วุ่นวายกันอยู่ไม่นานก็ถึงวันส่งท้ายปีเก่าเสียแล้ว
สวี่ซื่อเยี่ยนกับภรรยาต้องดูแลลูกถึงสี่คน จะให้แบ่งแยกกันทำอะไรก็ยากเกินไปนัก
เพราะอย่างนั้น สวี่เฉิงโฮ่วเลยเอ่ยปากว่า ปีนี้ให้ครอบครัวทั้งสองบ้านอยู่ฉลองปีใหม่ด้วยกันเหมือนเดิม สนุกสนานกันดีและสะดวกด้วย
เช้าวันที่สามสิบ สวี่ซื่อเยี่ยนจัดการเก็บกวาดลานหน้าบ้านให้สะอาด ตั้งเสาแขวนโคมไฟ แถมยังแขวนโคมไฟสีแดงสดไว้ด้วย
เขายังติดกลอนคู่และตัวอักษร "福" (ฝู) ที่หน้าประตูให้เรียบร้อยดี จากนั้นก็พาภรรยาและลูกทั้งสี่คนกลับไปบ้านพ่อแม่เพื่อฉลองปีใหม่
เดี๋ยวนี้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นแล้ว โจวกุ้ยหลานจึงเตรียมอาหารดี ๆ ไว้มากมาย
ตั้งแต่ราวสิบโมงเช้า โจวกุ้ยหลานก็เริ่มเข้าครัวกับลูกสาวและลูกสะใภ้ ทอดของกินอร่อย ๆ ทีละอย่างสองอย่าง
กลิ่นหอมอบอวลลอยไปถึงในบ้าน ทำเอาสวี่ไห่หยวนกับสวี่จิ่นผิงน้ำลายไหล มัวแต่ชะโงกหน้าดูในครัว
“พวกเด็กตะกละ สองตัวนี่ นี่แน่ะ เอาไปกินได้เลยนะ แต่อย่ากินจนแน่นพุงล่ะ ยังมีอาหารอีกเยอะเลยนะ”
โจวกุ้ยหลานถือชามที่เพิ่งทอดเสร็จใหม่ ๆ ข้างในมีลูกชิ้น ถั่วทอด และขนมงาทอด กำชับหลานชายให้เอาไปกินในบ้าน จะได้ไม่ยืนหิวกันอยู่แถวครัว
สองพี่น้องดีใจสุดขีด อุ้มชามเข้าบ้านไปกินกันอย่างร่าเริง
พอพวกพี่ ๆ กินอยู่ เจ้าสองแฝดตัวเล็กก็เห็นเข้าบ้าง หิวจนร้องอ้อแอ้ ๆ
โชคดีที่สวี่ซื่อฉินอยู่ใกล้ ๆ คอยดูแล ไม่งั้นสวี่ไห่หยวนก็เกือบจะยื่นลูกชิ้นให้ฝาแฝดแล้ว
“ไม่ได้ พวกเขายังเล็กเกินไป เคี้ยวของทอดไม่ได้หรอก พวกเธอกินเถอะ เดี๋ยวอาไปนึ่งไข่ตุ๋นให้น้องๆ เอง
จำไว้ให้ดีนะ ห้ามให้พวกเขากินของพวกนี้เด็ดขาด”
สวี่ซื่อฉินเห็นหลานชายหลานสาวกินของในชามจนหมด จึงค่อยวางใจแล้วเดินเข้าครัวไปนึ่งไข่ตุ๋นให้เด็ก ๆ
ราว ๆ บ่ายสาม อาหารทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อย วางโต๊ะเตี้ยบนเตียงอุ่น ทุกคนในครอบครัวมาร่วมล้อมวงกินอาหารมื้อรวมญาติด้วยกัน
ช่วงค่ำ สวี่เฉิงโฮ่วคอยดูแลหลาน ๆ คนอื่นก็ช่วยกันห่อเกี๊ยว พอถึงสิบเอ็ดโมงครึ่ง ก็เริ่มได้ยินเสียงประทัดดังขึ้นทีละแห่ง
สวี่เฉิงโฮ่วจึงปลุกหลานชายหลานสาวที่นอนอยู่ บอกให้ลุกไปจุดประทัดด้วยกัน
ทันทีที่สวี่ไห่หยวนกับสวี่จิ่นผิงได้ยินว่าจะไปจุดประทัด ทั้งคู่ก็ดีดตัวลุกขึ้นมาทันที แต่งตัวเสร็จก็ตามคุณปู่กับคุณพ่อออกไปหน้าบ้าน
สองสามปีมานี้ไม่ได้เข้มงวดอะไรมาก พวกธรรมเนียมเก่า ๆ ก็เลยกลับมาอีกครั้ง
ก่อนจะต้มเกี๊ยวกับจุดประทัด โจวกุ้ยหลานจะตั้งโต๊ะไหว้ฟ้าดินในลานบ้าน วางของไหว้ต่าง ๆ เช่น หมั่นโถว ไก่ ปลา เนื้อ และเหล้า
