(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 409
บทที่ 409 ทำไปเพื่อเงิน แต่เอาผิดพวกเขาไม่ได้
"คนเขียนบทปัญญาอ่อนยังไม่กล้าเขียนแบบนี้เลย ปู่ที่เป็นคนเดียวในบ้านที่รักประธานฟาน กลับกลายเป็นคนวางยาพิษเธอเนี่ยนะ"
"แบบนี้ถือว่าจงใจฆาตกรรมหรือเปล่า?"
"ตัดคำว่าถือว่ากับหรือเปล่าออกไปเลย นี่มันจงใจฆาตกรรมชัดๆ!"
"ตกลงมันเป็นเพราะอะไรกันเนี่ย?"
"ไตวายระยะสุดท้ายมันทรมานมากเลยนะ"
ทันทีที่เฉินหยูพูดจบ ห้องถ่ายทอดสดก็แทบระเบิด
ดูไลฟ์ของเฉินหยูมาตั้งนาน ไม่ว่าจะมีสถานการณ์อะไรเกิดขึ้นในห้องถ่ายทอดสด พวกชาวเน็ตก็รับได้ทั้งนั้น
สิ่งเดียวที่รับไม่ได้ก็คือ ปู่ที่ฟานเซิ่งหนานซาบซึ้งบุญคุณมาทั้งชีวิต จะกลายมาเป็นฆาตกรที่ทำร้ายเธอ
ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ
คนบ้านฟานเซิ่งหนานก็เท่ากับเป็นคนเลวกันหมดน่ะสิ
"มะ ไม่มีทาง!"
"ใครจะทำร้ายฉันก็ได้ แต่ปู่ไม่มีทางทำร้ายฉันเด็ดขาด!"
พอได้ยินว่าเหล้าข้าวที่ปู่ส่งมาให้เป็นประจำ จะทำให้เธอป่วยเป็นโรคไตวาย
ฟานเซิ่งหนานก็ตกอยู่ในอาการทำอะไรไม่ถูกทันที
แต่ไม่นาน ฟานเซิ่งหนานก็ได้สติกลับมา
ปู่ไม่มีทางทำร้ายเธอเด็ดขาด!
ตอนที่เธอเพิ่งเกิด ก็ถูกพ่อแม่ใจดำเอาไปทิ้งไว้ที่ภูเขาหลังหมู่บ้าน ปล่อยให้เธอตายไปเอง
ปู่ไม่สนว่าฟ้าจะมืดหรือทางจะอันตราย ถือไฟฉายไปช่วยเธอกลับมาจากภูเขาหลังหมู่บ้าน
และก็เป็นปู่ที่ไม่สนคำคัดค้านของพ่อแม่ ยอมควักเงินส่งฟานเซิ่งหนานเรียนหนังสือด้วยตัวเอง
"เข้าใจผิดแล้ว! ต้องเข้าใจผิดแน่ๆ!!"
ฟานเซิ่งหนานส่ายหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย แล้วพูดเสียงดังว่า "ปู่ไม่มีทางวางยาพิษ ยิ่งไม่มีทางฆ่าฉันด้วย"
จู่ๆ สีหน้าของฟานเซิ่งหนานก็บิดเบี้ยวดูน่ากลัว
"ฉันรู้แล้วว่าใครอยากทำร้ายฉัน!!!"
พูดจบ ฟานเซิ่งหนานก็มองหน้าจอด้วยสีหน้าดุดัน แล้วพูดว่า "หมอเฉิน คนที่อยากทำร้ายฉันจริงๆ คือน้องชายฉัน หรือไม่ก็พ่อแม่ฉันใช่ไหมคะ?"
เมื่อกี้ ฟานเซิ่งหนานเพิ่งนึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้
ในหมู่บ้านไม่มีจุดส่งพัสดุ ถ้าจะส่งของต้องไปที่ตัวเมือง
ช่วงสองปีแรก ตอนที่ปู่ยังแข็งแรงดี จะไปส่งเหล้าข้าวให้เธอที่ตัวเมืองด้วยตัวเอง
ตั้งแต่หกล้มเมื่อต้นปี แกก็ขยับตัวไม่ได้อีกเลย
หลังจากจัดการให้ปู่นอนโรงพยาบาลแล้ว ฟานเซิ่งหนานก็พยายามเกลี้ยกล่อมปู่อยู่หลายครั้ง
ในเมืองมีทุกอย่าง ไม่ต้องเดินทางไกลไปถึงตัวเมืองเพื่อส่งเหล้าข้าวให้เธอหรอก
แต่ปู่กลับบอกว่าในเมืองมีทุกอย่างก็จริง แต่มันไม่มีรสชาติของบ้านเกิด
ด้วยความกังวลว่าปู่จะฝืนสังขารไปส่งเหล้าข้าวให้ตัวเองอีก
ฟานเซิ่งหนานจึงจ้างน้องชายให้ช่วยวิ่งเต้นไปส่งให้ โดยให้ค่าเหนื่อยครั้งละหนึ่งพันหยวน
พอเชื่อมโยงกับอาการป่วยที่เพิ่งมาเป็นเอาช่วงนี้ ในใจฟานเซิ่งหนานก็มีคำตอบแล้ว
ฆาตกรไม่ใช่ปู่ แต่เป็นน้องชาย
ส่วนพ่อแม่ที่เห็นเธอเป็นเหมือนเศษขยะ ก็อาจจะมีส่วนร่วมด้วย
เฉินหยูประสานมือเข้าด้วยกัน สายตาฉายแววเห็นใจและสงสาร
"ที่พวกเขาทำร้ายคุณก็เพราะว่า..."
