(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 218
บทที่ 218 ซาบซึ้งไปเอง ปล่อยงูกะปะในสวนพฤกษศาสตร์
ดูจากรูปลักษณ์แล้ว เหมือนพระในวัดมาก
ชื่อบนโลกออนไลน์คือฉือหางผู่ตู้
"อมิตาภพุทธ"
ชาวเน็ตที่ชื่อฉือหางผู่ตู้มีรอยยิ้มเมตตาบนใบหน้า ยกมือซ้ายขึ้นและกล่าวคำภาวนา
"คนไข้ท่านนี้ มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ?"
เฉินหยูพูดด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
"สาธุ สาธุ อาตมามาเพื่อโปรดผู้ใจบุญเฉิน"
พอคำพูดนี้หลุดออกมา ชาวเน็ตก็แทบจะขำจนท้องคัดท้องแข็ง
นี่มันจังหวะอะไรเนี่ย?
พลิกบทบาทเฉยเลย ขึ้นมาก็บอกว่าจะโปรดเฉินหยู
ชาวเน็ตหน้าเก่าล้วนรู้ดีว่า แทนที่จะบอกว่าเฉินหยูเป็นจิตแพทย์ สู้บอกว่าเป็นหมอดูที่สามารถหยั่งรู้ล่วงหน้าและย้อนอดีตได้จะดีกว่า
พระอ้วนโปรดหมอดู วงการพวกคุณเขาเล่นกันแบบนี้เหรอ?
เฉินหยูพูดด้วยรอยยิ้มกึ่งบึ้งว่า "คนไข้ท่านนี้ คุณเตรียมตัวจะโปรดผมยังไงล่ะครับ?"
ฉือหางผู่ตู้พูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึมสง่างามว่า "ผู้ใจบุญเฉิน ท่านเปิดเผยอดีตของผู้อื่นหลายครั้ง เป็นการสร้างวจีกรรมโดยไม่รู้ตัว"
"หากปล่อยไว้เป็นเวลานาน ย่อมนำภัยพิบัติมาสู่ตนเอง"
"อาตมาทนเห็นไม่ได้ จึงมาคอลกับท่าน เพื่อโปรดให้ท่านหลุดพ้นจากห้วงทุกข์"
ชาวเน็ตฟังจบก็พากันงุนงง
คอมเมนต์หลั่งไหลเข้ามาประดุจสายน้ำ
"พี่น้องทั้งหลาย ทำไมฉันรู้สึกว่าหลวงตาคนนี้มาหาเรื่องล่ะ?"
"มั่นใจหน่อย ตัดคำว่ารู้สึกออกไปเลย"
"ชัดเจนเลย เห็นหมอเฉินกำลังดังพลุแตกบนเน็ต ก็เลยตั้งใจมาเกาะกระแส"
"แม่มเอ๊ย ไม่ว่าคนหรือผีก็อยากจะมาเกาะหมอเฉินกินกันทั้งนั้น"
"คิดไม่ถึงเลยว่าแม้แต่คนออกบวชก็ยังเห็นแก่ผลประโยชน์ขนาดนี้"
"คนออกบวชแล้วไง คนธรรมดาอยากเป็นยังเป็นไม่ได้เลย"
"วัดของเรารับสมัครเณรน้อยหนึ่งรูป อายุต่ำกว่าสามสิบห้าปี การศึกษาระดับปริญญาโทขึ้นไป ชำนาญภาษาต่างประเทศสามภาษา เงินเดือนตกลงกันได้"
"ทำไมไม่แข่งกันให้ตายไปเลยล่ะ"
เมื่อมองดูคอมเมนต์ที่หลากหลายบนหน้าจอ มุมปากของฉือหางผู่ตู้ก็กระตุกเล็กน้อย
"เฮ้อ"
ฉือหางผู่ตู้ถอนหายใจยาว แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเมตตาปรานีว่า "การที่ผู้ใจบุญเฉินเปิดเผยเรื่องส่วนตัวของแม่สามีของสีกาต่อหน้าชาวเน็ตมากมาย เป็นเรื่องที่ผิดมหันต์"
"ถึงคนแก่จะมีส่วนที่ทำไม่ถูก ก็ควรจะไว้หน้าพวกเขาบ้าง"
"ที่ว่ากันว่าเจ็ดสิบไม่ตี แปดสิบไม่ด่า"
"การกระทำของท่านในครั้งนี้และที่ผ่านมา ในวันหน้าย่อมต้องเจอกับกฎแห่งกรรม"
เฉินหยูยิ้มบางๆ พลางกล่าว "ผมจะเจอกับกฎแห่งกรรมหรือไม่ ไม่ต้องรบกวนให้คุณมาเป็นห่วงหรอกครับ"
"ความเดือดร้อนของคุณ กำลังจะมาถึงแล้ว"
ฉือหางผู่ตู้พูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า "อาตมารู้ดีว่าคำเตือนที่จริงใจมักขัดหู ผู้ใจบุญเฉินไม่ชอบฟังก็ไม่เป็นไร"
"แต่ห้ามสร้างวจีกรรมอีกเด็ดขาด เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ภัยลามไปถึงญาติพี่น้อง"
เฉินหยูยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า "คนไข้ท่านนี้ ช่วงนี้คุณรู้สึกคันตามตัวจนทนแทบไม่ไหวบ้างไหมครับ?"
