มหาสมุทรแอตแลนติก บนเรือสำราญหัวใจมหาสมุทร
ภายในห้องสวีทสุดหรูบนชั้นดาดฟ้าของเรือสำราญ ผู้โดยสารสี่คนกำลังนั่งล้อมวงรอบโต๊ะยาวและจ้องมองประเมินกันและกัน
มีเพียงแขกวีไอพีเท่านั้นที่สามารถจองห้องพักชั้นบนได้ ดังนั้นสถานะของคนเหล่านี้หากไม่ร่ำรวยก็ต้องมีอำนาจบารมี ทว่าเหตุผลที่พวกเขามารวมตัวกันที่นี่ไม่ใช่เพื่อเจรจาธุรกิจ แต่เป็นเพราะเกมๆ หนึ่ง
เกมสุดระทึกที่กล่าวขานกันว่าต่อให้เค้นสมองจินตนาการแค่ไหนก็ไม่อาจคาดเดาได้
"ไหนๆ ก็นั่งอยู่เฉยๆ แล้ว พวกเรามาแนะนำตัวกันก่อนดีไหม" ชายวัยกลางคนเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อนด้วยภาษาอังกฤษ "เฮ้ ทุกคนน่าจะฟังที่ผมพูดออกใช่ไหม ผมชื่อเฉียวจานหมู่ เป็นคนอเมริกัน แล้วพวกคุณล่ะ"
ไม่มีใครตอบรับ
บรรยากาศในห้องดูตึงเครียดขึ้นมาทันที
"โอเคๆ ภาษาฝรั่งเศสเป็นไง ไม่ได้เหรอ ภาษาจีนล่ะ ภาษารัสเซียผมก็พอได้นิดหน่อยนะ" เขาเปลี่ยนภาษาติดต่อกันอีกหลายภาษา
"พอเถอะ นี่ไม่ใช่รายการทอล์คโชว์นะ" ในที่สุดก็มีคนพูดขัดความน่ารำคาญของเขา "ทุกคนมาที่นี่เพื่อหาความสนุก ถึงจะไม่รู้จักกันแล้วมันจะทำไม"
"ก็ถือว่าผูกมิตรกันไง" จานหมู่ยกแก้วแชมเปญบนโต๊ะขึ้นแกว่งไปมาทางอีกฝ่าย "อีกอย่าง ไม่มีใครรู้ว่าเกมนี้เป็นยังไง เกิดต้องทำงานเป็นทีมขึ้นมา รู้จักกันไว้ตอนนี้ไม่ช่วยประหยัดเวลาหรอกเหรอ"
ชายคนนั้นเลิกคิ้ว คล้ายกับถูกเขาเกลี้ยกล่อมได้สำเร็จ "...อานตงหนีชี่เคอฟู ว่างๆ ก็ขอเชิญทุกคนไปล่าสัตว์ที่ไซบีเรียได้" เขาดูมีอายุมากที่สุด น่าจะเกือบห้าสิบ และมีมาดที่ดูทรงอำนาจที่สุด บนนิ้วทั้งสิบมีแหวนสวมอยู่อย่างน้อยเก้านิ้ว มีทั้งแบบประดับอัญมณีและแบบที่ขัดเงาจากกระดูก ดูสะดุดตาเป็นอย่างมาก
สิ่งที่แปลกไปสักหน่อยคือ ชายคนนี้หน้าตาเหมือนชาวสลาฟ ชื่อก็มีกลิ่นอายรัสเซีย ทว่ากลับพูดภาษาจีนได้อย่างคล่องแคล่ว
"ถ้าแค่ล่าสัตว์ ผมชอบไปแอฟริกาใต้มากกว่า" สายตาของจานหมู่เลื่อนไปหาผู้หญิงเพียงคนเดียวในกลุ่ม "แล้วคุณผู้หญิงท่านนี้ล่ะ จะให้เรียกว่าอะไรดี"
"เฉี่ยนหยวนหมิงจื่อ" หญิงสาวเอ่ยปาก จากนั้นเธอก็ชี้ไปที่ชายร่างใหญ่ด้านหลัง "ส่วนคนนี้เป็นผู้คุ้มครองของฉัน ไม่จำเป็นต้องแนะนำให้ทุกคนรู้จักหรอก"
"ออกมาเที่ยวยังพกลูกน้องมาด้วยอีกเหรอ" ชี่เคอฟูลูบแหวนบนนิ้ว พูดแฝงนัยยะ "ผมไม่ค่อยชอบให้มีคนนอกมาจ้องมองตอนกำลังหาความสำราญหรอกนะ"
