ครอบครัวของสวี่ซื่อเยี่ยนอยู่ที่บ้านพ่อแม่จนถึงหนึ่งทุ่มครึ่ง สวี่ไห่หยวนกับสวี่จิ่นผิงสองพี่น้องก็เริ่มง่วงแล้ว สวี่เฉิงโฮ่วถึงได้ยอมให้กลับ
ก่อนออกจากบ้าน สวี่เฉิงโฮ่วยังแอบกำชับลูกชายกับลูกสะใภ้เสียงเบาๆ ว่า ห้ามตีลูกเด็ดขาด
เด็กๆ น่ะ ชอบกินเป็นธรรมดา วันนี้สองคนนี้ก็ลำบากพอแล้ว กินจนแน่นท้อง จะกลับไปบ้านก็ห้ามตี
คำพูดนั้นทำให้สวี่ซื่อเยี่ยนรู้สึกพูดไม่ออก ได้แต่พาเด็กกลับบ้านไปด้วยสีหน้าเข้ม แล้วอบรมพวกเขาไปหนึ่งชุดใหญ่
ลูกสาวเป็นคนขี้กลัว ถูกพ่อดุเข้าไปถึงกับน้ำตาไหลพราก ส่วนสวี่ไห่หยวนก็ดูจะกลัวเหมือนกัน ยืนตัวแข็งไม่กล้าเถียงคำเดียว
หลังจากดุลูกเสร็จ สวี่ซื่อเยี่ยนก็ให้สองพี่น้องรีบไปเข้าห้องน้ำ จะได้ไม่ฉี่รดที่นอนอีกคืนนี้
พอสองเด็กกลับมา ถอดเสื้อผ้าเข้าเตียงได้ไม่นานก็หลับปุ๋ย
ราวๆ ห้าทุ่มกว่าๆ ซูอันอิงยังอุตส่าห์ปลุกลูกทั้งสองขึ้นมาให้ฉี่ แต่ทั้งคู่ก็บอกว่าไม่ปวด
ผลคือ เพิ่งเลยเที่ยงคืนไปไม่กี่นาที สวี่ไห่หยวนก็คลานออกมาจากผ้าห่มแล้วสะกิดพ่อ “พ่อครับ ผมฉี่รดที่นอน…”
สวี่ซื่อเยี่ยนได้ยินปุ๊บ รีบเปิดไฟทันที แล้วก็เห็นว่าผ้าห่มของลูกชายนั้นเปียกโชกไปหมด เป็นหย่อมใหญ่ทีเดียว
ยังไม่ทันพูดอะไรเลย ลูกสาวก็ตื่นตามาอีก “พ่อ หนูจะฉี่~”
สวี่ซื่อเยี่ยนไม่พูดมาก อุ้มลูกสาวพุ่งไปที่ห้องน้ำ ทิ้งเรื่องผ้าห่มเปียกให้ภรรยาจัดการ
พอเขาอุ้มลูกสาวกลับมา ซูอันอิงก็จัดการถอดฟูกที่ลูกชายฉี่ใส่ออกไปแล้ว เปลี่ยนเป็นฟูกใหม่เรียบร้อย
“ดูสิ ต่อไปยังจะกล้ากินเยอะกันอีกไหม? กินไม่ยั้งเลยจริงๆ
สวี่ไห่หยวน ใกล้จะหกขวบแล้วนะ ยังฉี่รดที่นอนอีก ไม่อายหรือไง?”
ซูอันอิงดุลูกชายไปพลาง จัดเตียงไปพลาง
สวี่ไห่หยวนเป็นเด็กที่รักศักดิ์ศรีมาก โดนแม่พูดแบบนี้เข้าไป หน้าเสียทันที ทำท่าจะร้องไห้
“คืนนี้กล้าร้องไห้ดูสิ แม่จะฟาดให้ดูเชื่อไหม?”
