【ติ๊งต่อง!】
【ซื้อสำเร็จ!】
【กำลังใช้คัมภีร์เงิน!】
ทันทีที่สิ้นเสียงแจ้งเตือนของระบบ กู้สิงก็รู้สึกได้ถึงกระแสความอุ่นประหลาดแต่คุ้นเคยสายหนึ่ง พุ่งขึ้นมาจากส่วนลึกในทรวงอก แผ่ซ่านรวดเร็วไปถึงลำคอ เส้นเสียง ไปจนทั่วทั้งระบบทางเดินหายใจ มันไม่ใช่ความเจ็บหรือความอึดอัด แต่เป็นความโปร่งโล่ง สบายตัวราวกับทุกจุดถูกเปิดทาง ไล่เส้นจนคลายหมด เหมือนพันธนาการบางอย่างถูกปลดออกอย่างแผ่วเบา
สิบวินาทีต่อมา
ระบบแจ้งเตือน: 【ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ทักษะการร้องเพลงของคุณ ได้เลื่อนจากระดับทองแดงขึ้นสู่ระดับเงินแล้ว】
“อ๊าาาาาา!”
กู้สิงเผลอกระแอมโดยไม่รู้ตัว ลองเปล่งเสียงเบาๆ ทดสอบ แต่กลับทำให้เจ้าตัวถึงกับชะงักไปเล็กน้อย
โทนเสียงยังเป็นเสียงเดิมของเขา แต่เนื้อเสียงกลับแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง ย่านเสียงกลางที่เมื่อก่อนต้องคอยคุมอย่างระมัดระวังให้คงที่ บัดนี้ฟังดูอิ่ม แน่น และผ่อนคลายอย่างเป็นธรรมชาติ แถมยังมีความกังวานที่ติดตัวมาเอง
กู้สิงลองฮัมท่อนฮุคของเพลง 《โกหก》 สั้นๆ
ความลอยเล็กๆ ที่เมื่อก่อนต้องใช้ทั้งอารมณ์และการออกเสียงมาช่วยกลบ กลับหายไปหมด คราวนี้ลมหายใจประคองไลน์ทำนองได้มั่นคง ทุกพยางค์ที่ลากหางเสียงยาวออกไปก็กลมกล่อม ชัดเจนขึ้น การถ่ายทอดอารมณ์กลับยิ่งลื่นไหลเพราะพื้นฐานทางเทคนิคแน่นขึ้น
ย่านเสียงสูงก็เปลี่ยนไปเหมือนกัน
เพราะกู้สิงมี “พรสวรรค์เสียงสูง” ติดตัวอยู่ เสียงของเขาจริงๆ แล้วสามารถขึ้นได้สูงมาก แต่เหตุผลที่ไม่เคยใช้ทักษะเสียงสูงบนเวทีรายการ ก็เพราะเวลาลองร้องส่วนตัว แม้จะดันโน้ตขึ้นไปสูงได้ก็จริง แต่คุณภาพเสียงยังไม่คมใสพอ ฟังแล้วคล้ายใช้แรงฮึดดันขึ้นไปอย่างฝืนๆ ความเป็นธรรมชาติยังไม่ถึง ถ้าฝืนใช้เสียงสูงในสภาพแบบนั้น อาจกลายเป็นเหมือนเวทีที่ล้มเหลวของลู่ซีครั้งก่อน ถูกคนดูบางส่วนติว่าไม่ไพเราะ เสียของเปล่าๆ สู้ไม่ใช้ยังดีกว่า
แต่ตอนนี้
