ท็อปสตาร์เมาแล้วเพี้ยน ป่วนจนวงการบันเทิงฮาลั่น! · khram
ตอนที่ 70
บทที่ 70 ศึกเทพชนเทพ! ตอนพิเศษชีซี! อีพีที่มีเอฟเฟกต์รายการโหดที่สุดในประวัติศาสตร์วงการบันเทิงจีน!
รวมลวี่หมิงแล้ว แขกรับเชิญประจำของรันนิ่งแมนมีอยู่เจ็ดคน และเพื่อให้จำนวนคนลงตัว ทีมรายการจึงเชิญแขกรับเชิญฮอตฮิตจากวงการบันเทิงจีนมาร่วมถ่ายทำเพิ่มอีกเจ็ดคน
แขกรับเชิญพิเศษ (หญิง): หลี่ซิน, ถังอี้ซิน, เมิ่งจื่ออี้, นาจา, เจิ้งเจี่ย
แขกรับเชิญพิเศษ (ชาย): โหยวฮั่น, อู๋เชียน
บ่ายวันเดียวกัน ก่อนถึงเวลาไลฟ์สดที่กีวีประกาศอย่างเป็นทางการอีกหนึ่งชั่วโมง ห้องไลฟ์สดก็แน่นเอี้ยด หน้าจอที่กำลังวนเล่นโฆษณาอยู่เต็มไปด้วยเสียงถกเถียงของชาวเน็ต
[ถ้าเป็นแขกรับเชิญคนอื่น ฉันอาจไม่ดู แต่ถ้าเจิ้งเจี่ยมาออกรันนิ่งแมน ยังไงก็ต้องดู!]
[เทพธิดาที่ฉันชอบมาครบเลย อีพีนี้ท่าทางจะขึ้นหิ้งนะ!]
[ฉันอยากดูจริงๆ ว่าเจิ้งเจี่ยกับดาราตกกระแสอยู่เฟรมเดียวกันเล่นเกมมันจะเป็นภาพแบบไหน ลองเดาสุ่มๆ ดูว่า สองคนนี้เล่นๆ อยู่เดี๋ยวก็วางมวยกลางรายการ]
[ไม่หรอก ดูก็รู้ว่าเธอห่างจากวงการบันเทิงจีนไปนานแล้ว เจิ้งเจี่ยกับดาราตกกระแสเป็นศัตรูกันนั่นมันเวอร์ชันเก่า เดี๋ยวนี้ดาราตกกระแสกับเจิ้งเจี่ยคืนดีกันแล้ว แถมช่วงก่อนตอนชนะวาไรตี้เพลงยังแอบมีเค้าลมๆ แล้งๆ ว่าจะกลับมาคบกันด้วยซ้ำ]
[เร่อปา ระวังตัว!]
[จะวางมวยกับเจิ้งเจี่ยไหมยังต้องดูกันไป แต่ที่แน่ๆ ด้วยนิสัยมีแค้นต้องชำระของเขา เชียนเป่ากับโหยวฮั่นน่าจะโดนจนหนังถลอกแน่นอน อันนี้แหละที่ฉันรอคอยสุดๆ]
[ฮ่าฮ่าฮ่า จะรีรันเชียนเป่าเหรอ?]
[โหยวฮั่นก่อนหน้านี้ไปเนียนเกาะกระแสดาราตกกระแสพี่ชายของฉัน ผลคือโดนสวนกลับเละ ตอนนี้ยังกล้ามารันนิ่งแมนอีก คิดไม่ถึงจริงๆ อยากเห็นว่าโหยวฮั่นจะหน้าแหกยังไง!]
[สงสัยว่าถ้าดาราตกกระแสกับโหยวฮั่นวางมวยกัน เจิ้งเจี่ยจะเข้าข้างโหยวฮั่นหรือดาราตกกระแสดี เพราะเธอกับโหยวฮั่นก็เคยเล่นคู่รักกันใน “สายฝนดาวตก” แถมดังเปรี้ยงเพราะเรื่องนั้นด้วย]
[ฉันอยากเห็นเลือดท่วมจอ!]
