ท็อปสตาร์เมาแล้วเพี้ยน ป่วนจนวงการบันเทิงฮาลั่น! · khram
ตอนที่ 66
บทที่ 66 อาจารย์ฮวาพ่นเลือดกลางรายการ! เอฟเฟกต์รายการระเบิด!
“มหาจอมเวท คุณไม่ตั้งใจสวดส่งวิญญาณให้แฟนคลับที่ล่วงลับ ยังมาทำเป็นคนดีงาม ถือจริงถือจังมาวิจารณ์ว่าผมมีความสามารถทางดนตรีด้วยหรือ?” ลวี่หมิงเชิดหน้าไม่ไยดี ปากลื่นไหลเป็นปืนแกตลิงยิงรัวไม่หยุด:
“ผลงานของผมอยู่ระดับไหน ให้ผู้ชมเป็นคนวิจารณ์ก็พอ แล้วคุณ คนที่สวมรอยเป็นนักร้อง มีสิทธิ์มาพูดด้วยเหรอ?”
“คุณเข้าใจดนตรีไหม? คุณมีเพลงออริจินัลไหม? แต่งเนื้อแต่งทำนองเองเป็นไหม? คุณเคยนั่งนิ่งๆ ขัดเกลาฝีมือการร้องสักสามห้าปีไหม? หลายปีมานี่ยังเขียนออริจินัลสักเพลงก็ไม่ได้ เป็นเพราะไม่มีพรสวรรค์ หรือเพราะสมัยเรียนยังเรียนอักษรจีนไม่ครบ เลยแม้แต่ลอกก็ลอกไม่เป็นกันแน่?”
“คอนเสิร์ตต้องร้องทับไลน์เสียงตัวเองตลอด ไม่กล้าท้าทายเสียงสูง ก็ไม่มีอะไรโชว์ด้านเทคนิค ร้องลากยาวด้วยเสียงไมค์บ้าพลังสไตล์ KTV ที่ครึ่งประโยคก็คีย์เพี้ยน หลอกแฟนคลับไปวันๆ คุณเห็นแฟนคลับเป็นคนบ้างไหม?”
อาจารย์ฮวาขมวดคิ้ว: “ฉันเตือนให้อย่าพูดมั่ว ไม่งั้นฉันจะฟ้องหมิ่นประมาท!”
“คอนเสิร์ตของฉันร้องสดมาตลอด!”
ถึงเรื่องร้องทับไลน์ในคอนเสิร์ตจะไม่ใช่ความลับในวงการ แต่ถ้าถูกดาราตกกระแสแฉกลางรายการแล้วยังไม่รีบแถลง เดี๋ยวเรื่องจะบานปลาย
“ใช่ ผมพูดผิดไป จริงๆ อาจารย์ฮวาก็มีร้องสดอยู่บ้างแหละ”
สีหน้าจริงจังของอาจารย์ฮวาถึงได้ผ่อนคลายลงหน่อย
“อาจารย์ฮวาของพวกเรามีหลักการร้องอยู่สองร้องสองไม่ร้อง คอนเสิร์ตไม่ร้อง เพราะเวทีใหญ่เกิน คุมไม่อยู่ ออกรายการไม่ร้อง เพราะต้อง live หน้างาน โป๊ะแตกง่าย ร้องที่ KTV เพราะทุกคนเมาหมดแล้ว แล้วก็ร้องในห้องอัด เพราะมีซาวนด์เอนจิเนอร์ค่าตัวหลักล้านคอยสแตนด์บายตลอดเวลา”
“จะบอกว่า คนแบบนี้ยังเป็นนักร้องแถวหน้าวงการเพลงจีนได้ แถมยังกล้าเปิดคอนเสิร์ตอย่างโอ่อ่าอีก สรุปวงการเพลงจีนสมัยนี้ไม่มีใครแล้วเหรอ?”
“???” ใบหน้าอาจารย์ฮวาแดงก่ำทันทีเหมือนแอปเปิลแดงสุกจัด
CNM ไอ้ดาราตกกระแส วันนี้ถ้าแกยังเดินออกจากสตูดิโอถ่ายทอดสดนี่ได้อย่างปลอดภัย กูก็ไม่ใช่เทพแห่งวงการเพลงจีนแล้ว!
