้อกฎหมายลงโทษที่เกี่ยวข้อง"
"ลับหลังคนพวกนี้ มักจะเป็นพวกเห็นแก่ตัวกันทั้งนั้น"
"คนที่ทำเรื่องแบบนี้ได้ ก็มีแต่พวกคนวัยกลางคนและคนแก่ที่มีเงินมีเวลาว่าง ตอนหนุ่มสาวทำเรื่องเลวทรามไว้เยอะ พอแก่ตัวมาก็เลยเชื่อฟังธรรมะจนขึ้นสมอง"
"หลักๆ ก็คืออ่านหนังสือน้อยไป แล้วก็กินอิ่มจนว่างจัดนั่นแหละ"
กล้ามเนื้อบนใบหน้าของฉือหางผู่ตู้กระตุก ใจหนึ่งก็อยากจะระเบิดอารมณ์โกรธ แต่อีกใจก็กลัวว่าจะเสียมาดผู้ทรงศีล
"สาธุ สาธุ ในหมู่ผู้ศรัทธาของอาตมาไม่ได้มีแค่คนแก่ แต่ยังมีคนหนุ่มสาวแบบพวกท่านอีกมากมาย"
"คนเหล่านี้ได้สะสมบุญบารมีมากมายผ่านการปล่อยสัตว์สร้างบุญ ไม่เพียงแต่ทำให้ตัวเองมีสุขภาพแข็งแรง แต่ยังทำให้ครอบครัวได้รับความสุขไปด้วย"
"ในจำนวนนั้นมีผู้ศรัทธาท่านหนึ่ง ก่อนหน้านี้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ตั้งแต่หันหน้าเข้าหาพระธรรม ไม่เพียงแต่อาการซึมเศร้าของตัวเองจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย แต่นิสัยยังร่าเริงแจ่มใสขึ้นมากอีกด้วย"
"ชาวโลกนั้นช่างโง่เขลา มักจะด่วนสรุปเอาเองจนเผลอสร้างวจีกรรม"
"ภารกิจอันยิ่งใหญ่ในการโปรดสัตว์ของอาตมานั้น ช่างหนักหนาและยาวไกลนัก"
เมื่อสิ้นเสียง ก็มีเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังมาจากในห้องไลฟ์สด
"อาจารย์ฉือหาง คนมาครบแล้ว พวกเราจะออกเดินทางกันเมื่อไหร่ดีคะ"
พร้อมกับเสียงนั้น หญิงสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นบนหน้าจอ
"อาฮุ่ย โยมมาพอดีเลย ผู้ใจบุญเฉินตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำความดีของพวกเรา ชาวเน็ตมากมายในห้องไลฟ์สดเองก็ไม่เห็นคุณค่าในการทำความดีของพวกเราเช่นกัน"
"โยมช่วยพูดคุยกับทุกคนถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเองหน่อยสิ เพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจถึงความเมตตาของพระพุทธองค์"
"เดี๋ยวอาตมาจะออกไปคุยรายละเอียดกับเหล่าอาสาสมัคร ถึงแผนการโปรดสัตว์ในครั้งต่อไป"
ฉือหางผู่ตู้กระซิบข้างหูอาฮุ่ยสองสามประโยค
อาฮุ่ยพยักหน้ารัวๆ และมองส่งฉือหางผู่ตู้เดินจากไป







