(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 371
บทที่ 371 ยืมศพสร้างความมั่งคั่ง ก็เหมือนกับการเลี้ยงดูลูกของคนอื่น
ภายในโลงศพมีร่างที่เต็มไปด้วยเลือดและเนื้อเละเทะนอนอยู่
ไม่ใช่โครงกระดูกที่เน่าเปื่อยของปู่โจวคัง
ศพส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้ง ไม่รู้ว่าตอนมีชีวิตอยู่ต้องเผชิญกับการทรมานอะไรมาบ้าง
บริเวณหน้าท้องถูกคนใช้มีดผ่าเปิดออก
ใบหน้าบิดเบี้ยว สีหน้าดูเจ็บปวดทรมาน
ผิวหนังที่โผล่พ้นออกมามีรอยเขียวช้ำเป็นจ้ำๆ ราวกับเพิ่งตายได้ไม่นาน
เนื่องจากเวลาตายยังไม่นานนัก ทุกคนจึงยังพอมองเห็นเค้าโครงหน้าของศพนี้ได้ลางๆ
ศพนี้เป็นผู้หญิง หน้าตาสะสวยหมดจด
เฉินหยูยืนอยู่ริมหลุมศพ มองดูศพหญิงสาวในโลงด้วยสีหน้าซับซ้อน
หลังจากอาเจียนอยู่หลายนาที ทุกคนก็แทบจะขย้อนน้ำดีออกมา
เฉินหยูยื่นมือออกไปพยุงโจวคังให้ลุกขึ้น
โจวคังฝืนลุกขึ้นจากพื้นด้วยใบหน้าหวาดผวา
"หมอเฉิน คุณรู้แต่แรกแล้วใช่ไหมว่าในโลงมีของพรรค์นี้นอนอยู่?"
ตอนนี้สภาพจิตใจของโจวคังพังทลายไปแล้ว
เขานึกตำหนิเฉินหยูที่ไม่ยอมบอกกันก่อน
ถ้าเฉินหยูบอกเขาก่อนหน้านี้ว่าในโลงเป็นศพผู้หญิงที่ถูกผ่าท้อง
ให้ตายยังไงโจวคังก็ไม่มีทางมายืนดูอยู่ข้างๆ แน่
เฉินหยูพูดด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ว่า "ผมบอกคุณแล้วว่าศพในโลงไม่ใช่ปู่ของคุณ แต่คุณไม่เชื่อเอง"
"ทีนี้มาบอกว่าผมไม่ได้เตือน คุณคิดว่าเป็นความผิดของผมเหรอ?"
ด้วยความกลัวว่าเฉินหยูจะโกรธ โจวคังจึงรีบขอโทษขอโพย
"หมอเฉิน คุณอย่าเพิ่งโกรธเลยครับ ผมผิดเอง ผมพูดจาไม่เข้าท่าเอง"
"ใช่แล้วครับ คุณเตือนผมแล้ว โทษทีผมไม่เก็บคำพูดของคุณมาใส่ใจเอง"
"แต่ว่าก็ว่าเถอะ ผู้หญิงในโลงนี่เป็นใครกันแน่ครับ?"
"แล้วศพปู่ของผมหายไปไหน?"
"ไอ้สารเลวหน้าไหนมันเอาศพผู้หญิงมาใส่ไว้ในหลุมศพปู่ผมกัน?"
พูดไปพูดมา อารมณ์ของโจวคังก็เริ่มพลุ่งพล่าน
เรื่องราวทั้งหมดนี้มีแต่ความแปลกประหลาดอยู่เต็มไปหมด
หลังจากย้ายหลุมศพ คนทั้งบ้านก็เริ่มฝันร้าย
"แม่มเอ๊ย ไอ้แซ่โจวนี่มันหลอกลวงกันชัดๆ! ตอนแรกก็ค้างค่าแรงพวกเรา แล้วยังมาให้พวกเราดูของพรรค์นี้อีก ฉันแทบจะฉี่ราดกางเกงอยู่แล้ว"
"อย่าว่าแต่นายเลย ฉันก็แทบจะฉี่ราดเหมือนกัน"
"เหม็นชะมัด กลิ่นเหม็นจนฉันอยากจะขย้อนน้ำดีออกมาเลย"
"อมิตาภพุทธ ไท่ซ่างเหล่าจวินจี๋จี๋หรูลวี่ลิ่ง ขออย่าได้มาหาฉันเลยนะ"
กลุ่มคนที่ลงมือขุดโลงศพต่างพากันด่าทอโจวคัง ไม่ก็สวดมนต์พึมพำไม่หยุด
พวกเขาสาบานว่าพอกลับไปจะเก็บข้าวของหนีทันที
จะไม่ยอมทำงานให้โจวคังอีกต่อไป
โจวคังไม่เพียงแต่เป็นเจ้านายหน้าเลือด แต่ยังเป็นไอ้สารเลวที่ไม่มีความเกรงกลัวอะไรเลย
ผู้หญิงในโลงศพ ดูแวบเดียวก็รู้แล้วว่าไม่ได้ตายดี
ดีไม่ดี โจวคังนั่นแหละที่เป็นฆาตกร
"ผมนึกออกแล้ว!"
