พริบตาเดียวก็ผ่านไปอีกวัน เช้าวันที่สอง เมื่อแสงแดดลอดผ่านช่องว่างของม่านเข้ามา กู้สิงก็ตื่นขึ้น ครั้งนี้เขาไม่ได้ตื่นเอง แต่ถูกทับจนตื่น
ด้านซ้าย
เฉินหลิงซูทั้งตัวกำลังเกาะอยู่บนร่างของเขา ขาข้างหนึ่งพาดอยู่บนขาของเขา แขนโอบรอบคอ ใบหน้าซุกอยู่ในซอกไหล่ของเขา หายใจอย่างสม่ำเสมอ
ด้านขวา
ลั่วหนิงขดตัวอยู่ในอ้อมแขนของเขา ศีรษะพิงอยู่บนไหล่ มือวางอยู่บนหน้าอก ปลายนิ้วงอเล็กน้อย หลับใหลอย่างเงียบสงบ
กู้สิงนอนนิ่งไม่ขยับ เรื่องราวเมื่อคืนวานผุดขึ้นมาในหัวของเขาอีกครั้ง
หลังจากคิดทบทวนจบก็รู้สึกปวดเอวขึ้นมานิดหน่อย แขนก็เริ่มชา กู้สิงพยายามค่อยๆ ดึงแขนออก
เฉินหลิงซูส่งเสียงในลำคอ แต่กลับกอดแน่นขึ้นกว่าเดิม ลั่วหนิงก็ขยับตัวและซุกเข้ามาในอ้อมแขนของเขา กู้สิงจึงได้แต่ล้มเลิกความคิด
ก็ได้แต่ยังคงนอนอยู่อย่างนั้น
แขนซ้ายถูกเฉินหลิงซูใช้หนุนต่างหมอน แขนขวาถูกลั่วหนิงกอดต่างหมอนข้าง ขยับตัวไม่ได้
“อืม...”
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ ในที่สุดเฉินหลิงซูก็ตื่นขึ้น เธอลืมตาขึ้นมองกู้สิงอย่างงัวเงีย แล้วก็หลับตาลงอีกครั้ง พูดด้วยน้ำเสียงอู้อี้ว่า
“อรุณสวัสดิ์”
“อรุณสวัสดิ์”
“อรุณสวัสดิ์”
เสียงที่สามเป็นของลั่วหนิง เธอก็ตื่นแล้วเช่นกัน แต่ยังไม่ขยับ ยังคงนอนอิงแอบอยู่บนไหล่ของกู้สิง
“แขนฉันชาไปหมดแล้วทั้งสองข้าง”
เมื่อเห็นว่าหญิงสาวทั้งสองคนไม่ยอมปล่อยเขา กู้สิงจึงต้องเอ่ยปาก
เฉินหลิงซูกะพริบตาอย่างเจ้าเล่ห์ “นายถูกพวกเราลักพาตัวแล้ว ตอนนี้ต่อให้ตะโกนจนคอแตกก็ไม่มีใครมาช่วยหรอก...”
ลั่วหนิงคลายแขนของกู้สิงออก
กู้สิงยิ้มพลางขยับแขนข้างนั้น “หนิงหนิงของพวกเราเชื่อฟังที่สุด”
เฉินหลิงซูก็ปล่อยมือเช่นกัน จากนั้นก็ยื่นมือข้ามหน้าอกของกู้สิงไปจิ้มแก้มของลั่วหนิงเบาๆ
ลั่วหนิงขมวดคิ้วเล็กน้อย
เฉินหลิงซูยิ้มให้เธอ
ลั่วหนิงไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ ใบหน้าของเธอแดงขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้หลบมือของเฉินหลิงซู
ในตอนนี้ลั่วหนิงมองเฉินหลิงซูอย่างรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองอยู่บ้าง แต่กู้สิงกลับพึงพอใจอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อเห็นเพื่อนสนิททั้งสองคืนดีกัน ในใจของเขาก็ราวกับถูกเติมเต็มด้วยบางสิ่งบางอย่าง เผยรอยยิ้มที่พึงพอใจออกมา
“กี่โมงแล้ว?”
เฉินหลิงซูดึงมือกลับ แล้วซุกเข้าไปในอ้อมแขนของกู้สิงอีกครั้ง เธอกับลั่วหนิงยอมรับเรื่องนี้แล้ว อย่างไรเสียนี่เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้
ไม่แพ้ทั้งคู่ก็ชนะทั้งคู่
เฉินหลิงซูปรับทุกข์กับตัวเองเช่นนี้ ยิ่งไปกว่านั้นลั่วหนิงยังเป็นเพื่อนสนิทของเธอ ทั้งสองเคยสัญญากันไว้ว่าจะไม่แยกจากกันไปตลอดชีวิต งั้นต่อไปก็มาเป็นภรรยาของกู้สิงด้วยกัน แบบนี้ก็จะไม่ต้องแยกจากกันไปตลอดชีวิตแล้วไม่ใช่หรือ?