ซูอันอิงถลึงตาใส่ จนสวี่ไห่หยวนต้องกลั้นน้ำตาเอาไว้ทั้งที่จวนจะแตก
“พอแล้วๆ ดึกขนาดนี้ อย่าทำให้เด็กๆ ร้องเลย
ที่สำคัญยังมีอีกสองคนเล็กๆ ถ้าพวกนั้นตื่นขึ้นมา เธอไม่ต้องนอนทั้งคืนแน่”
สวี่ซื่อเยี่ยนต้องเข้ามาเป็นคนกลาง กอดลูกชายลูกสาวไว้ทั้งสองข้าง กล่อมให้พวกเขานอนต่อ
“พ่อครับ ผมจะไม่กินเยอะขนาดนั้นอีกแล้ว…” สวี่ไห่หยวนพึมพำในอ้อมอกพ่อทั้งที่ยังหลับตา
เด็กคนนี้ถือทิฐิมาก โตก็ยังฉี่รดที่นอน ถูกแม่ดุซะเสียหน้า แบบนี้เขาคงจำไปอีกนาน
“อืมๆ นอนเถอะ พรุ่งนี้บ้านเรายังมีงานอีกเยอะ ต้องช่วยพ่อทำนะ”
สวี่ซื่อเยี่ยนลูบหลังลูกชายเบาๆ กล่อมให้เขาหลับ
พอเลยวันส่งเจ้าขึ้นสวรรค์ ทุกบ้านก็เริ่มวุ่นวายกันแล้ว
วันที่ 24 ต้องปัดกวาดบ้าน สวี่ซื่อเยี่ยนก็พาลูกชายใช้ไม้กวาดอันใหม่ที่เพิ่งผูกเข้ากับด้ามไม้ กวาดฝุ่นที่เกาะบนผนัง
สวี่ไห่หยวนอายุก็ยังน้อย แค่ยกไม้กวาดแป๊บเดียว แขนก็ล้าแล้ว
แต่เด็กคนนี้ดื้อ แขนล้าก็ไม่ยอมพัก กัดฟันทำต่อ เหงื่อท่วมตัว แขนแทบยกไม่ขึ้นก็ยังไม่หยุด
วันที่ 25 ต้องแปะกระดาษหน้าต่าง
แต่หน้าต่างบ้านสวี่ครอบครัวนี้เป็นสองชั้น ตั้งแต่ต้นฤดูหนาว ซูอันอิงก็ใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ปิดรอยต่อไว้แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องแปะใหม่อีกรอบ
เพราะงั้น วันนี้บ้านเลยทำเต้าหู้
ซูอันอิงแช่ถั่วเหลืองไว้ล่วงหน้า เช้าวันที่ 25 ก็ให้สวี่ซื่อเยี่ยนไปโรงโม่ถั่ว
พอสวี่ซื่อเยี่ยนกลับมาจากโรงโม่ พ่อแม่กับสวี่ซื่อฉินก็แวะมาพอดี ทุกคนจึงช่วยกันเทน้ำถั่วลงหม้อ แล้วก่อไฟต้มน้ำถั่ว
คนที่เก่งเรื่องทำเต้าหู้ที่สุดก็คือสวี่เฉิงโฮ่ว ถึงเขาจะดูเหมือนไม่ค่อยเอาไหน แต่ก็มีฝีมือหลายอย่าง
พอน้ำถั่วต้มสุก ก็กรองเอาน้ำถั่วไว้เพื่อทำเต้าหู้ กากถั่วก็เอาไปเลี้ยงหมูได้
สวี่เฉิงโฮ่วยังตักน้ำถั่วไว้หนึ่งช้อนใหญ่ ให้ซูอันอิงเอาใส่ภาชนะเติมน้ำตาล ให้สองพี่น้องสวี่ไห่หยวนกับจิ่นผิงดื่ม
คราวนี้ สองพี่น้องจำบทเรียนได้ดี แม้อร่อยก็ไม่กล้าดื่มเยอะ ต่างคนต่างดื่มแค่ชามเล็ก ที่เหลือสวี่ซื่อฉินก็จัดการต่อ
อีกส่วนหนึ่งก็ตักมาใส่แคลเซียมซัลเฟตแล้วตั้งทิ้งไว้ ก็กลายเป็นเต้าหู้กระด้ง
อีกสักพัก ก็เคี่ยวซุปปรุงรส ทำผักดองกับแป้งแผ่น ไว้เป็นอาหารเช้าเรียบร้อย.
