วันรุ่งขึ้น
ลู่หมิงนั่งทานอาหารเช้าอยู่ที่โต๊ะอาหารเพียงลำพัง ข้างกายมีแท็บเล็ตวางอยู่หนึ่งเครื่อง เขาเคาะหน้าจอเป็นระยะเพื่อติดตามข่าวสารในแวดวงธุรกิจ
"พี่ลู่ ของคุณวางไว้ตรงนี้นะคะ"
เห็นเพียงพี่สาวแม่บ้านรูปร่างอ้อนแอ้นหน้าตาสะสวยคนหนึ่งถือเสื้อคลุมของลู่หมิงมาวางไว้บนเก้าอี้ว่างด้านข้าง เธอชื่อเฉิงซินเหยียน เป็นพนักงานแม่บ้านที่ลุงเหลียงคัดสรรมาอย่างดีเพื่อให้มาทำงานที่เถาฮัวหยวนหลิน
ลุงเหลียงจัดการเรื่องนี้โดยยึดมั่นในมาตรฐานคำว่า "อาหารตา" ของบอสอย่างเคร่งครัด ดังนั้นพนักงานแม่บ้านที่จ้างมาไม่เพียงแต่ต้องมีทักษะวิชาชีพตรงตามข้อกำหนดระดับสูงเท่านั้น แต่ยังต้องทั้งสาวและสวย อายุต้องน้อยกว่าลู่หมิงทุกคน ต้องรู้ไว้ว่าตัวลู่หมิงเองก็ยังหนุ่ม พี่สาวแม่บ้านสิบกว่าคนจึงเป็นการประชันความงามกันอย่างแท้จริง
จนลู่หมิงยังอดกังวลไม่ได้ว่าหากทิวทัศน์ในเถาฮัวหยวนหลินของเขาถูกถ่ายรูปหลุดไปบนอินเทอร์เน็ต คงหนีไม่พ้นจังหวะที่จะได้ติดเทรนด์อีกแน่นอน
แต่ในเมื่อจ้างมาแล้วก็ช่างเถอะ จะให้ไล่ออกก็คงไม่ได้ ปล่อยเลยตามเลยก็แล้วกัน
เวลานี้ ลู่หมิงที่อยู่หน้าโต๊ะอาหารจ้องมองข่าวสารบนหน้าจอพลางพูดขึ้นมาลอยๆ ว่า "เรียกพี่แล้ว ยังจะใช้คำว่าคุณอย่างนั้นคุณอย่างนี้อีก เปลี่ยนซะ แล้วก็ฝากบอกเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ของเธอด้วยนะว่า ถ้าวันหลังยังใช้คำเรียกนี้อีกจะหักเงินเดือนนะ"
เฉิงซินเหยียนยิ้มหวานพยักหน้ารับรัวๆ "ได้ค่ะพี่ลู่ เดี๋ยวฉันไปบอกพวกพี่น้องให้นะคะ"
ลู่หมิง "อืม" ตอบรับคำหนึ่ง
เฉิงซินเหยียนทำงานของตัวเองต่อไป เธอถือผ้าปูที่นอนและผ้าห่มชุดใหม่เข้าไปเปลี่ยนในห้องนอนใหญ่ของลู่หมิง
วางผ้าปูที่นอนชุดใหม่ไว้ด้านข้าง ขณะที่เฉิงซินเหยียนกำลังเก็บผ้าปูที่นอนที่ค่อนข้างยุ่งเหยิงบนเตียง...
จู่ๆ เธอก็รู้สึกผิดปกติ
เฉิงซินเหยียนอดไม่ได้ที่จะลองดมดู คิ้วของเธอขมวดเข้าหากันทันที บนผ้าปูที่นอนมีกลิ่นน้ำหอมผู้หญิงหลงเหลืออยู่ ไม่นานก็พบเส้นผมยาวๆ สองสามเส้นที่ข้างหมอน นี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญว่ามีผู้หญิงมานอนที่นี่
ผ้าปูที่นอนและผ้าห่มถูกเปลี่ยนใหม่ทุกวัน จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดความบกพร่องในหน้าที่เช่นนี้ แม้ว่าการมีเส้นผมหลงเหลืออยู่สองสามเส้นจะไม่ได้สลักสำคัญอะไรก็ตาม
เฉิงซินเหยียนมองเส้นผมยาวหลายสิบเซนติเมตรในมือแล้วอดพึมพำไม่ได้ "บอสเพิ่งกลับมาวันแรกก็มีคนปีนขึ้นเตียงแล้ว ไวจริงๆ!"
