(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 370
บทที่ 370 หลานจะเผาสาวสวยไปให้สิบคน แล้วก็เผาเงินตราต่างประเทศไปให้อีกหน่อย
เฉินหยูเหลือบมองคอมเมนต์ที่ชาวเน็ตส่งมา แล้วพูดว่า "เดี๋ยวคุณส่งที่อยู่ภูเขารกร้างมาให้ผมหน่อย"
"พรุ่งนี้เช้าผมจะไปที่นั่นด้วยตัวเอง"
"การวิดีโอคอลทั้งสามครั้งของวันนี้จบลงแล้ว ผมไม่อยากทำผิดกฎเพื่อรักษาคุณเป็นคนที่สี่"
"หมอเฉิน พรุ่งนี้คุณจะมาจริงๆ ใช่ไหม?"
โจวคังถามอย่างกระวนกระวาย
เฉินหยูพยักหน้า
หากไม่ใช่เพราะโชคชะตาและแต้มบุญที่จะได้รับต่อไป เฉินหยูคงไม่สนใจความเป็นตายของโจวคังอย่างแน่นอน
พ่อค้าหน้าเลือดแบบนี้สมควรได้รับผลกรรมแล้ว
ไม่นานนัก เฉินหยูก็ได้รับข้อความส่วนตัวจากโจวคัง
บ้านเกิดของโจวคังอยู่ห่างจากหางโจวประมาณสองร้อยกว่ากิโลเมตร
หลังจากจบการวิดีโอคอล เฉินหยูก็ส่งข้อความหาโจวเข่อซิน
พรุ่งนี้เขาต้องออกไปข้างนอกทั้งวัน โจวเข่อซินไม่ต้องเหลือข้าวเที่ยงกับข้าวเย็นเผื่อเขา
แปดโมงเช้า เฉินหยูเดินเข้าไปในคลินิกจิตเวช
เขาเดินทอดน่องไปตามท้องถนนอย่างสบายใจ
ชั่วพริบตาเดียว ตำแหน่งของเฉินหยูก็เปลี่ยนจากถนนเหอฟางมาอยู่ที่ตีนเขาแห่งหนึ่ง
เฉินหยูมองภูเขารกร้างตรงหน้า มุมปากยกยิ้มขึ้น เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วกดโทรหาโจวคัง
"คุณหาใคร?"
เสียงที่ไร้เรี่ยวแรงของโจวคังดังมาจากในสาย
"ผมเฉินหยู ตอนนี้ถึงตีนเขารกร้างแล้ว คุณจะมาเมื่อไหร่?"
"หมอเฉิน?! คุณ... คุณมาเร็วขนาดนี้เลยเหรอ"
โจวคังที่เพิ่งตื่นจากฝันร้ายพลันตาสว่างขึ้นมาทันที
เขารับปากว่าจะรีบไปที่ตีนเขาภายในสิบกว่านาที
รถออฟโรดคันหนึ่งแล่นฉิวมาทางนี้ด้วยความเร็วสูง
รถยังไม่ทันจอดสนิท โจวคังก็กระโดดลงมาจากรถ
"หมอเฉิน คุณคือผู้มีพระคุณของครอบครัวผม"
หลังจากพบหน้า โจวคังก็ขอบคุณเฉินหยูซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ทั้งโค้งคำนับทั้งยื่นบุหรี่ให้
เฉินหยูยื่นมือออกไปขัดขวางพลางบอกว่า "ขอบคุณครับ แต่ผมไม่สูบ"
โจวคังเก็บบุหรี่กลับไปด้วยความเก้อเขิน แล้วปั้นหน้ายิ้มถามว่า "หมอเฉิน ตอนนี้คุณบอกผมได้หรือยัง ว่าสรุปแล้วครอบครัวผมไปโดนผีหมายหัวเพราะสาเหตุอะไรกันแน่?"
เฉินหยูพูดอย่างมีความหมายลึกซึ้งว่า "คุณตามผมมา"
สิ้นเสียง เฉินหยูก็เดินทอดน่องมุ่งหน้าไปยังภูเขารกร้าง
โจวคังรีบตามไปติดๆ เดินตามเฉินหยูมาจนถึงพื้นที่บนเขา
ภูเขารกร้างสูงประมาณหลายสิบเมตร สภาพแวดล้อมไม่เข้ากับคำว่าดินแดนฮวงจุ้ยชั้นเลิศเลยสักนิด
มองออกไป ถ้าไม่ใช่ต้นไม้แห้งตายก็เป็นโขดหินรูปร่างประหลาด
สิ่งเดียวที่พอดูได้ก็เหลือเพียงหลุมศพที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ ไม่กี่แห่ง
หลุมศพทั้งหมดล้วนสร้างขึ้นจากหินอ่อน
ป้ายหลุมศพดูหรูหรามีระดับสุดๆ
เฉินหยูพูดเรียบๆ ว่า "จากสายตาของคุณ สถานที่แบบนี้เรียกได้ว่าเป็นดินแดนฮวงจุ้ยชั้นเลิศงั้นเหรอ?"