“ผมว่าแฟนคลับของอาจารย์ฮวาก็ช่างไม่รู้เรื่องรู้ราว เกอเกอควักเงินจัดคอนเสิร์ตให้พวกคุณ ยังกล้าเรียกร้องให้เกอเกอมาหน้างานทำท่าร้องลิปซิงก์ให้ดูอีกเหรอ? แต่ละคนไม่รู้จักสงสารเกอเกอกันบ้างเลยหรือไง? ถ้าผมเป็นดอกไม้นะครับ อาจารย์ฮวา คอนเสิร์ตคราวหน้าไม่ต้องมาก็ได้ เช่าสถานที่ไว้ แล้วเปิดวิดีโอที่อัดเสร็จล่วงหน้าให้จบๆ จะได้ไม่ต้องวิ่งไปวิ่งมา”
“ตั๋วใบละแค่ 1,888 หยวน ก็ได้ฟังเทปบันทึกเสียงที่เป็นผลงานร่วมของอาจารย์ฮวากับซาวนด์เอนจิเนอร์ค่าตัวหลักล้าน แอบยิ้มกันเงียบๆ เถอะ ยังจะเรียกร้องอะไรมากกว่านี้อีกทำไมกัน?”
“อะไรนะ มีคนว่าตั๋วแพงไป? ยังมีคนบอกอีกว่า ถึงจะเป็นเสียงที่ซาวนด์เอนจิเนอร์แต่งมาให้แล้วคีย์ก็ยังเพี้ยนอยู่ดี?”
“เทพแห่งวงการเพลงจีนราคามันก็ต้องระดับนี้ล่ะ ส่วนแฟนเพลงคนไหนบังอาจสงสัยอาจารย์ฮวา? คืนนี้ก็รอให้อาจารย์ฮวาปักหุ่นฟางสาปแช่งได้เลย ผมมีเพื่อนคนนึง แค่พูดว่าอาจารย์ฮวาไม่ดี วันถัดมาก็เข้าโรงพยาบาลโรคจิตแล้ว!”
“คนนอกยังคิดว่าพวกดอกไม้ที่เสียเงินไปดูคอนเสิร์ตเป็นการผลาญเงิน แต่มีเพียงดอกไม้เองที่เข้าใจดี เข้าไปในหลุมนี้แล้ว จะถอยออกมามันยากมาก พวกเธอไปดูคอนเสิร์ตเหรอ? เปล่า! พวกเธอไปถวายของบูชาให้ผู้นำลัทธิ แล้วอธิษฐานขอให้ชีวิตปลอดภัยต่างหาก!”
[???]
[กูขำตายห่า!]
[พี่คนนี้แม่งคือกระบอกเสียงอันดับหนึ่งของอินเทอร์เน็ต กูขำท้องแตก!]
[อาจารย์หยางยังปิดไมค์ ไม่กล้าปะทะกับดาราตกกระแสแล้วแท้ๆ แต่อาจารย์ฮวากล้าชกหนักใส่ดาราตกกระแสที่มีเจ็ดล้านโหวต ใครให้ความกล้ามันวะ?]
[ดูตัวเองเถอะ ไม่มีเรื่องไปแหย่ดาราตกกระแสตอนนี้ทำไมกัน แม้แต่แอนตี้หมิงยังรู้เลยว่าไม่ควรสู้ในเกมที่เสียเปรียบ]
[โคตรพีคเรื่อง “ถวายของขอความปลอดภัย” อิจฉาความสามารถของดาราตกกระแสจริงๆ!]
[ดอกไม้: ขอโทษที่บังอาจ!]
[อย่าเพิ่งไม่เชื่อนะ เรื่องสาปหรือไม่สาปไม่รู้ แต่แค่คุณเคยไปดูคอนเสิร์ตของอาจารย์ฮวา ก็จะถูกดึงเข้ากลุ่มแฟนเพลง 5,000 คน ทุกครั้งที่อาจารย์ฮวาจัดคอนเสิร์ต แอดมินกลุ่มจะแท็กทั้งกลุ่มระดมพล คนที่ไม่ไปต้องให้เหตุผลเพียงพอกับแอดมิน ถ้าไม่ไปเชียร์เกินสามครั้ง จะถูกแปะไว้ในประกาศกลุ่มให้สมาชิกทั้งกลุ่มรุมวิจารณ์]
[ฉันงานยุ่งมาก วันหนึ่งโดนเอาขึ้นประกาศกลุ่ม แล้วถูกคนเป็นพันเป็นหมื่นมารุมด่าพ่อแม่ ใครจะทนกับอะไรห่วยแตกแบบนี้ได้วะ พี่เลยกดออกกลุ่มไปเลย ผลเป็นยังไงรู้ไหม? แอดมินดันแอดมาพูดดีๆ ให้กลับไปขอโทษคนในกลุ่ม พี่ไม่ยอม เขาเลยสาปแช่งตรงๆ ว่าวันต่อไปออกจากบ้านให้รถชนตาย!]