โจวคังตบหน้าผากตัวเองฉาดใหญ่
ผู้หญิงในโลงศพ ก็คือผีผู้หญิงที่มาทวงชีวิตในความฝันไม่ใช่หรือไง?
ตอนนี้พอเริ่มตั้งสติได้ โจวคังก็มั่นใจว่าผู้หญิงในโลงกับผีผู้หญิงที่วิ่งไล่ตามเขาในความฝัน หน้าตาเหมือนกันอย่างน้อยแปดส่วน
เฉินหยูพยักหน้าพลางพูดว่า "คุณพูดถูก ผีผู้หญิงที่คุณฝันถึงก็คือเธอคนนี้แหละ"
เมื่อได้รับคำตอบที่แน่ชัดจากเฉินหยู โจวคังก็หน้าซีดเผือด
"หมอเฉิน แล้วต่อไป... ต่อไปต้องทำยังไงดีครับ?"
"จะส่งศพนี้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือว่าจะหาที่ฝังใหม่ดี?"
เฉินหยูถอนหายใจ
"ถ้าคุณเชิญเธอขึ้นมาตอนนี้ คืนนี้ก็จะเป็นวันตายของครอบครัวคุณทั้งหมด"
"ที่เธอไปเข้าฝันครอบครัวคุณ เป็นเพราะเธอเข้าใจผิดว่าสิ่งที่มีค่าที่สุดของเธอถูกพวกคุณขโมยไป"
"ของอะไรครับ?"
โจวคังซักไซ้
"ลูก"
เฉินหยูพยักพเยิดหน้าไปทางหน้าท้องของศพหญิงสาว
"เธอสงสัยว่าลูกของเธอถูกพวกคุณขโมยไป"
"ถ้าลูกของคุณถูกคนอื่นแย่งไป คุณจะสู้ตายกับพวกเขามั้ยล่ะ?"
"แน่นอนสิครับ!"
โจวคังตอบโดยไม่ต้องคิด
"ใครกล้าแย่งลูกผมไป แถมยังไม่ยอมคืนให้ ผมแทบอยากจะฆ่าพวกมันทิ้งซะเดี๋ยวนี้เลย"
หลังจากตอบเสร็จ โจวคังก็พูดด้วยท่าทีน้อยเนื้อต่ำใจว่า "แต่พวกเราไม่ได้ขโมยลูกของเธอไปนี่ครับ"
"ผมถึงบอกไง ว่าเธอเข้าใจผิดคิดว่าเป็นฝีมือพวกคุณ"
เฉินหยูชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อว่า "โชคลาภทางการเงินของคุณในช่วงนี้ ก็เกี่ยวข้องกับเธอเหมือนกัน"
จากนั้น เฉินหยูก็เรียกโจวคังให้มาอยู่ข้างๆ
ทั้งสองนั่งยองๆ ลงบนพื้นด้วยกัน เพื่อมองดูศพผู้หญิงในโลงศพอย่างใกล้ชิด
ภายใต้การชี้แนะของเฉินหยู โจวคังก็มองเห็นว่าที่ไหล่ทั้งสองข้างและบริเวณหัวใจของศพ มีตะปูไม้ตอกอยู่จุดละหนึ่งตัว
"สิ่งนี้เรียกว่าตะปูสะกดวิญญาณ เป็นวิธีสะกดสิ่งชั่วร้ายตามความเชื่อพื้นบ้าน"
"แต่เรื่องนี้ ไม่เกี่ยวกับการที่คุณรวยขึ้นหรอกนะ"
พอเฉินหยูพูดจบ โจวคังก็แทบจะควันออกหู
ถึงจะไม่เกี่ยว แล้วจะให้เขาดูทำไมกัน
เฉินหยูลุกขึ้นยืนแล้วพูดเรียบๆ ว่า "สถานที่ทุรกันดารบางแห่ง ในสายตาคนธรรมดาอาจจะดูไร้ประโยชน์"
"แต่สำหรับพวกวิชาคดโกงนอกรีตบางพวกแล้ว มันเป็นสถานที่ที่ดีเยี่ยมจนหาได้ยากเลยล่ะ"
"การฝังศพไว้ที่นี่เพื่อทำการหล่อเลี้ยง จะทำให้ศพไม่เน่าเปื่อยไปเป็นพันปี"
"ที่นี่คือดินแดนเลี้ยงศพเหรอครับ?!"
ใจของโจวคังหล่นวูบ
ดินแดนแห่งนี้มีวิถีชีวิตแบบโบราณกาล มีเรื่องราวเกี่ยวกับภูตผีปีศาจเล่าขานกันมามากมาย
เฉินหยูพยักหน้าอีกครั้ง ที่นี่คือดินแดนเลี้ยงศพจริงๆ
โจวคังโพล่งออกมาว่า "เอาศพมาฝังในดินแดนเลี้ยงศพ หรือว่าต้องการจะเลี้ยงศพครับ?"