“สิบโมง”
กู้สิงเหลือบมองโทรศัพท์
เฉินหลิงซูปิดตาลง พูดอย่างเกียจคร้าน “เหนื่อยจัง ขอนอนต่ออีกหน่อยนะ”
กู้สิงยิ้ม ทั้งสามคนนอนอยู่อย่างนั้นไม่มีใครขยับ แสงแดดสว่างขึ้นเรื่อยๆ ลำแสงที่ส่องผ่านช่องว่างของม่านก็ค่อยๆ กว้างขึ้น ในที่สุดก็คลืบคลานขึ้นมาบนผ้าห่ม ทิ้งสีสันอันอบอุ่นไว้บนร่างกาย
“หิวแล้ว”
ผ่านไปเนิ่นนาน เฉินหลิงซูก็ลืมตาขึ้นอีกครั้งและเอ่ยปากเบาๆ
“งั้นก็ลุกกันเถอะ?”
“อืม ลุกเถอะ”
เฉินหลิงซูรับคำ แต่ไม่ขยับ ลั่วหนิงก็ไม่ขยับเช่นกัน
กู้สิงก็ไม่ได้เร่งเร้า เขาชอบบรรยากาศที่ลั่วหนิงและเฉินหลิงซูอยู่ร่วมกันอย่างปรองดองเช่นนี้
ผ่านไปอีกห้านาที ในที่สุดเฉินหลิงซูก็ขยับ เธอยันตัวลุกขึ้นนั่ง ผมเผ้ายุ่งเหยิง หาวออกมาหนึ่งครั้ง แล้วก้มลงมองคนสองคนที่ยังนอนอยู่
“พวกนายไม่ลุกเหรอ?”
ลั่วหนิงลืมตามองเธอ แต่ไม่ได้พูดอะไร
เฉินหลิงซูก้มตัวลง จุ๊บที่ใบหน้าของกู้สิงหนึ่งที จากนั้นก็โน้มตัวไปจุ๊บที่ใบหน้าของลั่วหนิงอีกหนึ่งที
ลั่วหนิงชะงักไปครู่หนึ่ง
เฉินหลิงซูลงจากเตียงแล้ว เดินเท้าเปล่าไปยังห้องน้ำ พลางเดินพลางพูดว่า “ฉันไปอาบน้ำก่อนนะ พวกนายสวีตกันไปช้าๆ เลย”
ประตูห้องน้ำปิดลง
กู้สิงหันไปกอดลั่วหนิงไว้ในอ้อมแขน กระซิบเบาๆ “เธอเสียใจไหม?”
ใบหน้าของลั่วหนิงซบอยู่ที่อกของเขา มองไม่เห็นสีหน้า ไม่กี่วินาทีต่อมา เสียงของเธอก็ดังขึ้น
“ไม่เสียใจ”
กู้สิงยิ้มและกอดเธอแน่นขึ้น
เสียงน้ำในห้องน้ำหยุดลง ผ่านไปครู่หนึ่ง เฉินหลิงซูก็ออกมาพร้อมกับผ้าเช็ดตัวผืนเดียว ผมเปียกชุ่ม บนใบหน้ายังมีไอน้ำเกาะอยู่
“ฉันขอเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะ จะลงไปกินข้าวก่อน”
กู้สิงกับลั่วหนิงยังไม่ลุกจากเตียง “ไม่รอพวกเราหน่อยเหรอ?”
เฉินหลิงซูกลอกตา “พวกนายก็ตัวติดกันเป็นตังเมไปเถอะ วันนี้ฉันจะไม่ขัดจังหวะโลกส่วนตัวของพวกเธอสองคนแล้วกัน พอดีนัดซ้อมไว้”
“สู้... สู้... นะ...”
ลั่วหนิงให้กำลังใจเพื่อนสนิท แล้วมองส่งเฉินหลิงซูเดินออกจากประตูไป
หนึ่งชั่วโมงต่อมา กู้สิงและลั่วหนิงก็ลงมากินข้าวที่ชั้นล่าง ในกรุ๊ปแชทของทั้งสามคน เฉินหลิงซูได้ถ่ายรูปตอนกำลังซ้อมส่งมาให้
【ฉันจะตั้งใจซ้อมเพื่อคัดนายออกให้ได้ @กู้สิง สามี จุ๊บๆ~】
กู้สิงหลุดขำ ส่งอีโมจิจุ๊บๆ กลับไป จากนั้นก็กินข้าวกับลั่วหนิงต่อ พร้อมกับพูดคุยเรื่องการแข่งขันครั้งต่อไป...
