ท็อปสตาร์เมาแล้วเพี้ยน ป่วนจนวงการบันเทิงฮาลั่น! · khram
ตอนที่ 69
บทที่ 69 แชมป์! ดาราตกกระแสปล่อยของ! ฉันแค่ขยับนิดเดียว ก็แตะเพดานวงการเพลงจีนแล้ว!
【เชี่ย!】
【6666!】
【เฟิงเฟิง ของฉัน เฟิงเฟิง!!】
【เฟิร์สบลัดอาจารย์ฮวา ดับเบิลคิลอีอี ทริปเปิลคิลอาจารย์เฟิง ดาราตกกระแสฆ่าไม่เลี้ยง!】
【คนอื่นมาออกรายการ ต่อให้เกลียดกันเป็นฆาตแค้นกันมา ก็ทำได้แค่แกล้งกันพอหอมปากหอมคอ แต่ดาราตกกระแสนี่ทำคนโกรธจนกระอักเลือดได้จริงๆ!】
【ปากเขานี่ไร้เทียมทาน!】
【ราชาโซโลคิลแห่งวงการบันเทิงจีน สถิติค้นได้ KDA นับไม่ไหวแล้ว แต่การันตีขั้นต่ำคือโคตรเทพ!】
【เชี่ย โผล่หัวออกมาแถให้กันเฉยเลย นี่กะจะแสดงความเคารพต่อโจวซิงฉือรึไง?】 (ความหมายคือ เห็นใครบางคนออกมาแก้ตัว แล้วเหตุผลที่ใช้นั้นมัน ไร้สาระ ตลก ส่วนโจวซิงฉือก็ขึ้นชื่อเรื่องตลกไร้สาระ)
【โอ๊ย ไม่ไหวแล้ว ขำจะขาดใจ!】
【งี้แปลว่าเฟิงเฟิงยอมรับอ้อมๆ ว่าตัวเองลิปซิงก์เหรอ?】
【ปากดาราตกกระแสนี่แสบจริง ฮ่าฮ่า แต่แค่กล้าพูดขนาดนี้ ก็แทบฟันธงได้ 100% แล้วว่าหลี่ชางเฟิงลิปซิงก์】
【เรื่องลิปซิงก์น่ะ ไม่ได้บอกว่าทั้งหมดนะ แต่พวกนักร้องสายร้องเต้นพื้นฐาน 90% ลิปซิงก์ทั้งนั้นแหละ ก็ท่าเต้นใช้แรงเยอะมาก นอกจากเปลืองพลังงานแล้ว ประเด็นคือการเคลื่อนไหวทำให้ลมหายใจไม่นิ่ง เปิดไมค์เต็มอย่างไรก็ต้องได้ยินเสียงหายใจสลับบ้างสิ ก่อนหน้านี้ฉันก็รู้สึกว่ามีหลายท่อนที่ปากขยับไม่ตรงเสียง แต่ผึ้งเล่นสแปมจนมิด ไม่มีใครสังเกตเลย
แถมกรรมการสามคนนั่นเหมือนรับเงินยังไงยังงั้น อวยพี่ลิปซิงก์จะขึ้นฟ้า เจิ้งเจี่ยเป็นคนนอกจะฟังไม่ออกก็ว่าไปอย่าง แต่อาจารย์หยางกับอาจารย์ฮวาจะฟังไม่ออกได้ไง ตอนนั้นฉันดูแล้วจะอ้วก โชคดีที่ดาราตกกระแสคว้าแชมป์ ไม่งั้นให้คนเหยียบย่ำกติกาแบบนี้ได้แชมป์ คงเป็นความน่าเศร้าครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์วงการบันเทิงจีน!】
【พวกผึ้งยังกล้าอวยว่าเกอเกอของพวกคุณร้องก็ได้เต้นก็ดีสารพัดความสามารถอีกเหรอ?】
【จะพูดก็คือ เพลงที่ขัดเกลาในห้องอัดโดยซาวนด์เอนจิเนียร์ค่าตัวเป็นล้าน ยังสู้ดาราตกกระแสไม่ได้ อายบ้างไหมล่ะ!】
【ผึ้ง ออกมาพูดหน่อย!】
【……】
คอมเมนต์กระสุนเดือดพล่านไปทั้งแถบ
เพราะการแฉแบบไม่ปิดบังของลวี่หมิง บวกกับหลี่ชางเฟิงถูกลวี่หมิงตอกหน้าด้วยคำพูดเพียงไม่กี่ประโยคจนเป็นลมต่อหน้าต่อตา ประเด็นเรื่องเฟิงเฟิงเปิดไมค์ครึ่งเดียวกับลิปซิงก์จึงติดไฟลามไปยังฮอตท็อปปิกในเว่ยป๋ออย่างรวดเร็ว
สตรีมเมอร์จำนวนมากบนแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นต่างๆ ที่กำลังถ่ายทอดสดอยู่ ก็ออกมาแสดงความเห็นต่อประเด็นนี้กันถ้วนหน้า
มีทั้งคนคาดเดา คนตั้งคำถาม และอีกไม่น้อยที่ย้อนเทปไลฟ์กลับไปดูทีละเฟรม วิเคราะห์จนเรื่องที่ปากของหลี่ชางเฟิงไม่ตรงกับเสียงถูกแฉสิ้น
ชั่วพริบตาเดียว
หัวข้อฮอตเสิร์ชก็พุ่งขึ้นรวดเร็ว!