"ถ้าไม่ฝังเธอไว้ในดินแดนเลี้ยงศพ แล้วจะคุ้มครองให้คุณรวยอู้ฟู่ได้ยังไงล่ะ"
"แล้วจะทำให้ธุรกิจของคุณมีลูกค้าหลั่งไหลมาเทมาได้ยังไง?"
เฉินหยูมองไปทางโจวคังอย่างมีความนัย
โจวคังได้กลิ่นความผิดปกติจากคำพูดของเฉินหยูในทันที
คนเฒ่าคนแก่ชอบพูดกันว่า ดินแดนเลี้ยงศพนั้นน่ากลัวสุดๆ
ทันทีที่นำศพมาฝังไว้ที่นี่ ก็มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะกลายเป็นผีดิบ
ต่อให้ไม่กลายเป็นผีดิบ ก็จะนำอันตรายมาสู่คนที่อาศัยอยู่ที่นี่ด้วย
เฉินหยูพูดเรียบๆ ว่า "ช่วงสามวันแรกที่เจอกัน คุณเลี้ยงรับรองซินแสฮวงจุ้ยทุกวัน พาไปหาความสำราญในสถานที่เริงรมย์แบบนั้น"
"นอกจากอยากให้ซินแสฮวงจุ้ยทุ่มเททำธุระให้คุณอย่างสุดความสามารถแล้ว"
"คุณยังหวังให้เขาช่วยหนุนดวงโชคลาภของคุณให้ก้าวหน้าไปอีกขั้นด้วย"
"ซึ่งซินแสฮวงจุ้ยก็ไม่ได้ผิดคำพูด"
"เขาใช้วิธีของตัวเอง มอบโชคลาภทางการเงินให้กับคุณ"
โจวคังทำหน้ากระอักกระอ่วนจนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี
ซินแสฮวงจุ้ยเรียกได้ว่าเป็นคนกินไม่เลือก
เขาประเคนผู้หญิงให้เท่าไหร่ อีกฝ่ายก็รับไว้ทั้งหมด
ไม่มีความเกรงใจเลยสักนิด
ตอนแรกก็คิดว่าซินแสฮวงจุ้ยเป็นคนเจ้าชู้ ชอบหาความสำราญไปวันๆ และไม่รังเกียจเรื่องผู้หญิง
แต่ตอนนี้ โจวคังเลิกคิดแบบนั้นไปนานแล้ว
เฉินหยูพูดว่า "คนคนนี้ไม่ได้มีความสามารถที่แท้จริงอะไรหรอก แต่เก่งเรื่องเดินเส้นทางนอกรีต"
"เขาเชี่ยวชาญวิชามารนอกรีตเป็นอย่างดี"
"การสร้างอุบัติเหตุขึ้นมาเอง แล้วหลอกลวงด้วยการคาดเดาจิตใจคนอื่น"
"พวกนี้เป็นแค่หนึ่งในหลายๆ วิธีของเขาเท่านั้น"
"เขาไม่มีปัญญาหนุนดวงโชคลาภให้คุณหรอก แต่มีวิธีทำให้คุณรวยอู้ฟู่ได้ในเวลาอันสั้น"
เฉินหยูอธิบายอย่างชัดเจนว่าซินแสฮวงจุ้ยเป็นแค่นักต้มตุ๋นที่ไม่มีวิชาความรู้อะไร
ศาสตร์ฮวงจุ้ยที่ถูกต้องตามแบบแผนนั้นทำไม่เป็นเลยสักอย่าง
แต่กลับรู้จัก "วิธีนอกตำรา" ของชาวบ้านไม่น้อย
มีวิชามารชนิดหนึ่งที่สามารถทำให้คนรวยขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้น
นั่นคือการตามหาศพผู้หญิงที่ตายทั้งกลม
ควักเอาเด็กในท้องศพออกมาทิ้งอย่างโหดเหี้ยม
จากนั้นก็นำศพไปฝังในหลุมศพบรรพบุรุษของคนอื่นในเวลาที่สั้นที่สุด
แล้วใช้วิธีการบางอย่าง เพื่อให้ศพมีความเชื่อมโยงทางดวงชะตากับคนในครอบครัวนี้
ด้วยวิธีนี้ ศพจะคิดว่าครอบครัวนี้เป็นสายเลือดของตัวเอง
แล้วอาศัยไอศพของตัวเองมาช่วยเพิ่มโชคลาภให้ครอบครัวนี้
การนำศพหญิงสาวไปฝังในดินแดนเลี้ยงศพ ก็เพื่อรับประกันว่าไอศพจะไม่มีวันเหือดแห้งไป
เมื่อฟังคำอธิบายของเฉินหยูจบ โจวคังก็สมองชาหนึบ
ที่แท้ที่เขารวยขึ้นมาได้ ก็เพราะถูกศพผู้หญิงเข้าใจผิดคิดว่าเป็นลูกนี่เอง
เรื่องนี้ก็เหมือนกับผู้ชายที่ถูกสวมเขา
เลี้ยงดูลูกของคนอื่นจนโตโดยที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย
ทุ่มเทความรู้สึกไปมากเท่าไหร่ พอรู้ความจริงก็จะยิ่งโกรธแค้นมากเท่านั้น