"หืม?"
ฉือหางผู่ตู้ชะงักไปครู่หนึ่ง
"คุณไม่ได้มีแค่อาการป่วยทางจิต แต่ยังมีอาการป่วยทางกายที่รุนแรงมากด้วย"
"ต้องการให้ผมช่วยรักษาไหมครับ?"
เฉินหยูถาม
"อมิตาภพุทธ อาตมาบูชาพระพุทธองค์ทุกวัน มีพระพุทธองค์คุ้มครอง จะป่วยไข้ได้อย่างไร"
ฉือหางผู่ตู้พนมมือทั้งสองข้าง
เฉินหยูพูดอย่างมีเลศนัยว่า "ในเมื่อคุณรับใช้พระพุทธองค์ทุกวัน ก็ลองสวดมนต์สักบทสิครับ ให้ผมได้สัมผัสถึงความลึกซึ้งของพระธรรมหน่อย"
"สาธุ ในเมื่อผู้ใจบุญเฉินอยากฟัง อาตมาก็จะสวดให้ฟังสักบท"
พูดจบ ฉือหางผู่ตู้ก็หลับตาทั้งสองข้าง ปากก็พึมพำอะไรบางอย่าง
"อย่าหาว่าอย่างงั้นอย่างงี้เลย ได้ฟีลอยู่นะ"
"เขากำลังสวดมนต์หรือร้องเพลงสวดเนี่ย? ทำไมฟังดูงึมงำๆ ล่ะ?"
"คุ้นหูจังแฮะ..."
"ฉันก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน"
"ซีหยางหยาง เหม่ยหยางหยาง อย่ามองว่าฉันเป็นแค่แกะ... เชี่ย! ตาแก่นี่กำลังร้องเพลงประกอบการ์ตูน!"
"ฉันก็สวดมนต์เป็นนะ ฟังนะ กังฟูเส้าหลินเยี่ยมไปเลย~ ดีจริงๆ"
"ฉันคือขาวัชระ เขาคือหัวเหล็ก"
"บทสวดเพิ่มพูนบุญบารมีอายุยืนยาว (หัวหมา)"
ฉือหางผู่ตู้ที่หลับตาอยู่ยังคงงึมงำต่อไป
ชาวเน็ตแทบจะขำเป็นบ้า
แต่งตัวซะดูดีมีสกุล แต่กลับสวดเพลงประกอบการ์ตูนซะงั้น
เมื่อสวดจบเพลง ฉือหางผู่ตู้ก็ลืมตาขึ้น แล้วพูดว่า "ผู้ใจบุญเฉิน ประตูพุทธศาสนากว้างใหญ่ ไม่มีผู้ใดที่ไม่อาจโปรดได้"
"คุณเดี๋ยวก่อน"
เฉินหยูพูดขัดฉือหางผู่ตู้ แล้วพูดว่า "คุณแน่ใจนะว่าไม่ต้องรักษา?"
ฉือหางผู่ตู้พูดด้วยน้ำเสียงลึกล้ำว่า "อาตมามีพระพุทธองค์คุ้มครอง ไม่จำเป็นต้องให้ผู้ใจบุญเฉินมาเป็นห่วง"
"พระพุทธองค์คงไม่มีวิธีช่วยให้คุณรอดพ้นจากคุกหรอกนะครับ"
เฉินหยูแค่นหัวเราะ "เมื่อไม่นานมานี้ ปล่อยสัตว์ไปไม่น้อยเลยใช่ไหมครับ?"
"ท่านรู้ได้อย่างไร?"