#หลี่ชางเฟิงลิปซิงก์!#
#หลี่ชางเฟิงอับอายจนเดือด พ่นเลือดคาเวที!#
#วาไรตี้เพลงกลายเป็นวาไรตี้มืด ดาราตกกระแสมาถึง ฆ่ายกแผง!#
……
สถานที่ไลฟ์สด
ไม่นานก็มีเจ้าหน้าที่หามเปลขึ้นมาบนเวที รีบหามหลี่ชางเฟิงที่หมดสติออกไปอย่างรวดเร็ว
ตอนเริ่มรายการ บรรยากาศคึกคัก สามเมนเทอร์คุยกันไปมา พอมีจังหวะก็วิจารณ์ฟอร์มผู้เข้าแข่งขัน สองพิธีกรก็รับส่งมุกกันครื้นเครง แต่พอมาถึงช่วงประกาศรางวัลที่น่าจับตามองที่สุด กลับเงียบเหงาอย่างประหลาด
จางเส่ากังที่เป็นพิธีกรคนเดียวที่ยังอยู่บนเวที ก็โดนพลังทำลายล้างของลวี่หมิงทำเอากลัวจนยืนห่างเขาไปไกล
“ขอเสียงปรบมือดังๆ เพื่อแสดงความยินดีกับคุณลวี่หมิง คว้าแชมป์ซีซันแรกของ ใครคือราชานักร้อง!”
พร้อมกับที่จางเส่ากังฝืนเรียกกำลังใจประกาศเสียงดัง
เสียงเฮจากอัฒจันทร์ผู้ชมที่หัวเราะลั่นกันอยู่ไกลๆ ก็ถาโถมขึ้นมาทันที!
“อู๊วว!!”
“แชมป์!!”
“ราชาเพลง!!”
“ยินดีกับการสวมมงราชาเพลง วงการเพลงจีนรอดแล้ว!”
ขณะเดียวกัน
ห้องไลฟ์สดก็อบอวลไปด้วยบรรยากาศฮึกเหิมไม่แพ้กัน
【คู่ควรอย่างแท้จริง!】
【รายการฤดูกาลเดียว ได้ออริจินัลปังๆ สองเพลง ดาราตกกระแสไม่ดังนี่ฟ้าดินไม่ยอม!】
【ดาราตกกระแสก็เฉิดฉายขึ้นมาแล้ว ครั้งแรกที่ข้ามสายมาแข่งวาไรตี้เพลงก็ได้แชมป์เลย พวกแอนตี้ที่ดูถูกพี่ชายของฉันมีอะไรจะว่าอีกไหม?】
【เธอก็รู้ ฉันเป็นแอนตี้หมิงแทบไม่เคยเชียร์ดาราตกกระแส แต่เทปนี้ฉันยอมรับเขามากที่สุด】
【@หัวเยว่: ออกมากล่าวสุนทรพจน์รับรางวัลหน่อย!】
【ฮ่าฮ่าฮ่า เพื่อนเอ๊ย แบบนี้มันแทงใจดำเกินไปแล้ว】
ท่ามกลางการฉลองของชาวเน็ต
อยู่ๆ ก็มีเสียง “ปัง” ดังขึ้นเหนือเวที เครื่องยิงพลุไฟฟ้าที่ตั้งรอบด้านพ่นดอกไม้ไฟสีสวยระยิบระยับขึ้นมา จากนั้นลูกบอลทรงกลมที่แขวนอยู่ด้านบนก็แตกกระจาย กลายเป็นสายฝนสีทองโปรยลงมาเป็นผืนกว้าง
ลวี่หมิงยืนอาบกลางสายฝนทองนั้น รู้สึกถึงภาพฝันตรงหน้า อยู่ๆ ก็มีความรู้สึกเหมือนขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิต
เขายืนนิ่งๆ ดื่มด่ำกับฉากสรุปผล MVP ของตัวเอง…
อาจารย์หยางได้รับคำสั่งจากทีมผู้กำกับ ถึงแม้ในใจจะไม่เต็มใจสุดๆ แต่พอเห็นเจ้าหน้าที่ถือถ้วยรางวัลคริสตัลเดินมาตรงหน้า ก็จำใจเดินขึ้นเวที แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งทื่อเล็กน้อยว่า “ขอแสดงความยินดีกับผู้เข้าแข่งขันลวี่หมิง คว้าแชมป์ซีซันแรกของ ใครคือราชานักร้อง!”