จากนั้นเธอก็สะบัดเส้นผมทิ้งไป ด้วยความรู้สึกอิจฉาริษยาเล็กน้อย
การได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับหนุ่มหล่อพ่อรวยอย่างลู่หมิง คงไม่มีผู้หญิงคนไหนปฏิเสธ อย่างน้อยเฉิงซินเหยียนก็ไม่ปฏิเสธแน่นอน ต่อให้เป็นแค่ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนก็ตาม
ไม่ว่าจะเป็นหน้าตา ส่วนสูง พรสวรรค์ หรือระดับความร่ำรวยและสถานะทางสังคม ตัวชี้วัดทั้งหมดนี้ล้วนเป็นผู้ชายที่เต็มสิบ ที่สำคัญที่สุดคือเขายังหนุ่มมาก
โดยพื้นฐานแล้วแทบไม่มีหญิงสาวคนไหนมีภูมิต้านทาน เพียงไม่กี่นาทีก็พร้อมจะยอมจำนนต่อหน้าลู่หมิง
"ยังไงวันหน้าก็ต้องเจอกันบ่อยๆ โอกาสมีถมเถไป!" เฉิงซินเหยียนบ่นพึมพำกับตัวเอง เธอตั้งเป้าหมายไว้แล้วว่า เตียงนี้ไม่เพียงแต่ต้องคอยเปลี่ยนผ้าปูเท่านั้น แต่หลังจากนี้เธอยังต้องมานอนบนนี้ให้ได้สักสองสามครั้ง
...
ในเวลาเดียวกัน อีกด้านหนึ่งในห้องทำงานของพ่อบ้านประจำสวน พนักงานรักษาความปลอดภัยหนุ่มสองคนกำลังรออยู่ที่นี่ คนหนึ่งคือบอดี้การ์ดประจำเถาฮัวหยวนหลินที่เพิ่งรับเข้ามาใหม่ ส่วนอีกคนคือคนที่พาเขามา การที่พวกเขารออยู่ที่นี่ก็เพื่อรอเซ็นสัญญา เมื่อถึงเวลานั้นก็จะได้เป็นพนักงานเต็มตัว
"ลุงเหลียงติดธุระอยู่ เดี๋ยวคงมา นายกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มสัญญานี้ไปก่อน เอาสำเนามาด้วยใช่ไหม? อ้อ ตรงช่องตัวเลือกในแบบฟอร์ม ยกเว้นเรื่องที่พักให้กรอกว่าพักข้างนอก ส่วนตัวเลือกอื่นๆ นายกรอกตามความเป็นจริงของตัวเองได้เลย" หัวหน้ารปภ. ซ่งเผิงยวิ๋นถือเอกสารและปากกาส่งให้เถียนหงที่เพิ่งรับเข้ามาใหม่
"หัวหน้าซ่ง ทำไมต้องกรอกว่าพักข้างนอกล่ะครับ?" เถียนหงรับแบบฟอร์มสัญญามาแล้วอดถามด้วยความสงสัยไม่ได้
เถาฮัวหยวนหลินกว้างใหญ่มาก มีห้องพักหลายสิบห้อง เรียกได้ว่าพนักงานทุกคนสามารถพักอาศัยอยู่ที่นี่ได้ ลู่หมิงเป็นเจ้าของเพียงคนเดียวของคฤหาสน์สวนอันกว้างใหญ่นี้ จึงจัดเตรียมที่พักและอาหารให้พนักงานด้วย สามารถพักอาศัยอยู่ในเถาฮัวหยวนหลินได้โดยตรง
มีเพียงข้อกำหนดเดียวคือ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานชายหรือหญิง จะต้องเป็นคนโสดเท่านั้น คนที่มีครอบครัวแล้วจะพาภรรยาและลูกมาอยู่ด้วยไม่ได้ ไม่อย่างนั้นตกลงใครเป็นเจ้าของบ้านกันแน่?