"เดี๋ยวพอพิธีกรมา เขาก็จะออกไปเอง"
"แต่ว่าคุณหนูใหญ่ "
"ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว" หมิงจื่อพูดขัดด้วยภาษาญี่ปุ่น
ชายร่างใหญ่จึงต้องหุบปาก
"ผมชื่อโจวจือ..." ชายหนุ่มคนสุดท้ายเห็นสายตาของทุกคนจับจ้องมาที่ตัวเอง จึงเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยแล้วพูด "ขึ้นเรือที่ท่าเรือเบอร์ลิน แต่บ้านเกิดอยู่ที่ "
"แค่นี้ก็พอแล้ว ไม่เห็นต้องลงรายละเอียดขนาดนั้นเลย" จานหมู่โบกมือขัดจังหวะเขา "เดี๋ยวพอได้เจอพิธีกร ผมต้องเสนอแนะสักหน่อยแล้วว่าควรจำกัดอายุคนเข้าร่วมด้วย พวกที่อายุน้อยเกินไปไม่ควรเข้ามายุ่งจะดีกว่า จะได้ไม่ทำให้ชีวิตอีกหลายสิบปีหลังจากนี้ของพวกเขาต้องจืดชืดไร้รสชาติ"
คำพูดนี้ทำให้คนอื่นๆ หัวเราะเบาๆ ออกมาทันที
สีหน้าของโจวจือก็ดูทะมึนทึนขึ้นมา
"ที่คุณจานหมู่พูดหมายรวมถึงฉันด้วยหรือเปล่า" เฉี่ยนหยวนหมิงจื่อถามอย่างเรียบเฉย "เพราะดูจากหน้าตาแล้ว อายุของฉันก็น่าจะพอๆ กับเขา"
พวกเขาสองคนดูเป็นผู้โดยสารที่อายุน้อยที่สุดอย่างเห็นได้ชัด น่าจะเพิ่งยี่สิบต้นๆ เท่านั้น
"ที่ไหนกันล่ะ ข้อจำกัดไม่มีวันใช้กับสุภาพสตรีคนสวยหรอก ตรรกะนี้ใช้ได้ทุกที่นั่นแหละ" จานหมู่รีบพูดแก้ต่าง
"ผมมีปัญญาจ่ายค่าตั๋ว" โจวจือเน้นย้ำทีละคำ
"ใช่ๆ พวกเราชัดเจนเรื่องนี้ดี" ชายชาวอเมริกันขยิบตา "อย่างเช่นว่าเราต่างรู้ดีว่าใครเป็นคนจ่ายเงินที่แท้จริง"
โจวจือผุดลุกขึ้นพรวด
"ช่างเถอะ ผู้จัดเขาไม่สนเรื่องนี้หรอก ได้เงินใครมาก็คือได้เงินเหมือนกัน" ชี่เคอฟูกดมือลงเป็นเชิงห้ามพลางเปลี่ยนเรื่อง "สิ่งที่ผมสงสัยก็คือ สรุปแล้วเกมนี้มันเล่นยังไงกันแน่ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมขึ้นเรือสำราญของบริษัทแคริบเบียน แต่ก็ไม่เคยได้ยินว่าพวกเขามีโปรโมทโปรเจกต์ทำนองนี้มาก่อนเลย"
คำพูดนี้ราวกับไปจี้ใจดำสิ่งที่ทุกคนกำลังสงสัย
หัวใจมหาสมุทรเป็นเรือสำราญสุดหรูที่ติดอันดับโลก มีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อความบันเทิงครบครันตั้งแต่คาสิโนไปจนถึงสถานเริงรมย์ ทว่าสำหรับพวกเขาแล้ว ชีวิตเสเพลที่คนธรรมดายากจะเข้าถึงเหล่านี้ พวกเขาได้สัมผัสมานับครั้งไม่ถ้วนจนไร้ซึ่งความแปลกใหม่ไปนานแล้ว ด้วยเหตุนี้เอง ตอนที่ผู้จัดส่งคำเชิญให้เข้าร่วมเกมรูปแบบใหม่ พวกเขาจึงคลิกปุ่มเข้าร่วมอย่างไม่ลังเล แม้ว่าแค่ค่าผ่านประตูจะสูงถึงหนึ่งล้านดอลลาร์ก็ตาม