“ดังๆ หน่อยสิ ยังไม่ได้กินข้าวมารึไง?” ลวี่หมิงฮึในลำคอเบาๆ
อาจารย์หยาง: “…”
CNM ไอ้ดาราตกกระแส แกก็ต้องมีวันตกต่ำเหมือนกันล่ะน่า รอดูเถอะ พอถึงวันที่แกไม่รุ่ง ดูสิว่าฉันจะจัดการแกยังไง!
“ขอแสดงความยินดีกับผู้เข้าแข่งขันลวี่หมิง!” อาจารย์หยางที่โมโหอยู่เต็มอกจึงยกเสียงให้ดังขึ้นทันที พอลวี่หมิงรับถ้วยรางวัลไปแล้ว เขาก็ไม่คิดจะอยู่ต่อแม้แต่วินาทีเดียว หันหลังก็รีบลงเวทีทันที
ท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้อง ลวี่หมิงยืนอาบสายริบบิ้นสีทองจากด้านบน ค่อยๆ ชูถ้วยรางวัลสัญลักษณ์ของตำแหน่งแชมป์ขึ้นเหนือศีรษะ!
จางเส่ากังเห็นลวี่หมิงยิ้มแย้มเต็มหน้า ก็คิดว่าช่วงเวลาชื่นมื่นแบบนี้อีกฝ่ายคงไม่หันมาเพี้ยนใส่เขา จึงยิ้มแล้วก้าวเข้ามาถามว่า “ขอเรียนถามผู้เข้าแข่งขันลวี่หมิง การข้ามสายมาร่วมแข่งวาไรตี้เพลงครั้งแรกก็ได้แชมป์เลย มีอะไรอยากบอกกับแฟนคลับที่คอยสนับสนุนคุณมาตลอดไหม?”
“ผมยังมีแฟนคลับด้วยเหรอ?” ลวี่หมิงประหลาดใจ
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”
เสียงหัวเราะดังมาจากอัฒจันทร์ผู้ชม สาวๆ บางคนถึงกับหน้าแดง ลุกขึ้นยืนส่งเสียงแซวทันที “ฉันเป็นแฟนคลับคุณ!”
“ทั้งฮอลล์นี่เป็นแฟนเพลงคุณหมดเลย!”
“สามี!!”
ลวี่หมิงยิ้มบาง “ไล่คนที่ตะโกนว่าสามีนั่นออกไปหน่อย ผมเห็นแว๊บเดียวก็รู้แล้วว่าคุณเป็นแอนตี้ตัวดำเนิดๆ ในเน็ตเรียกผมว่าดาราตกกระแส ร้องโวยวายทุกวันว่าจะให้ผมตาย พอเจอตัวจริงเปิดปากทีเรียกสามีเลยนะ ยัยตัวปลอม!”
“ฉันไม่ใช่จริงๆ!” พอผู้ควบคุมรายการส่งภาพโคลสอัปให้เธอทันที เด็กสาวก็เกร็งขึ้นมา กดโทรศัพท์สองที แล้วหันจอเข้าหากล้อง
บนจอแสดงให้เห็นชัดว่า ในรายการติดตามพิเศษของเธอมีเพียงลวี่หมิงคนเดียว
ลวี่หมิงตาวาว นี่มันแฟนคลับตัวจริงชัดๆ!