เพราะลั่วหนิงทิ้งงานมาที่นี่ เธอจึงลาหยุดไว้สองสามวัน
กู้สิงจึงชวนเธอไปดูการแข่งขันรายการ The Singer เทปที่สามที่หน้างาน
“ได้สิ”
ลั่วหนิงตอบตกลง “กินข้าวเสร็จแล้ว ไปเที่ยวที่จุดชมวิวใกล้ๆ นี้กันไหม?”
กู้สิงยิ้มและบอกว่าไม่มีปัญหา จากนั้นก็กลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้อง ส่วนลั่วหนิงก็เปลี่ยนเป็นชุดเดรสสีอ่อน ปล่อยผมสยายบนไหล่ แต่งหน้าอ่อนๆ อย่างง่ายๆ ทั้งสองคนสวมหน้ากากอนามัยแล้วมุ่งหน้าไปยังจุดชมวิว
จุดชมวิวไม่ใหญ่ แต่โดดเด่นที่ความเงียบสงบ
ฤดูนี้นักท่องเที่ยวไม่เยอะ ทั้งสองคนยังสวมหน้ากากอนามัย เดินอยู่บนทางเดินหิน จึงไม่มีใครจำได้
กู้สิงยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปให้ลั่วหนิง
เธอยืนอยู่ใต้ต้นไทรเก่าแก่ แสงแดดสาดส่องผ่านกิ่งไม้และใบไม้ลงบนร่างของเธอ ชายกระโปรงสีอ่อนพลิ้วไหวเบาๆ ในสายลม
“ยิ้มหน่อย”
ลั่วหนิงโค้งมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่บางเบา แต่สวยงามมาก
กู้สิงกดถ่ายไปหลายรูป แล้วเปลี่ยนมุมถ่ายใหม่
ลั่วหนิงก็ไม่ได้รำคาญ ยืนนิ่งให้เขาถ่ายอยู่แบบนั้น นานๆ ครั้งจะปรับท่าทางเล็กน้อย
หลังจากถ่ายไปสิบกว่ารูป กู้สิงก็ก้มลงดูรูปในโทรศัพท์ ในใจรู้สึกพอใจอย่างมาก เลยส่งทั้งหมดเข้าไปในกรุ๊ปแชทสามคน
【กู้สิง: หนิงหนิงของวันนี้ [รูปภาพ][รูปภาพ][รูปภาพ]】
ข้อความเพิ่งส่งออกไป เฉินหลิงซูก็ตอบกลับมาทันที
【เฉินหลิงซู: ??? ฉันซ้อมเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว พวกนายสองคนไปเดตกันเหรอ?】
【เฉินหลิงซู: ไม่ยุติธรรมเลย ฉันก็อยากถ่ายด้วย】
【เฉินหลิงซู: ลั่วหนิง เธอใส่กระโปรงแล้วสวยมากเลยนะ กระโปรงตัวนี้ทำไมฉันไม่เคยเห็นเลย】
ลั่วหนิงมองโทรศัพท์ มุมปากโค้งขึ้นเล็กน้อย พิมพ์ตอบกลับไป
【ลั่วหนิง: ตัวที่เธอบอกว่าไม่สวยคราวก่อนไง】
【เฉินหลิงซู: ...ฉันเคยพูดด้วยเหรอ? จำไม่ได้แล้ว สวยๆๆ ฉันพูดผิดไปเอง】
กู้สิงยิ้มพลางถ่ายเซลฟี่หนึ่งรูป โดยมีลั่วหนิงอยู่ในเฟรมด้วย ทั้งสองคนพิงชิดกัน สีหน้าของลั่วหนิงยังคงเรียบเฉย แต่ในดวงตามีรอยยิ้มเล็กน้อย เขาส่งรูปนั้นเข้าไปในกรุ๊ป
【เฉินหลิงซู: พวกนายสองคนเลิกส่งมาได้แล้วมั้ง ทางนี้ยังไม่ได้พักเลยนะ】
【เฉินหลิงซู: ช่างเถอะ พวกนายต่อเลย ฉันจะตั้งใจซ้อมให้ดีๆ พยายามคัดกู้สิงออกในเทปที่สามให้ได้ [กำหมัด]】
【กู้สิง: สู้ๆ!】
กรุ๊ปแชทสามคนนี้ ตอนแรกน่าจะนับว่าเป็นกรุ๊ปคุยเรื่องงานของทั้งสามคน ต่อมาก็กลายเป็นกรุ๊ปคุยเล่นของเพื่อน
แต่ผลลัพธ์ในตอนนี้ กลับกลายเป็นว่ามีความรู้สึกเหมือนเป็น “ครอบครัวสุขสันต์” ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก?
กู้สิงมองดูประวัติการแชทแล้วมุมปากก็ยกขึ้น