[ฉันไม่เหมือนพวกเธอ ฉันอยากดูเทพธิดานาจากับพี่เมิ่งจื่ออี้ของฉันเท่านั้น!]
[…]
หนึ่งชั่วโมงให้หลัง พอภาพไลฟ์สดสว่างขึ้น ชาวเน็ตที่เฝ้าหน้าจออยู่ก่อนก็หูตาสว่างทันที
กังจื่อที่คอยจับตาดูตัวเลขอยู่ตลอด เมื่อเห็นสถิติของห้องไลฟ์สดก็พอใจสุดๆ
“ดีๆๆ โปรโมตล่วงหน้าได้ผลจริง!”
“เพิ่งเปิดไลฟ์ กระแสความร้อนแรงก็แตะค่าสูงสุดของอีพีก่อนแล้ว ถ้ากระแสยังแรงแบบนี้ต่อไป น่าจะทำลายสถิติรวมของรอบชิงวาไรตี้เพลงของกีวีได้ไม่ยาก ถึงตอนนั้นถึงแม้รายการนั้นอย่าง Go Fighting! จะออกอากาศตอนแรก ก็น่าจะทำลายสถิติของอีพีเราไม่ได้อยู่ดี”
ช่วงนี้ เพราะลวี่หมิงก็เซ็น Go Fighting! แถมกระแสรอบชิงของ “ใครคือราชานักร้อง” ยังพุ่งทะลายสถิติเดิมทั้งหมดของกีวี ผู้ใช้ที่เดิมทีถูกกีวีดูดไปก็ไหลย้อนกลับมารอบหนึ่งแล้ว ขณะที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่ยังสลับไปมาระหว่างสองแพลตฟอร์ม
หน้าต่างเวลาช่วงนี้ละเอียดอ่อนมาก ทั้งสองแพลตฟอร์มจึงใส่เกียร์สุด อยากจะมัดผู้ใช้กลุ่มนี้ให้อยู่กับแพลตฟอร์มตัวเองให้แน่น จึงต่างก็อยากถือ “ผู้ครองสถิติกระแสสูงสุด” อันเป็นกระบี่อาญาสิทธิ์ไว้ในมือ
“ดาราตกกระแสนะดาราตกกระแส พี่ชายทั้งชีวิตแทบไม่เคยขอร้องใคร แต่ครั้งนี้พี่ขอเถอะ ตอนท้ายพาพี่กังของนายพุ่งทะลวงอีกสักรอบ…” กังจื่อภาวนาให้ลวี่หมิงสร้างคำค้นฮอตเสิร์ชกองโตระหว่างถ่ายทำ เพื่อยึดครองเว่ยป๋อให้ได้ และระเบิดกระแสให้แตก
…
ในเวลาเดียวกัน
ในภาพไลฟ์สด สมาชิก brothers team รวมตัวกันอยู่ที่สนามบินนิวยอร์กเรียบร้อยแล้ว
ใช่แล้ว การถ่ายทำรายการอีพีนี้ไม่ได้เลือกถ่ายในประเทศ แต่ยกกองไปถ่ายทำกันไกลถึงนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา
เหตุผลก็ง่ายๆ หนึ่งคือพาผู้ชมไปสัมผัสบรรยากาศต่างถิ่น อีกหนึ่งคือเพราะรันนิ่งแมนกำลังฮอตสุดๆ เกมฉีกป้ายชื่อฮิตไปทั่ว ตั้งแต่คนทำงานไปจนถึงนักเรียนประถมก็เล่นกันแพร่หลาย
ไม่ว่าจะเป็นเด็กนักเรียนเล่นหยอกล้อกัน หรือผู้ใหญ่จัดกิจกรรมทีมบิลดิ้ง ช่วงว่างก็ฉีกป้ายเล่นกัน กลายเป็นกระแสระดับปรากฏการณ์ไปแล้ว
ทุกครั้งที่พวกเขาไปอัดรายการในเมืองไหน ก็มักดึงดูดผู้คนมามุงดูจำนวนมหาศาล ระหว่างนั้นก็เกิดภาพม็อบมุงขนาดใหญ่หลายครั้ง ทีมรายการไปเมืองไหน ทางท้องถิ่นก็ต้องส่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาคุมระเบียบที่กองถ่ายทุกครั้ง
แต่ถึงอย่างนั้น ในสองอีพีล่าสุด ครั้งหนึ่งเกิดเหตุเหยียบกัน และอีกครั้งก็มีแฟนคลับคลั่งจัดทีมพุ่งทะลุเขตถ่ายทำมาป่วนจนถ่ายทำตามปกติไม่ได้...