ทางฝั่งนี้ เวลาทำเต้าหู้ จะใช้ “น้ำเกลือ” ในการทำให้จับตัวกัน
มีคำกล่าวว่า "น้ำเกลือทำเต้าหู้ สิ่งหนึ่งชนะอีกสิ่งหนึ่ง" พอคนเอาน้ำเกลือใส่ลงไปแล้ว คนให้เข้ากัน น้ำนมถั่วเหลืองก็กลายเป็นลิ่มๆ คล้ายเศษใย
นำเศษถั่วเหลืองที่ใส่น้ำเกลือแล้วนั้น ตักใส่ถาดไม้ที่มีรูระบายน้ำ ซึ่งรองด้วยผ้าหยาบๆ ไว้
พอใส่จนเต็ม ก็คลุมด้วยผ้าอีกชั้น วางแผ่นไม้ไว้ด้านบน แล้วถ่วงด้วยก้อนหินก้อนหนึ่ง
รอให้ความชื้นด้านในถูกกดออกจนได้ที่ เต้าหู้ก็จะจับตัวกันดี จากนั้นก็เอาออกจากพิมพ์ได้เลย
ทางโน้น ซูอันอิงใช้กระทะอีกใบทอดแป้งเผือกต้นหอม พร้อมกับใช้กระบวยเหล็กทำ “น้ำปรุง” บนเตาไฟ
เต้าหู้เหลวที่เตรียมไว้ก็ตักใส่ชาม โรยต้นหอมซอยเล็กๆ กับผักดองหั่นละเอียดลงไป
แล้วตักน้ำปรุงราดลงไปหน่อย กินคู่กับแป้งเผือกต้นหอมทอดร้อนๆ มื้อนี้ตอนเช้าก็หอมอร่อยจนบอกไม่ถูก
หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ เต้าหู้ก็ได้ที่พอดี สวี่เฉิงโฮ่วกับสวี่ซื่อเยี่ยนช่วยกันยกเต้าหู้ออกมาจากพิมพ์ใส่ถาดอีกใบหนึ่ง
เต้าหู้สีขาวนวลเนียนที่สั่นคลอนเบาๆ ดูแล้วชวนให้อยากกินเหลือเกิน
สวี่เฉิงโฮ่วใช้มีดตัดเต้าหู้ออกเป็นชิ้นใหญ่ๆ
“บ้านเราขอเก็บไว้ครึ่งหนึ่ง ที่เหลือก็เอาไปให้บ้านหาน แล้วก็เอาไปให้อาจารย์ของเจ้าหกบ้าง ปีใหม่ก็ต้องมีแบ่งปันกันแบบนี้แหละ”
ในช่วงตรุษจีน คนที่ทำเต้าหู้ก็จะต้องแบ่งไปให้เพื่อนบ้านหรือญาติสนิทบ้าง
ที่ตงกังเป็นชนบท หลายบ้านจะทำเต้าหู้เตรียมไว้กินช่วงปีใหม่กันอยู่แล้ว
แต่ที่โรงงานโสมและซงเจียงเหอไม่เหมือนกัน คนที่นั่นเป็นคนทำงานโรงงาน ไม่มีไร่ ไม่มีถั่ว ก็เลยทำเต้าหู้เองไม่ได้
เพราะแบบนี้ สวี่เฉิงโฮ่วถึงบอกว่าจะต้องส่งเต้าหู้ไปให้หลายบ้าน
ของที่เก็บไว้กินเองในบ้าน จะถูกแช่ในน้ำเย็น เก็บไว้ในที่เย็นๆ จะอยู่ได้หลายวัน กินค่อยๆ ไปก็ได้