โจวคังยิ้มขื่น "พูดตามตรง ยังไงผมก็ไม่คิดว่ามันเป็นดินแดนฮวงจุ้ยชั้นเลิศหรอกครับ"
"แต่พูดไปก็แปลก ตั้งแต่ย้ายสุสานบรรพบุรุษมาที่นี่ ผมก็คุยธุรกิจใหญ่สำเร็จไปหลายงาน ขั้นตอนราบรื่นมาก ราวกับมีเทพเจ้าคอยช่วยเหลือเลยล่ะครับ"
เฉินหยูยิ้มเหมือนไม่ยิ้มแล้วถามว่า "ถ้าผมบอกคุณว่า ในสุสานบรรพบุรุษไม่ได้ฝังปู่ของคุณเอาไว้ คุณจะรู้สึกยังไง?"
"อะไรนะ!"
โจวคังตาค้าง มองตรงไปยังหลุมศพที่ดูหรูหราที่สุดตรงหน้า
หลุมศพนี้ตั้งอยู่ตรงกลางของสุสานบรรพบุรุษ ขนาดโดยรวมใหญ่กว่าหลุมศพอื่นๆ ถึงสองเท่า
ข้างในนั้นคือปู่ของโจวคังที่ถูกฝังอยู่
เมื่อเห็นท่าทางของเฉินหยูไม่เหมือนกำลังล้อเล่น ถ้าคนที่ฝังอยู่ไม่ใช่ปู่ แล้วจะเป็นใครกัน?
โจวคังเห็นกับตาว่าคนงานฝังโลงศพลงไป
"ถ้าคุณไม่เชื่อ ก็เรียกคนงานขึ้นมาเปิดหลุมศพนี้ดูสิ"
เฉินหยูพูดว่า "ยกโลงศพข้างในออกมา แล้วเปิดโลงพิสูจน์ด้วยตัวเองเลย"
"แบบนี้เกรงว่าจะไม่ได้นะครับ"
โจวคังพูดด้วยสีหน้าลำบากใจ "หมอเฉิน คุณอย่าเพิ่งโกรธนะ ผมหมายถึงเผื่อว่าน่ะครับ"
"เผื่อว่าคุณดูพลาด ข้างในที่ฝังอยู่คือปู่ผมจริงๆ ในฐานะลูกหลาน การที่ผมไปเปิดโลงศพของเขา ผมจะกลายเป็นลูกอกตัญญูอันดับหนึ่งของหมู่บ้านเลยนะครับ"
คนในท้องถิ่นมีธรรมเนียมว่า โครงกระดูกของผู้ตายห้ามโดนแสงทั้งสามเด็ดขาด
หากโดนแสง ไม่เพียงแต่จะทำให้วิญญาณของผู้ตายไม่สงบ แต่ยังจะส่งผลกระทบไปถึงคนเป็นด้วย
ตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา ทุกบ้านล้วนปฏิบัติตามกฎเหล็กนี้อย่างเคร่งครัด
ใครที่ทำให้โครงกระดูกของบรรพบุรุษโดนแสงทั้งสามสาดส่อง คนคนนั้นก็จะถูกผู้คนรุมประณามหยามเหยียด
กลายเป็นตัวอย่างของลูกหลานอกตัญญูในท้องถิ่น
เฉินหยูพูดขึ้นว่า "ในเมื่อคุณไม่อยากรู้ความจริง ก็ดูแลตัวเองให้ดีแล้วกัน"
ไม่พูดพร่ำทำเพลง เฉินหยูก็หันหลังเตรียมเดินจากไป
"หมอเฉิน รอก่อนครับ"
โจวคังรีบก้าวเท้าไปขวางหน้าเฉินหยู พลางโค้งคำนับปะหลับปะเหลือก "หมอเฉิน คุณอย่าเพิ่งโกรธเลยนะครับ ผมไม่ได้สงสัยคุณจริงๆ"
"ผมจะทำตามที่คุณบอกก็แล้วกัน"
เฉินหยูคือความหวังเดียวที่จะแก้เรื่องประหลาดนี้ได้
ถ้าเขาไป ญาติสนิทมิตรสหายของโจวคังก็คงเตรียมตัวมากินเลี้ยงงานศพได้เลย
แถมยังไม่ได้กินเลี้ยงงานศพของโจวคังแค่คนเดียวด้วย
แต่เป็นงานศพของคนทั้งครอบครัวเขาต่างหาก
หลายสิบนาทีต่อมา รถบรรทุกที่เต็มไปด้วยคนงานสองคันก็มาจอดที่ตีนเขารกร้าง
ผู้ใช้แรงงานกว่ายี่สิบคนถือเครื่องมือสารพัดชนิด เดินตามทางลาดชันขึ้นไปบนเขา
โจวคังไม่รอช้า สั่งให้คนงานเปิดหลุมศพนี้ แล้วเอาโลงศพข้างใต้ขึ้นมาทันที
คนงานกว่ายี่สิบคนล้วนเป็นผู้ใช้แรงงานภายใต้การดูแลของโจวคัง
โจวคังมีธุรกิจอย่างหนึ่ง ซึ่งสถานที่ก่อสร้างก็อยู่แถวนี้พอดี
"เถ้าแก่ พวกเราฟังไม่ผิดใช่ไหม? คุณจะขุดสุสานบรรพบุรุษตัวเองเนี่ยนะ?"