ตามที่กล่าวไว้ในอีเมลคำเชิญ กิจกรรมนี้เป็นสิ่งที่ไร้เทียมทานและยอดเยี่ยมถึงขีดสุด ต่อให้เป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีมก็ไม่อาจเทียบเคียงได้ มันจะมอบความตื่นเต้นทางประสาทสัมผัสแบบดั้งเดิมที่สุดให้กับผู้คน ขอเพียงได้เข้าร่วมสักครั้งจะต้องลืมไม่ลงไปตลอดชีวิต
แต่ที่แปลกก็คือ นอกเหนือจากอีเมลฉบับนั้นแล้ว บนเรือก็ไม่มีการโปรโมทใดๆ ที่เกี่ยวข้องอีกเลย ผู้โดยสารคนอื่นๆ ดูเหมือนจะไม่รู้เรื่องนี้ด้วยซ้ำ ซึ่งค่อนข้างผิดไปจากที่ทุกคนคาดหวังไว้ ถ้าผู้จัดสร้างสรรค์กิจกรรมที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ออกมาจริงๆ ยังไงก็ไม่น่าจะเงียบเชียบไร้ชื่อเสียงแบบนี้
"เป็นไปได้ไหมว่า...พวกเราคือผู้เข้าร่วมกลุ่มแรก" โจวจือนั่งลงอีกครั้ง "มีคนจากทั่วทุกสารทิศ ถ้าโปรเจกต์นี้สุดยอดอย่างที่พวกเขาพูดจริงๆ ข่าวนี้คงแพร่กระจายไปทั่วโลกในวันรุ่งขึ้นแน่"
"หรือไม่ก็อาจจะเป็นอีกอย่าง" ชายชาวอเมริกันพูดอย่างไม่เห็นด้วย "นั่นคือกิจกรรมนี้ไม่เหมาะที่จะโปรโมทอย่างเอิกเกริก"
"คุณจานหมู่หมายความว่า..." หมิงจื่อหันไปมองเขา
"เกมธรรมดาทั่วไป จะปลุกเร้าความสนใจของทุกคนได้จริงๆ เหรอ" เขาย้อนถาม
คำพูดนี้ทำให้อานตงหนีชี่เคอฟูเผยรอยยิ้มอย่างมีความหมาย
สิ่งที่เรียกว่าเกมธรรมดาทั่วไป ย่อมหมายถึงเกมที่ถูกกฎหมาย หากมองชีวิตเป็นดั่งเกมๆ หนึ่ง กฎหมายก็เป็นเพียงข้อจำกัดและกฎเกณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดเท่านั้น
ยิ่งก้าวข้ามกฎเกณฑ์ไปได้มากเท่าไหร่ ระดับความตื่นเต้นก็ย่อมสูงขึ้นตามไปด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย
"คุณหนูใหญ่..." ชายร่างใหญ่ขมวดคิ้วอีกครั้ง
"แต่พวกเราอยู่บนเรือสำราญนะ" โจวจือเตือน "ไม่ว่าคอนเซ็ปต์เกมจะน่าทึ่งแค่ไหน ยังไงก็ต้องจัดบนเรืออยู่ดี ผมคิดไม่ออกจริงๆ ว่าสถานที่แบบนี้จะงัดลูกเล่นใหม่อะไรออกมาได้"
คงไม่ใช่ว่าจะจัดเกมแบทเทิลรอยัลฉบับชีวิตจริงหรอกนะ
"พวกเรามาลองทายกันดูไหม" จานหมู่ล้วงชิปออกมาจากอกเสื้อ ขอบสีทองหมายความว่ามันมีมูลค่าสองแสน "ผู้ชนะกวาดเรียบ ถือซะว่าเป็นรางวัลพิเศษก่อนเริ่มเกมก็แล้วกัน"
รางวัลพิเศษสองแสนดอลลาร์ สี่คนก็แปดแสน