[เชี่ย! ของจริงปะวะ?]
[ฟังดูไม่เหมือนเรื่องแต่งเลยอะ!]
[แรงบันดาลใจมักมาจากชีวิตจริง ดาราตกกระแสนี่เข้าใจอาจารย์ฮวาดีนะ]
ชาวเน็ตยังอึ้งกันอยู่
ก็เห็นว่าใบหน้าอาจารย์ฮวาตอนนี้แดงเหมือนตับหมู แม้แต่ใบหูก็แดงเป็นปื้น ทั้งคนเหมือนโดนลวกสุกแล้ว!
แม้จะมีดอกไม้ แฟนคลับแกนนำบางส่วนออกมาปกป้องเกอเกอของตัวเองในโลกออนไลน์ แต่เมื่อเทียบกับห้องไลฟ์สดที่ตอนนี้โกลาหลสุดขีด เสียงของเหล่าดอกไม้แทบจะยังไม่ทันกระเพื่อมเป็นละอองน้ำก็โดนคลื่นซัดกลบหาย
ที่น่าอัศจรรย์คือ บนจอ LED กลางเวที ตัวเลขโหวตของลวี่หมิงที่เดิมค้างอยู่ราวๆ เจ็ดล้านกว่าๆ กลับพุ่งสูงขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อในชั่วขณะนั้น
เห็นท่าทีนี้ หลี่ชางเฟิงถึงกับตาค้างจนเบิกโพลง
นี่มันช่วงเมนเทอร์วิจารณ์นะ ผู้เข้าแข่งขันดันชี้หน้าเมนเทอร์ซัดเชิงประชดประชันยับ แทบจะทำเอาเมนเทอร์ขาดใจตายคาเวที แล้วผู้ชมยังอัดโหวตให้เขาแบบถล่มทลายได้อีก?
ตนเองอุตส่าห์ทั้งทุ่มแรง ทุ่มเงิน ทุ่มเส้นสาย กว่าจะจัดการเรื่องคอนเน็กชันจนได้คำชมเป็นเอกฉันท์จากเมนเทอร์ทั้งสาม ก็เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกว่าตัวเองเก่งจริง แล้วจะได้โหวตให้ไม่ใช่หรือ?
แล้วนี่อะไร บอกว่าดาราตกกระแสที่เป็นคู่แข่งของเขาด่าเมนเทอร์ซะเละไม่มีชิ้นดี ต่อให้โดนด่าขนาดนั้น อัตราเพิ่มของคะแนนโหวตกลับโหดกว่าตอนที่เมนเทอร์ทั้งสามชมเขาพร้อมกันอีก?
งั้นกูเป็นตัวอะไรล่ะเนี่ย?
“ไม่ใช่ เป็นบ้าหรือไง! ไอ้ดาราตกกระแสสถุน นี่คิดจะปั่นโหวตไม่อำพรางกันแล้วเรอะ?” หลี่ชางเฟิงด่าหน้าแดงเถือก ถ้าไม่ติดว่ายังไม่ถึงช่วงขึ้นเวทีคู่เพื่อขอโหวต เขาคงพุ่งขึ้นไปอุดปากไอ้ดาราตกกระแส ห้ามมันซัดใส่อาจารย์ฮวาต่อแล้ว
……
“เข้าใจได้แหละว่าบางทีแฟนเพลงต้องมีการ ‘ถวายของ’ กันบ้าง แต่คนที่ถูกยกย่องว่าเป็นเทพแห่งวงการเพลงจีนอย่างอาจารย์ฮวา ดันไม่เว้นแม้แต่คนในวงการเดียวกัน ทุกครั้งที่อาจารย์ฮวาจัดคอนเสิร์ต อย่างต่ำต้องลากแขกรับเชิญมาช่วยร้องสักสี่ห้าคนเพื่อถ่วงเวลา แถมแต่ละคนยังมาแบบไร้ค่าตัวด้วย เหตุผลน่ะเหรอ? ก็เหมือนจ่ายค่าคุ้มครองนั่นแหละ”
“ในสายตา ‘เพื่อนฝูง’ ของอาจารย์ฮวาพวกนั้น การไปช่วยยืนค้ำเวทีให้ไม่ต้องควักเงินตัวเอง ยังถือว่าอาจารย์ฮวาอารมณ์ดีอยู่ แล้วใครมันจะกล้ารับเงินกันล่ะ!”