ไม่ต้องพูดถึงทีมรายการเลย ต่อให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาช่วยคุมจำนวนมากก็เอาไม่อยู่
เพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ทำนองนี้ซ้ำอีก และเพื่อให้การโต้ตอบกับผู้คนบนท้องถนนออกมาดูดีขึ้น เปลี่ยนไปถ่ายในเมืองที่ไม่มีใครรู้จักกลุ่มดาราพวกนี้บ้าง ก็ถือเป็นวิธีที่ไม่เลว
ห่างหายกันไปนาน พอเจอกันอีกครั้ง ทุกคนก็ทักทายกันอย่างอบอุ่น ผ่านมาห้าอีพี ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกันไม่น้อย พอเห็นลวี่หมิงลากกระเป๋าเดินออกมา เฉาเกอ วัวดำ และเฉินชือชือก็ตื่นเต้นวิ่งเข้ามา สไลด์เข่าต้อนรับพร้อมกัน
ลวี่หมิงรีบกระโดดหลบ “อะไรเนี่ย วันนี้ยังไม่เริ่มฉีกป้ายชื่อก็จับมือเป็นพันธมิตรกันก่อนแล้วเหรอ?”
“ใช่ ก็จับมือเลยสิ!” เติ้งเฉาโฮก “ก่อนหน้านี้อยู่ในประเทศ พี่ชายทั้งหลายต่างก็ออมมือให้ นายรอบนี้เราไม่แกล้งสุภาพแล้ว เป่าเฉียง โชว์วิชาหัวเหล็กที่เพิ่งฝึกแน่นหนามาหน่อย!”
“หัวฉันนี่ฝึกมาเป็นสิบกว่าปี นายรับไหวเหรอ?!” หวังเป่าเฉียงไม่รีรอ เอาหัวพุ่งโถมใส่อกลวี่หมิงหนักๆ หนึ่งที
“ถ้างั้น ฉันเองก็ไม่แกล้งสุภาพแล้ว!” ลวี่หมิงเจ็บอก พลิกมือควักเดเซิร์ทอีเกิลสีดำจากเอว “เข้าใจความหมายของคำว่า 'อเมริกา ดินแดนแห่งเสรีภาพ ที่มีดวลปืนกันทุกวัน' รึเปล่า?”
“มาดูกันว่า หัวเหล็กนายจะแข็งกว่า หรือกระสุนฉันจะแข็งกว่า!”
หวังเป่าเฉียง “???”
รู้สึกได้ถึงความเย็นเฉียบบนหน้าผาก สีหน้าก็อึ้งค้างทันที
“???” เฉาเกอ วัวดำ และเฉินชือชือ ก็ชะงักไปเหมือนกัน
เร่อปาตกใจ “ล้อเล่นใช่ไหม?”
“ล้อเล่น? ของจริงเชียวนะ!” ลวี่หมิงเล็งปากกระบอกปืนไปที่เร่อปา เห็นอีกฝ่ายไม่ขยับ เขาก็ดึงไกปืนอย่างแรง ได้ยินเสียง ‘ซซ’ เส้นสายน้ำพุ่งไปโดนจมูกเล็กสวยของเร่อปาอย่างแม่นยำ
“โอ๊ย!” เร่อปาทำเสียงงอน “จะตายแล้วนะ!”
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”
“ไปหาปืนฉีดน้ำมาจากไหนเนี่ย”
“ตกใจหมดเลย!”