หากไม่นับรวมส่วนของตัวเอง การชนะเงินหกแสนได้ในครั้งเดียวก็ถือเป็นเงินก้อนโตไม่น้อย
"ไม่ต้องหรอก ทุกท่านทายไม่ถูกอย่างแน่นอน"
จู่ๆ ก็มีคนพูดแทรกขึ้นมา
ทุกคนมองตามเสียง และเห็นชายคนหนึ่งสวมเสื้อกั๊กสีม่วงกับกางเกงสแล็กสีดำสนิทเดินเข้ามาในห้อง ใบหน้าของเขาสวมหน้ากากงิ้วเปลี่ยนหน้าเสฉวนสีแดงดำ ปกปิดรูปลักษณ์ไว้มิดชิด ที่หน้าอกมีป้ายชื่อห้อยอยู่ บนนั้นเขียนคำว่าเฉาหยางเอาไว้ด้วยหลากหลายภาษา
ไร้ข้อกังขา ผู้ที่มาถึงก็คือพิธีกรของเกมนี้นั่นเอง
"ให้ทุกท่านรอนานแล้ว เกมนี้เตรียมการเสร็จสมบูรณ์และสามารถเริ่มได้ทันที"
"เดี๋ยวๆๆ เราจะเริ่มกันตรงนี้เลยเหรอ" เฉียวจานหมู่เก็บชิป "พวกคุณยังไม่ได้อธิบายให้เราฟังเลยนะว่าสรุปแล้วเกมนี้มันเป็นยังไง"
"ถูกต้อง" ชี่เคอฟูเห็นด้วย "อย่างน้อยก็ต้องมีการแนะนำวิธีเล่นอะไรทำนองนั้นบ้างสิ"
"ความจริงแล้วเรื่องพวกนั้นไม่สำคัญหรอกครับ" พิธีกรยิ้ม "โปรดดูบนโต๊ะสิครับ"
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ตรงหน้าของทุกคนกลับมีแว่นตา VR วางอยู่คนละอัน!
ลำพังแค่แว่น VR นั้นไม่มีอะไรน่าแปลกใจ แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาตกตะลึงก็คือ นี่เป็นโต๊ะแผ่นหินที่ด้านล่างไม่มีอะไรเลยนอกจากขาโต๊ะ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะซ่อนกลไกช่องลับอะไรไว้ และหลังจากที่พิธีกรเดินเข้ามา เขาก็ยืนอยู่ตรงประตูตลอด ไม่ได้เข้าใกล้โต๊ะเลยแม้แต่น้อย ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที แว่นตานี้มันโผล่มาได้ยังไงกัน
"งั้น...เกมที่พวกคุณวางแผนไว้ คงไม่ใช่แค่เกมหรอกใช่ไหม" ชายชาวรัสเซียหยิบแว่น VR ขึ้นมาพลางพูดด้วยสีหน้าขุ่นเคือง
ท่าทีแบบนี้เรียกได้ว่าไว้หน้ากันมากแล้ว
หากไม่ใช่เพราะแว่น VR ที่โผล่มาตากอากาศทำให้เขาประหลาดใจ เขาคงตบโต๊ะแล้วเดินหนีไปนานแล้ว
ให้พวกเขากลุ่มนี้มาเล่นวิดีโอเกมเนี่ยนะ? แถมยังคุยโวว่าเข้าร่วมครั้งเดียวจะลืมไม่ลงไปตลอดชีวิต? นี่มันหลอกคนเป็นไอ้โง่ชัดๆ! คนที่ขึ้นเรือลำนี้ได้แต่ละคนมีที่มาที่ไปแบบไหนกัน อาหารเลิศรสใครบ้างไม่เคยลิ้มลอง ยอดเขาหรือท้องทะเลใครบ้างไม่เคยไปเยือน ตราบใดที่เป็นสิ่งที่ใช้เงินซื้อหาความสำราญได้ สำหรับพวกเขาแล้วย่อมไม่ใช่เรื่องยาก
เกมเสมือนจริงงั้นเหรอ? นั่นมันก็แค่งานอดิเรกของพวกคนจนเท่านั้นแหละ!