“อาจารย์ฮวาอาจล็อกเป้าหมายสาปแช่งแฟนเพลงได้ไม่เป๊ะเท่าคนในวงการ แต่พวกเราในวงการเจอกันเช้าเย็น ถ้าอาจารย์ฮวาอารมณ์ไม่ดี กลับบ้านไปก็เอาหุ่นฟางแบบล็อกเป้าหมายเป๊ะๆ มาจิ้มกระหน่ำ ใครจะไม่กลัวบ้าง?”
“แล้วคนแอบอ้างว่าเป็นนักร้องที่เล่นของภายใต้ฉากหน้าว่าเป็นดนตรีแบบนี้ ตอนนี้มายืนคุยกับผมเรื่องแก่นสารของเพลง ผมไม่รู้ว่าทุกคนอยากขำไหม อย่างน้อยตัวผมเอง ขำมาก”
[ฮ่าฮ่าฮ่า!]
[เชี่ย ขำจนท้องแข็ง!]
[ไอ้หนูคนนี้ของเขาแน่นจริง!]
[สมองเขาทำงานยังไงกันแน่เนี่ย?]
[คุณสามารถเชื่อมั่นในตรรกะของดาราตกกระแสได้เสมอ!]
[นี่คือวาไรตี้เพลงเหรอ? ไอ้เวรนี่ทำให้วาไรตี้เพลงกลายเป็นเดี่ยวไมโครโฟนเฉย!]
[ตอนนี้วาไรตี้วงการบันเทิงจีนมันแตกแขนงได้ขนาดนี้แล้วเหรอ?]
[ดาราตกกระแสคนเดียว พลิกวาไรตี้เพลงให้กลายเป็นรายการตลก!]
[อาจารย์ฮวาทำไมหน้าแดง?]
[ใครโดนแบบนี้จะไม่แดงวะ!]
[แต่ที่เขาพูดมันมีเหตุผลมากนะ!]
บนอัฒจันทร์ผู้ชมที่แน่นขนัด ตอนนี้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะที่หลุดออกมาจากใจจริงของผู้ชม
อาจารย์ฮวาพรวดลุกพรวดจากเก้าอี้ จ้องลวี่หมิงด้วยสายตาจะฆ่าคน: “ไอ้ดาราตกกระแส! แกอย่ามากเกินไปนัก ฉันต่างหากคือเมนเทอร์!!”
ลวี่หมิงหัวเราะเยาะ: “งานชิ้นที่ดังที่สุดของคุณในช่วงไม่กี่ปีมานี้ มันเป็นแบบไหนตัวคุณเองไม่รู้จริงๆ เหรอ? ขวดน้ำลดหนึ่งส่วนยังกล้านั่งเด่นๆ อยู่บนเก้าอี้เมนเทอร์ พอคุณสบตากับผู้เข้าแข่งขันบนเวทีที่ร้องสดจริงๆ คุณไม่รู้สึกผิดขึ้นมาบ้างเลยหรือไง? ผมไม่อยากพูดหรอกนะ การสร้างสรรค์จะเฉพาะทางก็ได้ แต่ห้ามเพี้ยนทางเข้าใจไหม!”
“เทพแห่งวงการเพลงจีนของพวกเรา ดันทุรังจะพาความงามทางศิลป์ของผู้ชมให้เบี่ยงลงสู่ใต้พิภพ พอค้นพบว่าคนที่ยังปกติยังมีมากกว่า มหาจอมเวทก็ยึดหลักว่า ‘ไม่ได้มาก็ทำลาย’ กดหัวรุ่นน้อง อิจฉาคนมีความสามารถ คอยเลือกชมแต่คนกลางๆ ที่พูดเอามันส์เข้าว่า ขอถามหน่อย มหาจอมเวทคิดว่าคนพวกนี้ควบคุมง่าย เลยอยากล้างสมองให้พวกเขามาช่วยปูทางบนเส้นทางนอกรีตของคุณใช่ไหม?”