ลวี่หมิงหัวเราะร่า “เพิ่งซื้อที่สนามบินนี่แหละ เสียไปตั้ง 50 ดอลลาร์!”
จังหวะนั้นเอง ไกลๆ ได้ยินเสียงด่าคุ้นหูดังมา “ดาราตกกระแส เชียนเกอคนนี้มารับแกแล้ว!”
คนยังมาไม่ถึง ก็เห็นกระเป๋าเดินทางใบหนึ่ง ‘กลิ้งๆๆ’ มาหยุดตรงหน้าลวี่หมิง ถัดมา อู๋เชียนสไลด์เข่าพุ่งเข้ามาใกล้ แต่พอวินาทีถัดไป เขาก็รู้สึกเหมือนหน้าผากถูกจิ้ม เงยหน้าขึ้นก็เห็นลวี่หมิงแววตาเย็นเฉียบ กำลังเอาปืนจ่อหน้าผากเขาอยู่
อู๋เชียน “???”
“แม่งเอาจริงเหรอ?!”
“ทำร้ายร่างกายต่อหน้าคน ฉันยิงแกลงตรงนี้ก็ไม่ผิดกฎหมาย!”
ท่ามกลางสายตาตกใจของอู๋เชียน ลวี่หมิงลั่นไก วินาทีถัดมา เขาก็โดนน้ำฉีดเต็มหน้า
“เดี๋ยวสิ ไอ้ดาราตกกระแส...” อู๋เชียนโล่งอกก่อนสบถ “บ้าไปแล้วรึไง!”
“ดูทำหน้าเข้า เราเป็นพี่น้องกันนะ ฉันจะไปยิงใครก็ไม่ยิงนายหรอก ยินดีต้อนรับเชียนเป่ากลับมารันนิ่งแมนรอบสอง ว่ามาเลย รอบนี้คิดจะขายขี้หน้าด้วยวิธีไหน?”
“อย่ามาแตะต้องฉัน” อู๋เชียนฮึดฮัด “แล้วก็ ใครเป็นพี่น้องกับแกกัน ดาราตกกระแส รอบนี้แกตายแน่!”
“พูดเจ็บใจจัง คิดว่ามาแดนไกลแล้วนายจะกินอยู่ลำบาก พี่ชายเลยอุตส่าห์เอาวัตถุดิบสดๆ มาฝากด้วย ดูสิ...” ว่าแล้ว ลวี่หมิงควักถั่วฝักยาวพิษสีเขียวมันปลาบสองฝักออกมาจากกระเป๋า ทำหน้าปวดใจ “เดิมกะว่าคืนนี้จะลงมือทำกับข้าวเพิ่มให้เอง แต่นายมาทำกับพี่แบบนี้ ไม่ทำแล้ว!”
“จะทำไม่ทำก็ตามใจ!” อู๋เชียนฮึดฮัด แล้วจ้องถั่วฝักยาวในมือลวี่หมิงด้วยสีหน้าขยะแขยง “เดี๋ยว ใครบอกให้กินของที่แกทำกันล่ะ พกถั่วฝักยาวติดตัวบินออกนอกประเทศ แกบ้าอะไรเนี่ย!”
เขาดูออกแล้ว ไอ้ดาราตกกระแสคนนี้จงใจจะมาทำให้เขาคลื่นไส้!
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”
ทุกคนขำกลิ้ง โดนมุกหยอกกัดกันของสองคนนี้จนฮาก๊าก
เฉาเกอยิ้มพูดว่า “เชียนเป่า ช่วงนี้รายการ ‘วงการบันเทิงจีนมีฮิปฮอป’ ของนาย กระแสความร้อนแรงสูงมากนะ”
“ใช่ รายการวาไรตี้เพลงแนวแร็ปในวงการบันเทิงจีนถือว่าเป็นครั้งแรก ฉันก็ดูแล้วนะ สนุกจริงๆ” เบบี้ก็ยิ้มชม “ถ้าไม่ใช่รายการนี้ ฉันไม่รู้เลยว่าแร็ปยังมีเทคนิคพวกสัมผัสเดี่ยวสัมผัสคู่ อะไรแบบนั้น เรียนรู้เพิ่มเลย!”