"เงิน! เป็นเพราะเงินใช่ไหมคะ?"
ไม่รอให้เฉินหยูพูดจบ ฟานเซิ่งหนานก็ชิงตอบขึ้นมาก่อน
เฉินหยูพยักหน้า "เป็นเพราะเงินจริงๆ ครับ"
"ไอ้พวกเดรัจฉาน!!!"
ฟานเซิ่งหนานกัดฟันกรอด
"ตั้งแต่ฉันเริ่มทำงานจนถึงตอนนี้ ฉันให้เงินบ้านนี้ไปสามสี่ล้านแล้ว"
"จนป่านนี้ ที่บ้านก็ยังยากจนข้นแค้นอยู่ดี!"
"เงินตั้งมากมาย ถูกไอ้น้องชายเดรัจฉานนั่นเอาไปผลาญกับการกินดื่มเที่ยวผู้หญิงและเล่นการพนันจนหมด"
เมื่อได้ยินคำพูดที่แทบจะตะโกนของฟานเซิ่งหนาน ชาวเน็ตนับไม่ถ้วนก็รู้สึกเห็นอกเห็นใจเธอ
อย่าว่าแต่ฟานเซิ่งหนานเลย ไม่ว่าคนปกติคนไหนเจอสถานการณ์แบบนี้ ก็คงไม่ให้เงินที่บ้านอีกแล้ว
ให้ไปเท่าไหร่ ก็สูญเปล่าเท่านั้น
ไม่สิ แย่ยิ่งกว่าสูญเปล่าอีก
เอาเงินไปโยนทิ้งน้ำ อย่างน้อยยังได้ยินเสียง
"ประธานฟาน ครอบครัวไร้เยื่อใยกับคุณขนาดนี้ ทำไมคุณถึงไม่ตัดขาดกับพวกเขาไปเลยล่ะ?"
"ก่อนหน้านี้คุณบอกว่าถ้าออกจากบ้านหลังนี้ไป แล้วมีปัญญาเลี้ยงตัวเองได้ก็จะไม่กลับไปอีกไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงยังต้องให้เงินพวกเขาอยู่ตลอดด้วย?"
"พูดอะไรที่ทุกคนอาจจะไม่ชอบฟังหน่อยนะ ฉันว่าที่ประธานฟานกลายเป็นแบบนี้ มันหาเรื่องใส่ตัวชัดๆ"
"ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเธอถึงต้องคอยตามใจครอบครัวอยู่เรื่อย ฉันเคยติดต่อกับบริษัทของเธอนะ ประธานฟานเป็นผู้หญิงที่เก่งกาจมาก ทำงานเด็ดขาด ไม่เคยยืดเยื้อเลย"
ในขณะที่พวกชาวเน็ตกำลังออกรับแทนฟานเซิ่งหนาน พวกเขาก็เกิดความสงสัยขึ้นมาด้วย
ในบทสนทนาก่อนหน้านี้ ฟานเซิ่งหนานเอาแต่พูดถึงสองเรื่อง
รับปู่ออกมาอยู่กับเธอ ให้ปู่ได้มีชีวิตที่ดี
แล้วก็ไม่ยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวปลิงดูดเลือดนี่อีก ตัดขาดกับพวกเขาอย่างสิ้นเชิง
ตอนนี้ฟานเซิ่งหนานมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แถมยังมีชื่อเสียงพอตัวในวงการนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ของเซี่ยงไฮ้
ทั้งที่มีพร้อมจะตัดขาดกับที่บ้าน และรับปู่มาอยู่ข้างกาย
ทำไมถึงยังต้องให้เงินที่บ้านครั้งแล้วครั้งเล่า
แล้วปล่อยให้ปู่อยู่กับพ่อแม่ใจร้ายพวกนั้นด้วยล่ะ?