"ในอีเมลไม่ได้บอกไว้เหรอครับ ว่าต่อให้เค้นสมองจินตนาการแค่ไหนก็ไม่อาจคาดเดาตัวเกมได้ นับประสาอะไรกับภาษาที่แสนจะตื้นเขิน" พิธีกรยังคงรักษามารยาทอย่างสุภาพ "เหตุผลที่ผมไม่แนะนำ ก็เพราะว่ามันไม่สามารถอธิบายได้ สิ่งที่ทุกท่านต้องทำ ก็เพียงแค่สวมแว่นตานี้ และเข้าไปสัมผัสด้วยตัวเองก็เท่านั้น"
ทั้งสี่คนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
แต่ที่พิธีกรพูดมาก็ถูกอยู่อย่างหนึ่ง ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว แค่สวมแว่น VR ก็ไม่ได้ลำบากอะไร ถ้าเป็นการโฆษณาชวนเชื่อที่หลอกลวงจริงๆ พวกเขาก็มีช่องทางในการเรียกร้องคำอธิบายจากบริษัทแคริบเบียน ถึงตอนนั้นเงินล้านดอลลาร์ที่เป็นค่าผ่านประตูก็คงแก้ปัญหาไม่ได้แล้ว
ความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะความน่าเชื่อถือในหมู่เศรษฐีผู้มีอำนาจ สำหรับบริษัทที่ทำธุรกิจเรือสำราญสุดหรูแล้ว ถือเป็นเรื่องสำคัญอันดับหนึ่งอย่างแน่นอน
"งั้นก็ลองดูหน่อยละกัน" จานหมู่ถอนหายใจอย่างเกินจริง "แต่คุณต้องระวังไอ้แก่รัสเซียตอนสติแตกไว้ให้ดีนะ ถ้าทำให้เขาพอใจไม่ได้ล่ะก็ เสือในไซบีเรียคงไม่รังเกียจที่จะมีมื้อดึกเพิ่มหรอก"
"คุณหนูใหญ่ ผมจะรออยู่ข้างนอกนะครับ" ชายร่างใหญ่เห็นดังนั้นก็เบาใจลง เขาโค้งคำนับหมิงจื่อเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกจากห้องไป
เมื่อเห็นคนอื่นๆ สวมแว่น VR กันหมดแล้ว โจวจือก็สวมแว่นครอบลงบนใบหน้าของตัวเองบ้าง
"ผมเรียบร้อยแล้ว แล้วไงต่อ"
ไม่มีใครตอบ รอบด้านเงียบสงัดราวกับแข็งค้างไป
เดี๋ยวก่อน ไอ้นี่มันแว่นตานะ ไม่ใช่ที่ครอบหู จะทำให้ห้องเงียบลงกะทันหันได้ยังไงกัน
มีบางอย่างผิดปกติ!
โจวจือยื่นมือออกไปคว้าแว่น VR หวังจะถอดมันออก แต่นิ้วของเขากลับสัมผัสโดนใบหน้าของตัวเอง ที่ตรงนั้นนอกจากดวงตาเนื้อคู่หนึ่งแล้ว ก็ไม่มีสิ่งอื่นใดอีก
วินาทีต่อมา แสงสีขาวเจิดจ้าแสบตาก็พุ่งวาบเข้ามาในรูม่านตา ทำให้เขาทนไม่ไหวจนต้องกรีดร้องออกมา!
วินาทีถัดมา ดวงตาก็กลับมามองเห็นได้อีกครั้ง ท้องทะเลกว้างใหญ่ไพศาลและท้องฟ้าสีครามก็สะท้อนเข้าสู่คลองจักษุของเขา
โจวจือถึงกับชะงักงัน
ไม่ใช่แค่เขา แต่ในเวลานี้ทุกคนต่างก็ตกตะลึง
ห้องสวีทสุดหรูบนเรือหัวใจมหาสมุทรได้หายวับไปแล้ว และถูกแทนที่ด้วยเรือไม้ที่เก่าทรุดโทรม อย่าว่าแต่ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกเลย เรือลำนี้แค่โดนคลื่นสูงหนึ่งเมตรซัดเข้าใส่ก็คงพลิกคว่ำหงายท้องแล้ว
"ฉ-ฉันกลายเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง!?" จู่ๆ ก็มีคนร้องอุทานออกมาอย่างตกใจ "นี่ไม่ใช่ร่างกายเดิมของฉันนี่!"