“เพลงออริจินัลหนึ่งเพลง ประกบด้วยดนตรีใต้พิภพที่กรีดร้องทรมานตลอดทั้งชิ้น คนที่รู้ก็พอเข้าใจว่าคุณทำศิลปะ คนที่ไม่รู้จะนึกว่าคุณกำลังชักแบบลมบ้าหมู ผมอดถามไม่ได้ว่า แก่นความคิดของงานดนตรีชิ้นนี้คืออะไร? แกนในคืออะไร?”
“กรุณาตอบผมให้ดังๆ ที แล้วช่วยอธิบายไขข้อข้องใจให้ผู้ชมทุกคนที่ไม่เข้าใจได้ไหม?”
“คุณเคยคิดถึงความรู้สึกของคนปกติที่ได้ยินของแบบนี้ไหม?”
“คุณเคยเอาใจเขามาใส่ใจเราไหมว่า ของแบบนี้ถ้าพวกผู้ป่วยทางจิตได้ฟัง จะยิ่งซ้ำเติมอาการของพวกเขาหรือเปล่า?”
อาจารย์ฮวาตาแดงก่ำ เส้นเลือดฝอยแตกพรึ่บเต็มตาขาว หน้าบิดเบี้ยว: “พอได้แล้ว พอได้แล้ว นายอย่าพูดอีกแล้วนะ!!”
“ปล่อยให้มหาจอมเวทที่ไม่เข้าใจดนตรีแม้แต่น้อยมานั่งบนเก้าอี้เมนเทอร์ กดงานดีๆ เชิดชูงานห่วยๆ มีคนแบบนี้อยู่ วงการเพลงจีนของเราจะไม่เสื่อมลงได้ยังไง?”
“ผมอาจไม่พัฒนาเองก็ได้ กระทั่งกล้าเอาของที่เรียกว่าดนตรีก็ยังไม่ได้ ไปโกงคนด้วยการแปะป้ายคอนเสิร์ต จุดยืนหลักคือ ขอแค่มีคนที่ห่วยกว่าผม ผมก็จะไม่ถูกวิจารณ์… ผมอดถามไม่ได้ว่า โลกแบบไหนกัน อุตสาหกรรมแบบไหนกัน?”
“ไอ้เนื้องอกมะเร็งอย่างคุณอาละวาดได้ถึงเพียงนี้ คิดจะทำลายวงการเพลงจีนให้ย่อยยับถึงจะสาแก่ใจใช่ไหม?!”
“เพื่อความยุติธรรม เพื่อความเป็นธรรม เพื่อให้โลกนี้ไม่มีกลเกมมืด เพื่ออนาคตของวงการเพลงจีน และยิ่งเพื่อแฟนเพลงนับล้านนับสิบล้าน!”
“ผมขอเชิญคุณไสหัวออกไปจากวงการเพลงจีน!!”
บางทีเพราะคำด่ากร้าวแกร่ง ชัดทุกพยางค์ของลวี่หมิงพูดแทนใจใครหลายคน บวกกับคำว่า ‘ให้โลกสัมผัสความเจ็บปวด’ ที่ยิ่งขยายแรงสะท้อนทางอารมณ์ของคนอื่น เดิมทีผู้ชมในฮอลล์ที่โวยเรื่องความไม่ยุติธรรมเพราะคำวิจารณ์ร้ายๆ ของอาจารย์ฮวาต่อลวี่หมิง ก็พร้อมใจกันฮือฮาลุกฮือ ตะโกนตามว่า:
“ไสหัวไป!!”
“ไสหัวไป!!”
ชั่วพริบตา สตูดิโอถ่ายทอดสดอันกว้างใหญ่ก็เต็มไปด้วยเสียงประณามกึกก้องสะเทือนหูของผู้ชม
อาจารย์ฮวาที่โตมาพร้อมการถูกห้อมล้อมดุจดวงดาว เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ที่ไหนกัน? เขากวาดตามองรอบตัว เหลือบเห็นผู้ชมแต่ละคนหน้าตาแดงก่ำชี้นิ้วใส่เขา สมองว่างเปล่า โลกโคลงเคลง ตาพร่ามืดไปหมด
คนพวกนี้ เมื่อก่อนยังพากันร้องว่าฮวาเมนเทอร์หล่อมาก เป็นแฟนคลับที่ยกเขาเป็นไอดอลทั้งนั้น!