ฟานเซิ่งหนานมองข้อความบนหน้าจอ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงขมขื่น "ฉันเคยลองพาปู่มาอยู่ด้วยแล้วค่ะ แต่...แต่ปู่ไม่ยอม"
"หลังจากที่ฉันซื้อบ้านในเมือง ฉันก็รีบรับปู่มาทันที"
"ปู่อยู่ได้ไม่กี่วันก็อยากจะกลับ บอกว่าอยู่เมืองใหญ่ไม่ชิน"
"ไม่ว่าฉันจะพูดอ้อนวอนยังไง ปู่ก็ไม่ยอมอยู่ต่อ"
"หลังจากนั้นฉันก็ลองอีกหลายครั้ง แต่ปู่ก็ไม่ยอมจากบ้านเกิดมาอยู่กับฉันเป็นการถาวรเลย"
"พ่อแม่กับน้องชายฉัน พอรู้ว่าฉันอยากจะพาปู่ไป"
"พวกเขาก็เอาเรื่องนี้มาขู่ฉัน ถ้าฉันไม่เอาเงินให้ที่บ้าน ปู่ก็จะไม่มีวันได้อยู่อย่างสงบสุข"
เพื่อที่จะได้บรรลุเป้าหมายในการรับปู่ออกมา และตัดขาดกับครอบครัวปลิงดูดเลือด
ฟานเซิ่งหนานจึงทำงานอย่างเอาเป็นเอาตาย
ตอนที่เพิ่งเข้าวงการ เพื่อที่จะเก็บเงินให้ได้เยอะๆ งานที่คนอื่นไม่อยากรับ เธอรับหมด
ลูกค้าที่คนอื่นไม่อยากเอาใจ ฟานเซิ่งหนานก็คิดหาวิธีทำให้พวกเขาพอใจ
ขอแค่มีบ้านเป็นของตัวเองในเมือง มีเงินเก็บสักก้อน
เธอก็จะสามารถรับปู่ออกมา ให้แกได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไม่ต้องกังวลเรื่องปากท้อง
เพื่อเป้าหมายนี้ ฟานเซิ่งหนานถึงขั้นหน้ามืดตามัวแย่งงานเพื่อนร่วมงาน
ต้องมีผลงานถึงจะมีเงิน ถึงจะทำให้ความฝันของเธอเป็นจริงได้
นานวันเข้า ฟานเซิ่งหนานก็กลายเป็นคนเย็นชาและเห็นแก่ตัว
แต่สุดท้าย ปู่กลับกลายมาเป็นเครื่องมือที่พวกเขาใช้ขู่เธอเสียเอง
รู้อยู่แก่ใจว่าพ่อแม่กับน้องชายเป็นเดรัจฉานเลือดเย็นสามตัวที่พูดจริงทำจริง
ด้วยความกลัวว่าปู่จะถูกทั้งสามคนรังแก ฟานเซิ่งหนานก็ทำได้แค่กัดฟันยอมตกลง
ขอแค่พวกเขาดูแลปู่ดีๆ ฟานเซิ่งหนานก็จะให้เงินพวกเขา
และด้วยเหตุนี้ ฟานเซิ่งหนานจึงยอมลดจุดยืนของตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า
รวมๆ แล้ว เธอให้เงินน้องชายไปเกือบสี่ล้าน
แต่ความอดทนของคนเรามีขีดจำกัด
เมื่อบังเอิญรู้ว่าน้องชายติดการพนัน
ฟานเซิ่งหนานก็ตัดสินใจว่าจะไม่ให้อีกแล้ว
ต่อให้ฟานเซิ่งหนานมีเงินเก็บเป็นสิบล้าน ก็ถมหลุมพรางการพนันนี้ไม่เต็ม
เพราะกลัวว่าตู้เอทีเอ็มจะหนีไป พวกเขาถึงเตรียมจะฆ่าเธอ
เพื่อเอาเงินเก็บทั้งหมดของเธอไป
"ในเมื่อพวกเขาไม่เห็นฉันเป็นคน ฉันก็จะไม่ปล่อยให้พวกเขาได้อยู่ดีมีสุขเหมือนกัน!"
"ฉันจะรีบกลับไปที่นั่นเดี๋ยวนี้ จะไปแจ้งตำรวจจับพวกมัน!"
วินาทีนี้ ฟานเซิ่งหนานเกิดความคิดที่จะพินาศไปด้วยกัน
ต่อให้ตัวเองต้องตาย ก็จะไม่ยอมให้สามคนนี้ได้อยู่ดีมีสุข
เธอจะทิ้งเงินเก็บทั้งหมดไว้ให้ปู่กับคู่หมั้น
แล้วให้คู่หมั้นช่วยดูแลปู่
"คนไข้ครับ คุณใจเย็นๆ ก่อนนะ"
เฉินหยูเอ่ยขึ้น "ต่อให้คุณรีบกลับไปแจ้งตำรวจที่นั่น สุดท้ายเจ้าหน้าที่ก็จะปล่อยตัวพวกเขาไปเพราะหลักฐานไม่เพียงพออยู่ดี"
"แถมการกลับบ้านเกิดครั้งนี้ ยังจะเร่งความตายของคุณให้เร็วขึ้นด้วย"
เฉินหยูส่งสัญญาณให้ฟานเซิ่งหนานใจเย็นๆ ก่อน
และตั้งใจฟังสิ่งที่เขาจะพูดต่อไปให้ดี