ถึงเฉินชือชือกับวัวดำยักษ์จะไม่ค่อยเข้าใจ แถมยังไม่เคยดูด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้ก็พากันพยักหน้าชมตามน้ำ
นี่คือสปอนเซอร์เนียนๆ ที่บริษัทต้นสังกัดของอู๋เชียนอย่างเทียนอวี่มีเดียฝากทีมรายการไว้ และจ่ายค่าการโปรโมตมาแล้ว
ฟังทุกคนรุมชมผลงานตัวเอง อู๋เชียนก็เชิดหน้าภาคภูมิ “แน่นอนสิ ดนตรีแนวแร็ปแม้จะเป็นสนามรอง แต่เมื่อเทียบกับดนตรีสายหลักแล้ว ทักษะการร้องสูงมากนะ ได้แชมป์ใน ‘วงการบันเทิงจีนมีฮิปฮอป’ ก็เท่ากับเป็นเบอร์หนึ่งของทั้งวงการแบบไร้ข้อกังขา ไม่ใช่แชมป์วาไรตี้เพลงไร้คุณค่าบางรายการจะมาเทียบได้!”
อู๋เชียนเหลือบมองลวี่หมิง เชิดคางอย่างหยิ่ง
ทุกคนทำหน้าชินชา ไม่แปลกใจ
อย่างว่าล่ะ ตั้งแต่สองคนนี้ได้ผูกเวรกรรมกันจากแฮชแท็ก #ไส้ใหญ่เก้าชั้นวิกฤตลำไส้ใหญ่# ความขัดแย้งก็ลุกลามจนยากจะกลบ กลายเป็นว่าถ้าเทียบกับการเปิดศึกจะเป็นจะตายกลางรายการ การกัดจิกกันแบบนี้ยังเรียกว่างานเบาๆ
ลวี่หมิงเห็นด้วย “จริงแหละ สนามรองนี้ต้องใช้ทักษะสูงมาก!”
อู๋เชียน “...”
ไอ้ดาราตกกระแสคนนี้ดันเล่นตามน้ำมายกยอเขา?
มีพิรุธ!
เขาไม่รับลูกต่อ
ด้านเร่อปาถามอย่างสงสัย “สูงแค่ไหนล่ะ?”
“ถึงจะยังไม่สูงเท่าวิทยาลัยเทคนิคหลานเสียง อย่างน้อยก็ระดับวิทยาลัยเทคนิคอำเภอเมืองแหละ!”
อู๋เชียน “???”
เร่อปา “...”
“ปุ ฮ่าฮ่าฮ่า!!” หวังเป่าเฉียงหลุดขำพรืด อ้าปากกว้างทั้งกระโดดทั้งตบเข่าป้าบๆ “ไอ้หนู นี่มันของจริง!”
คนอื่นๆ เดิมทีเกรงใจกันเลยกลั้นยิ้มจนหน้าตึง พอเห็นหวังเป่าเฉียงไม่แอ๊บสักนิด หัวเราะลั่นกลางเวที ทุกคนก็กลั้นไม่อยู่ พากันหัวเราะตาม
“แกมีปัญญาหรือไง!” อู๋เชียนหน้าแดงด่า
ลวี่หมิงไม่สะทกสะท้าน “ฉันพูดผิดตรงไหนล่ะ? ถ้าไม่มีวุฒิวิทยาลัยเทคนิค บางทีตัวหนังสือยังอ่านไม่ครบ จะไปเขียนด่าคนให้คล้องจองเป็นกลอนยังไงกัน”
“กูจะด่า ” อู๋เชียนเห็น PD หนุ่มที่หิ้วกล้องหันเลนส์จ่อหน้าอยู่ พอด่าถึงปากก็ชะงัก แล้วรีบแก้เป็นเสียงขุ่น “แร็ปคือศิลปะ ฮิปฮอปคือเทรนด์ เข้าใจไหมไอ้บ้านนอก!”