พอน้ำในหม้อเริ่มเดือด ใกล้เวลาต้มเกี๊ยว สวี่เฉิงโฮ่วก็พาลูกหลานออกมาจุดธูปสามดอก เสียบไว้ในถ้วยที่ใส่แป้งข้าวโพด
สมัยนี้จะหากระถางธูปดี ๆ ไม่ง่าย ส่วนมากเลยใช้ถ้วยชามธรรมดาใส่แป้งข้าวโพดแน่น ๆ กดให้แน่นพอจุดธูปได้
พอไหว้เสร็จแล้ว แป้งข้าวโพดพวกนี้ยังเอาไปเลี้ยงหมูเลี้ยงไก่ได้ ไม่เสียเปล่า
สวี่เฉิงโฮ่วจุดธูป เผาเงินกระดาษ ส่วนทางสวี่ซื่อเยี่ยนก็จุดประทัดยาวห้าร้อยนัด
พอประทัดจบลง สวี่เฉิงโฮ่วก็พาหลาน ๆ มากราบไหว้ต่อหน้าโต๊ะไหว้ฟ้าดิน อธิษฐานขอพรให้ปีใหม่นี้ปลอดภัยราบรื่น สมปรารถนาในทุกสิ่ง
ไหว้เสร็จ เผาเสร็จ คุณปู่กับพ่อก็เข้าสู่โหมด “เอาใจลูกหลาน”
ปีนี้ตลาดมีดอกไม้ไฟให้เลือกหลากหลาย นอกจากประทัดธรรมดาและลูกโป่งเสียงดังแล้ว ยังมีของแปลก ๆ ให้เด็กเล่นมากมาย
ไม่ว่าจะเป็น “สายฟ้าสว่างวาบ” ลูกกลม ๆ ที่ยิงขึ้นฟ้าแล้วระเบิดเป็นแสงดังสนั่น “ไข่มุกหลากสี” ที่สวยแต่ไม่ดังเท่า รวมไปถึง ลิงเจาะฟ้า เครื่องบินจิ๋ว ผึ้งบิน และดอกไม้ไฟจิ๋วหลากแบบ
สวี่ซื่อเยี่ยนอยากให้ลูก ๆ ดีใจ เลยซื้อดอกไม้ไฟมาหลายสิบหยวน หอบกลับมาเต็มตะกร้า คราวนี้ก็เอามาจุดกันหมดเลยทีละอัน
ดอกไม้ไฟอย่าง “สายฟ้าสว่างวาบ” กับ “ไข่มุกหลากสี” มีลักษณะคล้ายกัน คือเป็นลูกกลม ๆ พุ่งขึ้นไปบนฟ้าแล้วระเบิด
แต่สายฟ้าจะดังมาก ส่วนไข่มุกจะสวยกว่า เสียงเบากว่า
เจ้าสองแฝดแหงนหน้าดูดอกไม้ไฟสีสวย ๆ พุ่งขึ้นสู่ฟ้ายามค่ำคืนอย่างตื่นเต้นดีใจ กระโดดโลดเต้นปรบมือรัว ๆ
เห็นลูก ๆ สนุกขนาดนี้ สวี่ซื่อเยี่ยนกับสวี่เฉิงโฮ่วก็ยิ่งเล่นใหญ่ จุดกันต่ออย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
ถ้าไม่ใช่โจวกุ้ยหลานตะโกนเรียกกลับไปกินเกี๊ยว ป่านนี้สองพ่อลูกคงยังไม่เลิก
“ไป กลับไปกินเกี๊ยวก่อน เดี๋ยวกินเสร็จแล้วค่อยออกมาจุดต่อ”
สวี่เฉิงโฮ่วเห็นในตะกร้ายังเหลืออีกเยอะ คงเล่นอีกพักใหญ่ เลยคิดว่าน่าจะกินก่อนค่อยว่ากัน
เด็ก ๆ อยู่ข้างนอกนานแล้ว อากาศค่ำนี้ก็เย็น ใบหน้าทั้งสองคนแดงเพราะความหนาว แต่พวกเขาไม่สนใจเลย
เด็กสองคนดูดอกไม้ไฟจนติดใจ พอได้ยินว่าจะต้องเข้าบ้านกินข้าวก็ยังอ้อยอิ่งไม่ยอมไป
“พ่อ ขอจุดอีกนิดนะ?” สวี่จิ่นผิงดึงชายเสื้อพ่อพลางอ้อน
“คนเก่ง ไปอุ่นตัวในบ้านก่อน เดี๋ยวกินให้อิ่มแล้ว พ่อจะพาออกมาจุดต่อ
เห็นไหม ในตะกร้ายังมีอีกเยอะเลย เดี๋ยวเราจะจุดให้หมดเลย” สวี่ซื่อเยี่ยนอุ้มลูกสาวขึ้นมา เอาใจพากลับเข้าบ้าน
สวี่จิ่นผิงได้ยินว่ายังจะได้ออกมาจุดอีก ก็ดีใจขึ้นมาทันที กอดคอพ่อไว้แน่น กลับเข้าบ้านพร้อมพ่อกับคุณปู่ด้วยใบหน้าระรื่น