แต่ถัดมาแค่เสี้ยววินาที เพราะเธอจับโทรศัพท์กลับด้านนิ้วเลยเผลอไปโดนปุ่มย้อนกลับ กลับไปหน้าหลักทันที คอมเมนต์ล่าสุดเด้งขึ้นมาว่า “ไอ้ดาราตกกระแส แกติดหนี้สามีฉันจะชดใช้ยังไง!”
ลวี่หมิง: “…”
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”
บรรยากาศในฮอลล์ก็ระเบิดเสียงหัวเราะขึ้นมาทันที
เด็กสาวยังนึกว่ายังไง เลยรีบชักมือถือกลับไปดู พอเห็นเข้าหน้าก็แดงปลั่ง แล้วบิดไปบิดมามองขึ้นไปบนเวทีอธิบายเสียงสั่น “สามี! ฟังฉันก่อน คอมเมนต์ก่อนหน้านั้นมันเข้าใจผิด ตอนนี้ฉันรักคุณจริงๆ นะสามี!”
“ก่อนหน้านั้นสามีของเธอคือใคร?” ลวี่หมิงสงสัย
เด็กสาวตอบทันทีโดยไม่คิด “เชียนเป่า แต่ตอนนี้เป็นอดีตสามีแล้ว คุณต่างหากคือที่รักของฉัน!”
“แบบนี้ถือว่าผมไปสวมเขาให้เชียนเป่าหรือเปล่าเนี่ย?” ลวี่หมิงพูดกึ่งล้อเล่น
อู๋เชียนที่กำลังนั่งดูไลฟ์อยู่หน้าจอ เดิมทีก็หัวเสียเพราะคู่แค้นได้แชมป์จากการเหยียบซากหลี่ชางเฟิงอยู่แล้ว พอเห็นตัวเองโดนพาดพิงแบบซวยๆ ก็สบถทันที “ให้กูสวมเขาบ้านมึงสิ! CNM ไอ้ดาราตกกระแส สักวันกูก็จะลบมึงออกจากวงการบันเทิงจีนให้ได้!”
แซวสั้นๆ เสร็จ ลวี่หมิงก็ไม่ได้พูดถึงเด็กสาวคนนั้นต่อ
เอาตรงๆ เขาเป็นคนความคิดค่อนข้างเปิดกว้าง แต่พอต้องมาเจอสาวๆ สายตามไอดอลแบบนี้ ก็รู้สึกว่าโลกทัศน์ของตัวเองตามไม่ค่อยทันกระแส กลายเป็นคนหัวโบราณไปถนัดตา เหมือนของโบร่ำโบราณจริงๆ
ในมุมมองของเขา คำว่า “สามี” เป็นคำที่มีความหมายและศักดิ์สิทธิ์มาก แม้จะยังไม่ได้แต่งงานแล้วเรียก อย่างน้อยก็ต้องเป็นคำที่ใช้เรียกแฟนหนุ่มที่ตั้งใจจะคบกันจริงจังต่อไปไม่ใช่หรือ?
สาวๆ พวกนี้แม้หน้าตาจะไม่ได้ระดับเทพธิดา แต่ก็จัดว่าโดดเด่นในสายตาคนทั่วไป ชีวิตจริงคงมีคนตามจีบไม่ขาด แต่กลับทำตัวลอยๆ เบาหวิวกันเสียอย่างนั้น
ยากที่จะตัดสิน
“แม้จะเจอแฟนปลอม แต่แอนตี้ก็ยังนับเป็นแฟน ขอบคุณที่คอยป้อนซีนให้พี่หมิงมาตลอด” ลวี่หมิงผ่อนลมหายใจยาว แล้วก็ห้าวหาญทันที “ยังยืนยันคำเดิม แค่ผมลงมือเพียงเล็กน้อย ก็แตะเพดานของวงการเพลงจีนแล้ว!”
จางเส่ากัง: “…”
สีหน้าเขาเปลี่ยนทันที มองดาราตกกระแสที่พูดคำคมช็อกโลกด้วยความไม่อยากเชื่อ พลางถอยกรูดไปหลายก้าว
ในใจกลับปั่นป่วนเป็นคลื่นยักษ์ อุทานว่าเอาเรื่องจริงๆ
ไม่เสียชื่อดาราตกกระแส ต่อให้เป็นสุนทรพจน์รับรางวัลช่วงสำคัญ ยังเล่นนอกตำราสุดๆ…
[???]