ส่วนอีกส่วนหนึ่ง จะถูกหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปวางข้างนอกให้กลายเป็น “เต้าหู้แช่แข็ง” ทีละก้อนๆ
เต้าหู้แช่แข็ง พอแข็งตัวด้านในจะมีรูพรุนเล็กๆ เหมาะสำหรับเอาไปต้มกับผักกาดขาว เต้าหู้จะแอบดูดน้ำซุปไว้ในตัว รสชาติจะยิ่งอร่อยขึ้นอีก
สวี่ซื่อเยี่ยนใช้กะละมังใส่เต้าหู้หลายก้อน แล้วนำไปส่งให้บ้านหานก่อน จากนั้นก็ไปส่งให้อาจารย์ฉินกับกัวโส่วเย่เช่นกัน
อาจารย์ฉินดีใจที่เห็นสวี่ซื่อเยี่ยน พร้อมกับบอกว่าให้สวี่ซื่อฉินหาเวลาว่างแวะไปหา
เงินเบิกค่ารักษาพยาบาลออกมาแล้ว ต้องให้สวี่ซื่อฉินไปเซ็นชื่อถึงจะรับเงินได้
สวี่ซื่อเยี่ยนกล่าวขอบคุณ แล้วก็ขี่จักรยานกลับบ้าน
วันที่ยี่สิบห้า ทำเต้าหู้ ส่วนวันที่ยี่สิบหก แน่นอนว่าต้อง “เชือดหมู”
ปีนี้ทางสวี่ซื่อเยี่ยนไม่ได้เลี้ยงหมู เพราะซูอันอิงไปอยู่บนเขาตั้งครึ่งปี พอกลับมาก็คลอดลูก ไม่มีเวลาจะเลี้ยงหมูหรอก
กลับเป็นโจวกุ้ยหลานที่จับลูกหมูสองตัวมาตั้งแต่ต้นปี เลี้ยงมาได้ค่อนข้างดี
พอเลี้ยงครบปี น้ำหนักก็เกือบสองร้อยจิน พอดีเชือดตัวหนึ่งฉลองตรุษจีน อีกตัวไว้เชือดช่วงต้นปีหน้า
พอถึงบ้านมีการเชือดหมู ก็ต้องเชิญเพื่อนบ้านมาช่วยแน่นอน แล้วก็ต้องเลี้ยงข้าวพวกเขา “เมนูหมู” แท้ๆ แบบพื้นบ้านต้องจัดให้ครบ
แขกที่มาช่วยงานกินกันอย่างอร่อย ตอนท้ายแต่ละคนก็เมาหัวทิ่มกันไปคนละทาง
วันที่ยี่สิบเจ็ด สวี่ซื่อเยี่ยนจับแกะจากฟาร์มมาสองตัว เอาไว้เชือด
แม่แกะที่ฟาร์มไว้ใช้ผลิตนมเอาไปทำเต้าหู้นมให้เลี้ยงเซเบิ้ล ส่วนแกะตัวผู้พอเลี้ยงโต ก็ไว้ใช้เป็นเนื้อกิน
ทุกวันนี้ชีวิตดีขึ้นแล้ว ฆ่าแกะสองตัวฉลองปีใหม่ กินให้หลากหลายสไตล์ก็ไม่เลว
พอถึงวันที่ยี่สิบแปด ก็เริ่มนึ่งหมั่นโถว
โจวกุ้ยหลานโชว์ฝีมือไม้ตาย ทำหมั่นโถวรูปดอกพุทราหลายแบบ นึ่งออกมาหลายกะละมัง
จนทำให้พี่น้องสองคนอย่างสวี่ไห่หยวนกับสวี่จิ่นผิงถึงกับตาค้าง เพราะไม่เคยเห็นหมั่นโถวรูปดอกพุทราสวยๆ แบบนี้มาก่อนเลย