“ถูกต้องเลย ชามนี้มันทั้งใหญ่ทั้งกลม เหมือนเส้นนี้ทั้งยาวทั้งกว้าง เนื้อเพลงที่มีศิลปะขนาดนี้ เด็กประถมคิดไม่ออก มัธยมต้นไม่กล้าคิด มัธยมปลายไม่กล้าพูด ปริญญาตรีก็ไม่ชายตามอง ต่อให้ไปอยู่ในวิทยาลัยเทคนิค ก็มีแค่พวกแถวหลังสุดที่ลาป่วยอาทิตย์ละสี่วันเท่านั้นแหละที่มีพรสวรรค์ทำได้”
“แต่ฉันว่าความยากในการแต่งแนวนี้มันเกินหลักสูตรไปหน่อย ไม่ต้องไปแข่ง ‘วงการบันเทิงจีนมีฮิปฮอป’ ก็ไม่ต้องเรียนหรอก”
[พรูด!]
[บอกว่าทักษะสูง ที่แท้ ‘ทักษะ’ ของแกคือ ‘เทคนิค-คอล’ แบบวิทยาลัยเทคนิคนี่เอง!]
[ปากดาราตกกระแสคนนี้นี่เฉียบจริง!]
[เอาตรงๆ เฮ้อ ไอ้ท่อน “ชามนี้ทั้งใหญ่ทั้งกลม” ฉันได้ยินทีไรก็เขินตะขิดตะขวงทุกที ครั้งแรกที่ได้ยินยังคิดเลยว่า แบบนี้ก็เรียกดนตรีได้เหรอ?]
[เขาพูดแทนใจฉันเลย!]
[สรุปได้ว่า ดาราตกกระแสคนนี้เข้าใจรสนิยมมวลชนจริงๆ คุณเชื่อในความดุเดือดของกระบอกเสียงอันดับหนึ่งของอินเทอร์เน็ตได้เสมอ!]
[ฉันนี่แหละนักเรียนอาชีวะผู้ภาคภูมิ คุณจะบอกว่าฉันเรียนไม่เก่งก็ยอมรับได้ แต่ถ้าคุณบอกฉันว่ามีพรสวรรค์ด้านแร็ป ฉันว่าทั้งตัวฉันและครูนักเรียนทั้งโรงเรียนโดนดูถูกหมดแล้ว…]
[เห็นด้วยนะ เอาจากที่รายการ ‘วงการบันเทิงจีนมีฮิปฮอป’ ออกอากาศมาจนถึงตอนนี้ ก็แทบไม่เห็นคนปกติเลย ทุกครั้งที่แฟนสาวผมดู ผมนี่เอานิ้วเท้าไปขูดพื้นดูเลย!]
[เปิ้งปู้ไม่ไหวแล้ว!] (หมายถึง ขำหรืออายจนทนไม่ไหว เป็นสแลงจากเมืองเปิ้งปู้)
อู๋เชียน: “!!!”
CNM ไอ้ดาราตกกระแส เอ็งวันๆ ไม่ได้กวนประสาทกู ชีวิตมึงจะไร้ความหมายรึไง?!
ใบหน้าอู๋เชียนแดงก่ำ เส้นเลือดที่หน้าผากเต้นตุบๆ เหมือนอีกวินาทีจะคุมโทสะไม่อยู่แล้วระเบิดใส่
เร่อปาเห็นท่าไม่ดี รีบเข้ามาไกล่เกลี่ยอย่างมีไหวพริบ “คนละวงการก็เหมือนคนละภูเขา แร็ปจริงๆ ก็ยากนะ โอเคไหม ไม่เข้าใจก็อย่าเพิ่งพูดมั่ว…”
“ใครบอกฉันไม่เข้าใจล่ะ? จริงๆ ฉันก็พอจะเข้าใจแร็ปนิดหน่อย!” ลวี่หมิงฮัมรับเบาๆ
อู๋เชียน: “???”
ไอ้ดาราตกกระแสเอ็งนี่กล้าคุยเบ่งต่อหน้าพระเจ้าแร็ปของวงการบันเทิงจีนอย่างกูด้วยเรอะ?