[ยังจะ “พี่หมิง” อีก? เดี๋ยวนะ มึงนี่อวดเก่งใส่ไม่หยุดใช่ไหม?!]
[ไอ้คำยั่วๆ นี่ ทำไมมันฟังแล้วไฟลุกแปลกๆ วะ?]
[เริ่มดังจริงละ ทำไมดาราตกกระแสจากปี่หยางพูดแล้วมันน่าหงุดหงิดขนาดนี้!]
[แอนตี้หมิง +1!]
[กูทนไม่ไหวจริงๆ แล้วนะ มึงก็รู้ กูเกลียดพวกอวดเก่งต่อหน้ากูสุดๆ ถ้าสู้ไหวกูก็ซัด ถ้าซัดไม่ได้กูก็ด่า!]
[สุนทรพจน์คนอื่น: ขอบคุณเมนเทอร์ ขอบคุณเพื่อน ขอบคุณทีมรายการ ขอบคุณ XXX สุนทรพจน์ของดาราตกกระแส: ขอบคุณแอนตี้ กูก็คืออันดับหนึ่งของโลก!]
[หมอนี่แม่งใช่เลยอะ!]
[ในฐานะแอนตี้หมิง กูนี่โดนเจาะเกราะจริงๆ กูอวยพรให้มันดับทุกวัน แม่งดันคว้าแชมป์ยังไม่พอ ยังหันมาขอบคุณกูอีก คำด่าที่กูด่ามึงก่อนหน้านี้นี่นับเป็นอะไรล่ะ?]
[นับเป็นกระแสความร้อนแรงให้พี่ดาราตกกระแสของกู!]
คอมเมนต์กระสุนเดือดระอุทันที
ในเวลาเดียวกัน
เติ้งจื่อฉีที่กำลังดูไลฟ์อยู่ นอกจากฉลองต่อหน้าจอแล้ว ยังอุทานทึ่งๆ ว่า “ตายแล้ว โดนเขาอวดจนได้ เดี๋ยวนะ พี่เขาต้องเท่ขนาดนี้เลยเหรอ!”
……
“เชี่ยเอ๊ย! ไอ้ดาราตกกระแสจะอวดอะไรกันนักหนา มีอะไรให้อวดนักวะ?” อู๋เชียนหน้าแดงก่ำ มองหน้าตาทำเป็นรู้ดีของลวี่หมิงในจอมือถือแล้วก็ของขึ้น ขว้างมือถือกระแทกพื้นดังปัง
“ไอ้เวรหลี่ชางเฟิงก็ขยะพอกัน ร้องเพลงยังสู้ดาราตกกระแสมือสมัครเล่นไม่ได้ แถมโดนด่าออกสื่อจนกระอักเลือดอีก ใจสู้แค่นี้จะมาอยู่ในวงการบันเทิงทำไมวะ กลับบ้านไปเลี้ยงหมูเหอะ!”
“ไม่ไหวละ เพลียจริง ไอ้ดาราตกกระแสไม่เคยเห็นโลกทำซะอย่างกับได้รางวัลใหญ่ ที่แท้ก็แค่แชมป์วาไรตี้เพลงเอ็นเตอร์เทนเมนต์ จะมีน้ำหนักอะไร? ไร้คุณค่าชะมัด!”
อู๋เชียนยิ่งคิดก็ยิ่งเดือด เห็นดาราตกกระแสใช้ชีวิตดีวันดีคืน แถมอวดต่อหน้าคน ดูไม่เกินจริงเลยที่จะบอกว่า สำหรับเชียนเป่าที่อยากเห็นลวี่หมิงพังพินาศ มันทรมานยิ่งกว่าฆ่าเขาเสียอีก
“ก็แค่วาไรตี้เพลงใช่ไหม? ตอนนี้ทรัพยากรที่กองอยู่กับฉันเลือกไม่หวาดไม่ไหว เดี๋ยวฉันทำรายการเองแล้วเป็นอาจารย์ในรายการเลย เทียบกับแกดาราตกกระแสแล้ว เท่กว่าเยอะ!”