สำหรับพนักงานที่ไม่ได้พักอาศัยอยู่ในเถาฮัวหยวนหลิน ก็จะได้รับเงินอุดหนุนค่าที่พักตามความเหมาะสม ลุงเหลียงไม่ได้ออกไปหาเช่าบ้านข้างนอกให้พนักงานอยู่โดยเฉพาะ แต่ให้เป็นเงินสดอุดหนุนแทน หรือถ้าใครมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดและสมัครใจ ก็สามารถพักอาศัยอยู่ในเถาฮัวหยวนหลินได้เลย
โดยพื้นฐานแล้ว เฉิงซินเหยียน ถังลี่ และพนักงานแม่บ้านคนอื่นๆ รวมถึงพยาบาลดูแลสุขภาพส่วนตัว ล้วนเลือกที่จะพักอาศัยอยู่ในเถาฮัวหยวนหลินอันหรูหราแห่งนี้ หญิงสาวเหล่านี้ล้วนเป็นคนโสดโดยไม่มีข้อยกเว้น
ซ่งเผิงยวิ๋นมองเถียนหงพร้อมกับยิ้มแปลกๆ แล้วพูดว่า "ถ้านายกรอกว่าพักในเถาฮัวหยวนหลิน ถึงตอนนั้นอย่ามาร้องไห้หาฉันก็แล้วกัน"
เถียนหงเกาหัว ยังคงไม่เข้าใจ
"เพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ไม่ว่าจะมีครอบครัวหรือไม่ ต่างก็ไม่ได้กรอกว่าพักในเถาฮัวหยวนหลิน..." ซ่งเผิงยวิ๋นเหลือบมองไปทางประตูเพื่อยืนยันว่าลุงเหลียงยังไม่มา ก่อนจะหันกลับมาลดเสียงลงและพูดกับเถียนหงอย่างจริงจังว่า
"ไอ้หนุ่ม นายอย่าทำตัวซื่อบื้อไปหน่อยเลย ขนาดลุงเหลียงยังไม่พักที่นี่ ไหวพริบน่ะ หูตาต้องไวเข้าใจไหม? นี่มันเถาฮัวหยวนหลินแสนสุขของระดับบิ๊กเขา ถึงจะบอกว่าพนักงานทุกคนสามารถเลือกพักที่นี่ได้ แต่คำพูดของระดับบิ๊กมักจะแฝงนัยยะเสมอ ต้องรู้จักฟังความหมายแฝง นัยยะก็คือพวกสาวๆ น่ะไม่มีปัญหา นายอย่าทำตัวซื่อบื้อเข้าใจแต่ความหมายตรงตัว ถึงตอนนั้นนายจะไม่ทำตัวไม่ถูกเหรอ?"
อืม หลังจากได้รับคำชี้แนะอันชาญฉลาดจากหัวหน้า เถียนหงก็ตระหนักรู้ได้ทันที เขาแสดงสีหน้าว่าเข้าใจแล้วและพยักหน้ารัวๆ พลางพูดว่า "ผมเข้าใจแล้วครับ คงจะอึดอัดแย่จริงๆ"
ก็ใช่น่ะสิ ถึงตอนนั้นเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ คงจะมองนายด้วยสายตาแปลกๆ เถียนหงคิดแล้วก็รู้สึกว่าคงไม่มีหน้าจะอยู่ต่อไป
อันที่จริง เรื่องนี้ความคิดของลู่หมิงไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเขาคิดเลยสักนิด พวกเขาแค่คิดมากกันไปเองล้วนๆ
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น ต่อให้มีไตเหล็กสิบอันก็รับมือไม่ไหวหรอก!
การให้พนักงานสามารถพักอาศัยอยู่ในเถาฮัวหยวนหลินได้ ก็เพียงเพราะอยากให้ที่นี่มีกลิ่นอายของการใช้ชีวิตบ้าง ข้อกำหนดเรื่องความโสดก็เป็นเพียงเพื่อไม่ให้เกิดการสลับบทบาทระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง และในขณะเดียวกันก็เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อชีวิตของเขาเองด้วย
แต่ซ่งเผิงยวิ๋นกับคนอื่นๆ ไม่มีทางคิดแบบนั้นแน่ๆ รวมไปถึงลุงเหลียงด้วย สิ่งที่พวกเขาคิดกลับเป็นอีกเรื่องหนึ่ง พวกเขาคิดว่าเถาฮัวหยวนหลินไม่ได้ชื่อเถาฮัวหยวนหลิน แต่ชื่อสวนแสนสุขต่างหาก
นี่มัน...
เห็นได้ชัดว่าเรื่องแบบนี้ลู่หมิงไม่มีทางไปอธิบายให้พวกเขาฟังอยู่แล้ว และเขาก็ไม่สามารถห้ามความคิดของคนอื่นได้
แต่ก็ช่างเถอะ ไม่ใช่เรื่องแย่อะไร
เวลานี้ ขณะที่เถียนหงกำลังกรอกแบบฟอร์มสัญญา ซ่งเผิงยวิ๋นก็ไม่ลืมที่จะสั่งสอน "แล้วก็อีกอย่างนะ วัยรุ่นอย่างนายจำไว้ให้ดี สาวๆ ในเถาฮัวหยวนหลินน่ะ นายอย่าไปจีบหรือตามตื้อพวกเธอเพียงเพราะพวกเธอโสดเด็ดขาด เข้าใจความหมายของฉันใช่ไหม?"