ฉือหางผู่ตู้มีสีหน้าตกตะลึง
สิ่งที่เขาชอบทำเป็นประจำที่สุด ก็คือการพากลุ่มผู้ศรัทธาไปปล่อยสัตว์
เฉินหยูกล่าว "ผมเป็นจิตแพทย์มืออาชีพ ผ่านการพูดคุยกับผู้อื่น สังเกตการแสดงออกทางสีหน้าเล็กๆ น้อยๆ เพื่อตัดสินการกระทำในอดีตของคนไข้"
"จะบอกว่าคุณเป็นพระ ใช่หรือไม่ใช่ก็บอกยาก"
"เมื่อสามปีก่อน คุณเกิดความคิดประหลาด ซื้อบ้านพักแถวชานเมือง แล้วตกแต่งใหม่จนกลายเป็นวัด"
"แถมยังซื้อจีวร ปลาไม้ พระพุทธรูป และของอื่นๆ พลิกโฉมตัวเองกลายเป็นเจ้าอาวาสวัด"
"เพื่อสร้างชื่อเสียง คุณจึงเข้าร่วมกิจกรรมปล่อยสัตว์อยู่บ่อยครั้ง"
"เมื่อไม่นานมานี้ คุณพาคนเฒ่าคนแก่หนุ่มสาวกลุ่มหนึ่งไปซื้องูกะปะหลายร้อยตัวจากพ่อค้างู"
"แล้วเอาไปปล่อยในสวนพฤกษศาสตร์ที่อยู่ไม่ไกลจากวัดเล็กๆ ของคุณ"
เฉินหยูพูดจบ ชาวเน็ตส่วนหนึ่งก็แทบจะระเบิดอารมณ์
"ไอ้แก่สารเลว มิน่าล่ะในสวนพฤกษศาสตร์ถึงมีงูพิษเยอะขนาดนั้น ที่แท้ก็ฝีมือแกนี่เอง"
"เรื่องนี้ฉันก็เคยได้ยินมาเหมือนกัน เมื่อประมาณเดือนกว่าๆ ก่อน เรื่องนี้ยังติดเทรนด์ฮิตอยู่เลย"
"สรรพสัตว์มีชีวิตจิตใจ ทำไมไม่ปล่อยเงินสดกับทองคำแท่งบ้างล่ะ"
"การปล่อยสัตว์ส่วนใหญ่เป็นการกระทำที่แฝงไปด้วยผลประโยชน์ หรือไม่ก็แค่ทำไปให้ตัวเองรู้สึกซาบซึ้งไปเองเท่านั้นแหละ"
"พวกนี้ก็แค่กินอิ่มจนว่างจัด ลองปล่อยให้หิวสักสามวันสิ อย่าว่าแต่ปล่อยสัตว์เลย ของดิบๆ ก็คงกินลง"
"มีครั้งหนึ่งไปตกปลา ต้นน้ำปล่อยปลา ปลายน้ำตกปลา เป็นวัฏจักรอุตสาหกรรมที่สมบูรณ์แบบมาก"
"ปากพร่ำบอกอมิตาภพุทธ แต่ปกติไม่ทำความดี พอถึงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานก็มากอดขาพระพุทธเจ้า มันจะมีประโยชน์ห่าอะไร"
นอกจากชาวเน็ตที่ชอบปั่นแล้ว ยังมีชาวเน็ตอีกไม่น้อยที่ส่งความรู้รอบตัวเข้ามา
งูกะปะเป็นงูที่มีพิษร้ายแรงมาก ชาวบ้านมักเรียกกันว่าราชากัดเนื้อเปื่อย
หากถูกพิษแล้วไม่รีบฉีดเซรุ่มแก้พิษทันที จะทำให้ร่างกายได้รับอันตรายอย่างรุนแรง
หรืออาจถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิต
คนอื่นเขาทำธุรกิจแบบไม่มีใบอนุญาต แต่ฉือหางผู่ตู้ดันเปิดวัดแบบไม่มีใบอนุญาต
ชาวเน็ตจำนวนไม่น้อยมองว่า เขาเอาการเปิดวัดและการจัดพิธีปล่อยสัตว์มาทำเป็นธุรกิจ
ชาวเน็ตหลายคนที่มาจากไอพีแอดเดรสเดียวกับฉือหางผู่ตู้
แทบอยากจะมุดสายแลนพุ่งไปอยู่ตรงหน้าเขา
แล้วตบหน้าไอ้แก่สักฉาดใหญ่ๆ
วันหนึ่งเมื่อเดือนที่แล้ว สวนพฤกษศาสตร์เกิดวิกฤตงูระบาด
ประชาชนจำนวนมากที่ไปเที่ยวถูกกัดจนได้รับบาดเจ็บ
ที่น่าสงสารที่สุดคือคู่หนุ่มสาวที่กำลังจะแต่งงานกัน
ไปถ่ายพรีเวดดิ้งนอกสถานที่อย่างมีความสุข จู่ๆ ก็มีงูกะปะหลายตัวพุ่งออกมาจากพงหญ้า
ตอนนี้ทั้งสองคนยังต้องนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล
"คนและสัตว์ล้วนเป็นสิ่งมีชีวิตบนโลก งูกะปะก็เช่นกัน"
"สถานที่ที่คนอยู่อาศัย สัตว์ก็มีสิทธิ์ที่จะอยู่อาศัยเช่นเดียวกัน"
ฉือหางผู่ตู้พูดจาฉะฉาน
เฉินหยูยิ้มบางๆ "สัตว์ที่คุณปล่อยไป ไม่ได้มีแค่งูหลายร้อยตัวนี้นะครับ"
"ชาวเมืองในพื้นที่ที่อยากจะมาคิดบัญชีกับคุณ ก็ไม่ได้มีแค่คนสองคนด้วย"
เฉินหยูยกมือขึ้น แล้วขยับนิ้วคำนวณ
"ประเมินคร่าวๆ น่าจะมีประมาณหลายร้อยคน ที่อยากจะคุยเรื่องศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานกับคุณ"