“มา โชว์พรสวรรค์หน่อย!” อู๋เชียนฮัมใส่
ลวี่หมิงไม่มีกลัวสักนิด ชี้ไปที่เร่อปาแล้วลุยทันที: “ดูคนนี้สิ สูงก็สูง ผอมก็ผอม เหมือนท้องฟ้านี่สิ ขาวก็ขาว น้ำเงินก็น้ำเงิน!”
เร่อปา: “???”
ไม่ใช่นะพี่ แบบนี้คือพูดสดจริงๆ เลยเหรอ?
ลวี่หมิงไม่แยแสหน้าเคร่งเครียดของอู๋เชียนแม้แต่น้อย เอ่ยอย่างสบายๆ “สัมผัสเดี่ยว แถมยังดัดแปลงจากเพลงฮิต คลาสสิกฉบับรีเมก ไม่มีปัญหาใช่ไหม? เมื่อไหร่จะให้ฉันไปออกรายการนายล่ะ เอาความสัมพันธ์เราขนาดนี้ ฉันคว้าแชมป์สบายมากใช่ไหม?”
“มึงสัมผัสแม่มึงสิวะ!” อู๋เชียนของขึ้นเต็มขั้น
ทั้งยั่วกู ทั้งหยอกกู แล้วยังจะไปเอาแชมป์ในรายการที่กูเป็นเจ้าภาพอีก?
กูจะอัดมึงให้ตายคามือ ไอ้ดาราตกกระแสจากปี่หยาง!
ขณะอู๋เชียนโกรธจนตัวสั่น ใกล้จะระเบิดเต็มที อยู่ๆ ก็รู้สึกว่ามีคนดึงชายเสื้อจากด้านหลัง
เขาหันกลับไปด้วยความเดือดดาล ตั้งท่าจะด่าเต็มปาก ก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งหุ่นโค้งเว้า ใส่ชุดเซ็กซี่เย้ายวน หน้าตาสวยคมมีเสน่ห์แบบลูกครึ่งกำลังยืนอยู่ข้างหลัง นัยน์ตาคู่งามของเธออ่อนหวานดูเปราะบาง เหมือนตกใจกลัวกับสีหน้าดุเดือดของอู๋เชียน
“เกิ…เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ?”
“ไม่มีอะไรหรอก ช่วงนี้เชียนเป่ากำลังขัดเกลาฝีมือการแสดง เมื่อกี้กำลังสาธิตวิธีแสดงอารมณ์โกรธ สมจริงไหม?” ลวี่หมิงยิ้มอธิบาย
อู๋เชียนก็ยอมรับอย่างหายาก “ใช่ ฉันกำลังแสดงอยู่!”
“ยินดีต้อนรับนาจา!”
“ยินดีต้อนรับๆ!”
ทุกคนต้อนรับกันอย่างอบอุ่น
นี่คือดาราหญิงแถวหน้าของวงการบันเทิงจีนที่โด่งดังด้วยรูปร่างและหน้าตาล้วนๆ ถึงตอนนี้ยังไม่มีผลงานชิ้นโบแดงที่ดังเปรี้ยง แต่ในฐานะดาวภาคการแสดงของสถาบันภาพยนตร์ปักกิ่ง เธออาศัยโฉมงามชั้นเลิศกลายเป็นเทพธิดาในใจหนุ่มๆ นับไม่ถ้วน ปัจจุบันเป็นดาราแถวสองพอๆ กับเร่อปา
เพราะทั้งคู่มาจากมณฑลซินเจียงบ่อยครั้งจึงถูกชาวเน็ตหยิบมาเปรียบเทียบกัน
สองสาวยืนร่วมเฟรม เป็นวิวทิวทัศน์งดงามจริงๆ เทียบกันทั้งรูปร่าง หน้าตา ออร่า จะบอกว่าใครสวยกว่าใครก็พูดยาก เรียกได้ว่ากินกันไม่ลง ต่างคนต่างมีเสน่ห์คนละแบบ