ที่ระดับความสูงของโน้ตเท่าเดิม กู้สิงกลับมีความสามารถในการปิดเส้นเสียงและการควบคุมลมหายใจที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ขณะเดียวกันยังรักษาความนุ่มและความเป็นเสียงเล่าเรื่องในโทนเสียงภายนอกเอาไว้ เขายังลองเอาประโยคเนื้อร้องประโยคหนึ่ง มาร้องซ้ำด้วยน้ำหนักต่างกัน ตั้งแต่เสียงผสมเบาๆ ไปจนถึงเสียงเต็มแรง การเปลี่ยนผ่านของเสียงลื่นไหลอย่างเหลือเชื่อ การควบคุมราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายจริงๆ
แม้ว่าผลลัพธ์สุดท้ายที่ออกมา ยังไปไม่ถึงระดับ “ราชินีปีศาจ” แบบพวกลั่วหนิงกับเฉินหลิงซู แต่สำหรับกู้สิงในตอนนี้ถือว่าเกินพอแล้ว เขาเปิดดูแผงสถานะส่วนตัวของตัวเองอีกครั้ง
ทักษะการร้อง: ระดับเงิน
กำกับ: ระดับเงิน
การแสดง: ระดับทองแดง
เต้น: ระดับพลาสติก
กู้สิงหรี่ตาลงเล็กน้อย “ทักษะกำกับระดับเงิน ตอนนี้ยังไม่ได้ใช้ เต้นก็พอๆ กัน ถ้าฉันคว้าแชมป์ได้ล่ะก็ ควรจะซื้อคัมภีร์เงินมาอีกเล่ม เอาไว้ปั้นทักษะการแสดงขึ้นไปด้วย”
นี่คือแผนของกู้สิงในตอนนี้
ค่อยๆ ปรับพื้นฐาน เพิ่มศักยภาพในด้านงานที่จำเป็นที่สุดให้มั่นคง เพราะอีกไม่นานเขาก็จะขึ้นแข่งรอบชิงของรายการวาไรตี้เพลง เพราะอย่างนั้นครั้งนี้ถึงเลือกอัปเกรดทักษะการร้องก่อนเหมือนเดิม ท้ายที่สุด ถ้าคว้าแชมป์ได้ ก็จะได้ผลตอบแทนเป็นเหรียญเถาฮวาตั้งหกเหรียญ พอให้ดันทักษะการแสดงขึ้นสู่ระดับเงินได้แบบสบายๆ เลยนะ!
“ถึงจะว่าไป ถ้าเทียบกับตัวท็อปจริงๆ ระดับเงินมันก็คงไม่ได้นับว่าเป็นอะไรมาก”
“แต่พอเอาระดับเงินไปเทียบกับระดับทองแดง มันก็คือการพัฒนาที่จับต้องได้ และการพัฒนานี้ พอเอาไปขึ้นเวทีรายการวาไรตี้เพลง บางทีอาจสร้างเซอร์ไพรส์ให้ใครหลายคนก็ได้”
จุดบกพร่องด้านทักษะการร้องของกู้สิง ตอนนี้ถูกทุกคนขุดคุ้ยวิเคราะห์จนทะลุปรุโปร่งแล้ว
แม้แต่ชาวเน็ตทั่วไปก็รู้กันทั้งนั้น ว่าถ้าเอากู้สิงไปเทียบกับนักร้องคนอื่นๆ ในรายการ 《ยุคซูเปอร์โนวา》 ด้านทักษะการร้องเขาถือเป็นจุดอ่อน
ในสภาพแบบนี้แหละ
หากกู้สิงอยู่ๆ โชว์ทักษะการร้องระดับเงินออกมา แน่นอนว่าต้องทำลายภาพจำเดิมๆ ของใครหลายคนที่มีต่อเขาแน่นอน!
พอทักษะการร้องพุ่งขึ้นแบบก้าวกระโดด เพลงที่กู้สิงเคยซ้อมเอาไว้ก่อนหน้านี้จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนบางส่วน คืนวันนั้นเขาเลยไปหาหลี่เมิ่ง ขอคุยปรึกษาเรื่องการเลือกเพลง
“แน่ใจเหรอว่าจะร้องเพลงนี้?”
ก่อนหน้านี้กู้สิงเคยเอาเพลงต้นฉบับเพลงหนึ่งที่ตัวเองแต่งมาลองร้องให้ฟังหนึ่งรอบ หลี่เมิ่งรู้สึกว่าเพลงเพราะมากๆๆ เลย แต่นักแต่งเพลงอย่างกู้สิงนั้นทักษะการร้องยังแอบดึงระดับลงนิดหน่อย ร้องออกมาแล้วยังไม่สามารถถ่ายทอดแก่นแท้ของเพลงออกมาได้เต็มที่ หลี่เมิ่งเลยปัดแผนนี้ของเขาทิ้ง ไม่ยอมให้ใช้เพลงนี้ลงแข่ง
กู้สิงตอนนั้นก็ยอมเปลี่ยนเพลง แล้วเปลี่ยนไปใช้เพลงอีกเพลงหนึ่งแทน
แต่นึกไม่ถึงว่าคืนนี้กู้สิงจู่ๆ กลับมาหาหลี่เมิ่ง แล้วบอกว่าจะขอใช้เพลงเดิมเพลงนั้นอีกครั้ง ทำเอาหลี่เมิ่งขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว “ถ้าเพลงนี้นายร้องออกมาดี แน่นอนว่าสามารถการันตีให้นายเข้าถึงรอบชิงได้อยู่แล้ว แต่ปัญหาคือที่ผ่านมานายน่ะร้องมันได้ไม่ดีพอ ยังดึงเอาพลังทั้งหมดของเพลงนี้ออกมาใช้ไม่ได้เลยสักนิด...”
“ผมไหวน่า”
กู้สิงร้องพูด แล้วก็ลงมือร้องท่อนที่ยากที่สุดของเพลงนี้ให้หลี่เมิ่งฟังต่อหน้าเลย
สีหน้าของหลี่เมิ่ง ใช้เวลาแค่สิบกว่าวินาทีเท่านั้น ก็เปลี่ยนจากแค่งุนงงสงสัย กลายเป็นตกตะลึง เธอมองกู้สิงอย่างเหลือเชื่อ “นายทำได้ยังไง แค่ไม่กี่วัน จู่ๆ ก็คุมเพลงนี้ได้แล้ว?”
“ผมแอบซ้อมมาเอง”
“ไม่ใช่แบบนั้น ฉันไม่แปลกใจหรอกนะ ถ้านายจะผ่านการฝึกซ้อมจนคุมเพลงนี้ได้ แต่เวลาซ้อมจริงๆ อย่างน้อยต้องซ้อมกันสักสองปีครึ่งนั่นแหละ แล้วของนายแค่สองวันครึ่ง นี่มันหมายความว่ายังไงกัน?”
“สรุปตอนนี้ใช้ได้หรือยังล่ะ?”
“ตอนนี้แน่นอนว่าใช้ได้ ไม่ใช่แค่เพลงนี้ นายยังพอจะคุมเพลงที่เล็งไว้ใช้แข่งรอบชิงอีกสองสามเพลงนั้นได้เกือบหมดแล้วด้วย”
“ตอนนี้เธอคิดว่าผมเข้ารอบชิงได้แล้วใช่ไหม?”
“ก่อนหน้านี้ฉันเคยคิดว่านายคงจะมาตกรอบรอง เพราะต่อให้เพลงจะดีแค่ไหน ก็ยังต้องอาศัยทักษะการร้องช่วย โดยเฉพาะตอนถ่ายทอดสด เราไม่มีเวลามานั่งเกลาเสียงปรับจูนละเอียดให้ จุดบกพร่องเรื่องการร้องของนายมันจะแฉออกมาหมด แต่จากพัฒนาการที่ฉันเห็นตอนนี้ ยังไงนายก็ไม่มีทางตกรอบชิงแน่นอน”
หลี่เมิ่งถึงกับสงสัยว่ากู้สิงกำลังแสดงละครตบตาเธอ
ใครกันที่เมื่อสองวันก่อนยังร้องเพลงนี้ออกมาไม่ดี แต่พอผ่านไปแค่สองวันกลับร้องได้ขึ้นมาซะเฉยๆ คำอธิบายเดียวที่หลี่เมิ่งพอจะรับได้แบบฝืนๆ คือ ตั้งแต่เริ่มแข่งมา สภาพของกู้สิงอาจจะไม่ค่อยดีนัก เพิ่งจะกลับเข้าฟอร์มในสองวันนี้เอง...
แล้วก็แบบนั้นแหละ
วันชิงชนะเลิศก็มาถึง
ยังไม่ทันถึงตอนกลางคืน หน้าทางเข้า “ฟิวเจอร์ฟิล์มซิตี้” ก็มีแถวผู้ชมยาวเหยียดมารวมตัวรออยู่ก่อนแล้ว คนส่วนใหญ่ใส่ชุดสีชมพูเหมือนกันหมด บนเสื้อยังพิมพ์ตัวอักษร “จี” เอาไว้ด้วย ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นแฟนคลับจีหยุนโจว
เมื่อเทียบกันแล้ว
มีแค่ส่วนน้อยเท่านั้นที่ไม่ได้ใส่เสื้อทีมแบบเดียวกัน คงเป็นแฟนคลับของลั่วหนิง หรือไม่ก็ของเฉินหลิงซู หรือกู้สิง
“จุ๊ จุ๊”
ตอนซุนหมิงหล่างมาส่งกู้สิงกับอีกสองคนที่ลานจอดรถ พอเดินผ่านประตูด้านหน้าก็เห็นภาพตรงหน้าเข้าให้ เลยอดโพล่งออกมาด้วยความรู้สึกหลากหลายไม่ได้ “ฉันเริ่มสงสัยแล้วนะ ว่าพวกนายสามคนรวมกัน ทั้งหมดอาจจะยังมีแฟนคลับไม่ถึงเศษเสี้ยวของจีหยุนโจวด้วยซ้ำ แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ต่อให้พวกนายแพ้ ก็เท่ากับไปแพ้ให้กับดาราท็อปกระแสแรงอย่างจีหยุนโจว ยังไงก็ไม่เสียหน้าอยู่แล้ว”
ด้านนี้
กู้สิงไม่พูดอะไร
เฉินหลิงซูไม่พูดอะไร
ลั่วหนิงก็ไม่พูดอะไรเหมือนกัน
พอเดินเข้ามาถึงโถงพักนักร้อง จีหยุนโจวมาถึงตั้งแต่ก่อนแล้ว เขานั่งหลับตาพักสายตาอยู่คนเดียว เห็นกู้สิงสามคนเดินเข้ามา ก็ลืมตาขึ้นแล้วยิ้มพยักหน้าให้
กู้สิงทั้งสามคนตอบกลับสั้นๆ ตามมารยาท
ตอนนี้ทีมงานฝ่ายผลิตรายการกำลังยุ่งกันพัลวัน เสียงตามระบบภายในดังระงมไปหมด เจิ้งจื๋อขึ้นเสียงกลบทุกเสียง:
“เช็กอุปกรณ์รอบสุดท้าย!”
“กล้องหมายเลขสามเหมือนจะมีปัญหานิดหน่อย?”
“ให้ทีมอุปกรณ์เข้าไปจัดการ!”
“ทดสอบระบบเสียงอีกรอบ!”
“เหลืออีกครึ่งชั่วโมงก็จะเริ่มแล้ว ทุกคนตั้งสมาธิให้ดี อีกห้านาทีจะเริ่มให้คนดูทยอยเข้างาน สัญญาณถ่ายทอดสดเริ่มทดสอบภายใน”
ครึ่งชั่วโมงต่อมา การนับถอยหลังสำหรับไลฟ์ก็เริ่มต้น เสียงของเจิ้งจื๋อดังก้องอยู่ในหูของทุกคน:
“สาม!”
“สอง!”
หนึ่งทุ่มครึ่งตรง รายการรอบชิงชนะเลิศของ 《ยุคซูเปอร์โนวา》 ถ่ายทอดสดทั่วทั้งอินเตอร์เน็ต เปิดฉากอย่างเป็นทางการ!







