ซูอันอิงเป็นคนจิตใจดี เธอคิดเพียงว่าพี่ชายพี่สะใภ้ น้องชายกับน้องสะใภ้กลับบ้านกันไม่บ่อย พวกพี่สะใภ้ต่างก็อยู่ในครัวช่วยกันทำกับข้าว ถ้าเธอไม่ช่วยอะไรเลยก็คงดูไม่ดี เธอจึงรีบจะเข้าไปช่วย
แต่แล้วคำพูดของ สวี่เฉิงโฮ่วก็ทำให้เธอชะงักไป เพราะดูแปลกๆ เหมือนมีอะไรผิดปกติ
ซูอันอิงหันไปมองสามี สวี่ซื่อเยี่ยนก็เห็นเขาทำหน้างงพอๆ กัน
“พ่อบอกให้เธออยู่เลี้ยงลูก ก็ตามนั้นแหละ อยู่เฝ้าห้องเลี้ยงลูกก็แล้วกัน
เจ้าสองคนนั้นก็ซนแต่เช้าแล้ว ถ้าเธอไม่อยู่ ฉันเองก็เอาไม่อยู่จริงๆ”
ไม่ว่าจะเพราะอะไร แต่ในเมื่อพ่อพูดแล้ว ก็ต้องเชื่อฟัง
อีกอย่าง สวี่ซื่อเยี่ยนก็ไม่อยากให้ภรรยาเหนื่อยเกินไปอยู่แล้ว เลยไหลตามคำพ่อ ปล่อยให้เธออยู่เฝ้าเด็กไป
ซูอันอิงเห็นว่าแม่สามีก็นั่งอยู่บนเตียงร้อนในห้อง ดูแล้ววันนี้มันแปลกๆ แน่ๆ
เอาเถอะ ว่าไงก็ว่างั้น เชื่อฟังก็แล้วกัน อยู่ในห้องเงียบๆ ไป
สุดท้าย ซูอันอิงก็อยู่ในห้องตะวันออกเลี้ยงลูก ส่วนสะใภ้ทั้งสี่คนก็ช่วยกันในครัว
พอถึงราวๆ บ่ายสอง ทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อย อาหารถูกยกมาในห้องตะวันออก เรียกเด็กๆ กลับมากินข้าวกัน
บังเอิญพอดีสวี่ซื่อฉิน ที่ออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้าก็เพิ่งกลับมา
พี่น้องในบ้านเห็นน้องสาวคนเล็กเปลี่ยนแปลงไปอย่างกับคนละคน ทั้งดูสง่างาม มั่นใจ แถมสูงขึ้นกว่าเดิมอีกต่างหาก ทุกคนพากันอุทานด้วยความตื่นเต้น
“โห! น้องหก! ทำไมหลังผ่าตัดกลับมาดูเปลี่ยนไปขนาดนี้?
โอ้โห ถ้าไม่ดูหน้าก็แทบจำไม่ได้เลยนะเนี่ย!”
ยกเว้นคู่พี่รองสวี่ซื่ออัน ที่เคยเห็นแล้ว คนอื่นๆ พากันตกใจจนแทบคางหล่น
ก่อนหน้านี้ หลายคนยังมีความเห็นค้านๆ เรื่องที่สวี่ซื่อฉินไปผ่าตัดที่เมืองหลวง
ก็แค่หลังค่อมเองนี่นา ไม่เจ็บไม่คัน ทำงานก็ไม่ได้ลำบากอะไร ทำไมต้องไปเจ็บตัวผ่าตัดด้วย?
ถ้าบอกว่าตอนที่ยังไม่มีแฟน แล้วอยากให้หาคู่ได้ง่ายขึ้น ก็พอเข้าใจอยู่
แต่ตอนนี้มีแฟนแล้ว ยังดันทุรังไปผ่าตัดอีกทำไม?
ทั้งเสี่ยง ทั้งทรมาน แถมต้องเสียเงินอีกเยอะ แบบนี้ไม่ใช่หาเรื่องใส่ตัวหรือยังไง?
แต่พอเห็นน้องสาวเปลี่ยนแปลงไปเหมือนเกิดใหม่แบบนี้ ความคิดเดิมๆ ก็พังทลายไปทันที
เปลี่ยนไปขนาดนี้ ยังจะเรียกว่าน้องหกคนเดิมได้ยังไงกัน?
สมกับคำว่าเงินไม่เสียเปล่า จริงๆ แค่เห็นเธอในตอนนี้ ยังไงก็ถือว่าคุ้ม
สวี่ซื่อฉินเดินทักทายพี่ชายพี่สะใภ้แต่ละคนอย่างเรียบร้อย
“เช้านี้ฉันไปหาอาจารย์มาค่ะ ไม่คิดเลยว่าศิษย์รุ่นพี่รุ่นน้องของท่านจะมาพร้อมกันหมดเลย
สิบกว่าคนจากทั่วทุกสารทิศ มารวมกันแล้วก็พูดคุยกันจนเพลิน เลยกลับช้าแบบนี้แหละค่ะ”
ตอนนี้สวี่ซื่อฉินเปลี่ยนไปมาก คนที่รู้จักเธอก็ย่อมอยากถามไถ่เรื่องการผ่าตัด จะปล่อยให้กลับง่ายๆ ได้ยังไง?