เถียนหงหัวเราะแหะๆ พยักหน้ารัวๆ เป็นการตอบรับ "เข้าใจครับ เข้าใจแน่นอน ผมไม่อยากตกงานที่เงินเดือนสูงลิ่วแบบนี้หรอก อีกอย่างผมก็รู้จักตัวเองดี สาวสวยพวกนั้นไม่มีทางมองผมหรอกครับ"
หัวหน้าพยักหน้าด้วยความพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง "ดีมาก ไอ้หนุ่มมีไหวพริบ สอนง่ายดี ตั้งใจทำงานในหน้าที่ให้ดี การได้ทำงานให้กับระดับบิ๊กอย่างคุณลู่ ต่อให้เป็นแค่รปภ. ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่ธรรมดาแล้ว ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น ด้านสวัสดิการคุณลู่นั้นใจป้ำมาก ทำงานที่นี่สักสองสามปี รับรองว่าซื้อบ้านในเมืองใหญ่อย่างหนิงโจวได้สบาย แถมยังเก็บเงินไว้แต่งเมียได้อีกด้วย"
ในฐานะบอดี้การ์ดส่วนตัวที่ถูกจ้างมา เงินเดือนพื้นฐานของเถียนหงคือ 6.7 แสนหยวนต่อปี นี่ยังเป็นรายได้หลังหักภาษีแล้ว เฉลี่ยแล้วเงินเดือนหลังหักภาษีต่อเดือนสูงกว่า 5 หมื่นหยวน หากรวมโบนัสและสวัสดิการอื่นๆ รายได้สุทธิต่อปีแตะ 8 แสนหยวนได้อย่างไม่มีปัญหา
นี่เป็นเพียงสวัสดิการของพนักงานรักษาความปลอดภัยทั่วไป ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานเฉลี่ยของอุตสาหกรรมอย่างแน่นอน ส่วนบอดี้การ์ดส่วนตัวที่ติดตามลู่หมิงไปทุกหนทุกแห่งนั้นจะได้รับสวัสดิการที่สูงกว่า ซึ่งต้องตกลงกันเป็นกรณีพิเศษ
หลังจากกรอกแบบฟอร์มสัญญาเสร็จ ไม่กี่นาทีต่อมาลุงเหลียงก็มาถึง เมื่อเซ็นสัญญาเสร็จสิ้น เถียนหงก็กลายเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยประจำคฤหาสน์สวนแห่งนี้
เถียนหงถือสัญญาในมือแล้วเดินออกจากห้องทำงานของลุงเหลียงพร้อมกับหัวหน้า ระหว่างทางเขาเห็นบอสกำลังออกจากบ้านพอดี ดูเหมือนกำลังคุยกับพี่สาวแม่บ้านคนหนึ่งที่หน้าประตู แม้จะไม่รู้ว่าพวกเขาคุยอะไรกัน แต่ดูเหมือนพี่สาวคนนั้นจะถูกแหย่จนยิ้มแก้มปริ คุยกันสั้นๆ เธอก็เดินจากไปพร้อมกับท่าทีเขินอายเล็กน้อย
นี่คือชีวิตประจำวันของผู้ยิ่งใหญ่สินะ ช่างเป็นชีวิตที่เรียบง่ายและไม่หรูหราเอาเสียเลย...
เถียนหงอดไม่ได้ที่จะแอบพึมพำในใจ เขาไม่เคยสัมผัสชีวิตคนรวยมาก่อน จึงไม่รู้ว่ารู้สึกอย่างไร แต่อย่างน้อยตอนนี้เขาก็ได้เห็นแล้ว ดังคำกล่าวที่ว่า มองเสือดาวผ่านไม้ไผ่ ย่อมเห็นเพียงลวดลายบางส่วน
วันนี้เป็นวันอังคาร หลี่เฉิงเย่าคนขับรถประจำตำแหน่งได้ขับรถมาจอดรอรับบอสไปบริษัทที่หน้าประตูสวนแล้ว ลู่หมิงเดินออกจากเถาฮัวหยวนหลินแล้วขึ้นรถ หลี่เฉิงเย่าขับรถพาเขามุ่งหน้าสู่สำนักงานใหญ่ของเทียนเซิ่งแคปปิตอล
...