“จัดไปที่วงการแร็ป ชื่อรายการก็ ‘วงการบันเทิงจีนมีฮิปฮอป’ เส้นทางใหม่สดแบบนี้ต้องปังแน่นอน จากนี้ไปฉันจะพาอุตสาหกรรมทั้งวงการออกวงกว้างให้ได้ แกดาราตกกระแสจะเอาอะไรมาสู้ฉันกัน?”
พูดปุ๊บทำปั๊บ เชียนเป่าที่เล็งไว้ตั้งนานแล้วก็โทรหาผู้จัดการส่วนตัวทันทีเพื่อเริ่มเดินเครื่อง
……
“ดูมันลำพอง! เห็นหน้าตาไอ้พวกได้ดีแล้วกร่างแบบนี้ คุณลุงอย่างฉันความดันขึ้นเลย!” อาจารย์หวงก็กัดฟันดูอยู่หลังจอ
แต่ด้วยความเจนจัด กินเกลือมามากกว่าคนหนุ่มกินข้าว เขาก็จับจุดได้อย่างไว แล้วเปลี่ยนจากหัวเสียเป็นยิ้มทันที “ทางฝั่งวงการเพลงมีนักร้องที่หมกตัวมานาน กลายเป็นดาราตกกระแสไปเยอะ กำลังกังวลเรื่องกระแสอยู่พอดี ดาราตกกระแสคนนั้นเล่นยิงปืนใหญ่แบบเหมาเขตใส่แบบนี้ เท่ากับประกาศสงครามกับทั้งวงการเพลงจีน เขาจะเอาอยู่รึ?”
“คนลำพองย่อมมีฟ้ามาจัดการ ไอ้ดาราตกกระแสแบบนั้น กระโดดโลดเต้นได้อีกไม่นานหรอก เดี๋ยวก็จบ!”
ความจริงแล้ว
ข้อสันนิษฐานของอาจารย์หวงก็ไม่ใช่ว่าจะไร้เหตุผล พอลวี่หมิงปล่อยหมัดหนักออกมา แม้ชาวเน็ตส่วนใหญ่จะไม่ค่อยอิน แต่แฟนคลับของราชานักร้องกับนักร้องแถวหน้าบางส่วนกลับไม่พอใจทันที
ในวงการที่ถือศักดินาอาวุโสแบบนี้ ดาราตกกระแสอย่างนายที่เพิ่งมาทีหลัง ถึงจะมีพรสวรรค์นิดหน่อยก็เถอะ แต่ถ้าพูดถึงอิทธิพลบนสนามแข่งที่ชื่อว่าดนตรี ต่อให้เป็นอาจารย์หยางกับอาจารย์ฮวา ยังได้รับการยอมรับมากกว่านายตั้งเยอะ ไหนจะเหล่านักร้องแถวหน้าที่ตระเวนทัวร์คอนเสิร์ตทั่วประเทศ กวาดเงินเป็นว่าเล่น กับเหล่าราชานักร้องราชินีนักร้องที่กำลังหมกมุ่นขัดเกลาผลงาน รอวันเงียบหายแล้วค่อยเปรี้ยงปร้างอีกล่ะ!
ตัวแทนขีดสุดของวงการเพลงจีน?
ดาราตกกระแสอย่างนาย ยังอีกไกล!