ทุกคนล้วนเป็นชาวนาในละแวกนี้ ต่างรู้ดีว่าศพห้ามโดนแสงทั้งสาม
"สั่งให้ขุดก็ขุดไปสิ จะพูดมากทำไม"
โจวคังใช้ความเกรี้ยวกราดกลบเกลื่อนความกระอักกระอ่วน สั่งให้คนงานรีบเปิดโลงศพ
"ฉันเอง"
คนงานชายวัยสามสิบกว่าปี รูปร่างกำยำล่ำสัน ก้าวเท้ายาวๆ ไปที่สุสานปู่ของโจวคัง
เขาง้างค้อนขึ้น แล้วทุบลงไปที่สุสานบรรพบุรุษทันที
ไอ้สารเลวโจวคังคนนี้ชอบค้างค่าจ้างเป็นนิสัย
คนในที่นี้ถูกโจวคังค้างค่าจ้างมาเจ็ดเดือนแล้ว
ออกมาทำงานก็เพื่อหาเงิน แต่พอมาเจอไอ้หน้าเลือดโจวคัง กลับต้องควักเนื้อจ่ายเองอีก
พอมีคนแรก แน่นอนว่าต้องมีคนที่สอง
ไม่นานนัก คนงานกว่ายี่สิบคนก็เริ่มขุดหลุมศพเสียงดัง "เคร้งคร้าง"
พวกเขากวาดดินบนยอดหลุมศพออก คนงานที่ถือพลั่วกับจอบราวกับได้ระบายอารมณ์ ต่างออกแรงขุดลงไปอย่างหนัก
ใช้เครื่องมือในมือแทนแส้
และมองหลุมศพตรงหน้าเป็นโจวคัง
ใช้เวลาเพียงยี่สิบนาที ทุกคนก็เห็นโลงศพที่ฝังอยู่ข้างใต้
"พวกแกรอก่อน"
โจวคังเดินมาที่หน้าหลุมศพ ก้มหน้าและท่องบ่นพึมพำ
"ปู่ครับ ดวงวิญญาณบนสวรรค์ของปู่อย่าได้โกรธเคืองหลานเลยนะครับ หลานไม่มีทางเลือกจริงๆ ถึงต้องขุดหลุมศพของปู่"
"รอจนกว่าเรื่องจะคลี่คลาย หลานจะเผาสาวสวยไปให้สิบคน แล้วก็เผาเงินตราต่างประเทศไปให้อีกหน่อยนะครับ"
"ถ้าปู่คิดว่ายังไม่พอ ก็มาเข้าฝันหลานได้เลย อยากได้อะไรหลานจะเผาไปให้หมดครับ"
เมื่อเห็นท่าทางศรัทธาของโจวคัง พวกคนงานรอบๆ ต่างก็ลอบด่าในใจ
ทำตัวนอบน้อมกับคนตาย ยอมเสียเงินก้อนโตสร้างหลุมศพให้
แต่กับคนเป็นที่ทำงานให้โจวคังอยู่ข้างกาย กลับถูกเขาใช้งานเยี่ยงวัวเยี่ยงควาย
คนแบบนี้ยังจะรวยเอาๆ สวรรค์ช่างไม่มีตาเสียจริง
โจวคังพึมพำอยู่นานสองนาน ถึงได้ลุกขึ้นยืนจากพื้น
ผู้คนช่วยกันเปิดโลงศพ
"แม่เจ้าโว้ย!!!"
โจวคังตกใจกลัวจนร้องห่มร้องไห้ ทรุดตัวลงไปกองกับพื้นทันที
คนงานรอบๆ ไม่หันหน้าหนีไปโก่งคออาเจียน ก็พากันวิ่งเตลิดไปข้างหลัง
ภาพที่เห็นนี้ ทั้งน่าตกใจและน่าสะอิดสะเอียน
บนป้ายหลุมศพสลักไว้ว่าเป็นสุสานปู่ของโจวคัง
แล้วของแบบนี้มานอนอยู่ข้างในได้ยังไงกัน?