"พวกคุณ...เป็นใคร"
"บ้าเอ๊ย รีบบอกชื่อมา! ฉันคือเฉียวจานหมู่!"
"เฉี่ยนหยวนหมิงจื่อ"
"ผมคือโจวจือ"
ทุกคนขานชื่อของตัวเองออกมาตามลำดับ หลังจากยืนยันได้ว่าต่างก็เป็นผู้เข้าร่วมเกม สีหน้าก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย
"แม่งเอ๊ย นี่มันบ้าอะไรวะเนี่ย เฮ้ พิธีกร คุณยังอยู่ไหม" จานหมู่มองซ้ายมองขวา เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตึงเครียด
"แน่นอนครับ" ร่างของชายสวมหน้ากากลอยขึ้นมาปรากฏอยู่กลางเรือ แตกต่างจากคนอื่นๆ ตรงที่รูปร่างของเขาอยู่ในสภาพกึ่งโปร่งใส ราวกับเป็นเพียงภาพเงา "ยินดีต้อนรับสู่ดินแดนหรรษา"
"บัดซบ บัดซบ บัดซบ นี่มันเทคโนโลยีอะไรกันเนี่ย เหมือนจริงสุดๆ ไปเลย!" ชายชาวรัสเซียสบถคำหยาบออกมาติดๆ กันหลายคำ ดูเหมือนจะมีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะบรรยายความตกตะลึงในใจของเขาได้ เขาก้มตัวลง เอื้อมมือข้ามกราบเรือลงไปตักน้ำขึ้นมา "บ้าเอ๊ย! ทั้งอุณหภูมิ ผิวสัมผัส...สิ่งที่ฉันสัมผัสได้มันไม่ต่างอะไรกับโลกแห่งความจริงเลย!"
จากนั้นชี่เคอฟูก็วักน้ำขึ้นมาดูดเข้าปาก
"ถุย เค็มชะมัด! น้ำนี่ถึงกับมีรสชาติด้วย!"
อันที่จริงไม่ต้องรอให้เขาพูดออกมา คนอื่นๆ ก็สามารถสัมผัสได้เช่นกัน ทั้งความรู้สึกร้อนผ่าวจางๆ จากแสงแดดที่สาดส่องลงบนผิวหนัง กลิ่นเค็มคาวจางๆ ที่ลอยมากับสายลมทะเล และความรู้สึกเจ็บปวดจากการเสียดสีอันหยาบกระด้างของแผ่นไม้กระดานเรือใต้ร่าง ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน สิ่งเหล่านี้ก็ก้าวข้ามขอบเขตที่เทคโนโลยี VR จะนำเสนอได้ไปไกลลิบ
"นี่มัน...ทำได้ยังไงกัน" จานหมู่ตั้งข้อสงสัย "พวกเรายังอยู่บนเรือหัวใจมหาสมุทรจริงๆ หรือเปล่าเนี่ย"
"หากทางเราเคลื่อนย้ายร่างกายของทุกท่านโดยพลการโดยไม่ได้รับอนุญาต ย่อมถือเป็นการละเมิดกฎอย่างร้ายแรงแน่นอน ทุกท่านล้วนเป็นลูกค้าระดับวีไอพี โปรดวางใจในจุดนี้ได้ครับ หากต้องการออกจากเกม ก็สามารถทำได้ทุกเมื่อ" พิธีกรพยักหน้าและตอบอย่างค่อยเป็นค่อยไป "ส่วนเรื่องเทคโนโลยีนี้ ด้วยข้อบังคับของบริษัทผู้พัฒนา ทางเราจึงไม่สามารถเปิดเผยได้มากนัก แต่บอกได้ว่ามันใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดในการจำลองสัญญาณประสาท ซึ่งสิ่งที่ได้รับผลกระทบไม่ได้มีเพียงแค่การมองเห็นเท่านั้น และโปรเจกต์ดินแดนหรรษาก็เป็นการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้เป็นครั้งแรก หวังว่าทุกท่านจะเล่นเกมกันอย่างมีความสุขนะครับ"
"ผมก็ยังไม่อยากจะเชื่ออยู่ดี...ว่าทั้งหมดนี้จะเป็นโลกเสมือน" โจวจือพึมพำ เขาก้มมองสำรวจตัวเองบนผิวน้ำ ตอนนี้เขากำลังสวมชุดหนังขาดรุ่งริ่ง ร่างกายภายใต้เสื้อผ้าแม้จะดูผอมบาง แต่ก็ผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชน พละกำลังที่แฝงอยู่ภายในร่างกายนั้น ไม่ใช่สิ่งที่คนเอาแต่เดินเตะฝุ่นไปวันๆ จะมีได้อย่างแน่นอน "แถมตอนนี้ผมยังรู้สึกมีพลังเต็มเปี่ยม ต่อให้มีฉลามโผล่มา ผมก็ฉีกร่างมันเป็นชิ้นๆ ได้"
"ไอ้หนู เก็บคำคุยโตไว้เถอะ" ชี่เคอฟูหัวเราะเยาะ "พละกำลังมันเพิ่มขึ้นผ่านการตั้งค่าได้ แต่ความกล้าหาญน่ะทำไม่ได้หรอกนะ"
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า..."