ถามกันโน่นนี่ไปเรื่อย เธอเลยกลับมาช้าอย่างช่วยไม่ได้
“ไม่เป็นไรๆ น้องหก มานี่เลย เธอยังไม่ฟื้นเต็มที่ ขึ้นไปพักบนเตียงร้อนเถอะ”
ถึงยังไงก็เป็นพี่น้องกัน พี่ชายพี่สะใภ้ยังไงก็รักน้องอยู่ดี รีบชวนให้เธอขึ้นไปพัก
สวี่ซื่อฉินอยู่ที่บ้านอาจารย์มานาน ไหนจะเดินกลับบ้านอีก เลยค่อนข้างเหนื่อย จึงไม่เกรงใจนัก ขึ้นไปพักผ่อนบนเตียงทันที
ทางนี้อาหารก็จัดพร้อมแล้ว เหลือแค่รอพ่อแม่มานั่งที่โต๊ะ ก็จะเริ่มกินกัน
สวี่เฉิงโฮ่วหันไปมองสวี่ซื่อเยี่ยน
“เจ้าสาม มาช่วยพ่อหน่อย พ่อจะออกไปเข้าห้องน้ำ”
ที่จริงแล้วคุณพ่อมีเรื่องอยากคุยกับลูกชายคนที่สาม แต่พูดในวงใหญ่ไม่ได้ จึงหาเรื่องหลบออกไป
คนอื่นๆ เห็นก็รีบจะเข้าไปช่วย แต่คุณพ่อโบกมือปฏิเสธ
“ไม่ต้อง ไม่ต้องหรอก ปกติก็ให้เจ้าสามช่วยอยู่แล้ว ฉันชินแล้ว”
สวี่ซื่อเยี่ยนได้ยินแบบนี้ก็ยิ่งรู้สึกว่าต้องมีเรื่องอะไรแน่ๆ
เพราะพ่อร่างกายแข็งแรงขนาดนั้น ตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะที่ต้องให้เขาช่วยพยุง?
“พ่อ เดินช้าๆ นะ ใส่หมวกด้วย เดี๋ยวลมเย็น”
การแสดงต้องสมบทบาท สวี่ซื่อเยี่ยนช่วยพยุงพ่ออย่างระมัดระวัง พ่อกับลูกเดินออกจากห้องไป จนมาถึงบริเวณห้องน้ำในสวนหลังบ้าน
“เจ้าสามฟังให้ดีนะ วันนี้เวลาคุยกับพวกนั้น ห้ามพูดถึงคลิเวียแม้แต่คำเดียวเข้าใจไหม?”
สวี่เฉิงโฮ่วปล่อยมือจากลูกชาย หันกลับมามองด้วยสีหน้าจริงจังและเคร่งเครียด
“หา?” สวี่ซื่อเยี่ยนงงเป็นไก่ตาแตก ไม่เข้าใจว่าพ่อหมายความว่าไง
“หาอะไรล่ะ! ฉันพูดอะไรก็ฟังไว้ ฉันให้ทำอะไรก็ทำไปเถอะ!
จำไว้ ห้ามพูด เดี๋ยวพอเมาแล้วแยกทิศไม่ออก ไปพลั้งปากเล่าอะไรไม่เข้าท่าให้พวกเขาฟังเข้าจะยุ่ง”
เฒ่าสวี่ถลึงตาใส่ลูกชายคนที่สามอย่างหงุดหงิด ไอ้ลูกคนนี้วันๆ ก็ไม่เคยทำให้วางใจได้ สติปัญญาน้อยเหลือเกิน
“โอ้ โอ้ รู้แล้ว รู้แล้ว พ่อวางใจได้เลย ผมรับรองว่าจะไม่พูดถึงแน่นอน”
สวี่ซื่อเยี่ยนรู้สึกตัว รีบพยักหน้ารับปากทันที
พูดตามตรง สวี่ซื่อเยี่ยนก็ไม่คิดจะชวนพี่ชายคนโต คนที่สี่ หรือคนที่ห้าร่วมวงอยู่แล้ว
ในมุมมองของเขา พี่ชายสามคนนี้ต่างก็มีงานทำกันหมด บางคนทำงานในเขตการปกครอง บางคนทำที่อำเภอ
คนที่ทำงานให้รัฐแบบนี้ไม่ควรเข้าไปยุ่งเรื่องพวกนี้หรอก
เพราะถ้าถูกจับได้ขึ้นมา อาจถูกฟ้องร้องแล้วต้องเสียงานที่มั่นคงไป ซึ่งไม่คุ้มเลยกับเงินแค่ไม่กี่หยวน
ส่วนพี่รองสวี่ซื่ออัน ตอนนี้ทำงานที่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์
สวี่ซื่อเยี่ยนเองก็วางแผนจะสร้างเรือนปลูกไม้ดอกที่ฟาร์มอยู่ดี ยังไงก็คงปิดบังพี่ชายไม่ได้
ถึงตอนนั้นยังไงก็ต้องขอให้พี่ชายช่วยลงแรง ถ้าทำเงินได้ก็แบ่งให้พี่บ้าง
ไหนๆ ก็ให้คนนอกมาร่วมหุ้นแล้ว จะเมินพี่น้องแท้ๆ ได้ยังไง?
พอพ่อพูดแบบนี้ สวี่ซื่อเยี่ยนก็พอจะเดาออกว่าคงมีอะไรบางอย่างที่ทำให้พ่อไม่พอใจพวกพี่ๆ อีกแล้ว
ก็ได้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร ไม่พูดก็ไม่พูด ดีซะอีก
พอได้ยินลูกชายยืนยันแบบนี้ สวี่เฉิงโฮ่วก็สบายใจขึ้นหน่อย
เขาเลยเข้าไปเข้าห้องน้ำ แล้วให้สวี่ซื่อเยี่ยนพาเขาไปล้างมือในบ้าน
ในห้องนั้น ทุกคนต่างนั่งพร้อมหน้ากันแล้ว
รอแค่สวี่เฉิงโฮ่วกับลูกชายกลับมานั่งประจำที่ ก็จะเริ่มกินข้าวปีใหม่กันอย่างเป็นทางการ
แม้โจวกุ้ยหลานจะไม่ได้ลงมือทำอาหารเอง แต่เธอก็เตรียมวัตถุดิบไว้ครบถ้วน
ดังนั้นอาหารมื้อกลางวันเลยยังคงอุดมสมบูรณ์ มีอาหารเนื้อหลายอย่าง
โดยเฉพาะ แกงแพะพะโล้ ที่หากินไม่ได้บ่อยๆ ทุกคนต่างชอบกันมาก
ส่วน ไก่ตุ๋น กับ ผักกวางตุ้งแบบพิเศษ ก็เป็นเมนูประจำปีของบ้านตะวันออกนี้
ยังมี ไก่ตุ๋นเห็ด, ซี่โครงหมูพะโล้, ผัดวุ้นเส้นกับผักดอง ก็ล้วนแต่อร่อยทั้งนั้น
ลูกหลานได้กลับบ้านพร้อมหน้าพร้อมตา ทุกคนนั่งกินข้าวรวมกันอย่างอบอุ่น บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุข
สวี่เฉิงโฮ่วกับลูกชายทั้งหลายต่างก็ยกแก้วกันคนละหน่อย พอให้พอครึกครื้น
“มาๆ ดื่มกันหน่อย ปีนึงแทบไม่ได้เจอหน้ากันเลย พอถึงปีใหม่ก็ขอให้ลูกผู้ชายพวกเราฉลองกันให้สนุกหน่อยเถอะ”
สวี่เฉิงโฮ่วเหมือนจะลืมเรื่องขุ่นเคืองในตอนเช้าไปหมดแล้ว
หัวเราะเฮฮาดื่มเหล้ากับลูกชายอย่างอารมณ์ดี
มื้อนั้นกินกันยาวถึงเกือบสี่โมงเย็น
หลังมื้ออาหาร เสวี่ยซิ่วหลิงกับพี่สะใภ้อีกสองคนก็ช่วยกันเก็บโต๊ะและล้างจาน
ส่วนสวี่ซื่อเซียนกับคนอื่นๆ ก็นั่งจับกลุ่มคุยเล่นหัวเราะสนุกสนาน
อีกสักพัก สวี่ซื่ออันก็พาภรรยาและลูกๆ กลับก่อน
เพราะออกจากบ้านมาตั้งนาน ไฟในบ้านไม่ได้จุด ถ้าช้าไปคงลำบาก
แต่บ้านเขาอยู่ไม่ไกล เดินกลับได้สะดวก
ตอนนี้ไม่มีรถโดยสารกลับเขตอำเภอแล้ว
ดังนั้นบ้านอีกสามหลังที่มาจากไกลก็เลยต้องพักค้างที่นี่ แล้วค่อยกลับในตอนเช้า
ห้องเล็กทางทิศตะวันตกนั้นปกติไม่มีคนอยู่ และก็ไม่ได้จุดไฟ
แต่ยังพอมีห้องว่าง ได้แก่ ห้องเล็กและห้องรองทางทิศตะวันออก รวมถึงห้องรองฝั่งตะวันตก
สวี่เฉิงโฮ่วกับโจวกุ้ยหลานเลยตกลงกันว่า จะพาเสวี่ยซื่อฉินไปพักที่บ้านของสวี่ซื่อเยี่ยน
จะได้ช่วยดูแลเด็กๆ ด้วย ส่วนที่บ้านนี้ก็แบ่งห้องให้สามครอบครัวนอนได้สบายๆ
ไม่ต้องเบียดกันให้อึดอัด
ยังไงบ้านก็มีห้องเหลือเยอะ จะนอนยังไงก็ไม่มีปัญหา







