สัญญาณไลฟ์เชื่อมต่อแล้ว!
บนหน้าจอของผู้ชมมากมายนับไม่ถ้วน ปรากฏภาพผู้ดำเนินรายการชายหญิงคู่หนึ่ง ทั้งสองยืนหันหน้าเข้าหากล้องถ่ายทอดสด สลับกันอ่านคำโฆษณาไปมา ก่อนจะใช้บทเกริ่นเปิดรายการ ดึงม่านการแข่งขันของ “ยุคซูเปอร์โนวา” คืนนี้ให้เปิดฉากขึ้น!
เสียงหวือหวา
เสียงปรบมือของผู้ชมดังกระหึ่มราวกับคลื่นทะเล
ผู้คนนับไม่ถ้วนโบกแท่งไฟกันขวักไขว่
พิธีกรชายยิ้มบางๆ แล้วพูดว่า “คืนนี้ซูเปอร์โนวาดวงที่ส่องแสงเจิดจรัสที่สุดจะเป็นใคร ผมคิดว่าทุกคนน่าจะอยากรู้กันมาก ผมอยากจะบอกว่า คนที่จะเป็นผู้ตัดสินเรื่องทั้งหมดนี้ ไม่ใช่พวกเรา แต่เป็นทุกคนต่างหาก เพราะหลังจากการแข่งขันคืนนี้เริ่มอย่างเป็นทางการ ด้านล่างหน้าจอของพวกคุณ จะปรากฏหมายเลขประจำตัวนักร้องและวิธีการโหวต ถึงตอนนั้นก็ขอให้เพื่อนผู้ชมที่อยู่ในฮอลล์ และที่หน้าจอโทรทัศน์ทุกท่าน ช่วยกันลงหนึ่งคะแนนสำคัญของพวกคุณ เลือกซูเปอร์โนวาในดวงใจของคุณออกมาเถอะครับ”
กติกามาแล้ว!
เปิดโหวตผู้ชมทั้งเน็ต!
เมื่อเทียบกับรอบก่อนๆ ที่ให้โหวตได้แค่ผู้ชมในฮอลล์ หรือไม่ก็ผู้ชมในฮอลล์บวกกับกรรมการผู้เชี่ยวชาญในวงการอีกเป็นร้อย การเปลี่ยนมาใช้ระบบโหวตทั้งเน็ตครั้งนี้ ฟังดูไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นกติกาที่ “ยุติธรรมและโปร่งใสที่สุด” แต่ซุนหมิงหล่างเคยพูดเรื่องนี้ไว้แล้วตั้งแต่ก่อนเริ่มแข่ง ความเห็นของเธอคือ “ถ้าเปิดโหวตทั้งเน็ตล่ะก็ จีหยุนโจวยังไงก็ชนะแน่นอน แค่ให้แฟนคลับเขาคนละหนึ่งโหวต ก็พอหอบเขาไปนั่งบนบัลลังก์แชมป์ได้สบายๆ แล้ว”
ใช่แล้ว
ซุนหมิงหล่างคาดเดากติกาที่ทีมรายการจะใช้ในรอบชิงเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว นี่เป็นกติกาที่เอื้อประโยชน์ต่อจีหยุนโจวอย่างมาก สามารถดึงเอา “ความได้เปรียบด้านจำนวนแฟนคลับที่น่ากลัว” ของเขาออกมาใช้ได้สูงสุด ส่วนลั่วหนิง เฉินหลิงซู และกู้สิงทั้งสามคน ภายใต้กติกานี้พวกเขาเสียเปรียบโดยกำเนิด!
โถงพักนักร้อง
พอจีหยุนโจวได้ยินกติกานี้ มุมปากก็ยกยิ้มขึ้นมาทันที อย่างที่ซุนหมิงหล่างคาดไว้ไม่มีผิด ทีมรายการคุยเรื่องกติกากับเขาไว้ล่วงหน้านานแล้ว ระดับกระแสแบบเขายอมมาร่วมออกรายการวาไรตี้เพลงสักรายการ อย่างแรกที่ต้องการการันตีคือ “แชมป์” ถ้าเอาแชมป์กลับบ้านไม่ได้ เขาจะมาร่วมรายการนี้ให้เสียเวลาทำไมกัน?
แต่ผู้ชมสมัยนี้เข้มงวดมาก
ทีมรายการไม่อาจจัดฉากอย่างโจ่งแจ้งเกินไปได้
สุดท้ายทีมรายการเลยตัดสินใจว่า ในเมื่อจัดฉากแบบโต้งๆ ไม่ได้ ก็จะใช้วิธี “ไม่จัดฉากโดยตรง แต่ช่วยอำนวยความสะดวกให้จีหยุนโจวให้มากที่สุดแทน” เช่น ปรับกติกาการแข่งตามจุดแข็งของเขาเอง การเข้าข้างแบบนี้ ในอีกแง่หนึ่งก็ถือเป็น “ฉาก” เหมือนกัน แค่ไม่ได้มืดมนจนถึงขั้นทำให้คนสิ้นหวังสุดๆ ก็เท่านั้นเอง
สำหรับจีหยุนโจวแล้ว:
เขาไม่ต้องการให้ทีมรายการลุกขึ้นมาปั่นฉากให้ยิ่งใหญ่โตอะไรขนาดนั้น แค่ให้กติกาโหวตรอบชิงค่อนไปทางเขาหน่อย ก็พอให้เขานั่งเก้าอี้แชมป์ได้อย่างมั่นคงแล้ว แค่เรื่องกระแสอย่างเดียว กู้สิงกับเฉินหลิงซู รวมทั้งลั่วหนิงสามคนรวมกันก็ยังสู้เขาไม่ได้ ต่อให้เขาร้องพลาด ร้องแย่ลงไปบ้าง ก็ยังมีแฟนคลับหัวร้อนคอยช่วยค้ำคะแนนให้เขาอยู่ดี ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าฝีมือของจีหยุนโจวเอง ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใครเลยสักนิด
กู้สิงกับอีกสองคนมองสบตากันแวบหนึ่ง แต่ไม่มีใครพูดอะไรออกมา
ตอนนั้นเอง เจิ้งจื๋อเดินเข้ามาในโถงพักนักร้อง “อาจารย์ทุกท่าน กติกาทุกคนน่าจะเข้าใจกันหมดแล้วนะครับ ต่อไปเราจะมาจับสลากลำดับการดวลกัน ในกล่องนี้มีลูกบอลสี่ลูก สีดำสองลูก สีขาวสองลูก ใครได้สีเดียวกัน สองคนนั้นก็จะกลายเป็นคู่แข่งดวลกันตรงๆ ทันที”
พนักงานยกกล่องเดินเข้ามา
กู้สิงและคนอื่นๆ ต่างก็เอื้อมมือไปหยิบลูกบอลคนละลูก แล้วค่อยๆ ชูขึ้นมาให้เห็นต่อหน้ากล้องไลฟ์สด
ห้องไลฟ์บนเน็ต
ทันทีที่สัญญาณถ่ายทอดสดของ “ยุคซูเปอร์โนวา” เริ่มต้น ช่องแชทก็เต็มไปด้วยกระสุนข้อความถี่ยิบ!
“ในที่สุดก็เริ่มแล้ว!”
“เฮ้อ กติกาโหวตทั้งเน็ตเหรอ?”
“เข้าใจนะว่ารายการไลฟ์ส่วนใหญ่ชอบใช้กติกาโหวตทั้งเน็ต แต่กติกานี้มาอยู่ในรายการนี้ มันลำเอียงเข้าข้างจีหยุนโจวเกินไปหรือเปล่าเนี่ย ต่อให้จีหยุนโจวไม่ร้องเพลงเลย แค่ขึ้นเวทีไปเล่นบาสเฉยๆ แฟนคลับเขาก็คงโหวตถล่มทลายให้อยู่ดีแหละ ยังไงเขาก็เป็นท็อปสตาร์ระดับท็อป กระแสเวอร์เกิน!”
“ฉันว่าคุณนั่นแหละเวอร์”
“โหวตทั้งเน็ตต่างหากที่ยุติธรรมที่สุดได้แล้ว ทีจีหยุนโจวดังก็ไม่ใช่ความผิดของเขาสักหน่อย ใครใช้ให้ลั่วหนิงพวกนั้นแฟนคลับยังน้อยเองล่ะ อีกอย่างถึงแฟนโหวตจะได้เปรียบก็เถอะ ในระบบโหวตทั้งเน็ต เสียงโหวตจากคนทั่วไปต่างหากที่เป็นส่วนใหญ่จริงๆ”
“อย่างนี้จีหยุนโจวก็การันตีแชมป์ตรงๆ เลยสิ”
“ฉันไม่เชื่อหรอกว่าทีมวางกติกาของรายการจะไม่รู้ พอกติกาโหวตรอบชิงแบบนี้โผล่มา แชมป์ของจีหยุนโจวก็เกือบจะล็อกแล้ว ทำแบบนี้ก็เพื่อจะรักษายอดกระแสไว้นั่นแหละ ไม่แน่นะ เงื่อนไขที่จีเกอยอมมาออกรายการนี้ตั้งแต่แรก อาจจะเป็นให้ทีมรายการเปิดไฟเขียวให้ตัวเองตอนรอบชิงก็ได้”
“โอย อย่าทะเลาะกันเลย”
“ฉันเชื่อว่ามวลชนตาถึงนะ จีหยุนโจวมีแต้มต่อก็จริง แต่ยังไม่ได้ถึงขั้นชี้ขาดหรอก แชมป์ยังมีลุ้นพลิกอยู่ ตอนนี้ฉันสนใจมากกว่าว่า รอบแรกใครจะเจอกับใคร”
“ซี๊ด!”
“กู้สิงเจอเฉินหลิงซู!?”
“จีหยุนโจวเจอลั่วหนิง!?”
ในภาพไลฟ์สด ผลการจับสลากออกมาแล้ว คู่แข่งที่กู้สิงจับได้ กลับกลายเป็นแฟนสาวของเขาเอง เฉินหลิงซู!
แน่นอนว่า
ผู้ชมไม่รู้ว่ากู้สิงกับเฉินหลิงซูเป็นแฟนกัน เพราะงั้นทุกคนเลยไม่ได้ติดใจเรื่องนี้เท่าไหร่ สนใจกันมากกว่าตรงที่ว่าใครจะแพ้ใครจะชนะ
“ต้องเฉินหลิงซูสิ”
“ใครดูรายการวาไรตี้เพลงบ่อยๆ ก็รู้กันทั้งนั้นแหละว่า เทปรายการคือสวรรค์ของการปรับเสียง แต่ไลฟ์สด ปรับเสียงไม่ทันแน่นอน แถมถ้าปรับจัดๆ จะฟังดูไฟฟ้าเกิน เสียงแปลกๆ อีก เพราะงั้นวันนี้กู้สิงลำบากแน่ สุดท้ายงานเพลงที่ปล่อยมาก่อนหน้านี้ของเขา สิ่งที่เราได้ยินกันก็เป็นผลจากการปรับเสียงทั้งนั้น”
“จริง”
“ถ้ายังเป็นเทปรายการอยู่ล่ะก็ ฉันจะคิดว่ากู้สิงอาจไม่แพ้ก็ได้ เผลอๆ เขาอาจเอาเพลงแต่งเองระดับเทพออกมาก็ได้ แต่พอเป็นไลฟ์แล้ว ต่อให้เพลงดีแค่ไหนก็ต้องดูด้วยว่านักร้องร้องสดนิ่งหรือเปล่า”
กู้สิงไม่รู้ว่าผู้ชมกำลังคุยอะไรกัน เขามองเฉินหลิงซู แววตาแฝงความซับซ้อนเล็กน้อย
ขอโทษด้วยนะ
คุณกู้
เฉินหลิงซูยิ้มหวานให้กู้สิง ที่จริงตอนนี้พอเธอต้องมาเผชิญหน้ากับกู้สิง ความอยากเอาชนะแบบแรงกล้าก็ไม่เหลือเหมือนก่อนแล้ว
หนึ่งคือ ทั้งสองคนกำลังคบกัน
สองคือ รอบชิงถ่ายทอดสดตลอด งานร้องของกู้สิงที่อ่อนกว่ามือเก่งๆ อย่างเห็นได้ชัด คราวนี้ไม่มีซูเปอร์ซาวเอนจิเนียร์มูลค่าหลักล้านมาคอยช่วยกลบแล้ว
“หลิงซู...”
กู้สิงโน้มหน้าเข้าไปใกล้หูของเฉินหลิงซู
ระยะห่างใกล้กันเกินไป แบบสนิทสนมขนาดนี้ ระวังโดนคนดูตาไวจับพิรุธเอาเข้าให้ ทำเอาคนทำผิดแล้วใจไม่ดีอย่างเฉินหลิงซูสะดุ้งนิดหน่อย ถอยหลังไปครึ่งก้าวอย่างไว
กู้สิงถึงกับชะงักไปเล็กน้อย เสียงที่กำลังจะพูดขาดหายกลางคัน
เมื่อสังเกตเห็นปฏิกิริยาของกู้สิง
เฉินหลิงซูก็โน้มหน้าเข้าไปใกล้หูเขาบ้าง แต่ไม่ถึงกับแนบชิดเท่าเขา ใช้เสียงลมหายใจเบามากปลอบเขา “คนจะจับได้เอานะ เจ้าบื้อ เดี๋ยวฉันได้แชมป์ก่อน คืนนี้ฉันจะปลอบคุณกู้ดีๆ เอง”
“ก็ได้”
กู้สิงแม้จะรู้สึกฝืดๆ นิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ตอนนี้บนเวทีช่วงวอร์มอัพก็ใกล้จบแล้ว เจิ้งจื๋อพูดขึ้นตามหมายเลขบนลูกบอลว่า
“ขอเชิญเบอร์หนึ่ง ลูกบอลสีขาวขึ้นเวทีก่อนครับ”
กู้สิงกับเฉินหลิงซูจับได้ลูกบอลสีขาว เขาได้เลขสอง เลขหนึ่งก็ต้องเป็นอีกฝ่ายโดยปริยาย
“สู้ๆ นะ”
กู้สิงพูดยิ้มๆ เฉินหลิงซูพยักหน้าแรงๆ จากนั้นก็เดินไปยังโซนรอขึ้นเวที ใจรู้สึกซับซ้อนประหลาดๆ
กำลังจะต้องแพ้ให้ตัวเองซะแล้ว
กู้สิงจะเสียใจไหมนะ?
ยังไงผู้ชายก็หวงหน้าหวงตากันทั้งนั้น
โดยเฉพาะตอนกู้สิงเคยชนะเธอมาตลอด พอคืนนี้ในไลฟ์สด กลับถูกแฟนสาวตัวเองเขี่ยตกรอบกับมือ แบบนี้เขาต้องเสียใจมากแน่ๆ ใช่ไหม?
ให้ตายสิ
เฉินหลิงซูรู้ตัวว่า แค่คิดว่ากู้สิงอาจจะเสียใจ เธอก็อดรู้สึกสงสารขึ้นมานิดๆ ไม่ได้ แต่พอวูบต่อมา แววตาเธอก็เด็ดเดี่ยวขึ้นมาทันที
แชมป์ต้องเอาให้ได้ ไม่ว่าใครจะมายืนขวางอยู่ตรงหน้า
ส่วนกู้สิงน่ะ ก็เอาไว้กลับโรงแรมตอนกลางคืน แล้วค่อยแอบปลอบเขาทีหลังก็แล้วกัน ด้วยวิธีพิเศษของแฟนสาวเองนะ~
การวอร์มอัพบนเวทีจบลง พิธีกรประกาศขึ้น “ก่อนอื่นขอเชิญเฉินหลิงซูขึ้นเวทีครับ!”
ฟู่ว!
ท่ามกลางเสียงปรบมือดังกึกก้องราวกับคลื่นทะเล เฉินหลิงซูจับไมค์ตั้งพื้นไว้ในมือ ก้มหน้าลงเล็กน้อย เส้นผมยาวสลวยหล่นลงมาปิดแก้มข้างหนึ่งไว้
“เพลง ‘รักที่ผิด’ ขอเชิญทุกท่านรับฟัง”
ทันทีที่ชื่อเพลงถูกประกาศ ก็มีผู้ชมที่พอมีความรู้ด้านเพลงในฮอลล์เผลอสูดหายใจเบาๆ ออกมา
เพลง ‘รักที่ผิด’ นี้ เป็นผลงานตัวแทนที่คลาสสิกที่สุดของราชินีเพลงผู้ล่วงลับคนหนึ่ง ส่วนที่คลาสสิกที่สุดคือท่อนฮุก ไม่เพียงแต่ต้องใช้เสียงสูงที่ซับซ้อน ยังต้องโชว์เทคนิคการเปลี่ยนลีลาได้หลากหลาย ถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในเพลงที่ร้องยากที่สุดของซีโจว เล่าเรื่องผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกคนรักทรยศหักหลัง เสียงร้องราวกับกำลังร้องไห้ระบายความเจ็บปวด
เฉินหลิงซูกล้าหยิบเพลงนี้ขึ้นมาร้อง ทำเอาคนจำนวนมากคาดไม่ถึง
แสงบนเวทีค่อยๆ มืดลง ลำแสงติดตามสีขาวเย็นเส้นหนึ่งส่องลงอย่างแม่นยำบนร่างของเฉินหลิงซู วันนี้เธอสวมเดรสยาวผ้าไหมสีไวน์แดง กระโปรงแนบลำตัว ไล่รัดไปตามซี่โครงและเอว โชว์ส่วนโค้งเว้าของรูปร่างเต็มๆ โดยเฉพาะส่วนเอวที่คอดจนไม่น่าเชื่อ
อินโทรคือเสียงคอร์ดเปียโนหนักๆ ไม่กี่ชุด ทับลงมาท่ามกลางความเงียบ
จากนั้นเสียงร้องของเฉินหลิงซูก็ดังขึ้น เสียงออกแหบเล็กน้อย การออกเสียงคำชัดแต่แฝงความชาและเก็บกด
พอเครื่องสายเริ่มประสาน เธอก็เงยหน้าขึ้น แสงเย็นสาดให้เห็นชัดทั้งแก้มขาวซีด ลำคอยาวระหง ทุกอย่างงดงามจนสะท้านใจ
ท่อนฮุกมาถึง
เสียงร้องใสกังวานพลันพุ่งขึ้นมา โน้ตเสียงสูงถี่ยิบต่อเนื่องพร้อมกับลูกเล่นการเอื้อนเสียง ทำให้ผู้ชมทั้งฮอลล์ถึงกับกลั้นไม่อยู่ ต้องโห่ร้องเฮฮาตามกันไปทั่ว ราวกับมีกระแสไฟแล่นผ่านทั้งตัว สมองปลอดโปร่งตื่นเต็มตา!
แม้แต่กู้สิงเองยังเผลอทำหน้าตกตะลึง
ทุกคนรู้กันดีว่าเฉินหลิงซูมีไม้ตายอยู่สองอย่าง หนึ่งคือเสียงสูง สองคือการเอื้อนเสียง เพลงนี้เธอเอาจุดเด่นที่สุดของตัวเองออกมาใช้ได้ถึงขีดสุด!
ฝั่งไลฟ์สด
คอมเมนต์ไหลรัว ผู้คนมากมายถูกการแสดงของเฉินหลิงซูซื้อใจไปเรียบร้อย ดวงตานับไม่ถ้วนจ้องจอไม่กะพริบ
เพราะหน้าตาเธอสวยมาก
ทำให้เวทีของเฉินหลิงซูไม่ใช่แค่ “เสียง” ที่เพราะ แต่ “คน” ก็ยังสวยมากด้วย สำหรับผู้ชมแล้วถือเป็นการเสพงานทั้งหูทั้งตาอย่างแท้จริง!
“ราชินีปีศาจ!”
“เพราะมาก!”
“ปอดโคตรจะเทพ!”
“ในโซนเสียงสูงยังเอื้อนได้ขนาดนี้!”
“เสียงสูงของเฉินหลิงซูอาจไม่เหนือกว่าลั่วหนิงก็จริง แต่ลูกเอื้อนนี่โคตรมีเสน่ห์ เอื้อนจนกระดูกฉันจะละลาย!”
“โชว์โหดสุดตั้งแต่แข่งมาเลย!”
“เพลงนี้เป็นรอบที่เฉินหลิงซูทำได้ดีที่สุดตั้งแต่เข้าร่วม ‘ยุคซูเปอร์โนวา’ แล้วนะ แล้วดูหน้าตาเธอสิ ฟีลเทพีเต็มแม็กซ์ ถึงขั้นว่าพอเธอร้องเพลงแบบนี้ ฉันยังรู้สึกเลยว่าผู้ชายที่ทำร้ายเธอในเพลงนี่มันน่าตายจริงๆ!”
ผู้ชมอินกันสุดขีด!
เทคนิคการร้องของเฉินหลิงซู ไม่เคยทำให้ใครผิดหวัง จุดอ่อนของเธอคือเสียงขาดอารมณ์ แต่ไม่รู้ทำไม รอบนี้คนดูกลับรู้สึกได้ถึงอารมณ์ในเสียงของเธอ แม้ไม่ได้น้ำหนักจัดจ้านมากนัก แต่ก็เหมือนมีบางอย่างคลอแฝงอยู่จางๆ ไม่ใช่แค่ทักษะกับเสียงสูงอย่างเดียวอีกต่อไป......
จบการร้อง
สตูดิโอในห้องส่งเดือดพล่านไปทั้งฮอลล์!
และท่ามกลางความคึกคักนั้นเอง กู้สิงก็ลุกออกจากที่นั่งมุ่งหน้าไปยังโซนรอขึ้นเวทีแล้ว ระหว่างเดินผ่านทางเดินยาวที่เชื่อมไปยังเวที เขาก็สวนกับเฉินหลิงซูเข้าอย่างจัง
เฉินหลิงซูที่เพิ่งร้องจบ หน้าตาไม่เห็นเค้าล้าหรือเหนื่อยเลย ตรงกันข้ามกลับดูเปล่งปลั่งสดใส พอเห็นว่ากู้สิงกำลังจะขึ้นเวที เธอก็กลั้นตัวเองไม่ไหว เดินเข้ามากอดเขาก่อนเสียอย่างนั้น
ตอนสวมกอดกู้สิง เฉินหลิงซูแอบรู้สึกเสียใจขึ้นมานิดหน่อย
ตัวเองจะหุนหันเกินไปหรือเปล่า ถ้าเกิดมีคนดูในไลฟ์จับเค้าลางความสัมพันธ์ได้จะทำยังไงกัน แต่เพราะการแสดงบนเวทีเมื่อกี้มันเพอร์เฟ็กต์เกินไป เธออดไม่ได้ที่อยากแบ่งปันความรู้สึกนี้กับคนที่ตัวเองรัก ใจมันร้อนรนอยากระบาย จนแทบควบคุมไม่อยู่
คงดูไม่ออกหรอกมั้ง?
กระทั่งตอนผละออกจากอ้อมกอดของกู้สิง หัวใจของเฉินหลิงซูก็ยังมีความกังวลหลงเหลืออยู่ แต่สีหน้าที่ฉายออกมากลับตั้งใจทำให้ดูห่างเหิน เหมือนว่าอ้อมกอดเมื่อครู่ก็เป็นเพียงการให้กำลังใจตามมารยาทเท่านั้น
แสดงเก่งใช้ได้เลย
กู้สิงบ่นในใจ ถ้าดูจากสีหน้าของเฉินหลิงซูอย่างเดียว ใครจะไปคิดออกกันว่า ผู้หญิงคนนี้เวลาอยู่ในโรงแรมแล้วถูกเขากอดไว้ในอ้อมแขน จะทั้งเซ็กซี่ทั้งน่ารักเหมือนลูกแมวตัวหนึ่งเลยทีเดียว
“สู้ๆ นะคะ อาจารย์กู้”
เฉินหลิงซูพูดออกมาอย่างสงบเสงี่ยม ราวกับกำลังอธิบายให้คนดูในไลฟ์สดฟังว่า ตัวเองแค่กอดให้กำลังใจคู่แข่งก็เท่านั้น
ที่จริงเฉินหลิงซูคิดมากไปเองทั้งนั้น
ผู้ชมส่วนใหญ่ไม่ได้รู้สึกเลยว่า การที่เฉินหลิงซูกอดกับกู้สิงมีบรรยากาศหวานๆ อะไร เพราะบรรดานักร้องมักจะให้กำลังใจกันแบบนี้อยู่แล้ว
ทุกคนแค่แอบอิจฉากู้สิงนิดหน่อย ที่ได้คนสวยมาซบอกกอดให้กำลังใจแบบนี้ต่างหาก
มีแต่แฟนคลับของเฉินหลิงซูบางส่วนเท่านั้น ที่รู้สึกว่ามันแปลกๆ อยู่หน่อย เพราะแฟนๆ รู้ดีว่านิสัยสไตล์ไอดอลของเธอเป็นยังไง
ภายนอกดูเหมือนเป็นคนที่วางตัวดี เข้ากับใครก็ได้ ดูเป็นเทพีที่เพอร์เฟ็กต์ตลอดเวลา
แต่ในความเป็นจริง เธอแทบไม่เคยมีการแตะเนื้อต้องตัวกับผู้ชายเลย แบบที่เป็นฝ่ายเข้าไปกอดนักร้องชายก่อนอย่างเมื่อครู่นี่ยิ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ทว่าพอคิดไปคิดมา แฟนๆ กลุ่มนั้นก็เปลี่ยนความคิดไปอีกมุมหนึ่ง แค่กอดทีเดียว มันก็ยังสรุปอะไรไม่ค่อยได้หรอก
ไม่ว่าเหตุผลจะเป็นอะไร สรุปก็คือทั้งสองคนกอดกันแป๊บเดียวแล้วก็ผละออก จากนั้นเฉินหลิงซูก็กลับเข้าไปในโถงพักนักร้อง ส่วนกู้สิงก็เดินขึ้นไปแทนที่บนเวที
ตามขั้นตอนแล้ว กู้สิงต้องแนะนำเพลงที่จะร้องสั้นๆ ก่อน
คิดอยู่ครู่หนึ่ง กู้สิงก็หยิบไมค์ขึ้นมา พูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มว่า “ต่อไปนี้ ผมจะร้องเพลงรักเล็กๆ ที่เรียบง่ายหนึ่งเพลงครับ”
ผู้ชมถึงกับชะงักไปเล็กน้อย
ส่วนเฉินหลิงซูที่กลับมาด้านหลังเวทีนักร้อง นั่งลงบนโซฟาได้ไม่นาน พอเห็นกู้สิงบนหน้าจอมอนิเตอร์เอ่ยประโยคนี้ออกมา รอยยิ้มหวานจางๆ ก็เอ่อขึ้นเต็มดวงตาในทันที
เพลงรักเล็กๆ ที่เรียบง่ายเหรอ?
ในเน็ตต่างก็พูดกันว่ากู้สิงเป็นนักร้องสาย “ทำให้รู้สึกหม่นหมอง” เพลงของเขาเกือบทั้งหมดล้วนใช้ความเศร้าเป็นโทนหลัก
แต่วันนี้
กู้สิงกลับทำตรงข้ามกับภาพลักษณ์เดิมของตัวเอง บอกว่าจะร้องเพลงรักเล็กๆ ที่เรียบง่ายสักเพลงหนึ่ง!
เฉินหลิงซูที่ฉลาดหัวไว แค่ได้ยินประโยคนี้ก็เดาออกทันทีว่า เพลงรักที่จะร้องต่อจากนี้ เขาตั้งใจจะร้องให้เธอฟังต่างหาก ถึงยอมเปลี่ยนสไตล์การแสดงบนเวทีที่ใช้มาตลอด!
คุณกู้ช่างน่ารักจริงๆ เลยนะ~
รู้ตัวดีว่าวันนี้ยังไงก็ไม่มีทางชนะแฟนสาวที่เก่งระดับจอมปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ไร้เทียมทานได้อยู่แล้ว ก็เลยถือเวทีรอบชิงเป็นข้ออ้าง ใช้เพลงรักเล็กๆ แอบบอกรักเธอตรงๆ บนเวทีไปเลยใช่ไหมล่ะ?
ฮี่ฮี่~
กลางเวที กู้สิงยืนอยู่โดดเด่นภายใต้กรอบแสงสปอตไลต์ เสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบคู่กับกางเกงขายาวสีดำ มือกำไมโครโฟนเอาไว้ “ลืมบอกทุกคนไป เพลงของพวกเราชื่อว่า ‘เพลงรักเล็กๆ’ ครับ”
โอ๊ย~
ทันทีที่ชื่อเพลงดังออกมาจากปากเขา เฉินหลิงซูที่จ้องจอมอนิเตอร์อยู่ด้านหลังเวทีแทบกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ ชื่อเพลงน่ารักเกินไปแล้ว นึกว่าหมอนี่จะไม่รู้จักคำว่าความโรแมนติกเสียอีก
ห้ามหัวเราะนะ
ถ้าให้คนอื่นจับได้ว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลก็แย่สิ
เฉินหลิงซูรีบขยับเปลี่ยนท่านั่งของตัวเอง ทำหน้าให้ดูจริงจังนั่งหลังตรงเรียบร้อย แต่ดวงตากลับหรี่วนจนคล้ายพระจันทร์เสี้ยวในคืนเดือนเสี้ยวในทันที ในใจเอาแต่ท่องคำเดิมซ้ำไปมาไม่หยุด:
เพลงรักเล็กๆ เพลงรักเล็กๆ......
เฉินหลิงซูรู้สึกเหมือนในอกมีลูกโป่งลูกเล็กๆ ใบหนึ่งที่กำลังถูกเป่าลมเข้าไปอย่างรวดเร็ว “ปุ้ง” ขึ้นมาแน่นเอิบ ลอยฟ่องเหมือนจะบินขึ้นไปแตะเพดานอยู่แล้ว
ความล้ากับความตึงเครียดจากการร้อง “รักที่ผิด” เมื่อสักครู่ ถูกความหวานชื่นชนิดนี้กลบมิดในพริบตา
ไอ้หมอนี่ กู้สิง
ปกติก็ดูทำตัวนิ่งๆ เหมือนไม่มีอะไรสั่นคลอน
แต่พอถึงรอบชิงที่ถ่ายทอดสดทั้งประเทศ กลับกลายเป็นว่าเพราะเธอคนเดียว ทำให้เขาเหมือนคนอินเลิฟจนสมองกลายเป็นโหมดความรักไปทั้งดวง ถึงขั้นแต่งเพลงรักเล็กๆ อะไรนี่ขึ้นมา แอบบอกรักกันบนเวทีเฉยเลย~
เฉินหลิงซูถึงกับเริ่มจินตนาการถึงความคิดเล็กๆ น้อยๆ ในใจของกู้สิงขึ้นมาเองแล้ว
กู้สิงในมโนภาพของเธอกลายเป็นตัวการ์ตูนแบบคิวท์ๆ กำลังยืนกระทืบเท้าด้วยความร้อนใจอยู่:
【ฮือฮือฮือ! ร้องสู้หลิงซูของฉันไม่ได้แล้วจะทำยังไงดี? อ่า มีแล้ว! ฉันต้องแต่งเพลงรักหวานๆ ให้คนฟังน้ำตาลขึ้นสักเพลง ร้องบอกรักหลิงซูต่อหน้าผู้ชมทั้งหมดเลย! ชนะหรือแพ้ไม่สำคัญแล้วล่ะ ทำให้หลิงซูของฉันประทับใจต่างหากที่สำคัญ แอบเปลี่ยนรอบชิงให้กลายเป็นเวทีสารภาพรักเงียบๆ ไปเลย! ฉันนี่มันช่างเป็นจอมเจ้าเล่ห์ตัวน้อยจริงๆ!】
ยิ่งคิดเฉินหลิงซูก็ยิ่งขำ ตัวทั้งตัวจมลึกลงไปในโซฟานุ่มๆ ปลายเท้าก็แอบแกว่งไปมาเบาๆ อยู่ตรงมุมอับกล้องโดยไม่รู้ตัว ชายกระโปรงผ้าไหมสีไวน์แดงพลิ้วไหวเป็นระลอกเหลือบแสง เหมือนกับหัวใจของเธอที่กำลังไหวระริกอยู่ตอนนี้ไม่มีผิดเลย
ลั่วหนิงหันไปมองเฉินหลิงซูแวบหนึ่ง
เอิ่มมม.....
ไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าเพื่อนสาวกำลังยิ้มบ้าบออะไรอยู่