วินาทีถัดมา
‘พรวด!!!’
อาจารย์ฮวาที่เหม่อลอยโดนความโกรธพุ่งขึ้นหัว ถึงกับพ่นเลือดออกมาคำโต ความผิดปกติที่มาแบบไม่ให้ตั้งตัวทำเอาทุกคนสะดุ้งคาที่ แม้แต่ลวี่หมิงยังอุทาน “อึ๋ย?” พร้อมเหวี่ยงสายตาประหลาดใจไปทางอาจารย์ฮวา
[เชี่ย!]
[ด่าเขาจนกระอักเลือดได้จริงดิ?]
[อัครเสนาบดีหวังถึงกับเอ่ยว่า “ของจริง!”]
อาจารย์ฮวาหันไปมองขอความช่วยเหลือจากอาจารย์หยางที่นั่งข้างๆ ปากเปื้อนเลือด เสียงแหบพร่า: “อาจารย์หยาง คุณพูดหน่อย คุณรีบพูดอะไรสักอย่างสิ!”
“……” อาจารย์หยางไม่เอื้อนเอ่ย เพียงแต่เบือนหน้าไป
ทั้งอายทั้งโกรธ เลือดขึ้นหน้า อาจารย์ฮวาตาลอย พลิกตาขาว แล้วทั้งคนก็ทรุดหน้าคะมำลงไปกระแทกปุ่มหันเก้าอี้ตรงหน้า ดัง “ตุบ” พอดีกับที่ใช้หน้าผากชนปุ่มหันเก้าอี้เข้าเต็มๆ ทันใดนั้นเก้าอี้เมนเทอร์ก็พ่นควันไอน้ำปุๆ วินาทีต่อมา เขาทั้งคนก็ถูกแรงหมุนของเก้าอี้สะบัดปลิวไปอีกฝั่ง
อุบัติเหตุไลฟ์สดที่โผล่มากะทันหัน ทำเอาผู้คนบนอัฒจันทร์ผู้ชมที่อยู่ไกลๆ สะดุ้งเฮือกกันถ้วนหน้า
[???]
[แม่เจ้า!]
[อาจารย์ฮวา ]
[โตมาขนาดนี้ยังไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน ปกติเป็นผู้เข้าแข่งขันวาไรตี้เพลงที่โดนเมนเทอร์วิจารณ์เฉียบจนร้องไห้ วันนี้ได้เปิดหูเปิดตา เมนเทอร์โดนผู้เข้าแข่งขันวิจารณ์เฉียบกลับ ทั้งอาเจียนเป็นเลือด ทั้งเป็นลม เรียกว่าปูทางหน้าใหม่ในประวัติศาสตร์วงการบันเทิงจีนเลยก็ว่าได้!]
[จูกัดเหลียงแห่งวงการบันเทิงจีน ปากเป็นเทพ ใช้แค่วาจาก็ฆ่าคนได้ ไม่ต้องลงมือเลย]
[โบราณมีจูกัดเหลียงวาจาสังหารอัครเสนาบดีหวัง ปัจจุบันมีดาราตกกระแสพูดจนอาจารย์ฮวาหน้ามืด เป็นครั้งนั้นก็ดุจเดียวกับครั้งนี้!]
[ไอดอลตกกระแสขึ้นหิ้งแล้ว!!]
คอมเมนต์กระสุนระเบิดตูมทันที
อาจารย์หยางจ้องลวี่หมิงเขม็ง: “ดูสิว่านายก่อเรื่องไว้ขนาดไหน!”
“คุณก็อยากออกมาร่ายรำด้วยไหมล่ะ?” ลวี่หมิงเหลือบตามองอาจารย์หยางนิดเดียว ฝ่ายนั้นก็สะดุ้งปิดปากเงียบทันที แล้วก็ได้ยินลวี่หมิงตะโกนไปหลังเวทีว่า: “ผู้กำกับ ออกมาช่วยหามคนที!”
ผู้กำกับ: “……”
เหตุการณ์เอฟเฟ็กต์รายการสุดระเบิดเกิดขึ้นกลางไลฟ์สด ทำให้กระแสความร้อนแรงในห้องไลฟ์สดพุ่งพรวด ชั่วครู่เดียว แฮชแท็กสารพัดก็ทะยานขึ้นฮอตเสิร์ช
#จูกัดเหลียงแห่งวงการบันเทิงจีน!#
#อาจารย์ฮวาเป็นลม!#
#อาจารย์ฮวาอาเจียนเป็นเลือด!#
#ดาราตกกระแสพูดจน อาจารย์ฮวาตายสนิท!#
#วันสิ้นโลกของมหาจอมเวทแห่งวงการบันเทิงจีน!#
เถาจื่อที่กำลังดูอยู่หลังจอแบบสดๆ ตอนนี้ทั้งตกตะลึงทั้งดีใจ: “ดาราตกกระแสคนนี้… เขา… อัจฉริยะ!”
เถาจื่ออึ้งจนพูดไม่ออก ไม่รู้จะถ่ายทอดความรู้สึกยังไง มองตัวเลขต่างๆ ในห้องไลฟ์ที่พุ่งทะยาน เขาตื่นเต้นจนคิ้วเต้นระบำ
ตัวเองเพิ่งรับตำแหน่งใหม่ สิ่งนี้คือ ‘ผลงาน’ ของจริง!
พอคิดว่าตัวเลขงามๆ แบบนี้จะส่งขึ้นไปให้ข้างบน เถาจื่อก็ปลื้มปริ่มสุดๆ: “ผู้มีบุญคุณ ดาราตกกระแสคนนี้คือผู้มีบุญคุณของฉันเลย! ไม่สิ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ยคนนี้คือผู้มีพระคุณบนเส้นทางชีวิตของฉันต่างหาก!”
เขาเผลอนึกถึง CEO คนก่อน แล้วก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องไปงัดข้อกับเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ยโดยไม่มีสาเหตุ แต่พอนึกแล้วก็ยังอดรู้สึกโชคดีไม่ได้ ถ้าฉู่เซิ่งไม่หัวสมองแล่นปรี๊ด งานดีๆ แบบนี้จะตกมาถึงมือเขาได้ไง?
……
หลังจากทีมผู้กำกับให้คนหามอาจารย์ฮวาออกไปแล้ว
เจิ้งเจี่ยมองลวี่หมิงบนเวทีด้วยสีหน้าซับซ้อน อดเอ่ยไม่ได้ว่า: “เพลงของคุณมีชั้นเชิงมาก แล้วก็ร้องได้ดีมากด้วย ฉันรู้สึกว่าคุณเป็นนักร้องที่มีพรสวรรค์มาก ดังนั้นฉันถึงได้หันเก้าอี้ให้ หวังว่า… คุณจะคว้าแชมป์ซีซั่นนี้นะ!”
ลวี่หมิงมองเจิ้งเจี่ยอย่างแปลกใจ คาดไม่ถึงว่าเธอจะยอมรับเขา เพียงแต่ผู้หญิงคนนี้เป็นพวกอารมณ์นิยมชัดๆ อารมณ์ดีก็หน้าแบบหนึ่ง อารมณ์ไม่ดีก็อีกหน้า เขาเลยคิดว่า วันนี้เส้นประสาทเส้นไหนสักเส้นของเจิ้งเจี่ยคงเพี้ยนไปหน่อย ก็เลยไม่ใส่ใจ
"เราก็เคยคุยกันมาแล้ว ไม่ต้องทำเป็นไม่รู้จักกันแล้วมั้ง?" ลวี่หมิงยิ้มบาง: "แต่ยังไงก็ขอบคุณที่กล้าพูดความในใจนะ อดีตแฟนเก่าปากแข็งผู้ยอมทรมานตัวเองเพื่อรักษาหน้าของผม"
เจิ้งเจี่ย: “……”
ไอ้อดีตแฟนสารเลว ต้องให้ฉันด่าถึงจะสะใจใช่ไหม?!
ผู้ชมดูสองคนโต้กันอย่างออกรส
สรุปแล้ว หลังจบการวิจารณ์จากทีมเมนเทอร์ คะแนนโหวตของลวี่หมิงพุ่งถึง 8.21 ล้าน ขณะที่หลี่ชางเฟิงมีเพียง 5.31 ล้าน นี่คือผลรวมที่บวกคะแนนพิเศษจากการหันเก้าอี้แล้ว
นำอยู่เกือบสามล้าน เรียกว่าถล่มยับ
“ต่อไป ขอเชิญผู้เข้าแข่งขันทั้งสองมาหน้าฉาก เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการขอคะแนนโหวต แต่ละคนมีเวลาสามนาที ในช่วงนี้จะโชว์ความสามารถก็ได้ หรือโน้มน้าวแฟนคลับให้โหวตให้ก็ได้ สรุปคือ มีเวลาแค่สามนาที!” จางเส่ากังออกมาหน้าฉากเชิญหลี่ชางเฟิงขึ้นเวที จากนั้นก็อวยสปอนเซอร์ใหญ่เหล้าขาวไปหนึ่งยก
แต่พอเขาคิดว่าตัวเองตลกหน้าคุย ก็เลยยื่นหน้าเข้าไปทักลวี่หมิง หวังใช้ทราฟฟิกของลวี่หมิงทำคะแนนส่วนตัว สำหรับพิธีกรฉาวรายนี้ ลวี่หมิงแค่ยกเปลือกตาขึ้นนิดเดียว ไม่เอ่ยสักคำ ให้เพียงสายตาแบบ ‘ลองตีความเองดู’
จางเส่ากังที่โดนเมินหน้าแดงเถือก อึดอัดใจและไม่ค่อยพอใจนัก แต่พอเห็นจุดจบของอาจารย์ฮวาเมื่อครู่ เขาก็ไม่กล้าหาเรื่องท่านผู้นี้ แต่จะให้กระโดดข้ามเข้าสู่ช่วงต่อไปเลย เขาก็ยังไม่ค่อยพอใจนัก เพราะเมื่อครู่พวกเขาหลังเวทีก็เพิ่งเห็นกับตาว่าห้องไลฟ์กำลังเดือดขนาดไหน
อยู่หน้ากล้องเพิ่มได้สักวินาทีเดียวก็ถือว่ากำไรเป็นกอบเป็นกำแล้ว!
พิธีกรทั้งสองอยากได้ช็อตออกกล้องจนใจเต้นแรงสุดขีด กลับปล่อยให้ลวี่หมิงกับหลี่ชางเฟิงยืนรออยู่ข้างๆ แล้วเริ่มคุยกันเองก่อน
“ถ้าให้คุณให้คะแนนผลงานของผู้เข้าแข่งขันทั้งสองคน คุณจะให้กี่คะแนน?”
“ถ้าเป็นของอาจารย์หลี่ชางเฟิงนะคะ ส่วนตัวฉันแพ้ทางผู้ชายที่เต้นเก่งค่ะ รู้สึกแพ้ง่ายมาก ฉันให้เต็มสิบ ส่วนของดาราตก… เอ่อ ของผู้เข้าแข่งขันลวี่หมิง ฉันให้ 0.5 คะแนนค่ะ” อีอีพูดโพล่งออกมาเลย
หลี่ชางเฟิงตาเป็นประกายทันที
พิธีกรคนนี้สิถึงจะเป็นคนซื่อจริงใจ!
จางเส่ากังชะงักไป อึ้งไม่อยากเชื่อ: “ศูนย์จุดห้า!”
สาวคนนี้ก็เล่นนอกตำราซะจริง ไม่ควรต้องอวยดาราตกกระแสเหรอ?
อีกอย่างนะ ต่อให้จะจงใจเล่นงานดาราตกกระแส ศูนย์จุดห้านี่ก็ดูดูถูกกันเกินไปไหม? ตัวเลขทศนิยมยังโผล่มา เขาเองก็ไม่รู้จะรับลูกยังไงดี…
แม้แต่ชาวเน็ตหน้าจอก็กลั้นไม่อยู่แล้ว
[พิธีกรหญิงนี่คิดว่าตัวเองตลกมากเหรอ?]
[เดี๋ยวนี้รับเงินใต้โต๊ะกันโจ่งแจ้งขนาดนี้เลยเหรอ?]
[ดาราตกกระแสเมื่อกี้ปะทะคารมแค่อาจารย์ฮวา ไม่ได้ปะทะกับหล่อนใช่ไหม?]