นาจาจับมือทักทายทุกคนทีละคน พอเป็นการพบกันครั้งแรก เธอยังดูเกรงๆ อยู่เล็กน้อย
ยังไม่ทันได้คุยอะไรกันมาก แขกรับเชิญคนอื่นๆ ก็ทยอยมาถึง
หลี่ซินใส่กางเกงยีนส์เรียบๆ ทักทายทุกคนสั้นๆ แล้วก็แอบใช้สายตากวาดมองลวี่หมิงตั้งแต่หัวจรดเท้า ส่วนถังอี้ซินทำตัวเหมือนเด็กเรียบร้อยมากๆ ออกจะเขินอาย
เมิ่งจื่ออี้กลับแสดงความตรงไปตรงมา ถึงจะต้องเผชิญหน้ากลุ่มรุ่นพี่จำนวนมากก็ไม่แสดงอาการเกรงกลัวเลย
แม้ในวงการบันเทิงจีนเธอยังเป็นเพียงตัวเล็กๆ เอาเข้าจริงอย่างมากก็ระดับดาราแถวสาม แต่พักหลังเธอเริ่มเป็นที่สนใจจากบุคลิกตรงๆ ซื่อๆ บวกกับรูปร่างเซ็กซี่ในรายการวาไรตี้โชว์รายการหนึ่ง บริษัทต้นสังกัดของเธอจึงหยิบเคสของดาราตกกระแสที่ดังแบบพลิกเกมมาเป็นตัวอย่าง แล้วตัดสินใจดันเธอให้ไต่ระดับขึ้นไป
นี่ไงล่ะ ถึงขั้นรายการรันนิ่งแมนที่เหล่าดาราแถวหน้าวงการบันเทิงจีนต่างแย่งกันหัวชนฝา ก็ยังยกทรัพยากรชิ้นใหญ่นี้ให้กับเด็กสาวนิสัยตรงไปตรงมาผู้แสนบริสุทธิ์คนนี้
ส่วนเจิ้งเจี่ยกับโหยวฮั่น ฝ่ายแรกพอเห็นลวี่หมิงก็ทำท่าทางเย่อหยิ่ง จับมือทักทายคนอื่นครบถ้วน แต่ดันข้ามลวี่หมิงไปเฉยๆ คอมเมนต์กระสุนพากันงง เพราะช่วงก่อนหน้านี้เจิ้งเจี่ยยังจับมือเป็นพันธมิตรกับลวี่หมิง ต่อกรกับคนนอก แถมยังเล่นใหญ่เมาจนเพี้ยนสร้างเอฟเฟกต์รายการด้วย ตามเหตุผลแล้ว ถึงจะไม่ถึงขั้นคืนดีกัน แต่ความสัมพันธ์ก็ควรจะผ่อนคลายลงบ้างสิ ทำไมวันนี้ถึงทำเหมือนมีแค้นฝังหุ่นกันนัก?
ลวี่หมิงกลับไม่ใส่ใจ
ดอกไม้ขาวสายเพี้ยนแบบนี้ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ขอแค่อย่ามาเพี้ยนใส่เขา เขาก็ไม่ถือสา
ส่วนโหยวฮั่น…
ลวี่หมิงไม่มีวันลืมหน้าตาตอนเจ้านี่ไล่เหยียบซ้ำ ใส่ไม่ยั้งเมื่อไม่นานมานี้
วันนี้เขาจะต้องสั่งสอนให้หลาบจำให้ได้!
พอสมาชิกมาครบ ทุกคนก็ขึ้นรถบัสคันใหญ่มหึมาที่ทีมรายการเตรียมไว้
ระหว่างมุ่งหน้าไปยังที่พัก ทีมรายการก็จัดเกมแรกขึ้นมาเพื่อทำลายน้ำแข็ง ท้ายที่สุดนี่เป็นครั้งแรกที่ต้อนรับแขกรับเชิญเยอะขนาดนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างกันยังไม่สนิท ถ้าต่างคนต่างเกร็งกันเกินไป จะไม่เอื้อต่อการถ่ายทำต่อจากนี้เลย