"ฉันกลับคิดว่าเขาอาจจะไม่ใช่คนขี้ขลาดก็ได้" หมิงจื่อไม่ได้หัวเราะไปกับทุกคน แต่เธอยื่นมือออกไปชี้ชายชาวอเมริกันที่หัวเรือ รูปร่างหน้าตาของเธอเองก็เปลี่ยนเป็นคนอื่นเช่นกัน เธอยังคงเป็นผู้หญิง แต่ไม่มีผมยาวสีดำสลวยและใบหน้าที่สวยงามหมดจดอีกแล้ว ตอนนี้เธอดูเหมือนเด็กน้อยหัวไชเท้าที่ถูกความยากจนข้นแค้นบดขยี้ มีเพียงน้ำเสียงเท่านั้นที่ยังคงความสงบเยือกเย็นเอาไว้เช่นเดิม
ตอนนั้นเองทุกคนถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่ามือของเฉียวจานหมู่สั่นเทาอย่างรุนแรง
"แม่งเอ๊ย มีอะไรน่าดูนักหนา!?" อีกฝ่ายกัดฟันด่า "ฉันก็แค่ตื่นเต้นนิดหน่อยเท่านั้นแหละ บ้าจริง...มีบุหรี่ไหม ฉันอยากสูบสักหน่อย"
พิธีกรยกมือขึ้น เพียงชั่วพริบตาบุหรี่มวนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา
"...ขอบใจ" จานหมู่สั่นเทาขณะยัดบุหรี่เข้าปากแล้วสูดอัดเข้าปอดเฮือกใหญ่ "แล้วไงต่อ เกมนี้คงไม่ได้ให้เราลอยคออยู่กลางทะเลเพื่อชมวิวหรอกใช่ไหม"
"ตามทฤษฎีแล้ว ดินแดนหรรษาไม่ได้จำกัดพฤติกรรมของผู้เข้าร่วม ทุกท่านสามารถทำสิ่งที่อยากทำได้เลยครับ" พิธีกรยิ้ม "แต่เมื่อพิจารณาว่านี่เป็นการเข้ามาในดินแดนหรรษาครั้งแรกของทุกท่าน ผมก็เลยเพิ่มคำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ เข้าไป โปรดตรวจสอบที่ปลายเท้าของพวกคุณดูสิครับ "
โจวจือหันขวับไปมอง แล้วก็ต้องหนาวสั่นสะท้านขึ้นมาทันที
เขามองเห็นอาวุธขึ้นสนิมกรังกว่าสิบเล่มกองอยู่ในเงามืดใต้กราบเรือ มีทั้งดาบโค้ง ดาบสั้น หอกยาว ครบครันทุกรูปแบบ คมของอาวุธเหล่านี้ล้วนเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดสีดำคล้ำ เห็นได้ชัดว่าไม่ได้มีไว้ตั้งโชว์
"ครั้งนี้ให้ทุกคนรับบทเป็นโจรสลัดดูสักครั้งเป็นไงครับ" พิธีกรผายมือออกแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม







