กู้สิงวางโทรศัพท์ลง และเขากับลั่วหนิงก็เที่ยวเล่นกันต่อ
ทางเดินหินสีเขียวในเขตท่องเที่ยว กำแพงสีขาวกระเบื้องสีดำ สะพานเล็กๆ และสายน้ำไหลริน ล้วนเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายของเจียงหนาน
นักท่องเที่ยวมีไม่มากนัก เดินกันเป็นกลุ่มเล็กๆ สองสามคน นานๆ ครั้งจะเห็นเด็กสาวในชุดฮั่นฝูสองสามคนกำลังถ่ายรูปอยู่
กู้สิงกับลั่วหนิงเดินเคียงข้างกัน จับมือกัน ราวกับกำลังหวนนึกถึงช่วงเวลาครึ่งปีที่พวกเขาเคยเดินทางท่องเที่ยวด้วยกัน
ลั่วหนิงยังคงให้ความสนใจกับทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนเช่นเคย
เมื่อเห็นแผงขายขนมน้ำตาลแฮนด์เมด เธอก็หยุดดูอยู่นานสองนาน
เจ้าของร้านเป็นคุณป้าวัยห้าสิบกว่า ทักทายอย่างกระตือรือร้นว่า “หนูลองชิมได้นะ ไม่ซื้อไม่เป็นไรจ้ะ”
ลั่วหนิงหยิบขนมน้ำตาลดอกกุ้ยฮวาชิ้นเล็กๆ ขึ้นมาใส่ปาก เคี้ยวๆ แล้วดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาเล็กน้อย
กู้สิงถาม “อร่อยไหม”
ลั่วหนิงพยักหน้า จากนั้นกู้สิงก็สแกนจ่ายเงินโดยตรง ซื้อมาสองถุง
ถุงหนึ่งยื่นให้ลั่วหนิง อีกถุงหนึ่งเขาถือไว้เอง กะว่าจะเอาไปให้เฉินหลิงซูกิน แม้ว่าซูซูอาจจะไม่ชอบของหวานข้างทางแบบนี้ก็ตาม
ลั่วหนิงรับถุงขนมมา มุมปากโค้งขึ้นเล็กน้อย ไม่ได้พูดอะไร แต่ฝีเท้ากลับเบาขึ้นมาก
ทั้งสองคนเดินไปตามริมแม่น้ำ บนผิวน้ำมีเรือหลังคาผ้าใบทรงโค้งอยู่หลายลำ คนพายเรือสวมงอบ ค่อยๆ โยกพายอย่างเชื่องช้า
ลั่วหนิงยืนดูอยู่บนสะพานครู่หนึ่ง หยิบโทรศัพท์ออกมาถ่ายรูปสองสามใบ แล้วก็ส่งเข้าไปในกลุ่มแชต
กู้สิงไม่ได้ดูกลุ่มแชต เขาชูโทรศัพท์ขึ้นเล็งไปที่ลั่วหนิง
ลั่วหนิงกำลังยืนอยู่ริมสะพานมองปลาในน้ำ ใบหน้าด้านข้างของเธองดงามมาก แสงแดดสาดส่องลงบนเส้นผม เคลือบไว้ด้วยสีทองจางๆ
แชะ
ลั่วหนิงหันกลับมามองเขาแล้วยิ้ม
แชะๆ กู้สิงกดถ่ายรัวๆ ไปหลายรูป จากนั้นก็ก้มหน้าลงเลื่อนดู พอใจเป็นอย่างยิ่ง
ลั่วหนิงเดินเข้ามา ชะโงกหน้าไปดูหน้าจอโทรศัพท์ของเขา หลังจากดูเสร็จก็พูดว่า
“รูปนี้ไม่สวย”
“ไม่สวยตรงไหน สวยมากออก”
“สีหน้าแข็งทื่อเกินไป”
“ไม่แข็งซะหน่อย เป็นธรรมชาติมาก”
ลั่วหนิงยื่นมือไปจะกดปุ่มลบ กู้สิงก็ชูโทรศัพท์ขึ้นสูง เธอเอื้อมไม่ถึง แม้จะเขย่งปลายเท้าก็ยังไม่ถึง
สุดท้ายลั่วหนิงก็ยอมแพ้ หันหลังเดินไปข้างหน้า
หลังจากเดินไปได้สองสามก้าว เธอก็หันกลับมาทันที มุมปากโค้งขึ้น ในดวงตามีประกาย “นายรีบๆ หน่อยสิ”
กู้สิงชะงักไปครู่หนึ่ง รีบวิ่งตามขึ้นไป
ทั้งสองคนเดินเที่ยวจนถึงตอนเที่ยง และกินมื้อกลางวันที่ร้านอาหารริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง
กู้สิงสั่งอาหารพื้นเมืองจานเด็ดมาสองสามอย่าง รสชาติไม่เลว
ลั่วหนิงกินข้าวไปสองชาม มากกว่าปกติ ดูเหมือนว่าจะเจริญอาหารเป็นพิเศษ
“อร่อยเหรอ” กู้สิงถาม
“อื้ม ปลาอันนี้อร่อยมากเลย” ลั่วหนิงชี้ไปที่เนื้อปลาหม่าล่าบนโต๊ะ
นานๆ ครั้งเธอจะใช้คำว่า “มาก”
กู้สิงกินไปคำหนึ่ง รสชาติดีมากจริงๆ
หลังจากกินข้าวเสร็จ ทั้งสองคนก็เดินเที่ยวกันต่ออีกครู่หนึ่ง ซื้อของกระจุกกระจิกมานิดหน่อย
ลั่วหนิงซื้อตะกร้าสานไม้ไผ่ใบเล็กๆ มาใบหนึ่ง บอกว่าเอาไว้วางบนโต๊ะใส่ผลไม้ได้
กู้สิงซื้อพัดพับมาด้ามหนึ่ง บนพัดวาดเป็นภาพทิวทัศน์ภูเขาและสายน้ำ แม้จะไม่มีราคาค่างวดอะไร แต่ก็ให้ความรู้สึกดีทีเดียว
กว่ากู้สิงกับลั่วหนิงจะกลับถึงโรงแรมก็เป็นเวลาที่ม่านราตรีกางคลุมพอดี
พวกเขาเที่ยวเล่นในเขตท่องเที่ยวตลอดช่วงบ่าย เดินเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่งจนทั่ว
“เหนื่อยไหม”
กู้สิงใช้คีย์การ์ดเปิดประตู
ลั่วหนิงเดินไปนั่งลงที่โซฟา “ก็ไม่เท่าไร แค่เมื่อยขานิดหน่อย”
กู้สิงยิ้มแล้วย่อตัวลง ยกเท้าของเธอขึ้น “ถ้างั้นให้สามีช่วยนวดให้หน่อยนะ”
พูดจบกู้สิงก็ถอดรองเท้าของลั่วหนิงออก ค่อยๆ นวดน่องและข้อเท้าของเธออย่างแผ่วเบา ด้วยแรงที่ไม่หนักไม่เบาเกินไป
เมื่อครึ่งปีก่อนที่เคยไปเที่ยวกับลั่วหนิง กู้สิงก็เคยช่วยเธอนวดแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง
ไม่นานนัก เสียงปลดล็อกประตูก็ดังขึ้น เฉินหลิงซูผลักประตูเข้ามา ในมือหิ้วถุงอยู่หลายใบ เมื่อเห็นภาพบนโซฟา เธอก็เลิกคิ้วขึ้น
“โย่ว ฉันกลับมาไม่ถูกเวลาเหรอเนี่ย”
ลั่วหนิงหน้าแดงเล็กน้อย อยากจะดึงเท้ากลับ
กู้สิงไม่ยอม ยังคงนวดต่อไป พลางตอบอย่างใจเย็น “ไม่เลย เธอมาได้ถูกเวลาพอดี”
เฉินหลิงซูวางถุงลงบนโต๊ะ เดินมาหย่อนก้นนั่งลงข้างๆ ลั่วหนิง เอียงคอมองกู้สิงนวดเท้าให้เธอ
“บริการดีไม่เลวนี่นา”
พูดพลาง เฉินหลิงซูก็ยื่นเท้าของตัวเองออกมาด้วย “สามี ฉันก็อยากได้บ้าง”
กู้สิงมองเธอพลางยิ้ม “เธอบอกว่าวันนี้จะไม่รบกวนโลกสองเราไม่ใช่เหรอ”
“นั่นมันที่ฉันพูดตอนกลางวัน”
เฉินหลิงซูถอดรองเท้าบูตออกอย่างหน้าตาเฉย “ตอนนี้กลางคืนแล้ว โลกของฉันก็ต้องเข้าร่วมด้วยสิ”
ลั่วหนิงหัวเราะออกมา
กู้สิงปลีกมือข้างหนึ่งออกมา ยกเท้าของเฉินหลิงซูขึ้นมาด้วย สองมือข้างละคน นวดให้ทั้งสองคนพร้อมกัน
เฉินหลิงซูเอนตัวพิงไปด้านหลังอย่างสบายอารมณ์ พิงโซฟาแล้วหรี่ตาลง
“แบบนี้สิถึงจะถูก”
ลั่วหนิงก็เอนตัวพิงไปด้านหลังเช่นกัน รู้สึกว่ายังไม่ค่อยสบายตัวนัก คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็เลยเอนตัวพิงไหล่ของเฉินหลิงซู
ทั้งสามคนขดตัวอยู่บนโซฟาแบบนั้น โทรทัศน์เปิดอยู่ กำลังฉายรายการวาไรตี้อะไรสักอย่าง แต่ไม่มีใครตั้งใจดู
นวดไปได้สักพัก เฉินหลิงซูก็ลุกขึ้นนั่ง
“เอาล่ะ ลำบากสามีแล้วนะ ฉันไปอาบน้ำก่อนล่ะ วันนี้ซ้อมเต้น เหงื่อออกท่วมตัวเลย”
เธอลุกขึ้น เดินไปทางห้องอาบน้ำ พอถึงประตูก็หันกลับมา “จริงสิ ฉันซื้อของมานิดหน่อยอยู่ในถุง พวกนายดูสิ”
ประตูปิดลง
ลั่วหนิงมองไปที่ถุงด้วยความสงสัย
เปิดถุงแรกออกมา เป็นของกินสองสามกล่อง มีทั้งขนมและผลไม้
ลั่วหนิงมองไปที่ถุงด้วยความสงสัย เปิดถุงแรกออกมา เป็นของกินสองสามกล่อง มีทั้งขนมและผลไม้
มีสตรอว์เบอร์รีที่ล้างแล้ว มะม่วงที่หั่นแล้ว แล้วก็มีโยเกิร์ตสองถ้วยกับมันฝรั่งทอดอีกหนึ่งถุง
ลั่วหนิงหยิบสตรอว์เบอร์รีขึ้นมาลูกหนึ่ง กัดไปคำหนึ่ง หวานมาก ที่มุมปากเปื้อนน้ำนิดหน่อย
กู้สิงโน้มตัวเข้ามา อ้าปากเป็นเชิงบอก
ลั่วหนิงมองเขาแวบหนึ่ง แล้วหยิบสตรอว์เบอร์รีอีกลูกยื่นไปให้
ตอนที่กู้สิงกัด ริมฝีปากของเขาก็สัมผัสกับปลายนิ้วของเธอ
“ซูซูซื้อมาครบดีเหมือนกันนะ”
กู้สิงพูดขณะเคี้ยวสตรอว์เบอร์รี “อันนี้หวานมาก”
ลั่วหนิงค้นถุงที่สองต่อ ในถุงใบนี้เป็นของใช้ในชีวิตประจำวัน—
รองเท้าแตะคู่ใหม่สามคู่ ชุดแก้วแปรงสีฟันสามชุด แล้วก็มีทิชชูเปียกกับทิชชูแห้งอีกหลายห่อ
ลั่วหนิงชะงักไป
รองเท้าแตะสามคู่ ชุดแก้วแปรงสีฟันสามชุด
เธอมองดูรองเท้าที่ตัวเองสวมอยู่ เป็นรองเท้าแตะใช้แล้วทิ้งของโรงแรม บางเฉียบ เดินแล้วยังลื่น
เฉินหลิงซูคงสังเกตเห็นว่าพวกเขาสองคนไม่มีรองเท้าแตะที่เหมาะสมที่นี่ ก็เลยถือโอกาสซื้อมาให้
ลั่วหนิงไม่ได้พูดอะไร หยิบรองเท้าแตะออกมา คู่หนึ่งสีชมพู คู่หนึ่งสีขาว และอีกคู่หนึ่งสีเทา
เธอเตะรองเท้าแตะใช้แล้วทิ้งที่เท้าออก เปลี่ยนเป็นคู่สีขาว ขนาดพอดีเป๊ะ
“ใส่ใจดีเหมือนกันนะ”
กู้สิงก็เปลี่ยนเป็นคู่สีเทา ลองเหยียบๆ ดู นุ่มนิ่มดี
ประตูห้องอาบน้ำเปิดออก เฉินหลิงซูพันผ้าขนหนูออกมา ผมที่เปียกชื้นพาดอยู่บนไหล่ บนใบหน้ายังมีรอยแดงที่เกิดจากไอน้ำร้อน
เธอเห็นว่าทั้งสองคนเปลี่ยนรองเท้าแตะกันแล้ว ก็เลิกคิ้วอย่างมีชัย
“เป็นไงล่ะ ของที่ฉันซื้อมาไม่เลวใช่ไหม”
“ไม่เลว” กู้สิงพยักหน้า “โดยเฉพาะสตรอว์เบอร์รี หวานมาก”
“แน่นอนอยู่แล้ว ฉันเลือกตั้งนานนะ”
เฉินหลิงซูเดินมาพลางเช็ดผม หย่อนก้นนั่งลงข้างๆ ลั่วหนิง ฉวยสตรอว์เบอร์รีครึ่งลูกจากมือเธอไปยัดใส่ปากจนแก้มตุ่ย
“อื้ม หวานจริงๆ ด้วย”
ลั่วหนิงมองสตรอว์เบอร์รีที่ถูกฉกไปของตัวเอง แล้วก็หยิบลูกใหม่ขึ้นมาอย่างเงียบๆ ด้วยใบหน้าไร้อารมณ์