ในช่วงสั้นๆ นั้นเอง
คำค้นฮอตเสิร์ชต่างๆ ก็ไหลเวียนสลับขึ้นหน้าจออีกระลอก
#ดาราตกกระแสคว้าแชมป์!#
#ผมแค่ขยับมือเล็กน้อย ก็แตะเพดานของวงการเพลงจีนแล้ว!#
#ดาราตกกระแสยโสโอหัง!#
#ดาราตกกระแสปากไม่กรอง ประกาศสงครามทั้งวงการเพลงจีน!#
#ราชานักร้องราชินีนักร้อง: รู้สึกถูกล่วงเกิน#
#หัวเยว่ขาดทุนยับ!#
#……#
บนโลกออนไลน์จึงเต็มไปด้วยทั้งเสียงเชิดชูและเสียงโต้เถียงจำนวนมหาศาล
หลังพิธีมอบรางวัลของ “ใครคือราชานักร้อง” จบลง กระแสของลวี่หมิงก็พุ่งทะลุเพดาน คำค้นที่เกี่ยวข้องกับเขาแทบจะขึ้นเต็มหน้าฟีด กวาดทั้งเว่ยป๋อและแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นเจ้าต่างๆ
พร้อมกันนั้น ผลงานในรอบชิงของเขายังถูกบล็อกเกอร์สายดนตรีมากมายแย่งกันคัฟเวอร์ เรียกเสียงชื่นชมล้นหลาม
ค่ำคืนนี้ ถูกกำหนดไว้แล้วว่าไม่ธรรมดา ลวี่หมิงที่ดังเป็นพลุแตกอยู่แล้ว กลายเป็นงานเลี้ยงบุฟเฟต์สายตาในใจของผู้คนอีกครั้ง มีคนกินกระแสด้านบวกของเขา ก็ย่อมมีคนกินกระแสด้านลบของเขาเช่นกัน กล่าวโดยสรุป การถกเถียงและเสียงวิพากษ์อันโหมกระหน่ำ ดำเนินยาวตลอดสามวันสามคืนโดยที่กระแสไม่ตกแม้แต่น้อย
ตลอดสามวันนี้ ลวี่หมิงขายสิทธิ์เผยแพร่ออนไลน์ของ “คนอย่างฉัน” ให้กับเพนกวินมิวสิก ในราคาเดิม 1 ล้านหยวน จากนั้นเงินรางวัลสิบล้านหยวนของ “ใครคือราชานักร้อง” ก็เข้าบัญชีสตูดิโอของเขาตามนัด หลังหักภาษีเหลือ 8 ล้านหยวน ถัดมาค่าตัวงานหนึ่งฤดูกาลของ Go Fighting! ก็โอนตามมา หลังหักภาษีอยู่ที่ 22.5 ล้านหยวน
พูดได้ว่าช่วงนี้ที่เขาวิ่งวุ่น ทำกำไรเน้นๆ ไปกว่า 30 ล้านหยวน ทรัพย์สิน ณ ตอนนี้เรียกได้ว่าแน่นเอี๊ยด
ที่ควรเอ่ยถึงคือ ทาง Go Fighting! เพราะแขกรับเชิญแต่ละคนมีงานและโปรเจกต์อื่นทับซ้อน เวลาถ่ายทำเลยยังล็อกไม่ได้ เลยค้างคาอยู่แบบนั้น แต่ยังไงทุกคนก็เซ็นกันหมดแล้ว แถมเพนกวินก็โอนเงินมาก่อนเรียบร้อย ลวี่หมิงเลยไม่คิดมากกับเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับตัวเอง
ช่วงนี้นอกจากยกแก้วพัฒนาสกิล ก็วิ่งไปๆ มาๆ ระหว่างกองถ่ายกับการถ่ายทำรันนิ่งแมน แม้บทของตัวเองใน “นักพรตไร้ใจ” จะปิดกล้องแล้ว แต่ในเมื่อเป็นโปรเจกต์ของตัวเอง และลู่ฮ่าวก็เป็นการกำกับซีรีส์ออนไลน์ครั้งแรก เจ้านายอย่างเขาจึงต้องคอยจับตาคุณภาพของผลงานอยู่ดี ท้ายที่สุด ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมา คนที่ต้องเปย์ชดใช้ก็คือตัวเขาเอง
ทว่าทุกคนทั้งกองมีความมั่นใจในโปรเจกต์นี้เต็มเปี่ยม แถมลู่ฮ่าวยังมองมันเป็นบันไดสู่การทำความฝันให้เป็นจริง ระดับความพิถีพิถันตอนถ่ายทำ เรียกได้ว่าเข้มงวดยิ่งกว่าลวี่หมิงเสียอีก
ทุกอย่างกำลังเดินหน้าไปในทิศทางที่ดีที่สุด
จนกระทั่งผ่านไปหนึ่งสัปดาห์
รันนิ่งแมนเข้าสู่การถ่ายทำตอนที่หก
เพราะ Go Fighting! ประกาศอย่างเป็นทางการกำหนดออกอากาศแล้ว ทางกังจื่อเองก็เริ่มร้อนใจ เลยฉวยจังหวะก่อนเทศกาลชีซี จับมือกับเจียงเจ๋อไถ ปั้นตอนพิเศษ ‘ตอนพิเศษฉลองชีซี’ ขึ้นมาทันที
ไลน์อัพแขกรับเชิญเรียกได้ว่าหรูหราสุดๆ!