โต๊ะอุ่นที่ปูอยู่บนเตียงยังตั้งอยู่ข้างนอกอยู่ ดังนั้นคราวนี้จึงต้องใช้ “โต๊ะพับข้างฝา” แทน
“โต๊ะพับข้างฝา” นี้จริง ๆ ก็คือโต๊ะธรรมดาที่ขาพับเก็บได้ เวลาที่ไม่ใช้ก็พับขาเก็บไว้แล้วตั้งพิงกับผนัง คนท้องถิ่นเลยเรียกติดปากกันว่า “โต๊ะพับข้างฝา”
บนโต๊ะวางจานเกี๊ยวไว้หกถึงเจ็ดจาน ตรงกลางมีถ้วยน้ำจิ้มกระเทียม ข้าง ๆ มีขวดน้ำส้มสายชูและน้ำมันงา
หน้าทุกคนวางถ้วยเล็กและตะเกียบไว้ให้เรียบร้อย
เมื่อเห็นว่าพ่อลูกสกุลสวี่พาเด็ก ๆ กลับมาแล้ว โจวกุ้ยหลานก็รีบเรียกให้ทุกคนนั่งลงกินเกี๊ยวด้วยกัน
“มา ๆ มานั่งกินเกี๊ยวกันได้แล้ว”
โต๊ะตั้งอยู่ริมขอบเตียงอุ่น เด็ก ๆ อย่างสวี่ไห่หยวนกับสวี่จิ่นผิงจึงถูกจัดให้นั่งที่ขอบเตียง พอดีกับตัวของพวกเขา
โจวกุ้ยหลานตักเกี๊ยวใส่ถ้วยให้เด็กสองคนคนละสี่ถึงห้าชิ้น จากนั้นก็รินซีอิ๊ว น้ำส้มสายชู และน้ำมันงาใส่ถ้วยเล็กให้พวกเขาอีก
เด็กสองคนตอนหัวค่ำมัวแต่นอนยังไม่ได้กินอะไรมาก พอมาถึงตอนนี้ก็เริ่มหิวกันแล้ว
เกี๊ยวร้อน ๆ หอม ๆ วางอยู่ตรงหน้า ทั้งสองก็ทนไม่ไหว รีบคว้ากินกันทันที
สวี่จิ่นผิงยังเด็ก จับตะเกียบไม่ค่อยถนัด เลยใช้มือหยิบกินแทน
ผู้ใหญ่เห็นก็ไม่ได้ว่าอะไร ขอแค่เด็ก ๆ กินอร่อยก็พอแล้ว
“ดีมาก กินให้อร่อยนะ ในนั้นย่าใส่เหรียญ ใส่ถั่วลิสง ใส่อินทผลัมแดง ใส่น้ำตาลไว้ด้วยนะ มาดูกันว่าหนูจะได้อะไรออกมา”
โจวกุ้ยหลานนั่งอยู่ข้างเด็กสองคน คอยปลอบและชวนพวกเขากิน
เด็กเล็กอีกสองคนยังนอนหลับอยู่ ขนาดเสียงประทัดยังไม่ตื่นเลย ถือว่าเป็นโอกาสดีให้ผู้ใหญ่ได้นั่งกินข้าวอย่างสบายใจ
การใส่ของไว้ในเกี๊ยวคืนวันตรุษจีนนั้น เป็นธรรมเนียมเพื่อเอาฤกษ์เอาชัย มักจะใส่เหรียญหรือน้ำตาลไว้
แน่นอนว่า ก็มีบางคนเจตนาไม่ดี
อย่างเมื่อก่อนเคยมีแม่สามีคนหนึ่ง ใส่ถ่านไม้ก้อนเล็กลงไปในเกี๊ยว แล้วยังพูดว่า “มาดูกันว่าในบ้านนี้ใครใจดำ ใครใจดำก็จะกินเจอ”
ตอนพูดนั้นก็มองจ้องไปที่สะใภ้คนโต ชัดเจนว่าเจาะจงใส่ร้าย
ผลสุดท้าย พอเกี๊ยวสุก เกี๊ยวที่มีถ่านไม้ดันไปตกอยู่กับลูกชายคนเล็กของบ้าน
ลูกชายถึงกับหน้ามืด โมโหมาก ด่ากลับแม่ไปชุดใหญ่
แต่โจวกุ้ยหลานไม่มีเจตนาแบบนั้น ปีใหม่ทั้งทีก็อยากให้บรรยากาศดี ๆ ไม่มีใครอยากหาเรื่อง
ไม่ว่าจะมีใครได้อะไรออกมา ทุกคนก็จะอวยพรด้วยคำพูดดี ๆ กันทั้งนั้น เพราะปีใหม่ก็เพื่อสิริมงคลนี่แหละ
และดูเถอะ เหรียญเงินส่วนใหญ่ดันตกเป็นของสวี่ซื่อเยี่ยนกับสวี่ซื่อฉิน
แถมสวี่ซื่อฉินยังได้อินทผลัมแดงกับถั่วลิสงด้วย ทุกคนเลยบอกกันว่า ปีหน้าสวี่ซื่อฉินต้องโชคดีแน่นอน







